ซุ้มไม้เลื้อย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


“ซุ้มไม้เลื้อย” บนเนินต่างระดับที่เซ็ตติโม วิตโตเนในบริเวณแคว้นพีดมอนต์ในประเทศอิตาลี
ซุ้มไม้เลื้อยเป็นอุโมงค์

ซุ้มไม้เลื้อย (อังกฤษ: Pergola) เป็นสิ่งก่อสร้างประดับสวน (garden feature) ที่มีลักษณะเป็นซุ้มเหนือทางเดินหรือบริเวณบริเวณที่นั่งพักผ่อน ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นร่มเงา ตัวสิ่งก่อสร้างประกอบด้วยเสาและตารางไม้โปร่ง (lattice) เพื่อให้ไม้สามารถเลื้อยได้หรือช่วยรักษารูปทรงของไม้เลื้อยตามทรงหรือโครงสร้างที่ต้องการ ซุ้มไม้เลื้อยเป็นศาลาสวนประเภทหนึ่ง หรืออาจจะเป็นส่วนที่สร้างติดกับสิ่งก่อสร้างอื่น

คำว่า “pergula” มาจากภาษาละตินที่หมายถึงชายคาที่ยื่นออกไป[1] คำนี้นำเข้ามาใช้ในภาษาอังกฤษจากภาษาอิตาลีเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1645 โดยจอห์น เอเวลินที่สำนักสงฆ์ทรินิตาเดอิมอนติ (Trinità dei Monti) ในกรุงโรม[2] และใช้ในอังกฤษในปี ค.ศ. 1654 ในหมู่ของเอิร์ลแห่เพมโบรค เมื่อเอเวลินดูการไล่กระต่ายโดยสุนัขเกรฮาวนด์ใน “ซุ้มไม้เลื้อย” ที่สร้างเพื่อการนี้โดยเฉพาะ[3]

ซุ้มไม้เลื้อยเกี่ยวข้องกับศาลา ที่อาจจะเป็นส่วนที่ต่อออกไปจากประตูสิ่งก่อสร้างออกไปยังสวน หรืออาจจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่เป็นอิสระที่ให้ร่มเงาตามทางเดิน

ซุ้มไม้เลื้อยในปัจจุบันมักจะเป็นสิ่งก่อสร้างที่ถาวรกว่า “อุโมงค์ไม้เลื้อย” หรือ “อุโมงค์เขียว” ของสวนในปลายยุคกลางหรือต้นยุคยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาที่ใช้การดัดยอดที่ออกใหม่ของไม้ที่ดัดง่ายเช่นวิลโลว์หรือเฮเซิลให้เป็นซุ้มโค้งเป็นระยะๆ และสานกันเพื่อให้ไม้เลื้อยได้ และทำเป็นทางเดินที่ให้ร่มเงาและเป็นที่หลบจากความร้อนจากแดดในหน้าร้อน หรืออาจจะพอใช้หลบฝนได้บ้าง คฤหาสน์ลาเพทราเอียของตระกูลเมดิชิใช้ซุ้มไม้เลื้อยที่ในที่สุดก็กลายมาเป็นศาลาสวน

เมื่อการตกแต่งสวนในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 หันมานิยมการจัดสวนแบบธรรมชาติ ซุ้มไม้เลื้อยก็หมดความนิยมลงไปเพราะถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ การก่อสร้างซุ้มไม้เลื้อยในปัจจุบันมักจะทำด้วยไม้มากกว่าที่จะทำด้วยอิฐซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างลดน้อยลง และเป็นการช่วยทำให้ซุ้มไม้เลื้อยเป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นด้วย โดยทั่วไปซุ้มไม้เลื้อยอาจจะสร้างจากไม้ที่ทนแดดทนฝนเช่นไม้ซีดาร์แดง หรือไม้เรดวูด บางครั้งก็จะทาสีขาวหรือปล่อยให้เป็นสีเนื้อไม้ตามธรรมชาติ

อ้างอิง [แก้]

  1. พจนานุกรมภาษาอังกฤษ ฉบับออกซฟอร์ด, s.v. "pergola;" Dictionary.com, "pergola".
  2. Diary and Correspondence of John Evelyn, F.R.S, 22 February 1645.
  3. Diary and Correspondence of John Evelyn, F.R.S, 20 July 1654.

ดูเพิ่ม [แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]