ซันซัส (อังกฤษ: XANXUS) เป็นตัวละครจากการ์ตูนเรื่อง ครูพิเศษจอมป่วน รีบอร์น! พากย์เสียงภาษาญี่ปุ่นโดย มาซาโนริ อิเคดะ บอสของกลุ่มวาเรีย เป็นตัวแทนแห่ง Wrath - ความโกรธ หนึ่งในบาปเจ็ดประการ
[แก้] ประวัติ
ซันซัส หัวหน้าของวาเรีย(แก๊งที่รวบรวมนักฆ่าหัวกะทิ ทำงานกันอย่างอิสระภายใต้สังกัดของวองโกเล่) และ เป็นลูกชายของวองโกเล่รุ่น 9 เป็นคนเย่อหยิ่งถือตัวมักใช้อำนาจและความโกรธในการคุมคน เป็นคนที่ลูกน้องต่างก็เกรงกลัวและนับถือ แต่จริงๆแล้ว เขาไม่ได้เป็นคนในตระกูลวองโกเล่ แต่ก็เพราะเขานั้นสามารถใช้เปลวไฟดับเครื่องชนได้ตั้งแต่ยังเด็ก แม่ของเขาจึงเชื่อว่า เขาสืบสายเลือดมาจากวองโกเล่รุ่นที่ 9 หลังจากที่เขาได้รู้ความจริงจึงได้ทำการก่อกบฏครั้งใหญ่ซึ่งวองโกเล่เรียกเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า "คดีเปลเด็ก" แต่ทำการไม่สำเร็จจึงถูกวองโกเล่รุ่นที่9จับแช่ไว้ในน้ำแข็งและหลับใหลมาตลอดเป็นเวลา 8 ปี ภายหลังได้ถูกปลดปล่อยและมาเป็นคู่แข่งในการแข่งชิงแหวนแห่งวองโกเล่และตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่ 10 กับ สึนะ หลังพ่ายแพ้แก่สึนะได้มาเป็นบอสของวาเรียตามเดิม ซันซัสเป็นคนที่ทะเยอทะยานอยากได้ทุกสิ่งทุกอย่างมาไว้ในครอบครองไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตามเขาก็ยอมที่จะสละใครที่ใข้ประโยชน์อะไรไม่ได้แล้วก็จะโยนทิ้งเหมือนหมากตัวหนึ่งแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นพ่อของตนหรือเพื่อนรักตัวเอง ถึงแม้ซันซัสจะเป็นคนโลภที่ต้องการตำแหน่งบอสของวองโกเล่จากสึนะมาตลอดแต่ก็รักวองโกเล่ยิ่งกว่าชีวิต ถ้ามีภัยคุกคามจากภายนอกเขาก็จะพยายามปกป้องวองโกเล่อย่างสุดความสามารถ
[แก้] ข้อมูลส่วนตัว
- สิ่งที่ชอบพูดเป็นพิเศษ : ไอ้สวะ
- สิ่งที่ไม่ชอบ :ลูกน้องที่ไม่เคารพ
- เครื่องดื่มที่ชอบ : ไวน์องุ่น, วิสกี้
- งานอดิเรก : เช็คสภาพกับทำความสะอาดปืน แกล้งสควอโล (พูดจาถากถางอย่างเจ็บแสบแล้วเดินหนี) ฝึกความแข็งแกร่ง
- อายุ : 22 ปี
- วันเกิด : 10 ตุลาคม
- ราศี : ตุลย์
- กรุ๊ปเลือด : A
- ส่วนสูง : 185 เซนติเมตร
- น้ำหนัก : 78 กิโลกรัม
- ประเทศที่เกิด : อิตาลี
- สัตว์ประจำตัว : ไลเกอร์(ลูกผสมระหว่างเสือกับสิงโต)นภาวายุสีขาว ชื่อว่า"เบสเตอร์"
[แก้] เทคนิคและอาวุธที่ใช้
- อาวุธ
- ปืนแบบเดียวกับวองโกเล่รุ่นที่ 7 ที่สามารถรวบรวมเปลวไฟจำนวนมากเอาไว้ในรังเพลิงและโจมตีออกมารวดเดียว ซันซัสใช้ปืนนี้ผสานกับเพลิงพิโรธ ทำให้เป็นได้ทั้งอาวุธพลังโจมตีสูงและไอพ่นในการขับเคลื่อน
- แคมพิโอฟอร์ม่าไลเกอร์เปลี่ยนเป็นปืนคู่ราชันย์พยัคฆ์
