ฌ็อง-มารี กุสตาฟว์ เลอ เกลซีโย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Nobel prize medal.svg ฌ็อง-มารี กุสตาฟว์ เลอ เกลซีโย
Jean-Marie Gustave Le Clézio
นักเขียน
Jean-Marie Gustave Le Clézio-press conference Dec 06th, 2008-2.jpg

ฌ็อง-มารี กุสตาฟว์ เลอ เกลซีโย, ค.ศ.
ชื่ออื่น J. M. G. Le Clézio
เชื้อชาติ ชาวฝรั่งเศส, ชาวมอริเชียส
อาชีพ นักเขียน
ประเภท/สาขา นวนิยาย, เรื่องสั้น, ความเรียง, งานแปล
หัวข้อ การพลัดถิ่น, การโยกย้าย, ชีวิตวัยเด็ก, สิ่งแวดล้อม
งานสำคัญ Le Procès-Verbal, Désert
รางวัล รางวัลโนเบล ค.ศ. 2008
รับอิทธิพลจาก Euclides da Cunha, Robert Louis Stevenson
ข้อมูลส่วนตัว
เกิด 13 เมษายน ค.ศ. 1940
นิส, ฝรั่งเศส
ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม

ฌ็อง-มารี กุสตาฟว์ เลอ เกลซีโย หรือเรียกสั้นว่า ฌี.แอม.เฌ. เลอ เกลซีโย (ฝรั่งเศส: Jean-Marie Gustave Le Clézio หรือ J. M. G. Le Clézio, ออกเสียง) (13 เมษายน ค.ศ. 1940 - ปัจจุบัน) ฌ็อง-มารี กุสตาฟว์ เลอ เกลซีโยเป็นนักเขียนนักเดินทางรอบโลกและศาสตราจารย์คนสำคัญชาวฝรั่งเศสผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ในปี ค.ศ. 2008[1] นอกจากนั้น เลอ เกลซีโยผู้มีงานเขียนกว่าสี่สิบชิ้นก็ยังได้รับรางวัลเรอโนโด (Prix Renaudot) สำหรับนวนิยายเรื่อง “Le Procès-Verbal

ประวัติ[แก้]

มารดาของเลอ เกลซีโยเกิดที่เมืองนิสในริเวียราฝรั่งเศส บิดาบนหมู่เกาะมอริเชียส (ซึ่งเป็นดินแดนของอังกฤษแต่บิดามีเชื้อชาติฝรั่งเศส) บรรพบุรุษของทั้งบิดาและมารดาเดิมมาจากจังหวัดมอร์บีอ็องทางชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของบริตานี[2] บรรพบุรุษทางฝ่ายบิดา ฟร็องซัว อาเล็กซิส เลอ เกลซีโย หนีจากฝรั่งเศสพร้อมกับภรรยาและบุตรีในปี ค.ศ. 1798 ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่มอริเชียสที่ขณะนั้นเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส แต่ต่อมาตกไปเป็นของอังกฤษ แต่ชาวอาณานิคมฝรั่งเศสได้รับอนุญาตให้ยังคงรักษาขนบประเพณีและใช้ภาษาฝรั่งเศสได้ แม้ว่าเลอ เกลซีโยจะไม่เคยไปพำนักอาศัยอยู่ที่มอริเชียสมากไปกว่าครั้งละสองสามเดือน แต่นอกจากเป็นชาวฝรั่งเศสแล้วเลอ เกลซีโยก็ยังดำรงรักษาความเป็นชาวมอริเชียสอยู่[3][4] ฉะนั้นเลอ เกลซีโยจึงเป็นบุคคลสองสัญชาติ--ชาวฝรั่งเศสและชาวมอริเชียส (มอริเชียสได้รับอิสรภาพในปี ค.ศ. 1968) และเรียกมอริเชียสว่าเป็น “ปิตุภูมิน้อย” (little fatherland)[5][6]

