ซานเตียโก รามอน อี กาฮาล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซานเตียโก รามอน อี กาฮาล
Cajal-Restored.jpg
ภาพถ่ายของซานเตียโก รามอน อี กาฮาล
เกิด 1 พฤษภาคม ค.ศ. 1852
เพทิลลา เดอ อารากอง, แคว้นนาวาร์ ธงของประเทศสเปน สเปน
เสียชีวิต 17 ตุลาคม ค.ศ. 1934 (76 ปี)
มาดริด ธงของประเทศสเปน สเปน
สัญชาติ ธงของประเทศสเปน สเปน
ชาติพันธุ์ ธงของประเทศสเปน สเปน
การศึกษา มหาวิทยาลัยซาราโกซา มหาวิทยาลัยกลางแห่งมาดริด
อาชีพ แพทย์
ผลงานเด่น ศึกษาระบบประสาทด้วยการย้อมสี
รางวัล รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ประจำปี ค.ศ. 1906

ซานเตียโก รามอน อี กาฮาล[1][2] (สเปน: Santiago Ramón y Cajal) ForMemRS[3][4] (ภาษาสเปน: [sanˈtjaɣo raˈmon i kaˈxal]; 1 พฤษภาคม 2395 – 18 ตุลาคม 2477)[5] เป็นแพทย์ อาจารย์ นักพยาธิวิทยา นักมิญชวิทยา (วิทยาเนื้อเยื่อ) นักประสาทวิทยาศาตร์ ชาวสเปน ได้รับรางวัลรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ในปี ค.ศ.1906 (พ.ศ. 2449)[6] จากการศึกษาระบบประสาทด้วยการย้อมสี เป็นบุตรของ คุสโต รามอน กาซาซุส กับอันโตเนีย กาฮาล

การสำรวจรุ่นบุกเบิกของเขาเกี่ยวกับโครงสร้างจุลทรรศน์ของสมอง เป็นงานต้นฉบับในประสาทวิทยาศาสตร์ จึงได้รับการพิจารณาว่าเป็นบิดาของประสาทวิทยาศาสตร์ เขามีความชำนาญในการวาดรูป และภาพวาดเซลล์สมองเป็นร้อยๆ ของเขาก็ยังถูกใช้ในการศึกษาจนกระทั่งถึงทุกวันนี้[7]

ประวัติ[แก้]

ซานเตียโกมีชีวิตวัยเด็กที่ต้องย้ายที่อยู่บ่อยเนื่องจากต้องติดตามบิดาที่เป็นศัลยแพทย์ เริ่มเข้าเรียนประถมศึกษาในโรงเรียนของคณะเยซูอิตที่คากา และเรียนมัธยมศึกษาที่ออสกา เขาจบมัธยมศึกษาในปีเดียวกับที่ประเทศสเปนประกาศเป็นสาธารณรัฐครั้งที่หนึ่ง เข้าเรียนแพทย์ที่มหาวิทยาลัยซาราโกซา เมืองหลวงของแคว้นอารากอน ซึ่งครอบครังทั้งหมดของเขาก็ย้ายไปอยู่ที่นั่นด้วยในปี ค.ศ.1870 จบการศึกษาอย่างรวดเร็วในปี ค.ศ.1873 ปีค.ศ.1874 สมัครไปเป็นแพทย์ทหารที่คิวบา และเขาติดโรคมาลาเรียและโรคบิดที่นั่น เขาถูกส่งตัวถึงสเปนในเดือนมิถุนายน ค.ศ.1875

ก่อนจะถึงค.ศ.1876 เขาซื้อกล้องจุลทัศน์ตัวแรก ค.ศ.1876 ได้เป็นแพทย์ฝึกหัดที่โรงพยาบาลแม่พระแห่งพระหรรษทาน ที่เมืองซาราโกซา ค.ศ.1878เป็นวัณโรค ค.ศ.1879 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์แห่งซาราโกซา 19 กรกฎาคมของปีเดียวกันแต่งงานกับ ซิลเบรีอา ฟาญานญาส การ์ซีอา มีบุตรธิดา 7คน ค.ศ.1883 เป็นอาจารย์สาขาการอธิบายกายกายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบาเลนเซียซึ่งเข้ามีโอกาสศึกษาอหิวาตกโรคที่นี่ ค.ศ.1887ย้ายไปสอนสาขามิญชวิทยาคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบาร์เซโลนา

ค.ศ.1892 ย้ายไปทำงานในสาขาวิชามิชญวิทยา มิชญวิทยาเคมีพื้นฐานและพยาธิกายวิภาคศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยกลางแห่งมาดริด ค.ศ.1902 สามารถทำให้รัฐบาลสร้างห้องปฏิบัติการทางชีววิทยาใหม่ ซึ่งเขาทำงานที่นั่นถึงค.ศ.1922 หลังจากกนั้นเขาย้ายไปทำวิจัยที่สถาบันรามอนอีกาฆาล[8]จนเสียชีวิต

17 ตุลาคม ค.ศ. 1934 เสียชีวิตในบ้าน ที่มาดริด ธงของประเทศสเปน สเปน

ผลงานทางวิทยาศาสตร์[แก้]

