ซามูไรทรูปเปอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซามูไรทรูปเปอร์
ชื่อไทย ซามูไรทรูปเปอร์
ชื่อญี่ปุ่น 鎧伝サムライトルーパー
ชื่ออังกฤษ Ronin Warriors
ประเภท โชเน็น
แนว ต่อสู้
มังงะ
เขียนเรื่อง เออิจิโร่ โอดะ
สำนักพิมพ์ ญี่ปุ่น โคดันฉะ
เมื่อ 2531 – ปัจจุบัน
จำนวนเล่ม 2 เล่ม
ภาพยนตร์การ์ตูนโทรทัศน์
ผู้กำกับ มาซาชิ อิเคดะ
ออกแบบตัวละคร โนริโอะ ชิโอยามะ
ผลิตโดย ญี่ปุ่น ซันไรส์
ฉายทาง ญี่ปุ่น นาโงยะ ทีวี, ทีวีอาซาฮี
ไทย ช่อง 5
ฉายครั้งแรก 30 เมษายน 2531 - 4 มีนาคม 2532
จำนวนตอน 39 ตอน
โอวีเอ
Gaiden
สร้างสรรค์ ซันไรส์
ตอน 2 ตอน
โอวีเอ
Legend of Kikoutei
สร้างสรรค์ ซันไรส์
ตอน 4 ตอน
โอวีเอ
Message
สร้างสรรค์ ซันไรส์
ตอน 5 ตอน
Wikikartoon.png ส่วนหนึ่งของสารานุกรมการ์ตูนญี่ปุ่น

ซามูไรทรูปเปอร์ (ญี่ปุ่น: 鎧伝サムライトルーパー Yoroiden Samurai Torūpā ? ; อังกฤษ: Ronin Warriors) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่น แนวโชเน็น แต่งโดยยาทาเตะ ฮาจิเมะ ผลิตโดยบริษัทซันไรส์ ออกอากาศที่ประเทศญี่ปุ่น ทางสถานีนาโงยะ ทีวีและทีวีอาซาฮี ทุกวันเสาร์ เวลา 17.30-18.00 น. ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2531 ถึง 4 มีนาคม พ.ศ. 2532 มีความยาวทั้งสิ้น 39 ตอน และต่อมาสร้างเป็นโอวีเออีก 3 ภาคด้วยกัน ในปี พ.ศ. 2532 ถึง พ.ศ. 2534

โครงเรื่อง[แก้]

ซามูไรทรูปเปอร์ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กหนุ่มทั้ง 5 ต่างที่มาและต่างจิตใจ ผู้สวมชุดเกราะ โยโร่ยเกียร์ เกราะเกียร์ในตำนานที่ผนึกด้วยลูกแก้วแห่งคุณธรรมทั้งห้าแห่งจิตใจของมนุษย์ ต่อสู้กับจอมปีศาจอาราโกและเหล่าปีศาจร้าย เพื่อปกป้องโลกมนุษย์ ซึ่งเป็น 1 ในผลงานที่ได้รับอิทธิพลมาจากเซนต์เซย่า อีกทั้งยังออกอากาศในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ ซามูไรทรูปเปอร์ ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในสมัยนั้น ตัวละครในเรื่องได้แรงบันดาลใจจากยุคสงครามญี่ปุ่น ในสมัยเอโดะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในยุคของโอดะ โนบุนากะ ขุนพลนักรบผู้เป็นตำนานแห่งประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นพร้อมด้วยเหล่านักรบซามูไรทั้ง 4 คือซานาดะ ยูคิมูระ ดาเตะ มาซามุเนะ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และ โมริ โมโตนาริ

การออกอากาศในต่างประเทศ[แก้]

ซามูไรทรูปเปอร์ มีชื่อภาคภาษาอังกฤษว่า Ronin Warriors แปลจากต้นฉบับเดิมที่เป็นภาษาญี่ปุ่นโดยบริษัทเกรซ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด ออกอากาศที่สหรัฐอเมริกาทางช่องการ์ตูนแนวไซไฟของการ์ตูนเน็ตเวิร์ก ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ถึง 17 สิงหาคม พ.ศ. 2538 และออกวางจำหน่ายในรูปแบบDVDในปี 2546 โดยยังคงลักษณะของต้นฉบับญี่ปุ่นทุกประการ Ronin Warriors มีการปรับเปลี่ยนในภาคภาษาอังกฤษ เล็กน้อยเกี่ยวกับชื่อของตัวละครของเรื่องเพื่อความเหมาะสมในรูปแบบของภาษาที่แปล เช่นภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และ ภาษาอิตาลี แต่ยังคงเทียบกับต้นฉบับเดิมของญี่ปุ่นที่เป็นต้นแบบตลอดทั้งเรื่อง

สำหรับในประเทศไทยซามูไรทรูปเปอร์ เคยออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5เมื่อปี พ.ศ. 2532 ทุกเย็นวันจันทร์ เวลาประมาณ 18:00 - 18:30 น. นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ให้การสนับสนุนการออกอากาศ โดยใช้ชื่อว่า "แจลตูน โชว์" ปัจจุบันในประเทศไทย ได้จัดทำ VCD การ์ตูนซามูไรทรูปเปอร์ จำนวน 19 แผ่น (ตอนที่ 1 – 39 และตอนพิเศษ 3 ตอน คือจิตวิญญาณแห่งนักรบ ตำนานเกราะ คิโคเท คืนชีพตำนานเกราะนักรบ) ในรูปแบบของ DVD 2 ภาษา (ภาษาญี่ปุ่นและภาษาไทย) โดยบริษัท การ์ตูนอินเตอร์ จำกัด และจัดจำหน่ายโดยบริษัท พีระมิด ดิจิตอล จำกัด

เนื้อเรื่อง[แก้]

