ซะนะดะ ยุกิมุระ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ซานาดะ ยูคิมูระ)
ชื่อนี้เป็นชื่อบุคคลญี่ปุ่นซึ่งเรียงโดยใช้ชื่อสกุลนำหน้าชื่อตัว
ภาพวาดในยุคเอโดะของซะนะดะ ยุกิมุระ

ซะนะดะ ซะเอมงโนะซุเกะ ยุกิมุระ (ญี่ปุ่น: 真田 左衛門佐 幸村 Sanada Yukimura ?) ค.ศ. 1567 - ค.ศ. 1615 ถือเป็นสุดยอดซามูไรชาวญี่ปุ่นแห่งยุคเซงโงะกุ เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของซะนะดะ มะซะยุกิ (พี่ชายคนโต : ซะนะดะ โนบุยุกิ) ซึ่งเป็นไดเมียวปกครองตระกูลซะนะดะ (ค.ศ. 1544 – ค.ศ. 1611) เดิมมีชื่อว่า "ซะนะดะ โนะบุชิเกะ"(真田信繁) ซึ่งถูกตั้งตามน้องชายของ "ทะเกะดะ ชิงเก็ง" , "ทะเกะดะ โนะบุชิเกะ"(武田信繁) บิดาของยูกิมุระได้รับการขนานนามว่าเป็นยอดนักวางแผนการสงคราม ซึ่งกองทัพซะนะดะก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตนัก แต่กลับสามารถเอาชนะกองทัพขนาดใหญ่ได้ในการศึกมากมายหลายครั้ง

ส่วนตัวของซะนะดะ ยุกิมุระ เองก็ได้รับการขนานนามไว้หลายชื่อ ไม่ว่าจะเป็น "สุดยอดนักรบอันดับในรอบ 100 ปี" , "ปีศาจสีเลือดแห่งสงคราม" และ ชิมะซุ ทะดะสึเนะ (ญี่ปุ่น: 島津忠恒 Shimazu Tadatsune ?) ก็เรียกยุกิมุระว่า "นักรบอันดับ 1 แห่งญี่ปุ่น"

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ยุกิมุระ สมรสกับ อะกิฮิเมะ (ชิกุรินิน) ลูกสาวบุญธรรมของ "โอะตะนิ โยะชิสึงุ" และมีบุตรชายด้วยกันสองคน คือ "ไดสึเกะ" (ยุคิมะสะ) และ "ไดฮะจิ" (โมะริโนะบุ) มะซะยุคิ บิดาของยุคิมูระ รับใช้ทะเกะดะ ชินเก็งในฐานะของผู้ติดตาม ซึ่งยุกิมุระเองก็เป็นผู้สืบทอดชื่อสกุลของตระกูลซะนะดะ และปราสาทอุเอะดะ

ในปีค.ศ. 1582 กองทัพผสม โอดะ-โทะกุงะวะ ได้บดขยี้ทำลายตระกูลทะเกะดะลง ในทีแรก ตระกูลซะนะดะตั้งใจจะยอมจำนนต่อโอะดะ โนะบุนะงะ แต่หลังจากเหตุการณ์ที่วัดฮอนโนจิ (本能寺の変) ที่อาเคจิ มิสึฮิเดะทรยศโอะดะ โนะบุนะงะ และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้โนะบุนะงะ เสียชีวิต และส่งผลให้ตระกูลซะนะดะ กลับมามีอิสระอีกครั้งหนึ่ง แต่กลับกลายเป็นว่า ต้องเร่ร่อนอยู่ท่ามกลางแรงกดดันจากตระกูลใหญ่โดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ตระกูลอุเอะสึกิ , ตระกูลโฮโจ , และตระกูลโทะกุงะวะ แต่ในที่สุด ตระกูลซะนะดะ ก็ได้กลายเป็นขุนนางภายใต้การปกครองของ "โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ"

ในช่วงเวลานี้เอง ตัวของฮิเดะโยะชิ ได้ให้การดูแล และคุ้มครองตัวของยุกิมุระเป็นอย่างดี โดยความชอบและพึงพอใจของฮิเดะโยะชิ สามารถรับรู้ได้จากการที่ ตัวของยูกิมุระ ถึงกับสามารถใช้นามสกุลของโทะโยะโตะมิได้ด้วยซ้ำ

