ซูบารุ เลกาซี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซูบารุ เลกาซี รุ่นที่ 5
ซูบารุ เลกาซี
ผู้ผลิต: ซูบารุ
ปี: พ.ศ. 2532 - ปัจจุบัน
ขนาด: รถยนต์นั่งขนาดกลาง
ลักษณะ: รถซีดาน 4 ประตู, 5 ประตู วาก้อน
รุ่นก่อนหน้า: ไม่มี
รุ่นต่อ: ยังไม่มี
เครื่องยนต์:
ใช้ชิ้นส่วนเดียวกับ:
รุ่นที่ใกล้เคียง: ฮอนด้า แอคคอร์ด
โตโยต้า โคโรน่า/คัมรี่
นิสสัน เซฟิโร่/เทียน่า
มาสด้า 626/6
ฮุนได โซนาต้า
โฟล์กสวาเกน พาสสาต
มิตซูบิชิ กาแลนต์
ฟอร์ด ทอรัส
คาดิแลค ซีทีเอส
เมอร์คิวรี มิลาน
เชฟโรเลต มาลิบู

ซูบารุ เลกาซี (อังกฤษ: Subaru Legacy) เป็นรถยนต์นั่งขนาดกลาง และเป็นรถธง ของค่ายรถยนต์ซูบารุ จากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเดิมนั้น ซูบารุออกแบบให้เลกาซีเป็นรถยนต์ขนาดกลางทั่วๆ ไป เพื่อต้องการแข่งขันกับ ฮอนด้า แอคคอร์ด และ โตโยต้า คัมรี่ แต่ต่อมาได้มีการออกแบบเลกาซีรุ่นพิเศษ โดยที่จะเน้นสมรรถนะให้สูงกว่ารถยนต์ขนาดกลางรุ่นอื่นๆ เช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์เทอร์โบ บ็อกเซอร์สูบนอน ฯลฯ ปรากฏว่า เลกาซีรุ่นพิเศษนั้น ถูกนำไปเปรียบเทียบว่ามีความใกล้เคียงกับรถยนต์นั่งประเภทหรูหราระดับต้น หลายรุ่น เช่น เอาดี้ เอ4, อัลฟา โรเมโอ 159 และ บีเอ็มดับเบิลยู 3 ซีรีส์ ในเรื่องต่างๆ ดังนั้น การออกแบบเลกาซีทำให้ซูบารุได้รับการยอมรับและชื่นชมอย่างกว้างขวาง เมื่อซูบารุนำพื้นฐานการออกแบบของเลกาซี ไปออกแบบรถรุ่นใหม่หลายรุ่น เช่น Tribeca และ Outback ก็สามารถประสบความสำเร็จไม่น้อย รวมกับการที่รถรุ่นอื่นๆ ของซูบารุ จะเน้นไปที่การผลิตรถยนต์ขนาดเล็ก ทำให้เลกาซี ได้เป็นรถธง ของซูบารุ ที่ประสบความสำเร็จในวงกว้าง

เลกาซี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากรุ่นแรกถึงปัจจุบัน แบ่งได้ 5 รุ่น ดังนี้

เนื้อหา

[แก้] รุ่นที่ 1 (พ.ศ. 2532-2537)

ซูบารุ เลกาซี รุ่นที่ 1

เลกาซี เปิดตัวครั้งแรก ด้วยราคาแนะนำ 2.55 ล้านเยน (ประมาณ 18,800 ดอลลาร์สหรัฐ ที่อัตราแลกเปลี่ยนในปีนั้น)[1] ในช่วงนั้น ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นหลายราย ได้มีการสร้างรถยนต์ยี่ห้อใหม่เป็นของตนเอง ซึ่งจะเน้นไปที่การผลิตรถยนต์ประเภทหรูหรา เครื่องยนต์กำลังแรงสูง วี6 วี8 เช่น ฮอนด้า เปิดยี่ห้อ แอคิวรา, โตโยต้า เปิดยี่ห้อ เล็กซัส, นิสสัน เปิดยี่ห้อ อินฟินิที ส่วนซูบารุนั้นไม่มี แต่อย่างไรก็ตาม ซูบารุออกแบบเลกาซีมาให้มีความหรูหรา และล้ำหน้าอยู่พอสมควร

เลกาซี มีค่าความต้านทางอากาศ Cd ต่ำกว่ารถรุ่นอื่นๆ ที่ซูบารุเคยผลิต เพราะการออกแบบให้มีความโค้งมน ส่วนเครื่องยนต์ ใช้เครื่องยนต์ 3 ขนาด คือ 1800, 2000 และ 2200 ซีซี 4สูบแถวเรียง เครื่องยนต์หัวฉีด ขับเคลื่อนล้อหน้า แต่มีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือกเป็นออปชั่น (ซึ่งหาได้ยากในรถขนาดกลาง) มีกระจกไฟฟ้า, พวงมาลัยเพาเวอร์, ช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ (2 ล้อหน้า ใช้ แมคเฟอร์สันสตรัท, 2ล้อหลัง ใช้แชปแมนสตรัท), เซ็นทรัลล็อค, ดิสก์เบรก 4 ล้อ และ Air suspension ควบคุมความสูงของรถ ซึ่งจะทำให้รถเตี้ยลงอัตโนมัติเมื่อวิ่งเร็วกว่า 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำให้ลมที่ผ่านใต้ท้องรถน้อยลง ลดอาการเหินหรือลอยขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง และเมื่อผู้ขับต้องการขับบนทางวิบาก ก็จะสามารถสั่งให้รถยกสูงขึ้นได้

