สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
| สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย The National Broadcasting Services of Thailand |
|
|---|---|
| เริ่มออกอากาศ | 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 (23 ปี) |
| เครือข่าย | สถานีโทรทัศน์ |
| เจ้าของ | กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี |
| ระบบภาพ | 576i (PAL, SDTV) |
| บุคลากรหลัก | อัมพวัน เจริญกุล ผู้อำนวยการสถานีฯ |
| คำขวัญ | โทรทัศน์แห่งประเทศไทย ทางเลือกใหม่ของปวงชน |
| ประเทศ | |
| พื้นที่แพร่ภาพ | |
| สำนักงานใหญ่ | 236 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย |
| ชื่อเดิม | สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 (ก่อตั้ง: พ.ศ. 2528) สถาปนา: พ.ศ. 2531-พ.ศ. 2551 |
| สถานีพี่น้อง | สทท.ส่วนภูมิภาค โทรทัศน์ดาวเทียมเอ็นบีที เอ็นทีที นิวส์ สถานีวิทยุเอฟเอ็ม 92.5 เมกกะเฮิร์ตซ์ |
| เว็บไซต์ | www.nbttv.prd.go.th |
| ช่องรายการที่แพร่ภาพ | |
| ภาคพื้นดิน | |
| แอนะล็อก | ช่อง 11 (วีเอชเอฟ) |
| โทรทัศน์ดาวเทียม | |
| ไทยคม 5 | V-4122 SR.4688 |
| ทรูวิชั่นส์ | ช่อง 5 |
| ดีทีวี | ช่อง 5 |
| พีเอสไอ | ช่อง 17 |
| โทรทัศน์เคเบิล | |
| ทรูวิชั่นส์ | ช่อง 5 |
| ออนไลน์ | |
| PRD | ชมรายการสด |
| STAT | ชมรายการสด |
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (ชื่อย่อ: สทท.; อังกฤษ: The National Broadcasting Services of Thailand; ชื่อย่อ: เอ็นบีที, NBT.) หรือชื่อเดิมคือ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ (ชื่อย่อ: สทท.11, ช่อง 11; อังกฤษ: Television of Thailand Channel 11 ชื่อย่อ: TVT.11) เป็นหน่วยงานสถานีวิทยุโทรทัศน์ของรัฐบาล มีสถานะเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติของประเทศไทย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ปัจจุบันคือ นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล) และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ปัจจุบันคือ ธงทอง จันทรางศุ) เป็นผู้กำกับดูแล โดยมีการเปลี่ยนชื่อ พร้อมปรับปรุงระบบการบริหารงาน และรูปแบบของสถานีฯ เพื่อให้สมเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสถานีฯ ตั้งแต่วันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2551 เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป และในวันที่ใช้ชื่อเอ็นบีทีมาครบ 1 ปี ก็เปลี่ยนอัตลักษณ์ใหม่ของสถานีฯ ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2528 คณะรัฐมนตรีมีมติให้กรมประชาสัมพันธ์ จัดทำโครงการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นสถานีโทรทัศน์เพื่อการศึกษา เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของราชการสู่ประชาชนและเพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมไปถึงการเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชน ตลอดจนเป็นสถานีโทรทัศน์แม่ข่ายให้แก่สถานีโทรทัศน์ส่วนภูมิภาค ในเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ
ประมาณต้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2528 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เริ่มต้นการทดลองออกอากาศเป็นครั้งแรก แต่ระยะแรกนั้น สทท.11 ได้ใช้เครื่องส่งโทรทัศน์สีของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ออกอากาศด้วยระบบวีเอชเอฟ (VHF) ทางช่องสัญญาณที่ 11 มาจากสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ ณ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ มาออกอากาศเป็นการชั่วคราว ณ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่[1] แต่เนื่องจากเครื่องส่งโทรทัศน์มีกำลังส่งต่ำ จึงไม่สามารถดำเนินการส่งสัญญาณแพร่ภาพออกอากาศต่อได้ ทว่าต่อมา สทท.11 ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นและมูลนิธิไจก้า ตามโครงการช่วยเหลือแบบให้เปล่า โดยมีวงเงินประมาณ 330,000,000 บาท เพื่อขออนุญาตใช้เครื่องส่งใหม่ โดยออกอากาศระบบวีเอชเอฟ (VHF) ความถี่สูง ทางช่องสัญญาณที่ 11 (BAND3,VHF CH-11) และสร้างอาคารที่ทำการสถานีฯ ในที่ดินของกรมประชาสัมพันธ์ ริมถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร
วันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เวลา 10:00 นาฬิกา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิด อาคารที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย อย่างเป็นทางการ[2] จากนั้นเป็นต้นมาจึงกำหนดให้วันที่ 11 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสถาปนาสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ ในฐานะที่เป็นสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ ดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของราชการ และนำเสนอรายการที่เป็นสาระความรู้ โดยเฉพาะด้านการศึกษา, ศิลปวัฒนธรรม และประเพณี มาโดยตลอด ซึ่งรูปแบบการดำเนินงานนั้น สทท.11 ในส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร จะดำเนินการถ่ายทอดรายการเป็นส่วนมาก และบางช่วงเวลาจะให้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในส่วนภูมิภาค ดำเนินการถ่ายทอดรายการของตนเฉพาะท้องถิ่นไป แล้วแต่ช่วงเวลานั้นๆ อย่างไรก็ดีปฏิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงระยะเวลาแรกๆ สทท.11 มักถูกมองข้ามจากผู้ชมส่วนใหญ่ เนื่องด้วยความเป็นสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาล ซึ่งไม่มีรายการที่สามารถดึงดูดผู้ชมได้ โดยเฉพาะรายการประเภทบันเทิง เช่นละครโทรทัศน์หรือเกมโชว์ และประกอบกับเป็นสถานีโทรทัศน์ที่ไม่อาจหารายได้ด้วยการโฆษณา จึงทำให้ประเภทรายการที่ออกอากาศทาง สทท.11 มีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้มีผู้ติดตามรับชมจำนวนไม่มากนัก
อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2539 สทท.11 มีข้อเสนอให้หน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะภาครัฐ สามารถแสดงภาพสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายการค้าบนหน้าจอโทรทัศน์ได้ นอกจากนั้นก็ยังต่อยอดจากข้อเสนอข้างต้น ด้วยการผลิตภาพยนตร์โฆษณาของสถานีฯ เพื่อออกอากาศด้วยตนเอง อนึ่ง สทท.11 เริ่มมีชื่อเสียงในการถ่ายทอดการแข่งขันกีฬา จากการริเริ่มนำเทปการแข่งขันมวยปล้ำอาชีพมาออกอากาศในระยะหนึ่ง และถ่ายทอดสดฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในช่วงปี พ.ศ. 2540-2543 จนกระทั่งในช่วงปี พ.ศ. 2545 เป็นต้นมา สทท.11 ก็กลับมามีชื่อเสียงในเรื่องนี้อีกครั้ง เมื่อร่วมกับบริษัท ทศภาค จำกัด บริษัทลูกที่ประกอบกิจการโฆษณาในเครือไทยเบฟเวอเรจ, สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ และสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 ซึ่งจัดขึ้นที่สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) และประเทศญี่ปุ่น โดยไม่มีภาพยนตร์โฆษณาระหว่างการแข่งขัน ซึ่งหลังจากนั้น สทท.11 ก็ดำเนินการถ่ายทอดสดกีฬาอีกหลายรายการอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน อนึ่ง กรณีถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2002 นับเป็นเรื่องแปลกใหม่ของวงการโทรทัศน์ไทยในขณะนั้น เนื่องจากตามธรรมเนียมปกติที่ผ่านมา การถ่ายทอดโทรทัศน์ในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติ ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดินช่องต่างๆ มักรวมตัวกันในนามโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทีวีพูล) เพื่อซื้อลิขสิทธิ์การเผยแพร่ในประเทศไทย และหารายได้ทดแทนค่าลิขสิทธิ์ ด้วยการเสนอภาพยนตร์โฆษณาสินค้าบริการต่างๆ คั่นระหว่างการถ่ายทอด
ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2551 สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช จักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะนั้น ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ มีแนวความคิดเปลี่ยนแปลง สทท.11 เพื่อปรับปรุงระบบการบริหารงาน และตอบสนองเจตนารมณ์ของการก่อตั้งสถานีฯ ดังนั้นในวันอังคารที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2551 ตั้งแต่เวลา 06.00 น. สทท.11 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (National Broadcasting Services of Thailand; NBT) ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้จดทะเบียนสมาชิกกับสหภาพวิทยุ-โทรทัศน์แห่งเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Broadcasting Union; ABU) และเปลี่ยนสีประจำสถานีเป็นสีแดง พร้อมกันนั้น ยังเริ่มออกอากาศรายการรูปแบบใหม่ เพื่อให้สมเจตนารมณ์ในการก่อตั้งสถานีและเพื่อประโยชน์สาธารณะ ทั้งนี้ เอ็นบีทีจะนำเสนอข่าวที่ผลิตโดยกองบรรณาธิการข่าวของสถานีฯ เอง ซึ่งแยกออกมาจากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ (ปัจจุบัน คือ สำนักข่าวแห่งชาติ) ต่างจากในยุค สทท.11 ซึ่งจะนำเสนอข่าวที่ผลิตจากสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์แทบทั้งสิ้น
ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที นำอดีตผู้ประกาศข่าวหลายคนของสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเดิม ที่ไม่เข้าร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์ทีวีไทยมาทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นตวงพร อัศววิไล, จอม เพชรประดับ, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์ เป็นต้น ซึ่งเอ็นบีทีนำเสนอภาพลักษณ์สถานีโทรทัศน์ข่าวสาร โดยให้เวลานำเสนอข่าวในผังรายการ มากกว่า 13 ชั่วโมงต่อวัน และปรับรูปลักษณ์ของสถานีฯ เพื่อให้มีความทันสมัยมากกว่าเดิม ซึ่งในช่วงแรก เอ็นบีทีถูกจับตาอย่างยิ่งจากหลายฝ่าย จากการประกาศตัวเป็นคู่แข่งกับสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย (ปัจจุบันคือสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส) ในลักษณะของ "สงครามสื่อโทรทัศน์ภาครัฐ" เนื่องจากเอ็นบีทีนำเสนอความเป็นทีวีสาธารณะของภาครัฐบาล ขึ้นรับมือกับไทยพีบีเอส ที่ประกาศตัวเป็นสถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งแรกของประเทศไทยไปก่อนหน้า และนอกจากนี้ เอ็นบีทียังถูกจับตามองอย่างยิ่งในแง่มุมของการเสนอข่าว ซึ่งมีบางฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่า เอ็นบีทีนำเสนอข่าวในลักษณะเข้าข้างรัฐบาลเป็นพิเศษ
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2551 มีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี จากสมชาย วงศ์สวัสดิ์เป็นอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ต่อมาจึงมีนโยบายปฏิรูปสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย โดยจัดประกวดตราสัญลักษณ์ใหม่ ซึ่งกำหนดแนวคิดตราสัญลักษณ์ ให้สื่อถึงความเป็นโทรทัศน์แห่งชาติ มีความทันสมัยผสมผสานกับความเป็นไทย และจะเริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี การใช้ชื่อเอ็นบีที โดยสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีขณะนั้น เป็นผู้เปิดตราสัญลักษณ์ใหม่ และเปิดตัวสถานีฯ ในฐานะสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ จากนั้นจึงมีการเลิกสัญญาบริษัทผลิตข่าว ซึ่งเดิมเป็นของ บริษัท ดิจิตอลมีเดียโฮลดิ้ง จำกัด มาประมูลใหม่ ซึ่งหน่วยงานที่ได้รับการคัดเลือก จากการประกวดราคานี้ได้แก่บริษัท โพสต์พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เจ้าของหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์