ในปีค.ศ. 1600 หลังไทโคฮิเดะโยะชิสิ้นชีพไปผู้ปกครองญี่ปุ่นจึงว่างลง แล้วเกิดการชิงตำแหน่งขึ้นระหว่างโทะกุงะวะ และ ผู้ปกป้องตระกูลโทะโยะโตะมิอย่าง อิชิดะ มิสึนะริ เกิดเป็นสงครามเซะกิงะฮะระ โทกุงะวะ อิเอะยะสึรวมกำลังกับไดเมียวมากมายเพื่อจะโจมตี ทัพของอุเอะซึงิ คะเงะคะสึ ซึ่งตระกูลซะนะดะก็ร่วมด้วย แต่เมื่ออิชิดะ มิสึนะริตัดสินใจ ที่จะรบกับอิเอะยะสึ ซะนะดะ มะซะยุคิ และ ยุกิมุระจึงไปเข้ากับทัพตะวันตกของมิสึนะริ แต่ทางโนะบุยุคิ ลูกคนโตของมะซะยุคิ และ พี่ชายของยุกิมุระ ต้องเข้ากับทัพตะวันออกเนื่องจากเขาเป็นลูกเขยของฮนดะ ทะดะกะสึ

สองพ่อลูกซะนะดะต้องถอนทัพไปยังปราสาทอุเอะดะและป้องกันปราสาท เมื่ออิเอะยะซุ ทำการยกทัพมา สองพ่อลูกซะนะดะก็ออกรบพร้อมด้วยทหารจำนวน 2,000 คน และสู้กับทหารจำนวน 40,000 ของฮิเดะทะดะ ที่ระหว่างนั้นสภาพจิตใจเขาไม่ค่อยดีนักทำให้เขาไม่โผล่ออกมารบเลย ซึ่งเสียชื่อเสียงตระกูลโทะกุงะวะนัก

ด้วยสาเหตุนี้เมื่อเซะคิงาฮะระจบลง โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ จึงต้องการประหาร ตระกูลซะนะดะแต่เพราะคำขอร้องของโนะบุยุคิให้ไว้ชีวิต อิเอะยะซุจึงขับไล่ตระกูลซะนะดะไปยังจังหวัดไคและกักบริเวณ ไม่นานนักมะซะยุคิ ก็เสียชีวิตลง

12 ปีต่อมา เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลโทะโยะโตะมิ และโชกุนโทะกุงะวะ ย่ำแย่ลง ทางฮิเดะโยะริ ก็เริ่มเกณฑ์ทหารโรนินเพื่อเตรียมทำสงคราม ยูกิมุระได้ทราบข่าวก็หลบหนีจากจังหวัดไคเพื่อไปร่วมบุกปราสาทโอซะกะ

ในสงครามฤดูหนาวที่โอซะกะ ยูกิมุระได้สร้างป้อมซะนะดะมารุ ขึ้นที่ทางใต้ของปราสาทโอซะกะ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของปราสาท ไม่นานนักปราสาทก็แตก

ปีต่อมาในสงครามฤดูร้อนที่โอซะกะ อิเอะยะสุมาบุกชิงปราสาทคืน ยูกิมุระตัดสินใจว่าจะไม่รบแบบตั้งรับแต่จะ เดินหน้าบุกไปทำลายทัพใหญ่ของอิเอะยะสุ การโจมตีของเขาสามารถ ทะลุทะลวงจนเกือบถึงตัวอิเอะยะสุ แต่ยูกิมุระฝ่าฟันทัพใหญ่ของอิเอะยะสุมา จึงทำให้เขาบาดเจ็บหนักทนพิษบาดแผลไม่ไหวและตายก่อนจะถึงตัวอิเอะยะสุ กล่าวกันว่าอิเอะยะสุ หวั่นเกรงภาพของยูกิมุระเมื่อตอนรบ จนวันสิ้นใจของเขาทีเดียว

นอกจากนี้ โทะกุงะวะ อิเอะยะสุยังยกย่องยูกิมุระว่าเป็น ยอดนักรบ จอมวางแผนและเป็นแม่ทัพที่รู้จักการให้

ตำนานกล่าวไว้อีกว่ายูกิมุระ มีนินจากลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นทั้งผู้ช่วย ลูกน้อง และเพื่อน มีด้วยกัน 10 คนเรียกว่า 10 ผู้กล้าซะนะดะ ประกอบไปด้วย ซารุโทบิ ซาสึเกะ,คิริงะคุเระ ไซโซ สองคนนี้ถือเป็นหนึ่งในตำนานเทียบเท่าฮัตโตริ ฮันโซ และ และฟูมะ โคะทะโระ คนอื่นๆ ก็มี มิโยชิ เซกะอิ ,มิโยชิ อิสะ ,อะนะยะเมะ โคะสึเกะ ,อันโนะ โระกุโระ ,คะเคะอิ จูโซ ,เนะสึ จินปาชิ ,โมะจิสึกิ โระกุโระ และ ยูริ คะมะโนะสึเกะ