เลกาซีมีตัวถัง 2 แบบใหญ่ๆ คือ ซีดาน 4 ประตู และวากอน 5 ประตู ซึ่งวากอน จะมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระมากกว่า ใหญ่และหนักกว่า เครื่องยนต์ที่ให้กำลังสูงที่สุดที่มีให้เลือกในเลกาซีแบบซีดาน คือ EJ20G เครื่องยนต์ 2000 ซีซี ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟต์ พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 220PS ซึ่งต่อมา ซูบารุได้ดัดแปลงไปใช้กับรถยนต์นั่งขนาดที่เล็กของซูบารุรุ่นหนึ่ง คือ อิมพรีซา กลายเป็น อิมพรีซารุ่นสปอร์ต หรือ อิมพรีซา ดับเบิลยูอาร์เอ็กซ์ ซึ่งก็สร้างชื่อเสียงให้อิมพรีซามาจนถึงปัจจุบัน เครื่องยนต์ที่ให้กำลังสูงสุดในแบบวากอน ซึ่งมีเฉพาะในญี่ปุ่นเท่านั้น คือเครื่อง 2200 ซีซี ดับเบิลโอเวอร์เฮดแคมชาฟต์ พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 279PS

[แก้] รุ่นที่ 2 (พ.ศ. 2537-2542)

ซูบารุ เลกาซี รุ่นที่ 2

เลกาซีรุ่นที่ 2 เปิดตัวด้วยราคา 2.75 ล้านเยน (ประมาณ 25,250 ดอลลาร์สหรัฐ)[2] ในช่วงปี 2539 เป็นต้นมา เลกาซีในอเมริกา ได้ยกเลิกการใช้ระบบขับเคลื่อนล้อหน้า ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อถือเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ใช้ทุกคัน ส่วนเลกาซีในภูมิภาคอื่น ยังมีให้เป็นตัวเลือก และยังมีการนำพื้นฐานของเลกาซี ออกแบบเป็นซูบารุ เลกาซี แกรนด์ วากอน ซึ่งต่อมาได้พัฒนาไปเป็น ซูบารุ เอาท์แบ็ค (Subaru Outback) แต่อย่างไรก็ตาม เลกาซีรุ่นที่ 2 ไม่มีระบบ Air suspension

เลกาซีรุ่นที่ 2 ถุงลมนิรภัยคู่หน้าถูกบรรจุเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มีระบบทำความร้อนเบาะหนัง และอื่นๆ อีกเล็กน้อย แต่ในช่วงนี้ เลกาซีที่ขายในสหรัฐ เป็นเครื่องยนต์จะเป็นแบบประจุอากาศด้วยตนเอง (naturally-aspired engine) ซึ่งแปลง่ายๆ ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่ติดเทอร์โบ

[แก้] รุ่นที่ 3 (พ.ศ. 2541-2547)

ซูบารุ เลกาซี รุ่นที่ 3

เลกาซีรุ่นที่ 3 ได้ยกเลิกระบบขับเคลื่อนล้อหน้าลงทั้งหมดในทุกตลาด ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของเลกาซีทั่วโลกตั้งแต่รุ่นนี้เป็นต้นไป ในช่วงรุ่นที่ 3 เลกาซีมีเครื่องยนต์หลายขนาด หนึ่งในนั้นคือ เครื่องยนต์ 6 สูบแถวเรียง 3000 ซีซี เป็นครั้งแรกที่เลกาซีมีเครื่องยนต์แบบ 6 สูบ และในปี 2543 ยังมีการเพิ่มอุปกรณ์ Daytime running lamp ซึ่งจะเป็นหลอดไฟฟ้าแบบไดโอดเปล่งแสง จะทำงานอัตโนมัติเมื่อติดเครื่องในช่วงกลางวัน เพิ่มการมองเห็นสำหรับผู้ขับขี่คันอื่น และเมื่อเปิดไฟหน้ากลางคืนแล้ว ก็จะหรี่ลง ช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งสหภาพยุโรป ได้ประกาศให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานบังคับสำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะเข้าจำหน่ายตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นไป

นอกจากนี้เลกาซียังมีระบบกรองอากาศที่ดีกว่าเดิม พร้อมระบบเกียร์แบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งให้ผู้ขับขี่สามารถปรับเปลี่ยนการขับขี่ได้ทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ และแบบเกียร์ธรรมดาเมื่อต้องการ

[แก้] รุ่นที่ 4 (พ.ศ. 2546-2552)