- อาวุธกล่อง
- ไลเกอร์นภาวายุ(ลิเกร เทมเพสต้า ดิ เชลี)ชื่อว่าเบสเตอร์ ซันซัสจะใส่ไฟธาตุนภาและเพลิงพิโรธลงไปในกล่องพร้อมกัน เมื่อมันคำรามทุกสิ่งทุกอย่างจะกลายเป็นหินด้วยคุณสมบัติผสานของธาตุนภา(ลุทจีท ดิเชลี-เสียงคำรามก้องนภา)และโดนทำลายด้วยคุณสมบัติไฟธาตุวายุ(เป็นผลกระทบจากเพลิงพิโรธ)
- ท่าไม้ตาย
- เพลิงพิโรธ เป็นลักษณะของบอลแสงแบบเดียวกับวองโกเล่รุ่นที่ 2 มีพลังทำลายล้างสูง
- มัลโชโร่ ดี เฟียนมา (อัคคีเบ่งบาน)
- โคลโป้ ดัททีโอ้ (กระสุนสั่งลา)
- มัลเทโร่ ดีเฟียนมา (ค้อนเหล็กเปลวเพลิง)
- สคอตปีโอ ดีร่า (ระเบิดเพลิงพิโรธ)
[แก้] บทบาท
- ปฏิบัติการณ์บนเกาะมาเรเดียโวลา(พบเฉพาะในไลท์โนเวลเล่ม 2)
- เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเกือบหนึ่งเดือนก่อนจะเกิดศึกชิงแหวน ซึ่งจะอธิบายปัญหาข้อสงสัยอันเป็นปริศนาทั้งหมดเกี่ยวกับตัวซันซัสว่า ทำไมคนที่ถูกลงโทษในข้อหาก่อการกบฎไปเมื่อ8ปีก่อนอย่างซันซัส ถึงกลับมายืนหยัดในฐานะหัวหน้าหน่วยวาเรียได้อีก ทำไมลูกชายคนเดียวของรุ่นที่9 ถึงได้ลงมือก่อการกบฏได้ และระหว่างระยะเวลา8ปีอันยาวนาน เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ไหน และอย่างไร โดยเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นจากการบุกจู่โจมและยึดครองเกาะมาเรเดียโวลาของเหล่าทหารไม่ทราบสังกัด ซึ่งพวกเขาได้จับคนบนเกาะมาเป็นตัวประกันโดยภารกิจในการช่วยเหลือตัวประกันครั้งนี้อยู่ในความรับผิดชอบของออตตาวิโอหัวหน้าระดับสูงของวองโกเล่และเป็นอดีตรองหัวหน้าของวาเรีย ซันซัสได้นำลูกน้องกลุ่มวาเรียทั้งหมดมาร่วมในแผนปฏิบัติการณ์นี้โดยเขาสั่งให้ลูกน้องทั้งหมดเริ่มทำตามแผนที่วางไว้ส่วนตนเองก็คอยสั่งการอยู่ที่ฐานพร้อมกับออตตาวิโอ ระหว่างที่พรรคพวกกำลังดำเนินภารกิจซันซัสได้สนทนากับออตตาวิโอถึงเรื่องเก่าๆ จนเขาสามารถจับผิดออตตาวืโอได้ว่าอดีตรองหัวหน้าของวาเรียคนนี้เป็นคนที่ขายเขาให้กับรุ่นที่เก้าโดยทำการบอกแผนการก่อกบฏของซันซัสให้กับรุ่นที่เก้ารู้โดยแลกกับตำแหน่งอันสูงส่งในวองโกเล่ หลังจากที่ลูกน้องได้ทำภารกิจสำเร็จซันซัสก็ได้ฆ่าออตตาวิโอคนทรยศจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน
- ศึกชิงแหวนธาตุนภารอบสุดท้าย
