ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์
| ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์ | |
|---|---|
|
ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์ โดย ชาร์ลส์ เจอร์วาส (Charles Jervas) หลัง ค.ศ. 1714[1] |
|
| ขุนนางอังกฤษ | |
| เกิด | (5 มิถุนายน ค.ศ. 1660, เซนต์อัลบัน, ฮาร์ทฟอร์ดเชอร์ |
| เสียชีวิต | ราว 18 ตุลาคม ค.ศ. 1744 |
| บิดา | ริชาร์ด เจ็นนิงส์ |
| มารดา | ฟรานซ ธอร์นเฮิร์สท์ |
| สามี | จอห์น เชอร์ชิลล์ ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 1 |
| บุตร/ธิดา | เฮ็นเรียตตา โกโดลฟิน ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 2 แอนน์ สเป็นเซอร์ เคานเทสแห่งซันเดอร์แลนด์และอื่นๆ |
| บทบาท/งาน | พระสหายสนิทของพระราชินีนาถแอนน์และผู้มีบทบาทในการก่อสร้างวังเบล็นไฮม์ |
| ขุนนางอังกฤษ - กษัตริย์อังกฤษ - ชาวอังกฤษ | |
ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์ หรือ ซาราห์ เจ็นนิงส์ (ภาษาอังกฤษ: Sarah Churchill, Duchess of Marlborough) (5 มิถุนายน ค.ศ. 1660 – ราว 18 ตุลาคม ค.ศ. 1744) เป็นชาวอังกฤษ เป็นผู้มีบทความสำคัญในการเป็นพระสหายสนิทของสมเด็จพระราชินีนาถแอนน์ แห่งบริเตนใหญ่ ในรัชสมัยของพระองค์ซาราห์ได้รับตำแหน่งสูงสุดสำหรับสตรีในราชสำนักในฐานะเจ้ากรมพระภูษามาลา ความสัมพันธ์อันสนิทสนมของแอนน์และพระราชินีนาถแอนน์เป็นที่รู้กันทั่วไปจึงทำให้ผู้ที่ต้องการอะไรจากพระราชินีนาถแอนน์ต้องเข้ามาขอให้ซาราห์ช่วย นอกจากนั้นซาราห์ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างวังเบล็นไฮม์เพื่อเป็นเกียรติแก่สามีผู้เป็นวีรบุรุษในการสงคราม
ในสมัยที่การแต่งงานของผู้มีฐานะเป็นการแต่งงานเพื่อเพิ่มฐานะทางการเงินแต่ซาราห์มีความสัมพันธ์อันดีกับสามี, จอห์น เชอร์ชิลล์ ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 1ผู้ที่ซาราห์สมรสด้วยเมื่อปี ค.ศ. 1677 ซาราห์เข้าข้างเจ้าหญิงแอนน์ระหว่างการปฏิวัติอันรุ่งโรจน์และหลังจากที่พระเจ้าเจมส์ที่ 2สละราชสมบัติ เมื่อเจ้าหญิงแอนน์ขึ้นเสวยราชย์หลังจากพระเจ้าวิลเลียมที่ 3สวรรคตในปี ค.ศ. 1702 เป็นพระราชินีนาถแอนน์ ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์และ ซิดนีย์ โกโดลฟิน เอิร์ลแห่งโกโดลฟินที่ 1 (Sidney Godolphin, 1st Earl of Godolphin) ก็ได้รับตำแหน่งสำคัญทางการเมือง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความสัมพันธ์ระหว่างซาราห์กับพระราชินีนาถแอนน์ เมื่อดยุคแห่งมาร์ลบะระห์นำทัพไปต่อสู้ในสงครามสืบราชบัลลังก์สเปนในยุโรป ซาราห์ก็เขียนจดหมายไปถึงสามีเล่าถึงความเป็นไปในราชสำนัก และนอกจากนั้นซาราห์ก็ยังเป็นผู้มีอิทธิพลในการให้คำปรึกษาแก่พระราชินีนาถแอนน์เมื่อดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ส่งรายงานการสงครามกลับมาถวายจากสนามรบ[2]
ความเป็นหัวแข็งและความเป็นคนชอบเอาชนะของซาราห์เป็นสาเหตหนึ่งที่ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระราชินีนาถแอนน์และซาราห์มาสิ้นสุดลงในที่สุดในปี ค.ศ. 1711 ซาราห์และสามีถูกปลดจากหน้าที่ในราชสำนัก แต่ก็ได้กลับรับราชการอีกครั้งในสมัยราชวงศ์ฮาโนเวอร์หลังจากพระราชินีนาถแอนน์เสด็จสวรรคต แต่ต่อมาซาราห์ก็ยังคงมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับคนสำคัญๆ รอบข้างอีกหลายคนเช่น เฮ็นเรียตตา โกโดลฟิน ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 2 (Henrietta Godolphin, 2nd Duchess of Marlborough) ลูกสาวคนที่สอง; จอห์น แวนบรูห์ (John Vanbrugh) สถาปนิกผู้ออกแบบและสร้างวังเบล็นไฮม์; โรเบิร์ต วอลโพล เอิร์ลแห่งอ็อกฟอร์ดที่ 1 (Robert Walpole, 1st Earl of Orford) ผู้มักจะถูกบรรยายว่าเป็น “นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร”คนแรก; พระเจ้าจอร์จที่ 2 และ พระราชินีคาโรไลน์ หลังจากที่ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ถึงแก่อสัญกรรมซาราห์ก็ได้รับเงินจำนวนที่มากพอที่จะทำให้เป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในยุโรปคนหนึ่ง[3][4] ซาราห์เสียชีวิตราววันที่ 18 ตุลาคม ค.ศ. 1744 เมื่ออายุได้ 84 ปี
[แก้] อ้างอิง
- ^ "ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์". Government Art Collection. http://www.gac.culture.gov.uk/search/Object.asp?object_key=17307. เรียกข้อมูลเมื่อ 2007-08-08.
- ^ Murray, p. 12, 13 vol 1
- ^ ฟอล์คเนอร์, ซาราห์ เชอร์ชิลล์ ดัชเชสแห่งมาร์ลบะระห์ (1660–1744). สืบค้นวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 2007
- ^ ฟิลด์ หน้า 315
[แก้] ดูเพิ่ม
- จอห์น เชอร์ชิลล์ ดยุคแห่งมาร์ลบะระห์ที่ 1
- สมเด็จพระราชินีนาถแอนน์แห่งบริเตนใหญ่
- สมเด็จพระเจ้าเจมส์ที่ 2 แห่งอังกฤษ
- การปฏิวัติอันรุ่งโรจน์
- วังเบล็นไฮม์
- จอห์น แวนบรูห์