[แก้] โครงสร้างการบริหาร
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย บริหารงานแบบองค์กรราชการ จัดแบ่งการบริหารงานออกเป็น 3 ส่วน 2 ฝ่าย และ 1 กลุ่ม คือ
- ส่วนจัดและควบคุมรายการ มีหน้าที่ จัดสรร และควบคุมเนื้อหารายการ รวมถึงการออกอากาศรายการต่างๆ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
- ส่วนผลิตรายการ มีหน้าที่ ผลิตรายการเพื่อป้อนให้กับ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เพื่อการออกอากาศต่อไป
- ส่วนเทคโนโลยี มีหน้าที่ กำกับดูแลในด้านเทคโนโลยีการออกอากาศ และเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น คอมพิวเตอร์กราฟิก เป็นต้น
- ฝ่ายบริหารทั่วไป มีหน้าที่ บริหารงานทั่วๆ ไป เช่น ฝ่ายบัญชีการเงิน ฝ่ายบุคคล เป็นต้น
- ฝ่ายแผนงานและประสานงาน มีหน้าที่ วางแผนงาน และประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ในสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
- กลุ่มงานวิชาการ มีหน้าที่ ศึกษา ค้นคว้า และ ประสานงาน ด้านวิชาการสื่อสารมวลชน โดยได้จัดทำโครงการ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัย รวมทั้งเพื่อเป็นศูนย์กลางการผลิตงานวิจัย และบทความเพื่อการประชาสัมพันธ์
[แก้] ที่ทำการ
ปัจจุบัน สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย มีที่ทำการ 2 แห่ง คือ
- อาคารที่ทำการ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เลขที่ 90-91 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
- อาคารที่ทำการ ถนนวิภาวดีรังสิต เลขที่ 236 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ซึ่งสร้างขึ้นใหม่ ในบริเวณพื้นที่เดียวกับ อาคารที่ทำการ สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.)
โดยทั้ง 2 แห่ง ทางสถานี ได้ทำการส่งโทรทัศน์สีในระบบ วีเอชเอฟ (VHF) ย่านความถี่สูง ทางช่องที่ 11 (VHF Band 3 Channel-11)
[แก้] เครือข่ายในส่วนภูมิภาค
-
ดูบทความหลักที่ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ส่วนภูมิภาค
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย มีสถานีโทรทัศน์เครือข่ายในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 12 แห่ง ตั้งอยู่ในภาคเหนือ 2 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2 แห่ง ภาคกลาง 1 แห่ง ภาคตะวันออก 1 แห่ง และภาคใต้ 6 แห่ง โดยในแต่ละสถานี จะมีการเชื่อมโยงรับส่งสัญญาณกับสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยส่วนกลาง ด้วยระบบดาวเทียม โดยที่ทางสถานีฯ ได้เช่าช่องสัญญาณดาวเทียมไทยคม 5
[แก้] รายการโทรทัศน์ที่มีชื่อเสียง
- เพลงเงินล้าน - (พ.ศ. 2532 - ปัจจุบัน) รายการประกวดร้องเพลงโดยโรงเรียนวาทินี ออกอากาศทุกบ่ายวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่ 4 ของเดือน
- โลกใบจิ๋ว - (พ.ศ. 2533-พ.ศ. 2550) เป็นรายการสำหรับเด็ก ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 18.30 น.
- มอร์นิงทอล์ก - (พ.ศ. 2545) รายการสนทนาภาคภาษาอังกฤษ ออกอากาศต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
- บทเรียนชีวิต - (พ.ศ. 2549) ละครโทรทัศน์เรื่องแรกของสถานี และเป็นละครโทรทัศน์เรื่องแรกของประเทศไทยที่สร้างและออกอากาศร่วมกับต่างประเทศ (ประเทศลาว)
- เสียงสวรรค์เมื่อวันวาน - (พ.ศ. 2550) เป็นรายการเพลงอมตะของวงดนตรีกรมประชาสัมพันธ์ ออกอากาศเป็นประจำทุกวันเสาร์
- ร่วมมือร่วมใจ - (พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน) รายการที่จะเป็นช่องทางในการรับเรื่องร้องทุกข์ในเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ดำเนินรายการโดย อ.ประมาณ เลืองวัฒนะวณิช ปิยะฉัตร กรุณานนท์ และ สิริเสาวภา เอกเอี่ยมสิน ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ 14.00-15.00 น.