เกราะเกียร์คือชุดเกราะ ในตำนานของเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ นักรบชุดเกราะที่ทรงพลังและกล่าวขานกันว่าสามารถช่วยปกป้องโลกจากเหล่าปีศาจและจอมปีศาจอาราโก ได้ ศาสตราจารย์ยางิวเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีทำการศึกษาและค้นคว้าเกี่ยวกับเกราะเกียร์ในตำนานซึ่งเชื่อว่ามีอยู่จริง โดยมียางิว นาสตี้หลานสาวเป็นผู้ช่วย ที่สถาบันวิจัยศาตราจารย์ ยางิว สามารถค้นพบแหล่งที่ซ่อนของชุดเกราะในตำนานทั้งห้า ซึ่งประกอบไปด้วยเกราะเกียร์เร็กกะ เกราะเกรียร์โคริน เกราะเกียร์เท็นคู เกราะเกียร์ซุยโคะ และเกราะเกียร์คองโก ในขณะเดียวกันจอมปีศาจอาราโกก็ได้ฟื้นคืนชีพจากการผนึกพลังของคาออส นักบวชลึกลับเมื่อพันปีก่อน ทำให้มีพลังปีศาจเพิ่มมากยิ่งขึ้นพร้อมกับส่งสมุนปีศาจออกอาละวาดทั่วญี่ปุ่น ทำให้ผู้คนต่างพากันหลบหนีและถูกฆ่าตายเป็นจำนวนมาก ยามาโนะ จุนเด็กชายตัวน้อยเป็นหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตจากการตามล่าของเหล่าสมุนปีศาจ พ่อแม่ของจุนถูกจับตัวไปยังโลกปีศาจ ที่สถาบันวิจัยของศาสตราจารย์ยางิวถูกเหล่าสมุนปีศาจเข้าเล่นงานเช่นกัน ศาสตราจารย์ยางิวได้ค้นพบปริศนาการปรากฏตัวของเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ นักรบผู้กล้าที่จะมาต่อสู้กับเหล่าปีศาจร้ายแต่ถูกเหล่าสมุนปีศาจฆ่าตายเสียก่อน นาสตี้หลบหนีออกจากสถาบันวิจัยและได้พบกับจุนที่กำลังหนีการตามล่าของเหล่าสมุนปีศาจ นาสตี้ได้ช่วยชีวิตจุนไว้และพากันหลบหนี ในขณะเดียวกันที่ย่านชินจุกุ ได้มีเด็กหนุ่มลึกลับผู้หนึ่งเดินอยู่กลางถนนพร้อมกับเสือขาวตัวโตท่ามกลางความวุ่นวายในเมือง สร้างความแตกตื่นตระหนกตกใจให้กับผู้คนที่กำลังขวัญเสียเป็นอย่างมาก

ซานาดะ เรียวเด็กหนุ่มลึกลับเข้าช่วยเหลือจุนและนาสตี้จากเหล่าสมุนปีศาจ เรียวและเสือขาวเข้าต่อสู้อย่างกล้าหาญ เรียวถูกโซ่เคียวของสมุนปีศาจที่ด้านหลังทำให้เสื้อที่สวมอยู่ขาด เผยสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในออกมาให้นาสตี้เห็น เกราะอ่อนสีแดงสวมอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มลึกลับทำให้นาสตี้ดีใจมากที่ได้พบกับเหล่าผู้กล้าในตำนานที่ปู่ของเธอกำลังศึกษาค้นคว้าอยู่ และในขณะที่กำลังเสียท่านั้นก็ปรากฏร่างของเด็กหนุ่มลึกลับอีกสี่คนที่สวมเกราะอ่อนเช่นเดียวกับเรียว เข้าช่วยเหลือและได้สวมชุดเกราะในตำนานเข้าต่อสู้กับเหล่าสมุนปีศาจ ขณะที่เหล่าซามูไรทรูปเปอร์ทั้งห้า รวมตัวกันต่อสู้กับเหล่าสมุนปีศาจที่ออกอาละวาดและกำลังจะยึดครองเมือง ขุนพลปีศาจชูเท็นโดจิก็ปรากฏกายขึ้น ทำให้การต่อสู้ของซามูไรทรูปเปอร์ทั้งห้าคนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม้ว่าคาออสนักบวชลึกลับผู้เป็นปริศนาแห่งชุดเกราะ จะเข้ามาช่วยเหลือไว้ได้ทัน แต่เมื่อจอมปีศาจอาราโก แสดงพลังอำนาจที่แท้จริงออกมา ทำให้ซามูไรทรูปเปอร์ทั้งห้าถูกพัดกระเด็นหายไป นาสตี้และจุนได้ออกติดตามหาเหล่าซามูไรทรูปเปอร์โดยอาศัยข้อมูลที่ศาสตราจารย์ยางิวศึกษาและค้นคว้าไว้ ปริศนาที่ซ่อนและนาสตี้ค่อย ๆ แกะเหล่าทรูปเปอร์ออกมาทีละคน โดยที่เรียวนั้นถูกปีศาจอาราโกพัดไปตกอยู่ที่ปล่องภูเขาไฟฟูจิ ในขณะที่นาสตี้และจุนกำลังช่วยเหลือเรียวจากปล่องภูเขาไฟแต่ก็ต้องพบกับการจู่โจมของชูเท็นโดจิ ที่เฝ้ารอคอยโอกาสที่นาสตี้และจุนช่วยเหลือเรียวออกมาจากปากปล่องภูเขาไฟฟูจิ เรียวต่อสู้กับชูเท็นโดจิและถูกผลักตกลงไปในปากปล่องภูเขาไฟอีกครั้ง เรียวกระเด็นตกลงไปในบ่อแม็กม่าที่เต็มไปด้วยหินหนืดและความร้อนจากปล่องภูเขาไฟ แต่ด้วยความร้อนแรงของแม็กม่าที่เดือดพล่าน ทำให้เกราะเร็กกะ เกราะแห่งเปลวเพลิง ฟื้นคืนพลังแห่งชุดเกราะกลับมาอีกครั้ง

หลังจากช่วยเหลือเรียวได้สำเร็จ ทั้งหมดพากันกลับไปยังสถาบันวิจัยของศาสตราจารย์ยางิวอีกครั้งเพื่อร่วมกันค้นหาเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ที่เหลือ แต่ก็ต้องพบกับเหล่า สมุนปีศาจ และขุนพลปีศาจ นาสะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ขุนพลของจอมปีศาจอาราโก เรียวต่อสู้กับนาสะจนชนะและช่วยกันสืบหาร่องรอยของ ดาเตะ เซจิ นักรบเกราะแห่งแสงสว่าง ที่นาสตี้สามารถแกะปริศนาพบว่า เซจินั้นหลับอยู่ภายใน อุโมงค์ อาคิโยชิ เรียวพร้อมด้วยนาสตี้และจุนเดินทางมายังอุโมงค์อาคิโยชิเพื่อหาทางช่วยเหลือเซจิจากการหลับใหล แต่ก็ถูกขัดขวางโดยนาสะที่ดักรออยู่ที่ปากอุโมงค์ จากการต่อสู้เรียวถูกพิษร้ายของนาสะทำให้นัยน์ตามองไม่เห็น นาสตี้และจุนถูกนาสะจับตัวไว้ เรียวหลบหนีนาสะเข้าไปภายในอุโมงค์ แต่ด้วยนัยน์ตาที่มืดมิดทำให้เรียวเป็นฝ่ายเสียเปรียบจากการต่อสู้ ในอุโมงค์เรียวพบกับเซจิที่หลับอยู่ภายในหินงอกหินย้อยขนาดยักษ์ สภาพนัยน์ตาที่บอดสนิททำให้เรียวมองไม่เห็นแม้แต่แสงสว่างเพียงเล็กน้อย ไม่สามารถเอาชนะเหล่าสมุนปีศาจและนาสะได้ ด้วยความผูกพันและสายใยแห่งมิตรภาพระหว่างเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ เรียวสามารถปลุกเซจิให้ตื่นจากการหลับใหลได้สำเร็จ และสามารถเอาชนะนาสะได้ แสงสว่างแห่งโคริน สามารถทำให้นัยน์ตาที่มืดมิดของเรียวกลับมามองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง เหล่าซามูไรทรูปเปอร์ที่ถูกพัดกระจัดกระจายด้วยพลังปีศาจของจอมปีศาจอาราโก ได้รวมตัวกันเพื่อออกตามหาผองเพื่อนนักรบเกราะที่เหลืออยู่อีกสามคน คือ ชินแห่งซุยโคะ ชูแห่งคองโก และ โทมะแห่งเท็นคู เซจิและนาสตี้แยกทางกับเรียว โดยเซจิและนาสตี้ออกเดินทางตามหา ชู เร ฟาน และ ฮาชิบะ โทมะ ส่วนเรียวออกเดินทางตามหาชิน ซึ่งหลบซ่อนตัวอยู่ใน น้ำวน บริเวณช่องแคบ นารุม่อน แต่ก็โดนนาสะตามมาขัดขวางอีก เรียวลงไปต่อสู้ใต้ น้ำ กับนาสะ แต่การต่อสู้ใต้น้ำทำให้เรียวเป็นฝ่ายเสียเปรียบ นาสะใช้พิษร้ายทำให้ ปลา ในบริเวณ ช่องแคบ นารุม่อนตายเป็นจำนวนมากจนทำให้ โมริ ชิน นักรบเกราะแห่งสายน้ำที่หลับใหลอยู่ในน้ำวน ตื่นขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นเข้าร่วมต่อสู้กับเรียวจนเอานาสะได้สำเร็จ

