ญิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แสตมป์ดวงหนึ่งของฮังการี แสดงภาพจำลองของ ญิน จากนิทานพันหนึ่งราตรี

ญิน (อาหรับ: جنيjinnī, อังกฤษ: genie) เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง ที่มีระบุในอัลกุรอาน ซึ่งมารร้ายอิบลีส มาจากพวกนี้

สิ่งมีชีวิต 4 ประเภท[แก้]

ตามหลักการที่ระบุในอัลกุรอาน อัลลอฮฺทรงสร้างสรรพสิ่งสุดจะครณาได้ ทว่าที่เห็นว่ามีชีวิตนั้นมีอยู่สี่อย่างคือ

  1. มีปัญญา มีตัณหา มีตัวตน (เป็นเลือดเนื้อและกระดูก) นั่นคือมนุษย์ มนุษย์นับถือศาสนาตามที่ตนคิดว่าถูกต้อง ขวนขวายหาทางรอดในชีวิตประจำวันเรื่อยไป จนกว่าจะสิ้นชีพ ที่ประเสริฐที่สุดคือมนุษย์พยายามใช้ปัญญาประกอบความดี แต่เมื่อใดยึดตัณหาเป็นใหญ่ ประกอบความชั่ว ฝ่าฝืนกฎระเบียบ ก็ไม่จะผิดกับเดรฉาน เนื่องจากมนุษย์มีเลือดเนื้อที่มาจากดิน เช่นเดียวกับมนุษย์คนแรกคือ อาดัม จึงผูกพันอยู่กับดินไม่จบสิ้น เสพสุขกับอาหารที่งอกเงยมาจากดิน รักและครอบครองผืนแผ่นดิน สะสมธาติและสารที่มาจากดิน เช่นทองคำและเพชรพลอย เมื่อสิ้นชีพร่างกายของมนุษย์ก็กลายเป็นดินอีกครั้ง และมนุษย์ก็จะผูกพันกับ กาละ และ เทศะ ไม่อาจดิ้นรนให้พ้นไปได้
  2. มีปัญญา มีตัณหา ไม่มีตัวตนที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า นั่นคือญิน ญินที่ถูกสร้างมาจากเพลิงนั้นก็เหมือนกับมนุษย์ คือจะอาศัยอยู่ในโลกนี้ ทว่ามีตัวตนที่เราไม่อาจจะเห็นด้วยตาธรรมดา มีศาสนาและความเชื่อถือแตกต่างกันไป ในอัลกุรอานได้ระบุว่า ญินพวกหนึ่งได้เดินทางมาหาท่านนบีมุฮัมมัดและเข้ารับนับถือศาสนาอิสลาม ทั้งมนุษย์และญินต่างก็หาคำตอบว่า หลังจากดับไปจากโลกนี้แล้ว พวกตนจะไปไหน?
  3. มีปัญญา ไม่มีตัณหา ไม่มีตัวตน นั่นคือมลาอิกะหฺ มะลาอิกะห์นั้นเมื่อไม่มีตัณหาก็จะขาดความประสงค์ จึงมีหน้าที่ดูแลระบบฟากฟ้าและโลกตามพระบัญชาของอัลลอหฺโดยไม่ขาดตกบกพร่อง เมื่อถูกสร้างมาจากรัศมี การเคลื่อนไหวก็คงเป็นเช่นแสง เข้าออกและเปลี่ยนที่โดยไม่มีพันธะ หน้าที่ของพวกเขาก็คือการเป็นทาสที่ซื่อสัตย์ และไร้กังวลต่อการสอบสวนในวันสุดท้าย
  4. ไม่มีปัญญา มีตัณหา มีตัวตน นั่นคือสัตว์ สัตว์เดรัจฉานเป็นพวกที่ต่ำสุด ทว่าเป็นพวกที่โชคดีกว่ามนุษย์และญินส่วนมาก เพราะไม่ถูกลงโทษวันปรโลก

อิบลีสมาจากญิน[แก้]