เลอ เกลซีโยเองเกิดที่นิสซึ่งเป็นเมืองเกิดของมารดาระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อบิดาไปรับราชการอยู่กับกองทัพบริติชในไนจีเรีย[7] เลอ เกลซีโยเติบโตขึ้นที่รอเกอบีลีแยร์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ไม่ไกลจากนิสจนกระทั่งปี ค.ศ. 1948 เมื่อมารดาและน้องชายย้ายไปสมทบกับบิดาในอาณานิคมไนจีเรีย นวนิยาย “Onitsha” ที่เขียนปี ค.ศ. 1991 เป็นนวนิยายกึ่งอัตชีวประวัติ ในปี ค.ศ. 2004 บทความ “The African” บรรยายถึงชีวิตวัยเด็กในไนจีเรียและความสัมพันธ์กับบิดามารดา

หลังจากที่เข้าศึกษาจากมหาวิทยาลัยบริสตอลในอังกฤษระหว่างปี ค.ศ. 1958 ถึงปี ค.ศ. 1959[8] เลอ เกลซีโยก็ไปได้รับปริญญาตรีที่นิสจากสถาบันวรรณกรรมศึกษา (Institut d’études littéraires) ในปี ปี ค.ศ. 1964 เลอ เกลซีโยได้รับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยพรอว็องส์ โดยการเขียนวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับกวีและนักเขียนชาวเบลเยียม อองรี มีโช[9]

หลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ลอนดอนและบริสตอลอยู่หลายปี เลอ เกลซีโยก็ย้ายไปยังสหรัฐอเมริกาไปเป็นอาจารย์ ระหว่างปี ค.ศ. 1967 ก็ได้เข้ารับราชการในกองทหารฝรั่งเศสในประเทศไทย แต่ไม่นานก็ถูกย้ายไปยังเม็กซิโกเพราะไปทำการประท้วงต่อต้านการค้าประเวณีเด็ก ระหว่างปี ค.ศ. 1970 ถึงปี ค.ศ. 1974 เลอ เกลซีโยไปใช้ชีวิตอยู่กับชนเผ่า Embera-Wounaan ในปานามา เลอ เกลซีโยสมรสกับเฌเมีย ชาวโมร็อกโก ในปี ค.ศ. 1975 และมีลูกสาวด้วยกันสองคน (เลอ เกลซีโยมีลูกสาวอีกคนหนึ่งจากการสมรสครั้งแรก) ตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1990 เลอ เกลซีโยก็แบ่งเวลาระหว่างอัลเบอเคอร์คี (นิวเม็กซิโก), มอริเชียส และ นิส[10]

ในปี ค.ศ. 1983 เลอ เกลซีโยเขียนดุษฎีนิพนธ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การเป็นอาณานิคมของเม็กซิโกแก่ มหาวิทยาลัยแปร์ปีญ็องในหัวเรื่องการพิชิตชาวพูเรเปชา (ที่เดิมเรียกว่า “ทาราสคัน” (“Tarascans”)) ผู้ที่ในปัจจุบันตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณรัฐมิโชอากัง (Michoacán) ดุษฎีนิพนธ์ได้รับการนำไปพิมพ์เป็นตอน ๆ ในนิตยสารฝรั่งเศส และได้รับการแปลเป็นภาษาสเปนในปี ค.ศ. 1985[11]

เลอ เกลซีโยเป็นอาจารย์สอนตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทั่วโลก และมักจะเดินทางไปเยือนประเทศเกาหลีใต้ เลอ เกลซีโยสอนภาษาฝรั่งเศสและวรรณคดีที่ Ewha Womans University ในกรุงโซล ระหว่างปีการศึกษา 2007[12][13]

งานเขียน[แก้]

นวนิยาย[แก้]

บทความ[แก้]

อนุทินบันทึกการเดินทาง[แก้]

งานแปล[แก้]

หนังสือสำหรับเยาวชน[แก้]

รางวัลและเกียรติยศ[แก้]

รางวัล[แก้]

Year Prize Work
1963 prix Théophraste-Renaudot Le Procès-Verbal (The Interrogation)
1972 prix littéraire Valery-Larbaud For his complete works[14]
1980 grand prix de littérature Paul-Morand,
awarded by the Académie française
1997 Mécénat des prix Jean Giono[15] Poisson d'or
1998 prix Prince-de-Monaco For his complete works and upon publication of Poisson d'or [16]
2008 Stig Dagermanpriset for his complete works and upon publication of Swedish translation of a travelogue Raga. Approche du continent invisible[17]
2008 Nobel Prize in Literature