เซจิและนาสตี้ เดินทางไปยัง ภูเขา โอยูกิ เพื่อตามหา ชู เรฟาน ซึ่งหลับอยู่ที่นั่น แต่พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีของเหล่าสมุนปีศาจและขุนพลปีศาจ อานุบิสึ เซจิต่อสู้เพื่อปกป้องนาสตี้ ทำให้เขาต้องฝึกท่าไม้ตาย ดาบ สายฟ้า ให้สำเร็จภายในระยะเวลากระชั้นชิด เพื่อสามารถเอาชนะอานุบิสึและปลุกชูให้ตื่นจากการหลับใหลอยู่ภายในก้อนหินยักษ์ เซจิเอาชนะอานุบิสึและได้ตัวชู นักรบเกราะแห่งปฐพี เพิ่มอีกหนึ่งคน ส่วนทางด้านเรียวและชินถูกขุนพลปีศาจ ราจูร่า หลอกล่อว่าโทมะนั้นถูกจับตัวไว้ที่ ฮาชิดาเตะ แต่ทว่าเมื่อเรียวและชินไปยังฮาชิดาเตะตามที่ราจูร่าหลอกไว้ กลับพบเซจิและชูแทน ด้วยวิชาภาพมายาของราจูร่า ทำให้เหล่าผองเพื่อนนักรบต้องต่อสู้กันเอง และในขณะนี้เหล่าซามูไรทรูปเปอร์กำลังตามหาสมาชิกคนสุดท้ายที่ยังคงหลับใหลอยู่ในสถานที่แห่งหนึ่งที่ยังไม่ปรากฏแน่ชัด จอมปีศาจอาราโกก็สร้าง กระสุนมาร ขึ้นมา เพื่อหมายที่จะกำจัดโทมะ นักรบเกราะแห่งอากาศ ก่อนที่เหล่าซามูไรทรูปเปอร์จะปลุกโทมะให้ตื่นขึ้นมา กระสุนมารของจอมปีศาจทำให้เหล่าซามูไรทรูปเปอร์ต้องหาทางยับยั้งไม่ให้ทำลายโทมะได้สำเร็จ ทั้งหมดต่อสู่กับขุนพลปีศาจที่พยายามขัดขวางการตื่นของโทมะ จนเกือบพลาดท่าเสียทีเหล่าขุนพลปีศาจ แต่ในที่สุดซามูไรทรูปเปอร์ทั้งหมดก็ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง เวลาแห่งการตัดสินระหว่างนักรบเกราะทั้งห้าและจักรพรรดิ์แห่งโลกปีศาจใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ในระหว่างที่ทั้งหมดกำลังปรึกษาหารือในการต่อสู้ ประตูอสูร ขนาดใหญ่กลับปรากฏขึ้นที่ใจกลางกรุง โตเกียว กองทัพปีศาจขนาดยักษ์ได้บุกเข้าสู่ในกลางย่าน ชินจุกุ พร้อมกับการปรากฏตัวของอานุบิสึ ผู้มีพลังแห่งความมืดอันแรงกล้า แต่เซจิแห่งโคริน ก็สามารถใช้พลังแห่งแสงสว่างโคริน ขับไล่ความมืดที่ชั่วร้ายที่กำลังจะครอบงำ โลก ได้สำเร็จ

ซามูไรทรูปเปอร์ ทั้งห้าคนต่อสู้กับเหล่าสมุนปีศาจและขุนพลปีศาจจนสามารถเอาชนะได้ แต่ก็ต้องมาติดกับดักอันชั่วร้ายของเหล่าขุนพลปีศาจทั้งสี่ ทำให้ต้องแยกย้ายกระจัดกระจายกันไปอยู่ในโลกมายาของ เมืองปีศาจ และในระหว่างการต่อสู้อันดุเดือนของเหล่าซามูไรทรูปเปอร์และเหล่าปีศาจ ความลับอันน่าตกใจของ เกราะเกียร์ ทั้งหมด ก็เปิดเผยออกมา ความจริงที่เก็บงำมานานกว่าพันปีสร้างความตกใจให้แก่นักรบเกราะทั้งห้าเป็นอย่างมาก ชูเท็นโดจิพลาดท่าเสียทีเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ ทำให้จอมปีศาจเจ็บแค้นมาก จึงใช้พลังปีศาจทำให้ชูเท็นโดจิกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ปราศจากจิตใจและความรู้สึก เข้าต่อสู้กับเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ แต่เดิมนั้นชูเท็นโดจิไม่เห็นด้วยกับแผนการหลาย ๆ อย่างของโลกปีศาจ แต่เขากลับถูกทำให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร จิตใจฝ่ายดีของเขากำลังต่อสู้กับตัวตนภายนอก ทำให้ไม่สามารถเอาชนะเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ได้ ในที่สุดเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ก็บุกมาจนถึง ปราสาท ของจอมปีศาจอาราโก แต่หลังจากบุกมาจนถึงปราสาทของอาราโก แต่ไม่ว่าพวกเขาจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถฝ่าด่าน ประตู เข้าไปยังภายในของปราสาทได้ ในขณะที่สถานการณ์กำลังย่ำแย่อยู่นั้น ก็ปรากฏร่างของชายลึกลับผู้หนึ่งขึ้นมาเข้าช่วยเหลือเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ ทำให้สามารถเข้าไปยังภายในปราสาทได้สำเร็จ แต่ก็พบกับขุนพลปีศาจอีกสามคนคือนาสะ ราจูร่าและอนุบิสึ ไร้วี่แววของชูเท็น ระหว่างการต่อสู้เหล่าสามขุนพลปีศาจได้รับพลังอันชั่วร้ายมาจากเหล่า วิญญาณ ทมิฬที่คอยช่วยเหลืออยู่ เหล่านักรบเกราะบุกตะลุยฝ่าด่านเหล่าขุนพลปีศาจจนมาพบกับจอมปีศาจ เกิดการต่อสู้ห้ำหั่นกันอย่างดุเดือน แต่ในที่สุดการต่อสู้ระหว่างเหล่าซามูไรทรูปเปอร์และจอมปีศาจก็ถึงจุดแตกหัก เมื่อเหล่านักรบผู้ผดุงความยุติธรรมทั้งห้า สามารถรวมพลังเป็นหนึ่งเดียว ทว่าในตอนนั้นเองความลับอันน่าตกตะลึงของเกราะเกียร์ก็เปิดเผยออกมา