- สติวเดนท์ แชนแนล (ชื่อเดิม ติวเตอร์ แชนแนล) - (พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน) รายการให้ความรู้ทางวิชาการแก่นักเรียนทั่วประเทศ ผลิตรายการโดย สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 10.00-12.00 น.
- กรองสถานการณ์ - (พ.ศ. 2539 - ปัจจุบัน) รายการสนทนาข่าวประจำวัน ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลาหลังข่าวภาคค่ำ
- ความจริงวันนี้ - (พ.ศ. 2551) รายการโทรทัศน์ประเภทความเห็นทางการเมืองของประเทศไทย ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 22.00 น.
- คลายปม - (28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 - ยุติออกอากาศแล้ว) รายการวิเคราะห์ เจาะลึก สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน และเปิดโปงที่มาที่ไปของปัญหาบ้านเมืองนั้นๆ ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ดำเนินรายการโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ดร.เสรี วงศ์มณฑา และ อ.วันชัย สอนศิริ (ดร.เสรี กับ อ.วันชัย จะสลับกันมาร่วมรายการกับ ดร.เจิมศักดิ์) ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.00 น. - 22.00 น.
- เจาะข่าวร้อน ล้วงข่าวลึก - (10 สิงหาคม พ.ศ. 2552 - ยุติออกอากาศแล้ว) รายการสารคดีเชิงข่าวของสำนักข่าวทีนิวส์
- ลงเอยอย่างไร - (พ.ศ. 2552 - ยุติออกอากาศแล้ว) รายการสนทนาปัญหาต่างๆ ของบ้านเมือง เพื่อร่วมกันหาทางออกของปัญหาต่างๆ โดยมีแขกรับเชิญมาร่วมรายการซึ่งจะเปลี่ยนไปในแต่ละสัปดาห์ ดำเนินรายการโดย ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ออกอากาศทุกคืนวันพุธ 21.00-22.00 น.
- เกาที่คัน - (พ.ศ. 2552 - ยุติออกอากาศแล้ว) รายการวิเคราะห์สถานการณ์บ้านเมือง วิเคราะห์ที่มาที่ไปของปัญหาแบบเจาะลึก ดำเนินรายการโดย ดร.เสรี วงศ์มณฑา และ รณชาติ บุตรแสนคม ออกอากาศทุกคืนวันศุกร์ 21.00-22.00 น.
[แก้] การออกอากาศก่อนเปิดและหลังปิดสถานี
ในช่วงแรกนั้นก่อนเปิดสถานีและหลังปิดสถานี จะมีการทดสอบคลื่นและเสียงเพลง จึงมีการตัดสัญญาณ ระบบวีเอชเอฟ ช่อง 11 ไปสู่เครื่องรับโทรทัศน์ทั่วไป ซึ่งใช้ระบบสีแบบภาพทดสอบ (testcard) โดยในช่วงแรก เปิดในเวลา 05:00 น. จนถึงประมาณ 01:00 น. ในปี พ.ศ. 2535
โดยในภาพทดสอบที่เห็นในวงกลมนั้น ด้านบนคือเวลาในประเทศไทย รองลงมาคือวันที่ออกอากาศ ตรงกลาง เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า TELEVISION OF THAILAND (แปลว่า โทรทัศน์แห่งประเทศไทย) ซึ่งเป็นชื่อทางการเดิมลักษณะภาษาอังกฤษ ของสถานีฯ ด้านล่างเขียนว่า CHANNEL 11 (แปลว่า ช่อง 11) หมายความว่า ที่ สทท.ส่วนกลาง ได้ส่งสัญญาณการออกอากาศใน ระบบวีเอชเอฟ ช่อง 11
อนึ่ง ก่อนประมาณยุคปี พ.ศ. 2540 สทท. ได้มีการปิดสถานีฯในช่วงกลางวัน เพื่อพักการส่งสัญญาณออกอากาศ ตั้งแต่เวลา 13:00 น. จนถึง เวลา 15:00 น.