ซูบารุ เลกาซี รุ่นที่ 4

เลกาซีรุ่นที่ 4 เป็นรุ่นแรกและรุ่นเดียวของซูบารุ ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ประเทศญี่ปุ่น เป็นเลกาซีรุ่นแรกที่มีเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด (ส่วนเกียร์เบบอัตโนมัติ 4 สปีด และธรรมดา 5 สปีด ก็ยังคงผลิตอยู่) และเครื่องยนต์แบบเทอร์โบกลับมาใช้อีกครั้งในอเมริกา หลังจากยุติลงไปในช่วงรุ่นที่ 2

ในปี 2551 ซูบารุได้ใส่อุปกรณ์ใหม่ในเลกาซี คือ EyeSight โดยจะเป็นกล้องมองหน้า ติดอยู่ที่กระจกข้าง 2 ข้าง แล้วจับภาพเป็นภาพ 3 มิติ ด้วยหลักการเดียวกับดวงตาของมนุษย์ และรับรู้ได้ถึงระยะห่างระหว่างรถคันหน้า ซึ่งจะคอยควบคุมหรือเตือนผู้ขับขี่ได้หากเข้าใกล้มากเกินไป ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในเลกาซีในญี่ปุ่นเท่านั้น[3] และในปีเดียวกัน เลกาซีรุ่นที่ 4 ในสหรัฐฯ ในรุ่น 2.5i ได้ผ่านมาตรฐานไอเสียบางตัวเป็นศูนย์ (Partial Zero-Emissions Vehicle;PZEV) ซึ่งแปลว่า ระบบเชื้อเพลิงออกแบบได้ดี ไม่มีการระเหยของเชื้อเพลิงหรือก๊าซต่างๆ ระหว่างกระบวนการเผาไหม้ ตั้งแต่ถังน้ำมัน เครื่องยนต์ จนถึงก่อนจะออกจากท่อไอเสียไม่เกิดการรั่วซึมเลย ส่วนรุ่นอื่นๆ ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานไอเสียต่ำสหรัฐอเมริกาเฟสที่ 2 (Low-Emissions Vehicle;LEV) ซึ่งแปลว่าการเผาไหม้โดยรวมค่อนข้างสมบูรณ์ ทำให้ปริมาณไอเสียโดยรวมทุกตัวออกมาต่ำ (ตามหลักเคมี หลังการเผาไหม้นั้น จะต้องได้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ รถยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์นัก จะทำให้เกิดก๊าซพิษปนออกมาพร้อมกับคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ และอื่นๆ ซึ่งเป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หลายเท่าตัว แต่รถที่ผ่าน LEV จะต้องมีกระบวนการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ ไอเสียมีก๊าซพิษปนออกมาในอัตราว่วนที่ต่ำ แต่มาตรฐาน LEV ไม่ใช่มาตรฐานประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงแต่อย่างได รถที่ใช้น้ำมันอย่างสิ้นเปลืองมาก ถ้ามีก๊าซพิษปนออกมาในอัตราส่วนที่ต่ำ สามารถได้มาตรฐานนี้ได้)

[แก้] รุ่นที่ 5 (พ.ศ. 2552-ปัจจุบัน)

ซูบารุ เลกาซี รุ่นที่ 5

เลกาซีรุ่นที่ 5 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 มีจุดเด่นอยู่ที่ระบบเกียร์ ซูบารุได้เปลี่ยนให้เลกาซี และรุ่นอื่นๆ อีก 2 รุ่น เปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ ไปใช้เกียร์อัตราทดแปรผันต่อเนื่อง หรือ CVT (Continuously Variable Transmissions) โดยที่ได้ออกแบบใหม่ เป็นเกียร์ CVT แบบ Lineartronic ซึ่งได้แก้ปัญหาของเกียร์ CVT รุ่นอื่นๆ ที่ใช้สายพาน ซึ่งมีอายุการใช้งานจำกัด และอาจมีปัญหาจุกจิกในการใช้งาน โดยเปลี่ยนมาใช้เข็มขัดโลหะ ซึ่งทำให้อายุการใช้งานนานกว่าเดิมมาก และโอกาสพบปัญหาก็มีน้อย และระบบพูเลย์ได้รับการออกแบบใหม่ และเกียร์ CVT สามารถจดจำอัตราทดที่จะตั้งค่าจากโรงงานได้ 6 ระดับ ซึ่งจะนำมาใช้เมื่อผู้ขับขี่เปิดโหมดเกียร์ธรรมดา ดังนั้นเกียร์ CVT ของเลกาซี จึงเป็นได้ทั้งเกียร์อัตโนมัติ ที่อัตราทดแปรผันต่อเนื่อง และเกียร์ธรรมดาได้ในคันเดียวกัน และสามารถประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้เป็นอย่างดี[4]

เลกาซีรุ่นที่ 5 ผ่านมาตรฐานมลพิษในไอเสียของยุโรประดับ 5 (Euro 5) และได้มาตรฐาน PZEV ในสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยนั้น ปัจจุบัน ซูบารุ เลกาซี มีราคาประมาณ 2 ล้านบาท[5]

[แก้] อ้างอิง

[แก้] ดูเพิ่ม

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น