- ศึกนี้เป็นศึกตัดสินระหว่างสึนะและซันซัส ที่เป็นตัวกำหนดว่าใครจะเป็นผู้เหมาะสมกับตำแหน่งบอสของวองโกเล่คนถัดไป โดยมีกติกาที่แตกต่างจากรอบอื่นๆ คือนอกจากจะต้องชิงแหวนของนภาแล้ว ทั้งคู่ยังต้องสู้เพื่อชิงแหวนทั้ง 6วง ของเหล่าผู้พิทักษ์เพื่อนำไปรักษาพิษเดธฮีธเตอร์ที่ฉีดจากริสแบนด์ที่ผู้พิทักษ์ทั้งสองฝ่ายสวมอยู่ หากปล่อยไว้เกิน 30นาที คนผู้นั้นก็จะตายโดยสถานที่แข่งขัน คือ โรงเรียนนามิโมริ โดยในช่วงแรกซันซัสเป็นฝ่ายได้เปรียบเนื่องจากประสบการณ์ต่อสู้และพลังที่แตกต่างกันเกินไปหน้ำซ้ำเขายังสามารถช่วยเหลือผู้พิทักษ์ของตัวเองได้อีก ทำให้สึนะแทบไม่มีโอกาสชนะในศึกนี้เลยแต่หลังจากที่สีนะเริ่มใช้ "เดือดทะลุจุดศูนย์ฉบับดัดแปลง" ดูดซึมเปลวไฟของซันซัสก็ทำให้สถานการณ์ความได้เปรียบตกเป็นของฝ่ายสึนะ จนซันซัสต้องบาดเจ็บสะบักสะบอมในตอนท้ายแต่เมื่อความโกรธทะลุถึงขีดสุดเขาได้เปิดเผยแผลเก่าที่รุนที่เก้าฝากไว้และเริ่มจู่โจมสึนะอย่างไม่ยั้งคิด จนสุดท้ายก็ถูกสึนะใช้ "เดือดทะลุจุดศูนย์ฉบับดั้งเดิม" แช่แข็งหลับใหลไปอีกครั้งแต่พวกมามอนได้ชิงแหวนจากพวกสึนะไปละลายน้ำแข็งที่ผนึกเขาไว้ ทำให้เขาตื่นขึ้นจากการหลับใหลและพร้อมที่รับพลังจากวองโกเล่ริง แต่ทว่าแหวนกลับปฏิเสธซันซัสเนื่องจากเขาไม่ได้สืบสายเลือดที่แท้จริงจากวองโกเล่และรู้ว่าเขาไม่ใช่ลูกชายที่แท้จริงของรุ่นที่เก้าทำให้ศึกนี้จบลงด้วยชัยชนะของสึนะ
- ศึกยุทธศาสตร์ระหว่างวองโกเล่และมิลฟิลโอเล่
- ซันซัสมีบทบาทในศีกนี้จากการที่จิลพี่ชายฝาแฝดของเบลเฟกอลซึ่งเป็นหนึ่งในหกบุปผาอาลัยได้นำกองกำลังบุกจู่โจมปราสาทที่เป็นที่ตั้งมั่นของเหล่าวาเรีย จิลและออลเกลท์พ่อบ้านได้ทำการบุกทะลวงจู่โมผ่านด่านเบลและฟรานเข้ามาทำลายตัวปราสาทจนได้พบกับซันซัส จิลและออลเกลท์ได้รวมกำลังกันจู่โจมซันซัสแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรซันซัสได้ สุดท้ายทั้งคู่ก็จบชีวิตด้วยพลังของเบสเตอร์(ไลเกอร์นภาวายุ)ในการทำให้เป็นหินด้วยคุณสมบัติผสานของธาตุนภาและโดนทำลายด้วยคุณสมบัติไฟธาตุวายุ
- ศึกสุดท้ายของภาคอนาคต
- ซันซัสมีบทบาทในศึกนี้จากการที่เขานำกองกำลังเข้าช่วยเหลือพวกโกคุเดระที่ถูกซาคุโร่และบูลเบลจู่โจมรุมกระหนาบจนร่างกายบาดเจ็บสะบักสะบอม ซันซัสเข้าจู่โจมซาคุโร่แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก ในระหว่างที่ซาคุโร่หันเหความสนใจของซันซัส คิเคียวก็เข้าจู่โจมทำร้ายจนสามารถฆ่าซันซัสได้ในที่สุด แต่ทว่าซันซัสที่ถูกทำร้ายกลับเป็นแค่ภาพลวงตาที่มุคุโร่และฟรานสร้างขึ้น ซันซัสได้ร่วมมือกับกลุ่มของมุคุโร่และพวกของสึนะเข้าโจมตีหกบุปผาอาลัยที่เหลือ ระหว่างนั้นเบียกคุรันก็ได้ส่งโกสต์เข้ามาดูดไฟของซันซัสและทุกคนที่ร่วมสู้ในศึกนั้นจนหมดไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะต่อสู้อีก สุดท้ายได้แต่เฝ้ามองดูการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างสึนะกับเบียกคุรัน
[แก้] อ้างอิง