เกราะเกียร์ของเหล่าซามูไรทรูปเปอร์และเกราะเกียร์ของเหล่าขุนพลปีศาจ!!! ถือกำเนิดออกมาจากจอมปีศาจอาราโก โดยที่เกราะเกียร์ของเหล่าทรูปเปอร์และขุนพลปีศาจนั้น ได้ถูกคาออส นักบวชลึกลับใช้พลังแห่งคุณธรรมทั้งเก้าของจิตใจมนุษย์ สะกดแยกออกจากร่างของจอมปีศาจอาราโกที่แบ่งออกเป็นเก้าส่วน ชุดเกราะของเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ที่ผนึกด้วยคุณธรรมทั้งห้าของจิตใจมนุษย์ คือ จิน งิ เร ชิน ฉิ สามารถคงอยู่ภายในชุดเกราะทั้งห้า แต่ ชู โค เท นิน คุณธรรมประจำจิตใจอีกสี่ที่อยู่ภายในชุดเกราะที่เหลือ ถูกจอมปีศาจกลืนกินคุณธรรมภายในชุดเกราะให้กลายเป็นจิตวิญญาณแห่งปีศาจ ทำให้จอมปีศาจได้เพียงเกราะเกียร์สี่ชุดเท่านั้น ขณะนั้นเองร่างยักษ์ของจอมปีศาจก็ฟื้นคืนชีพจากเมื่อหลายพันปีก่อน แถมยังดูดกลืนเอาพลังของ เกราะเกียร์ ของเหล่าทรูปเปอร์และขุนพลปีศาจ เข้าไปไว้ในตัวของมันเองเพื่อเป็นการเพิ่มพลังปีศาจ เหลือเพียงแต่เรียวคนเดียวที่ยังคงรอดชีวิตอยู่ แต่ด้วยพลังเพียงคนเดียวทำให้เรียวไม่สามารถต่อสู้กับจอมปีศาจและเอาชนะกับร่างยักษ์ที่มีพลังจากเกราะเกียร์ได้ ซามูไรทรูปเปอร์ทั้งสี่คน ที่ถูกจอมปีศาจอาราโกดูดเข้าไปไว้ในตัวเพื่อเพิ่มพลัง ได้รวมพลังกันเพื่อเปิดช่องว่างให้เรียวเข้าจู่โจมจอมปีศาจ แต่เรียวไม่สามารถทำร้ายจอมปีศาจได้เพราะเพื่อน ๆ อยู่ภายในตัวของจอมปีศาจ ทุกคนจึงรวมพลังเป็นหนึ่งส่งผ่านชุดเกราะให้กับเรียว เกิดเป็น ชุดเกราะคิโคเท และจอมปีศาจอาราโกก็พ่ายแพ้แก่พลังแห่งธรรมะ ชัยชนะเป็นของเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ แต่ทว่าจู่ ๆ ประตูอสูรก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ซาลัมโบ ปีศาจร้ายอีกตนหนึ่ง อาศัยช่องว่างระหว่างโลกมนุษย์และโลกปีศาจที่จอมมารเปิดไว้ แทรกซึมเข้ามายังโลกมนุษย์ โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่เกราะเกียร์ของเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ ทำให้เหล่าซามูไรทรูปเปอร์ทั้งห้า ที่มีเรียวซึ่งบาดเจ็บจากการต่อสู้ เข้าต่อกรกับซาลัมโบที่มีฝีมือเทียบเท่ากับจอมปีศาจอาราโก

ในการต่อสู่กับซาลัมโบ เรียวเข้าต่อสู้โดยสวมชุดเกราะคิโคเทสีขาวที่เกิดจากพลังแห่งจิตใจทั้งห้า แต่ด้วยพลังอันแรงกล้าของเกราะสีขาว ทำให้ดาบคู่แห่งเร็กกะซึ่งตรากตรำกรำศึกมาอย่างหนัก ไม่อาจต้านทานพลังปีศาจต่อไปได้ ดาบคู่แห่งเร็กกะหักสะบั้นในการต่อสู้ เหล่าซามูไรทรูปเปอร์ทั้งสี่คือ ดาเตะ เซจินักรบเกราะแห่งแสงสว่าง ชู เร ฟาน นักรบเกราะแห่งปฐพี โมริ ชิน นักรบเกราะแห่งสายน้ำ และ ฮาชิบะ โทมะ นักรบเกราะแห่งอากาศ พยายามหาดาบเล่มใหม่ให้แก่เรียว ทั้งหมดจึงมุ่งหน้าไปยังภูเขาไฟฟูจิ แต่ ณ ที่นั่น พวกเขากลับพบกับความน่าสะพรึงกลัวของศัตรูคนใหม่ ที่รอคอยพวกเขาอยู่ เบียคุเอ็น พยัคฆ์ขาวเพื่อนคู่ใจของนักรบเกราะแห่งเพลิง พยายามเข้าช่วยเหลือเรียวในการแย่งชิง ดาบโกเร็ตซึ แต่ทว่ามันกลับต้องมาเผชิญหน้ากับพยัคฆ์ดำ โคคุเอ็นโอ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องพิทักษ์ดาบโกเร็ตซึ เบียคุเอ็นเข้าต่อสู้กับโคคุเอ็นโออย่างอาจหาญเพื่อแย่งชิงดาบมาให้แก่เรียว แม้ตัวเองจะบาดเจ็บอย่างหนักจากการต่อสู้ก็ไม่ยอมแพ้ เบียคุเอ็นสามารถนำดาบโกเร็ตซึมาให้แก่เรียวได้สำเร็จแต่ก็ต้องแลกกับชีวิตของพยัคฆ์ขาวด้วยฝีมือของโคคุเอ็นโอ เหล่าสมุนปีศาจต่างทยอยดาหน้ากันออกมาต่อกรกับเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่เกราะสีขาวของเรียว ซึ่งหนึ่งในสมุนปีศาจคือนักรบฝีมือเยี่ยม แต่ทว่าลักษณะการต่อสู้ของนักรบลึกลับนั้น กลับมีบางสิ่งบางอย่างซ่อนเร้นอยู่