อิบลีส เป็นญินตนหนึ่งที่บำเพ็ญคุณงามความดี จนสามารถคบค้าสมาคมกับมะลาอิกะหฺได้ ทั้งยังมีฐานันดรสูงส่งจนสามารถเข้าออกสวรรค์เหมือนเหล่ามะลาอิกะหฺ ต่อมาอิบลีสได้แพ้ต่อตัณหาของตนและขัดขืนพระบัญชา ถูกไล่ออกจากสวนอันอมตะ มันได้ขอพระพรจากอัลลอหฺให้มีชีวิตที่อมตะจนกว่าฟ้าดินจะสลาย อัลลอหฺทรงประทานตามที่มันขอ ทว่าในวันปรโลกนั้นมันจะตกอยู่ในอเวจีนิรันดร์

อิบลิสระดมหาพรรคพวกที่มาจากพวกเดียวกัน เพื่อหลอกลวงมนุษย์ด้วยมายาและอุบายนานัปการ ให้ตกลงไปในอเวจีพร้อมกับตน นั่นก็คือการพยายามหันเหมนุษย์ออกจากการบูชาอัลลอหฺสู่การบูชาสิ่งอื่นใด นอกเหนือไปจากพระองค์

อุบายที่ได้ผลมากพอ เห็นจะเป็นการแสดงปรากฏการณ์นอกเหนือธรรมชาติต่าง ๆ การหลอกหลอนให้มนุษย์กลัว เมื่อกลัวแล้วก็หาที่พึ่งให้ ในรูปของเจ้าที่ เจ้าทาง เจ้าเขา เจ้าป่า ให้มนุษย์กราบไหว้บูชา อาจจะปรากฏตนให้มนุษย์เห็นบางครั้งบางคราว หรือสอนอวิชชาคือไสยศาสตร์ให้มนุษย์ได้นำไปใช้ การเพิ่มสรรพคุณการหลอกหลอน ด้วยการเข้าสิงเข้าทรง การไม่ยอมออกจากร่างที่พวกตนเข้าสิงจนกว่า พวกเดียวกับมนุษย์ที่ได้เป็นพันธมิตรกับพวกตนจะมาทำพิธีขับไล่ เมื่อนั้นพวกตนก็จะทำเสียงร้องโหยหวน ประหนึ่งว่าเจ็บปวดเดือดร้อนกับมนตร์หรือยันตร์ที่มดแมลงไม่เคยรู้สึกความอุ่นของมันเลย

เมื่อมนุษย์เห็นแล้วก็อุปาทานสำคัญว่า ที่ตนเห็นนั้นเป็นความศักดิ์สิทธิ์ของหมอผีชีเปลือย ทว่าความจริงแล้ว มันก็แค่กลเม็ดของการขายยาบริษัทญิน คือญินจะใส่ยาพิษให้มนุษย์เจ็บไข้ แล้วส่งคนขายยาของพวกตน คือหมอผี มารักษา มนุษย์ก็จะได้บูชาทั้งหมอผีและพวกตน หมอผีเองก็ต้องบูชาพวกตนเช่นกัน มิฉะนั้นจะไม่มีสินค้าส่งมาให้

ผีในทัศนะของอิสลาม[แก้]

คำว่า ผี ก็ตรงกับคำว่า ญิน ไม่ได้หมายถึงวิญญาณของผู้ตายอย่างที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน เพราะตามคำสั่งสอนของอิสลาม คนที่ตายไปแล้ว ก็จะถูกนำไปพักรออยู่ในโลกแห่งบัรซัค ไม่สามารถออกมาเพ่นพ่านอย่างที่คนเขาอุปาทานกัน ส่วนการที่บอกกันว่า วิญญาณนายคนนั้น วิญญาณนางคนนี้ มาเข้าทรงเข้าสิง หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งนั้นพอจะสรุปได้สามอย่างคือ

  • การที่หมอทรงแกล้งหลอกเพื่อหาเงินใช้
  • การสะกดจิตตนเองแล้วเสนอข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในส่วนลึกของสมอง (เป็นการอธิบายตามหลักวิทยาศาสตร์)
  • การที่ญินเข้าสิงจริงๆ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่บ่อยเท่าข้อแรก