รามอน อี กาฮาล ในห้องทดลองของเขา

ค.ศ.1888 ตอนที่เขาอยู่ที่บาร์เซโลนา ได้ใช้เทคนิกการย้อมสีตามแบบของกามิลโล โกลจิได้ค้นบทวิธีการเชื่อมต่อของเซลล์ประสาทในสารสีเทา ระบบประสาทของสมองและกระดูกสันหลัง ซึ่งทฤษฎีนี้ถูกนำเสนอที่ สถาบันกายวิภาคศาสตร์เยอรมันในค.ศ.1889 ซึ่งให้คำอธิบายเกี่ยวกับกระแสประสาท ในปีค.ศ.1906 เขาและนักวิทยาศาสตร์อิตาลีกามิลโล โกลจิ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์ จากการศึกษาระบบประสาท

สิ่งตีพิมพ์[แก้]

รามอน อี คาฮาลพิมพ์เผยแพร่งานและบทความทางวิทยาศาสตร์ มากกว่า 100 ผลงาน ในภาษาฝรั่งเศส ภาษาเสปน และ ภาษาเยอรมัน ที่โด่งดังมากที่สุดก็คือ "กฎเกณฑ์และคำแนะนำสำหรับการสืบสวนทางวิทยาศาสตร์" "มิญชวิทยา (วิทยาเนื้อเยื่อ)" "ความเสื่อมและการเจริญทดแทนของระบบประสาท" "คู่มือเทคนิคมาตรฐานในวิทยาเนื้อเยื่อและไมโครกราฟ" "องค์ประกอบต่างๆ ของวิทยาเนื้อเยื่อ" "คู่มือพยาธิวิทยาทั่วไป" "ข้อคิดใหม่ๆ ในกายวิภาคแบบละเอียดของศูนย์ประสาท" "ตำราระบบประสาทของมนุษย์และสัตว์มีกระดูกสันหลัง" "เรตินาของสัตว์มีกระดูกสันหลัง"[5]

ในปี พ.ศ. 2448 เขาตีพิมพ์หนังสือนวนิยายวิทยาศาสตร์ "เรื่องต่างๆ ในเวลาหยุดงาน" ภายใต้นามปากกา "ดร. แบคทีเรีย"

งานตีพิมพ์ของเขารวมทั้ง

ภาพวาดโดย รามอน อี คาฮาล[แก้]

เชิงอรรถและอ้างอิง[แก้]

  1. a=father (ฟาร์เธอร์) ดังนั้น "ซาน" จึงเป็นเสียงยาว, o=sore (ซอร์) ดังนั้น จึงเป็น "รามอน" หรือ "ราโมน", k=scan (สแกน์) ดังนั้น จึงเป็น "กา", x=ham (แฮม) ดังนั้นจึงเป็น "ฮาล"
  2. ประสาทวิทยาศาสตร์เบื้องต้น ที่ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่นาที 37.17 ออกเสียงชื่อนี้
  3. ForMemRS เป็นชื่อเรียกที่อนุญาตให้ใช้ ตามหลังชื่อของผู้ที่เป็นสมาชิกต่างชาติของราชสมาคมแห่งลอนดอน
  4. doi:10.1098/rsbm.1935.0007
    This citation will be automatically completed in the next few minutes. You can jump the queue or expand by hand
  5. 5.0 5.1 Nobel lectures, Physiology or Medicine 1901-1921. Amsterdam: Elsevier Publishing Company. 1967. สืบค้นเมื่อ 2013-01-29. 
  6. The Nobel Prize in Physiology or Medicine 1906|"http://nobelprize.org/nobel_prizes/medicine/laureates/1906/index.html"
  7. "History of Neuroscience". Society for Neuroscience. สืบค้นเมื่อ 2008-10-09. 
  8. http://www.cajal.csic.es/ingles/historia.html Institue of Cajal's history

ดู[แก้]

หนังสืออ้างอิงอื่น[แก้]

แหล่งอ้างอิงอื่น[แก้]

[[หมวดหมู่::บุคคลจากแคว้นนาวาร์]]

[[หมวดหมู่::แพทย์ชาวเสปน]] [[หมวดหมู่::นักวิทยาศาสตร์ประสาทชาวเสปน]] [[หมวดหมู่::ประวัติของประสาทวิทยาศาสตร์]] [[หมวดหมู่::ผู้รับรางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์]] [[หมวดหมู่::ผู้รับรางวัลโนเบลชาวเสปน]] [[หมวดหมู่::ผู้ไม่ถือศาสนาชาวเสปน]] [[หมวดหมู่::นักพยาธิวิทยาชาวเสปน]] [[หมวดหมู่::นักกายวิภาคชาวเสปน]] [[หมวดหมู่::สมาชิกของราชบัณฑิตยสถานเสปน]] [[หมวดหมู่::สมาชิกต่างชาติของราชสมาคมแห่งลอนดอน]] [[หมวดหมู่::นักวิทยาศาสตร์ชาวเสปน]]