ซานธอส
| ซานธอส Xanthos-Letoon * |
|
|---|---|
งานสร้างใหม่ของเทวสถานซานธอส |
|
| ประเทศ | |
| ประเภท | มรดกทางวัฒนธรรม |
| เกณฑ์พิจารณา | (ii) (iii) |
| ประวัติการจดทะเบียน | |
| จดทะเบียน | 2531 (คณะกรรมการสมัยที่ 12) |
| * ชื่อตามที่ได้จดทะเบียนในบัญชีมรดกโลก ** ภูมิภาคที่จัดแบ่งโดยยูเนสโก |
|
ซานธอส (ภาษาลิเชีย: Arñna, กรีก: Ξάνθος, อังกฤษ: Xanthos ออกเสียง) เปฺ็นเมืองของลิเชียโบราณที่ในปัจจุบันคือคินิค, อันทาลยาในจังหวัดอันทาลยาในประเทศตุรกี
“ซานธอส”[1] ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1988
เนื้อหา |
เมือง [แก้]
ซานธอสเป็นชื่อกรีกของเมือง “Arñna” ที่เป็นเมืองในภูมิภาคลิเชีย ฮิทไทท์ และ ลูเวียนเรียกเมืองนี้ว่า “อารินนา” ส่วนโรมัน เรียกว่า “ซานธัส” หรือ “ซานธุส” ที่ใช้ในการออกเสียงภาษากรีกที่ลงท้ายด้วย “-os” ที่เปลี่ยนมาเป็น “-us” ในภาษาละติน ซานธอสเป็นศูนย์กลางทางการค้าและทางวัฒนธรรมของลิเชีย แต่ต่อมาของเปอร์เซีย, มาซิโดเนีย และ โรมันผู้เข้ามายึดครองตัวเมืองเองและดินแดนในบริเวณรอบๆ
ซานธอสได้รับการกล่าวถึงบ่อยครั้งโดยนักเขียนทั้งกรีกและโรมันโบราณ สตราโบกล่าวว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในลิเชีย ทั้งเฮโรโดทัส และ อัพเพียนบรรยายการพิชิตซานธอสโดย ฮาร์พากัสในนามของจักรวรรดิอคีเมนียะห์ราว 540 ปีก่อนคริสต์ศักราช เฮโรโดทัสบรรยายว่ากองทัพเปอร์เซียพบการต่อต้านโดยกองทัพขนาดเล็กของลิเชียบนที่ราบทางตอนเหนือของเมือง หลังจากการต่อสู้ฝ่ายลิเชียก็ร่นถอยเข้ามาในตัวเมือง และมาถูกล้อมโดยฮาร์พากัส ฝ่ายลิเชียตัดสินใจทำลายเนินเนินนครของตนเอง, ฆ่าลูกเมียและทาส และหันมาต่อสู้อย่างบ้าระห่ำกับกองทัพเปอร์เซียกันมีแสนยานุภาพที่เหนือกว่ามาก ฉะนั้นผู้คนในเมืองซานธอสจึงล้มตายกันไปจนหมดสิ้นยกเว้นแต่ครอบครัว 80 ครัวที่มิได้อยู่ในเมืองขณะที่มีการต่อสู้
ซานธอสที่อยู่ภายใต้ยึดครองของเปอร์เซีย มีผู้นำท้องที่ได้รับการแต่งตั้งโดยเปอร์เซียเป็นผู้ปกครอง เมื่อมาถึงปี 520 ก่อนคริสต์ศักราช ซานธอสก็ตีเงินกษาปณ์ของตนเองแล้ว สี่ปีต่อมาซานธอสก็เป็นโนมอสหรือจังหวัดแรกของจักรพรรดิดาไรอัสมหาราชในรายชื่อจังหวัดที่ต้องส่งบรรณาการ ความเจริญชองซานธอสเกี่ยวข้องโดยตรงกับลิเชีย เมื่อลิเชียเปลี่ยนข้างระหว่างสงครามกรีซ-เปอร์เซีย หลักฐานทางโบราณคดีที่ขุดพบแสดงให้เห็นว่าซานธอสถูกทำลายเมื่อราว 475 ถึง 470 ปีก่อนคริสต์ศักราช อาจจะโดยแม่ทัพคิมอนของเอเธนส์ หรือ โดยเปอร์เซียซึ่งก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ การที่ไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับการทำลายทั้งจากฝ่ายกรีกหรือฝ่ายเปอร์เซียทำให้นักวิชาการบางท่านกล่าวว่าการทำลายอาจเป็นสาเหตุมาจากธรรมชาติหรือจากอุบัติเหตุ
ในช่วงสิบปีสุดท้ายของศตวรรษที่ 5 ก่อนคริสต์ศักราชซานธอสได้รับชัยชนะต่อเมืองเทเมสซอส และผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของลิเชีย
ส่วนในเรื่องที่ว่าซานธอสยอมแพ้ต่ออเล็กซานเดอร์มหาราชก็เป็นเรื่องที่ต่างกันไป อาร์ริอันรายงานว่าเป็นการยอมแพ้อย่างสงบ แต่อัพเพียนอ้างว่าซานธอสถูกปล้นทำลาย หลังจากการเสด็จสวรรคตของอเล็กซานเดอร์มหาราช ซานธอสก็เปลี่ยนมือไปมาระหว่างทายาทผู้เป็นปฏิปักษ์ต่อกัน นักประวัติศาสตร์กรีกดิโอโดรัส ซิคัลลัสกล่าวถึงการยึดซานธอสโดยทอเลมีที่ 1 โซเตอร์จากอันทิโกนอส อัพเพียน, คาสเซียส ดิโอ และ พลูทาร์คต่างก็บันทึกว่ามาถูกทำลายอีกครั้งระหว่างสงครามกลางเมืองโรมันราว 42 ปีก่อนคริสต์ศักราชโดยบรูทัส แต่อัพเพียนกล่าวต่อไปว่าซานธอสสร้างขึ้นมาใหม่ภายใต้มาร์ค แอนโทนี ซานธอสยังคงมีซากโรงละครโรมันที่ยังคงเหลืออยู่ มารินอสรายงานว่าสถานศึกษาแกรมมาร์ที่ซานธอสในปลายยุคโบราณ การขุดค้นทางโบราณคดีที่ซานธอสพบลายลักษณ์อักษรหลายชิ้นทั้งในภาษาลิเชียและภาษากรีกรวมทั้งที่เป็นทั้งสองภาษาควบกัน ซึ่งมีประโยชน์ต่อการถอดภาษาลิเชีย
อ้างอิง [แก้]
ดูเพิ่ม [แก้]
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ ซานธอส- (อังกฤษ) เว็ปไซท์ของซานธอส
ระเบียงภาพ [แก้]
|
||||||||||||||||||||||||||||||