ความลับของเกราะเกียร์ทั้งห้ายังคงไม่กระจ่าง ปริศนาแห่งชุดเกราะยังคงเฝ้าวนเวียนให้นักรบผู้เป็นเจ้าของค้นหาที่มาแห่งปริศนานั้น นักบวชลึกลับคาออสผู้จากไปจากการต่อสู้กับจอมปีศาจอาราโก ได้มาเข้าฝันชินแห่งซุยโคะ ทำให้ชินตัดสินใจออกเดินทางเพื่อค้นหาความจริงของชุดเกราะแห่งสายน้ำ แต่แล้วเขากลับต้องมาเผชิญหน้ากับชุดเกราะซุยโคะอีกชุดหนึ่ง ทำให้ปริศนาที่ยังคงหลงเหลืออยู่และพลังที่ซ่อนเร้นภายในเกราะเกียร์คือพลังปีศาจหรือไม่ เซจิเองก็ค้นหาความเป็นจริงเช่นกัน เขาเดินทางไปยังถ้าอากิโยชิเพื่อค้นหาปริศนาตามที่คาออสได้บอกไว้ แต่ผู้ที่รอคอยเขาอยู่นั้นกลับกลายเป็นคู่ปรับเก่าอย่างอานูบิสึ ทำให้เซจิที่กำลังสับสนใจพลังของตัวเอง เข้าต่อสู้กับอานูบิสึเพื่อค้นหาปริศนา การใช้พละกำลังเข้าบดขยี้ศัตรู อาจไม่ใช่วิถีแห่งชัยชนะเสมอไป คราวนี้ถึงคราวของชู ที่จะต้องพยายามค้นหาคำตอบให้แก่การต่อสู้ของตนเองตามปริศนาธรรมที่คาออสผู้ล่วงลับไปแล้วทิ้งเอาไว้ ซึ่งโทมะเองก็ได้รับปริศนาจากคาออสเช่นกัน แต่ด้วยสติปัญญาอันเฉลียวฉลาดทำให้เขาสามารถไขปริศนาของคาออสและจัดการกับเหล่าสมุนปีศาจได้อย่างง่ายดาย แต่จู่ ๆ ก็ปรากฏร่างของปีศาจที่มีพลังในการต่อสู้สูงส่ง แถมมันยังไม่ใช่เหล่าขุนพลปีศาจทั้งสี่ที่เคยต่อสู้ด้วย

ในขณะที่เพื่อน ๆ ออกค้นหาปริศนาตามที่คาออสได้บอกไว้ เรียวกลับตัดสินใจที่จะบุกตะลุยเข้าไปในโลกปีศาจ แต่โทมะกลับไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของเรียว และในระหว่างที่ทั้งคู่ยังตกลงกันไม่ได้นั้น ได้ปรากฏขุนพลปีศาจคนที่ห้าคือ คายูร่า เข้าโจมตีทั้งคู่ เหล่าทรูปเปอร์ที่แยกกระจัดกระจายทำให้ทั้งสองไม่สามารถจัดการกับคายูร่าและบุกฝ่าเข้าไปในโลกปีศาจได้ เรียวได้ค้นพบกับมิติแปลกประหลาด ภาพของทะเลสาบที่มีดอกไม้ขึ้นอยู่เต็มไปหมด ออกดอกบานสะพรั่งแถมยังมีท้องฟ้าสีทองที่ประดับประดาไปด้วยดวงจันทร์ทั้งเจ็ดดวง ทำให้เรียวกลับแปลกใจว่าที่แบบนี้น่ะหรือคือโลกปีศาจ!!! เรียวและโทมะบุกเข้าไปในปราสาทของจอมปีศาจอาราโกได้สำเร็จ เรียวต่อสู้กับ แม่ทัพปีศาจดาร่า ที่บุกเข้าจู่โจมเรียวอย่างดุเดือดด้วยดาบที่สามารถสะท้อนพลังการต่อสู้ได้ทุกรูปแบบ เรียวและโทมะต่างพากันต่อสู้เพื่อบุกฝ่าเข้าไปยังภายในของปราสาท แต่ผู้ที่รอคอยทั้งคู่อยู่คือขุนพลปีศาจทั้งสามและคายูร่า ภายในโลกปีศาจการต่อสู้เต็มไปด้วยความดุเดือด แม้เหล่าทรูปเปอร์อีกสามคนยังคงไขปริศนาของคาออสไม่สำเร็จ จุนและนาสตี้ที่คอยช่วยเหลือเหล่าทรูปเปอร์ ได้พบกับบุคคลลึกลับที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ...

ชูเท็นโดจิ อดีตขุนพลปีศาจของจอมปีศาจอาราโก หลังจากจิตใจฝ่ายคุณธรรมของเขา เอาชนะความชั่วร้ายของอาราโกที่เปลี่ยนเขาให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้จิตใจ ชูเท็นหลบหนีไปจนเจอกับคาออส คาออสได้ให้ข้อคิดแก่ชูเท็น ทำให้เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตนเองจากฝ่ายอธรรมมาเป็นคุณธรรม และเข้าช่วยเหลือจุนและนาสตี้ตรวจสอบเรื่องราวและตำนานของเกราะเกียร์ที่จะใช้ในการไขปริศนาทั้งหมด และในที่สุดพวกเขาก็ตัดสินใจออกเดินทางเพื่อตามล่าหาสมบัติปริศนาที่อาจจะผลิกผันโฉมหน้าของการต่อสู้ไปตลอดกาล ในโลกปีศาจ เรียวสามารถฝ่าด่านต่าง ๆ เข้าไปสู่ใจกลางปราสาทของจอมปีศาจได้สำเร็จ แต่เขาก็ต้องมาพบกับคายูร่าผู้เก่งกาจพร้อมด้วยแผนการต่อสู้ที่แยบยล คายูร่าทำให้พลังเกราะเกียร์สีขาวของเรียวสูญหายไป โทมะเข้ามาช่วยเรียวแต่ก็ไม่อาจต้านทานพลังและฝีมือของคายูร่าได้ จุน นาสตี้และชูเท็นสามารถไขกุญแจปริศนาในการกำจัดจอมปีศาจอาราโกได้สำเร็จ แต่เหล่าสมุนปีศาจก็ตามมาขัดขวางพวกเขาอีก ในการต่อสู้กับคายูร่า ทำให้โทมะต้องต่อสู้อย่างเหน็ดเหนื่อยและยากลำบาก การต่อสู้ดำเนินการไปจนถึงขีดสุด ซามูไรทรูปเปอร์ทั้งสาม ที่ออกค้นหาปริศนาและพบคำตอบ ได้เข้ามาช่วยเหลือเรียวและโทมะในการต่อสู้