เกียรติยศ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. nobelprize.org: The Nobel Prize in Literature 2008
  2. "A Frenchman and a geographer". 5th paragraph. London: review is taken from the TLS. April 21, 2006. สืบค้นเมื่อ 9 December 2008. ""Le Clézio's family were originally from Morbihan on the west coast of Brittany. At the time of the Revolution, one of his ancestors, who had refused to enlist in the Revolutionary Army because they had insisted he cut his long hair, fled France with the intention of reaching India, but disembarked on Mauritius, and stayed there" 
  3. "Internet might have stopped Hitler". comcast.net. 2008-12-07. สืบค้นเมื่อ 12 December 2008. "Though he was born in France, Le Clézio's father is British and he holds dual nationality with Mauritius, where his family has roots" 
  4. "A Frenchman and a geographer". Adrian Tahourdin. London: The Times Literary Supplement. 2006-04-21. สืบค้นเมื่อ 11 December 2008. ""Le Clezio regards himself as Franco-Mauritian" 
  5. Angelique Chrisafis (2008-10-10). "Nobel award restores French literary pride". The Guardian. "He has joint Mauritian citizenship and calls the island his "little fatherland" 
  6. "Jean-Marie Gustave Le Clezio wins the 2008 Nobel Literature Prize". London: Times Online. 2008-10-09. สืบค้นเมื่อ 2008-10-09. "Le Clézio, who was born in Nice and has lived in England, New Mexico and South Korea, said that he was touched by the honour. He mentioned his British father, a surgeon, and his childhood in Mauritius and Nigeria. “I was born of a mix, like many people currently in Europe,” he said." 
  7. della Fazia Amoia, Alba; Alba Amoia, Bettina Liebowitz (2009). Multicultural Writers Since 1945. Westport,Connecticut: Greenwood Publishing Group. ISBN 9780313306884. 
  8. "Jean-Marie Gustave Le Clézio wins Nobel Prize". University of Bristol. 2008-10-10. สืบค้นเมื่อ 2008-11-07. 
  9. Marshall, Bill; Cristina Johnston. France and the Americas. ABC-CLIO, 2005. ISBN 1851094113. p.697
  10. Pollard, Niklas; Estelle Shirbon (2008-10-09). ""Nomadic" writer wins Nobel prize". International Herald Tribune. สืบค้นเมื่อ 2008-10-09. 
  11. Le Clézio, La Conquista divina de Michoacán. Fondo de Cultura Económica
  12. Lee Esther (2008-01-02). "Acclaimed French author praises Korean literature". JoongAng Daily. 
  13. Yonhap News (2008-10-09). "한국과 각별한 인연 가진 르클레지오" (ใน Korean). Dong-a Ilbo. 
  14. "Prix Valery Larbaud". Prix littéraires. 2009. สืบค้นเมื่อ 2009-02-16. "Pour l'ensemble de son oeuvre" 
  15. "Prix Jean Giono" (ใน French). Fondation Pierre Bergé - Yves Saint Laurent. 2009. สืบค้นเมื่อ 2009-02-16. "Grand Prix Jean Giono". Prix littéraires. 2009. สืบค้นเมื่อ 2009-02-16. 
  16. pour l'ensemble de son œuvre, à l'occasion de la sortie de Poisson d'or 2008
  17. "Ritournelle de la faim - Jean-Marie-Gustave Le Clézio". Ses Prix et Récompenses (ใน French). ciao.fr. 2008. สืบค้นเมื่อ 2009-02-16. "pour l'ensemble de son œuvre, à l'occasion de la sortie suédoise de Raga. Approche du continent invisible" 
  18. "Décret du 31 décembre 2008 portant promotion et nomination". JORF 2009 (1): 15. 2009-01-01. PREX0828237D. สืบค้นเมื่อ 2009-04-05. 
  19. "Simone Veil, Zidane et Lagardère décorés". C.M. (lefigaro.fr) avec AFP (ใน French). lefigaro.fr. 2009-01-01. สืบค้นเมื่อ 2009-04-14. "Le Clézio est pour sa part élevé au grade d'officier" 
  20. "ORDRE NATIONAL DU MERITE Décret du 14 novembre 1996 portant promotion et". JORF 1996 (266): 16667. 1996-11-15. PREX9612403D. สืบค้นเมื่อ 2009-04-05. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ ฌ็อง-มารี กุสตาฟว์ เลอ เกลซีโย