ดมบุริ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เท็นดง และ อุนะดง

ดมบุริ (ญี่ปุ่น:  Donburi ชาม, ถ้วย ?) หรือ ข้าวหน้าต่างๆ เป็นอาหารญี่ปุ่นที่มีลักษณะเป็นอาหารจานเดียวที่มีกับข้าวที่ทำจากเนื้อสัตว์, ปลา, ผัก หรือวัตถุดิบอื่นๆ ราดบนข้าวสวย ตามแต่จะดัดแปลง

ประวัติ[แก้]

ดมบุริ หรือ ด้ง เป็นอาหารที่รูปแบบเฉพาะตั้งแต่ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เริ่มปรากฏให้เห็นในยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603 - ค.ศ. 1868) ของประเทศญี่ปุ่น จานข้าวหน้าแบบแรก คือ อุนาหงิดง (ปลาไหลย่างที่วางอยู่บนชามข้าวปรุงสุก)[1] ซึ่งในระยะแรกของการเกิดดงบุหริ หรือ ข้าวหน้า เป็นอาหารง่ายๆ ชามขนาดเล็ก มีความสำคัญอยู่ที่ความรวดเร็ว และรองรับผู้เร่งรีบ จึงเป็นที่นิยมตามโรงละครหรือลานแสดงตามงานเทศกาล ดงบุหริหรือข้าวหน้ามีการแพร่หลายและกลายเป็นที่นิยมมากตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา

ต่อมาในสมัยหลัง ข้าวหน้าอื่นๆ เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ ไข่ นั้นเกิดขึ้นยุคเมจิ(ค.ศ. 1868 - ค.ศ. 1912)ซึ่งมาพร้อมกับการเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกและการคัดสรรถ้วยชามที่ปราณีตขึ้นเพื่อการตกแต่งอาหาร โดยดงบุหริหรือข้าวหน้าที่เป็นไข่และไก่สันนิษฐานว่าเข้ามาในช่วงปีค.ศ.1891 ส่วนข้าวหน้าหมู หรือ คัตสึดง แพร่หลายในญี่ปุ่นช่วงราวปีค.ศ. 1913 หรือในยุคไทโช [2] ซึ่งทำให้ข้าวหน้าแบบต่างๆมีการขยายขนาดชามใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อใหม่ๆหรือการปรุงสุกแบบต่างๆไปตามยุคสมัยและกาลเวลา นอกจากนี้ดงบุหริหรือข้าวหน้าแบบต่างๆยังคงเป็นที่แพร่หลายในปัจจุบันทั้งร้านอาหารทั่วไปในประเทศญี่ปุ่นและประเทศต่างๆ รวมถึง การส่งออกเป็นอาหารสำเร็จรูป อาหารแช่เข็ง เป็นต้น

ประเภทของดมบุริ[แก้]

กีวดง
คะสึดง
สุกิยะกิดง

ดมบุริแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นมีด้วยกันดังนี้:

นอกจากนี้ ดมบุริสามารถทำจากวัตถุดิบมากมาย ตามแต่จะดัดแปลง ซึ่งร้านอาหารจีนราคาย่อมเยาในญี่ปุ่นมักจะนำเสนอ ชูกะดง (中華丼) หรือ โกะโมะกุ-ชูกะดง (五目中華丼)—สารพัดผัดผักกับเนื้อบนข้าวสวยในชามขนาดใหญ่

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับดงบุริและธนบุรี[แก้]

ว่ากันว่ามีการคิดไปเองของที่มาของคำว่า "ดมบุริ" นั้น มาจากในยุคเอะโดะ ครัวเรือนของผู้มีฐานะและชนชั้นสูง จะนิยมใช้เครื่องถ้วยชามจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องถ้วยชามจากต้าชิง และเมื่อไทยได้สถาปนากรุงธนบุรี ก็ได้เริ่มการติดต่อค้าขายกับญี่ปุ่นอีกครั้ง เครื่องถ้วยชามจากธนบุรีสำหรับชาวเอะโดะแล้วจัดว่ามีความงดงามกว่าเครื่องถ้วยชามจากที่ใดๆ และจากระยะทางที่ห่างไกล ทำให้เครื่องถ้วยชามจากธนบุรีกลายเป็นเครื่องอุปโภคและของสะสมราคาแพงในเอะโดะ อาหารที่ถูกจัดเตรียมด้วยเครื่องถ้วยธนบุรีถูกเรียกว่า "ดมบุริ" จนในที่สุดคำว่าดมบุริ ก็กลายเป็นคำทั่วไปสำหรับสำหรับเรียกอาหารที่ถูกจัดเตรียมในถ้วยชามปกติ[ต้องการอ้างอิง] ซึ่งเรื่องดังกล่าวในข้างต้นไม่เป็นความจริง

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]