การต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบาก ทั้งหมดเหน็ดเหนื่อยและเริ่มอ่อนแรง คายูร่าฉวยโอกาสนี้ทำให้เหล่าทรูปเปอร์พ่ายแพ้ แต่ด้วยความช่วยเหลือจากคฑาของคาออสที่ชูเท็นยื่นมือเข้ามาช่วย บวกกับศิลาหยดน้ำของจุน ทำให้เหล่าทรูปเปอร์สามารถฟื้นพลังกลับมาได้อีกครั้งจนสามารถเอาชนะคายูร่าและขุนพลปีศาจทั้งสามได้ แต่หนทางการเข้าสู่ปราสาทของจอมปีศาจอาราโกกลับมืดมนลงอีกครั้ง เมื่อวิญญาณของ นักบวชทมิฬบาดาม่อน เข้าสิงร่างคายูร่าและเข้าต่อสู้กับซามูไรทรูปเปอร์อย่างบ้าคลั่ง สร้างความพ่ายแพ้ให้แก่เหล่าทรูปเปอร์ ทำให้ชูเท็นตัดสินใจสวมเกราะเกียร์เข้าต่อสู้อีกครั้งหนึ่ง แต่พลังปีศาจของคายูร่าแรงกล้ามาก ในการต่อสู้ชูเท็นพยายามปลุกจิตใจที่ดีงามของคายูร่าภายใต้การบงการของบาดาม่อนให้กลับคืนเช่นเดิม และในที่สุดศึกตัดสินขั้นสุดท้ายก็มาถึง นักรบแห่งคุณธรรมทั้งห้า สามารถรวบรวมพลังและจิตใจอันแข็งแกร่งให้เป็นหนึ่งเดียว กำจัดจอมปีศาจอาราโกได้สำเร็จและนำแสงสว่างกลับมาสู่จิตใจของเหล่ามนุษย์ได้สำเร็จ

ตัวละคร[แก้]

ตัวละครหลัก[แก้]

เกิด 15 สิงหาคม ค.ศ. 1973 ที่จังหวัด ยามานาชิ กรุ๊ปเลือด O
เรียว แห่งเร็กกะ คือนักรบผู้สวมชุดเกราะเร็กกะ (เปลวเพลิง) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก คุณธรรม เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเมตตา (仁 jin) และ ความรัก เป็นคุณสมบัติประจำกาย ใช้ ดาบ คู่ เป็นอาวุธ มีท่าไม้ตายคือ ดาบคู่อัคนี เรียวเป็นเด็กหนุ่มที่เติบโตขึ้นมาในชนบท เขาจึงไม่ค่อยคุ้นเคยกับการคบหาสมาคมกับผู้อื่นเท่าไรนัก แต่ก็เป็นคนที่รักและห่วงเพื่อนมาก เรียวเป็นนักสู้ที่มีอุปนิสัยซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมาและอารมณ์ร้อน งานอดิเรกคือเดินเล่นบนภูเขา ชอบเล่นกีฬา ฟุตบอล ไม่ชอบน้ำแข็งไส และน้ำแข็งทุกประเภท ภายหลังได้เป็นผู้สวมชุดเกราะคิโคเท
เกิด 1 กันยายน ค.ศ. 1973 ที่จังหวัด คานางาวะ กรุ๊ปเลือด O
ชู แห่งคองโก คือนักรบผู้สวมชุดเกราะคองโก (ปฐพี) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก ความเที่ยงธรรม เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเที่ยงธรรม (義 gi) เป็นคุณสมบัติประจำกาย ใช้ ง้าว เป็นอาวุธ ชูเป็นลูกหลานของนักรบจีนที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยจิ๋น ภายนอกแม้จะดูใจร้อน มุทะลุแต่ชูก็รักเพื่อน และเป็นผู้ที่มีศิลปะในการต่อสู้เป็นเลิศ
เกิด 9 มิถุนายน ค.ศ. 1973 ที่จังหวัด มิยางิ กรุ๊ปเลือด B
เซจิ แห่งโคริน คือนักรบผู้สวมชุดเกราะโคริน (แสงสว่าง) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก ความนอบน้อม เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความนอบน้อม (礼 rei) เป็นคุณสมบัติประจำกาย ใช้ ดาบยาว เป็นอาวุธ ชุดเกราะโครินเปรียบเสมือนจิตใจอันบริสุทธิ์ที่นำพาผู้คนออกจากความมืดมิด เซจินั้นเป็นนักรบที่สง่างามที่สุดในกลุ่มทรูปเปอร์ทั้ง 5 เป็นผู้ที่มีอุปนิสัยที่นอบน้อม ตรงข้ามกับท่าไม้ตายคือดาบอัศนีบาต ที่แสดงพลานุภาพอันดุดัน ดาเตะ เซจิ ได้ภาพลักษณ์มาจาก ดาเตะ มาซามุเนะ ฉายา มังกรตาเดียว ซึ่งเซจิได้แนะนำตัวว่าเป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากมาซามูเนะกับจุน และมาซามุเนะเป็นหนึ่งในขุนพลยุคเซกิงาฮาร่า
เกิด 14 มีนาคม ค.ศ. 1973 ที่จังหวัด ยามางุจิ กรุ๊ปเลือด A
ชิน แห่งซุยโคะ คือนักรบผู้สวมเกราะซุยโคะ (สายน้ำ) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก ความเชื่อมั่น เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความเชื่อมั่น (信 shin) เป็นคุณสมบัติประจำกาย ใช้ หอกสามง่าม เป็นอาวุธ จุดเด่นในการต่อสู้ของชิน คือการใช้พลังที่อ่อนโยนและแข็งแกร่งของสายน้ำต่อสู้กับศัตรู ชินมีอุปนิสัยสงบนิ่ง เยือกเย็นและมีจิตใจที่ดีงาม มีท่าไม้ตายคือพลังคลื่นน้ำวน ที่ทรงพลานุภาพ ซึ่งตระกูลโมริก็เป็นขุนศึกเซกิงาฮาร่าเช่นเดียวกัน
เกิด 10 ตุลาคม ค.ศ. 1973 ที่จังหวัด โอซาก้า กรุ๊ปเลือด AB
โทมะ แห่งเท็นคู คือนักรบผู้สวมเกราะเท็นคู (อากาศและอวกาศ) ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก สติปัญญา เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งปัญญา (智 chi) เป็นคุณสมบัติประจำกาย ใช้ ธนู เป็นอาวุธ โทมะเป็นคนฉลาดเฉลียวและมักเป็นมันสมองของกลุ่มในการวางแผนต่าง ๆ ในการต่อสู้อยู่เสมอ ฮาชิบะ โทมะ สืบเชื้อสายมาจากตระกูลฮาชิบะ ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับ โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (นามเดิม ฮาชิบะ ฮิเดโยชิ)

ตัวละครรอง[แก้]

ชูเท็นโดจิ คือขุนพลปีศาจผู้สวมเกราะปีศาจ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก ความซื่อสัตย์ เป็นผู้มีที่มีจิตวิญญาณแห่งความซื่อสัตย์ (忠) เป็นคุณสมบัติประจำกาย ใช้ เคียวติดโซ่ เป็นอาวุธที่ร้ายกาจ แม้ลักษณะภายนอกของชูเท็นจะดูอำมหิตและโหดร้ายในตอนแรก แต่แท้จริงแล้วเขาเป็นคนที่มีจิตใจดี และไม่เห็นด้วยกับแผนการหลาย ๆ อย่างของโลกปีศาจ
นาสะ คือขุนพลปีศาจผู้สวมเกราะแห่งงูเห่า ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก ความกตัญญู เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความกตัญญู (悌) เป็นคุณสมบัติประจำกาย นาสะสามารถใช้ พิษ และเพลงดาบอันน่ากลัว เข้าจู่โจมศัตรูอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้ดูราวกับว่านาสะ มีแขนถึง 6 แขน
อานุบิสึ คือขุนพลปีศาจผู้สวมเกราะปีศาจแห่งเทพมาไน อนูบิส แห่ง อียิปต์ โบราณ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก ความกล้าหาญ เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ (孝) เป็นคุณสมบัติประจำกาย อานุบิสึเป็นนักรบที่มีความเชี่ยวชาญการรบในความมืด และมี ดาบ แสงสูรทมิฬ ซึ่งสามารถแทงทะลุได้ทุกสิ่งแม้แต่หินศักดิ์สิทธิ์แห่งคองโก เป็นอาวุธคู่กาย
ราจูร่า คือขุนพลปีศาจผู้สวมเกราะปีศาจแห่งแมงมุม และ แมงป่อง ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจาก ความอดทน เป็นผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งความอดทน (忍) เป็นคุณสมบัติประจำกาย ราจูร่ามีพลังแห่งภาพลวงตา ภาพมายา เป็นอาวุธที่น่ากลัว แต่หากพลังอันชั่วร้ายนี้นำมาใช้เพื่อคุณธรรม ก็จะสามารถเปลี่ยนเป็นพลังแห่งความวงบสุข
จักรพรรดิ์แห่งโลกปีศาจ เจ้าเหนือหัวของขุนพลปีศาจทั้ง 4 ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งหลังจากการต่อสู้กับ คาออส เมื่อพันปีก่อน และถูกจองจำมายาวนาน จอมปีศาจอาราโกต้องการทำลายล้างโลกมนุษย๋และดูดพลังแห่งความเกลียดชังของมนุษย์เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังปีศาจอันชั่วร้าย ยิ่งมนุษย์มีความหวาดกลัวและความเกลียดชังมากเท่าใด ก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นพลังปีศาจให้แก่จอมปีศาจมากขึ้นเท่านั้น
คาออส คือนักบวชลึกลับผู้มีตัวตนเป็นปริศนาที่คอยช่วยเหลือเหล่าซามูไรทรูปเปอร์ แต่ตัวตนที่แท้จริงของคาออสคือผู้กล้าที่ปกป้องโลกเอาไว้จากการรุกรานของจอมปีศาจอาราโก เมื่อพันปีก่อน ถึงแม้คาออสจะอยู่ในร่างของนักบวชเร่ร่อน แต่เขากลับมีพลังพิเศษมากมายในการต่อสู้ และยังเป็นผู้กุมปริศนาตำนานชุดเกราะเกียร์ไว้อีกด้วย
คายูร่า เป็นขุนพลปีศาจคนที่ 5 ของจอมปีศาจอาราโก แม้กายภายนอกจะเป็นหญิงแต่คายูร่ากลับมีพลังปีศาจที่กล้าแข็งกว่า 4 ขุนพลปีศาจเสียอีก คายูร่าเป็นปีศาจที่มีพลังแกร่งกล้าและฝีมือในการต่อสู้สูง แต่เธอกลับมีความลับบางประการที่เป็นปริศนาและน่าฉงนอยู่ คายูร่าอยู่ในความควบคุมดูแลของเหล่าขุนพลปีศาจทั้ง 4 ตามคำบัญชาของจอมปีศาจอาราโก
เกิด 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1970
นาสตี้ ยางิว หญิงสาวผู้ตัวเล็ก ๆ ที่มีความแกร่งกล้าและเด็ดเดี่ยว เธอเป็นหลานสาวของศาสตราจารย์ยางิว ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและผู้ล่วงรู้ความลับเกี่ยวกับการบุกเข้ายึดครองโลกของจอมปีศาจอาราโก แม้นาสตี้จะเป็นเพียงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ แต่เธอก็เป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาตำนานชุดเกราะเกียร์
เกิด 30 มิถุนายน ค.ศ. 1979
จุนเป็นเด็กชายวัย 8 ขวบ อาศัยอยู่กับพ่อและแม่ในกรุงโตเกียว พ่อและแม่ของจุนถูกสมุนปีศาจของจอมปีศาจอาราโกจับตัวไป จุนได้นาสตี้และเรียวช่วยชีวิตไว้จากการตามล่าของสมุนปีศาจ เขาสัญญาจะล้างแค้นให้กับพ่อและแม่ของเขาให้ได้ จุนติดตามนาสตี้และเหล่าทรูปเปอร์เพื่อให้กำลังใจในการต่อสู้ นอกจากนี้จุนยังมีความสนิทสนมกับ เบียคุเอ็น พยัคฆ์ขาวเพื่อนคู่ใจของเรียวเป็นพิเศษอีกด้วย
พยัคฆ์ขาวเพื่อนคู่ใจของซานาดะ เรียว แห่งเร็กกะ นอกจากความดุดัน แข็งแกร่งและคล่องแคล่วว่องไวแล้ว เบียคุเอ็นยังมีความห้าวหาญและฝีมือในการต่อสู้เป็นเลิศ บ่อยครั้งที่มันเข้าประจัญบานกับกองทัพปีศาจรวมทั้งเหล่าขุนพลปีศาจทั้ง 4 อย่างองอาจกล้าหาญ และยังเคยช่วยชีวิตของจุนและนาสตี้เอาไว้อีกด้วย เบียคุเอ็นยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อแย่งชินดาบโกเร็ตซึจากพยัคฆ์ดำโคคุเอ็นโอมาให้แก่เรียวเมื่อคราวที่ดาบคู่ของเรียวหักสะบั้นลง

เวอร์ชัน แอนิเมชัน[แก้]

VCD ซามูไรทรูปเปอร์ 鎧伝サムライトルーパー Yoroiden Samurai Troopers เวอร์ชันการ์ตูน ลิขสิทธิ์แท้จากประเทศญี่ปุ่น โดยบริษัทการ์ตูนอินเตอร์จำกัด จัดจำหน่ายโดยบริษัท พีระมิด ดิจิตอล จำกัด มีจำนวน 19 แผ่น รวมทั้งสิ้น 39 ตอน เป็นตอนเดียวกับการ์ตูนที่ออกอากาศที่ ประเทศญี่ปุ่น ทางสถานีนาโงยะ ทีวี และ ทีวีอาซาฮี ทุกวันเสาร์ เวลา 17.30-18.00 น. ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ค.ศ. 1988 ถึง 4 มีนาคม ค.ศ. 1989 ดังนี้

  • ตอนที่ 1 จอมปีศาจฟื้นคืนชีพ โตเกียวตกเป็นเป้าหมาย
  • ตอนที่ 2 การจู่โจมของขุนพลปีศาจ ชูเท็น โดจิ
  • ตอนที่ 3 เกราะเกียร์ ความลับของเกราะเพลิงเร็กกะ
  • ตอนที่ 4 กับดักของนาสะ ขุนพลอสรพิษ
  • ตอนที่ 5 คืนชีพนักรบแห่งแสง
  • ตอนที่ 6 การโจมตี วารีแห่งความพิโรธ
  • ตอนที่ 7 พสุธากัมปนาท ท่าไม้ตายดาบอัสนีบาต
  • ตอนที่ 8 แผนการร้ายขุนพลมายา ราจูร่า
  • ตอนที่ 9 เหล่านักรบผู้กล้า ปลุกชีพโทมะ
  • ตอนที่ 10 รวมพล!!! นักรบแห่งคุณธรรม
  • ตอนที่ 11 ฝ่าด่านประตูอสูร
  • ตอนที่ 12 เซจิ...การต่อสู้ในความมืด
  • ตอนที่ 13 ความลับของเกราะเกียร์...ความจริงที่ถูกเปิดเผย
  • ตอนที่ 14 ชูเท็นโดจิ...หุ่นยนต์สังหารที่ไร้หัวใจ
  • ตอนที่ 15 คาออส...ศึกตัดสินแห่งโชคชะตา
  • ตอนที่ 16 ตะลุยปราสาทจอมปีศาจอาราโก
  • ตอนที่ 17 ตำนานเกราะเกียร์ เกราะธรรมะหรืออธรรม!!!
  • ตอนที่ 18 จอมปีศาจอันน่าสะพรึงกลัว
  • ตอนที่ 19 การเผชิญหน้า เร็กกะประจัญบานอาราโก
  • ตอนที่ 20 ศึกครั้งใหม่
  • ตอนที่ 21 คิโดเท...เกราะสีขาวที่ส่องประกาย
  • ตอนที่ 22 คำท้ารบ...คำท้าทายจากเค็นบุเคียว
  • ตอนที่ 23 ชีวิตเดิมพันของเบียคุเอ็น
  • ตอนที่ 24 ทูตลึกลับจากจอมปีศาจ
  • ตอนที่ 25 เกราะเกียร์ลึกลับ ฝาแฝดของซุยโคะ
  • ตอนที่ 26 แสงสว่างที่หายไป
  • ตอนที่ 27 เพลิงพิโรธ ขยี้อสูรแห่งทะเลทราย
  • ตอนที่ 28 ปีศาจสาว...คายูร่า
  • ตอนที่ 29 พลังของนักรบคู่
  • ตอนที่ 30 นิมิตประหลาด...โลกปีศาจหรือโลกมนุษย์
  • ตอนที่ 31 เกราะสีขาวในตำนาน...คิโคเท
  • ตอนที่ 32 วิญญาณทมิฬ...มันสมองแห่งโลกปีศาจ
  • ตอนที่ 33 สมบัติปริศนา การตามล่าเพื่อหาความจริง
  • ตอนที่ 34 สมรภูมิเลือด ศึกสุดท้ายแห่งการต่อสู้
  • ตอนที่ 35 คืนชีพ นักรบแห่งชุดเกราะ
  • ตอนที่ 36 ศึกตัดสิน เกราะสีขาวและปีศาจสาวคายูร่า
  • ตอนที่ 37 ดาบอัสนีบาต ดาบสังหารคืนชีพ
  • ตอนที่ 38 สติที่กลับคืนมาของปีศาจสาว
  • ตอนที่ 39 ประกายแสงแห่งคุณธรรม

เวอร์ชัน OVA[แก้]

  • OVA ชุดพิเศษ 1 : Subplimentary (1989): จิตวิญญาณแห่งนักรบ (2 ตอนจบ)
    • เกราะที่คืนชีพปริศนาแห่งเงามืด
    • จิตวิญญาณแห่งซามูไรมิตรภาพที่ไม่เสื่อมคลาย
  • OVA ชุดพิเศษ 2 : The Legend of Emperor Kikôtei (1989-1990): ตำนานเกราะ คิโคเท (4 ตอนจบ)
    • มุคาล่าเทพเจ้าแห่งดวงตะวัน
    • เกราะสีดำแสงและเงาของคิโคเท
    • การต่อสู้ระหว่างชุดเกราะ
    • ปริศนาความจริงที่อยู่เหนือความโศกเศร้า
  • OVA ชุดพิเศษ 3 : Message (1991) : คืนชีพตำนานเกราะนักรบ (5 ตอนจบ)
    • จุดจบแห่งชุดเกราะความรู้สึกที่สัมผัสได้
    • เหตุการณ์แห่งอนาคตความจริงที่ต้องรับรู้
    • ความเชื่อมั่นแห่งจิตใจที่สูญสิ้นพังทลาย
    • จิตใจแห่งวิญญาณผู้กล้าที่อ้างว้างสับสน
    • ความจริงที่หวนย้อนกลับมาเยือนอีกครั้ง

เพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูน[แก้]

ซามูไรทรูปเปอร์ ออกอากาศทางสถานีนาโงยะ ทีวี และ ทีวีอาซาฮี จำนวน 39 ตอน มีเพลงประกอบภาพยนตร์การ์ตูนมากมายหลากหลายเพลง หลายเวอร์ชัน แบ่งเป็น เพลงประกอบภาพยนตร์ซามูไรทรูปเปอร์ ภาค TV. และภาค OVA แต่ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในภาค TV. ที่ออกอากาศทางสถานีนาโงยะ ทีวี คือ

เพลงไตเติ้ลตอนเริ่ม จำนวน 2 เพลง คือ

ขับร้องโดย อุรานิชิ มาริโกะ เนื้อร้องโดย มิอุระ โนริโกะ ทำนองโดย ชิเกะมุระ ยาสุฮิโกะ เรียบเรียงดนตรีโดย คาโต้ มิจิอากิ
ขับร้องโดย โมริกูชิ ฮิโรโกะ เนื้อร้องโดย มิอุระ โนริโกะ ทำนองโดย ชิเกะมุระ ยาสุฮิโกะ เรียบเรียงดนตรีโดย โทซึกะ โอซามุ

เพลงไตเติ้ลตอนจบ จำนวน 2 เพลงคือ

ขับร้องโดย อุรานิชิ มาริโกะ เนื้อร้องและทำนองโดย คาราชิมะ มิโดริ เรียบเรียงดนตรีโดย คาโต้ มิจิอากิ
  • Be Free (ตอนที่ 20-39)
ขับร้องโดย โมริกูชิ ฮิโรโกะ เนื้อร้องโดย มิอุระ โนริโกะ ทำนองโดย ชิเกะมุระ ยาสุฮิโกะ เรียบเรียงดนตรีโดย โทซึกะ โอซามุ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]