หลังจากนั้น ในช่วงปิดสถานี สทท. ตั้งแต่เวลาประมาณ 01.00 น. ถึงเวลา 03.00 น. จะออกอากาศภาพทดสอบพร้อมกับเพลงสุนทราภรณ์ และเพลงปลุกใจ
ตั้งแต่ 1 เมษายน พ.ศ. 2551 จนถึงปัจจุบัน สทท.11 เปลี่ยนเป็นเอ็นบีที ซึ่งออกอากาศ 24 ชั่วโมง จึงไม่มีการทดสอบสัญญาณ
[แก้] ตราสัญลักษณ์
ในบางโอกาสจะใช้ตราราชการของกรมประชาสัมพันธ์ เช่นในการเปิดสถานีเริ่มออกอากาศประจำวัน ส่วนระหว่างออกอากาศรายกา่รต่างๆ จะใช้ตัวพิมพ์อักษรย่อ “สทท.11” อยู่บนมุมจอล่างทางขวามือเท่านั้น โดยใช้ตั้งแต่เริ่มทดลองออกอากาศ ในปี พ.ศ. 2528 จนเมื่อถึงยุคหลังจาก พ.ศ. 2535 จึงเริ่มใช้ตราสัญลักษณ์ของสถานีฯ กำกับบนมุมจอล่างทางขวามือ ทั้งนี้ ตราสัญลักษณ์ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย มีการเปลื่ยนแปลงอยู่ถึง 5 ครั้ง ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
[แก้] พ.ศ. 2528-2530
สทท.11 เริ่มมีการออกแบบตราสัญลักษณ์ สำหรับใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์สถานีฯ และบนหน้าไมโครโฟนข่าว ตั้งแต่ช่วงทดลองออกอากาศ เป็นเส้นทแยงมุมจากขวาบนลงซ้ายล่าง แบ่งเป็นสามช่อง แต่ละช่องมีสามแม่สีแสงคือ สีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินเป็นพื้นหลัง มีตัวเลข 1 สีดำสองตัว ซ้อนเหลื่อมกัน ทับอยู่ด้านบน ถัดจากตัวเลขไปทางซ้าย มีตัวอักษรย่อ สทท. ตัวเล็กกำกับอยู่ ทั้งหมดอยู่ในกรอบโค้งมนแบบจอโทรทัศน์ โดยตราสัญลักษณ์ดังกล่าว ใช้แค่ 2 ปี จึงทำการเปลี่ยนแปลง
[แก้] พ.ศ. 2530-2544
ต่อมา ในปี พ.ศ. 2530 สทท.11 ออกแบบตราสัญลักษณ์ใหม่ โดยใช้กรอบลักษณะจอโทรทัศน์เช่นเดิม แต่เปลี่ยนแปลงลักษณะภายใน กล่าวคือ พื้นหลังสุดเป็นเส้นตรงสีน้ำเงิน ขนานตามแนวนอน บริเวณใจกลางของตราสัญลักษณ์ มีเลข 1 สองตัว ตัวทางซ้ายเป็นสีเขียว ตัวทางขวาเป็นสีแดง โดยพื้นที่ทางซ้ายของตัวเลขทางซ้าย เป็นเส้นตรงขนานสีเขียว และพื้นที่ทางขวาของตัวเลขทางขวา เป็นเส้นตรงขนานสีแดง ตามขนาดของตัวเลข ด้านล่างของตัวเลขทั้งสอง มีอักษรย่อ สทท. สีดำกำกับไว้ด้วย ซึ่งตราสัญลักษณ์ดังกล่าว ใช้มาถึง 14 ปี แล้วเปลี่ยนแปลง
[แก้] พ.ศ. 2544-2551
จากนั้น ในปี พ.ศ. 2544 สทท.11 เปลี่ยนรูปแบบตราสัญลักษณ์ในรายละเอียดใหม่ โดยปรับปรุงจากการใช้เส้นขนานตามแนวนอน เป็นแถบสีสดใส โดยใช้สีตามสัญลักษณ์เดิม พร้อมนี้ ได้เปลี่ยนตัวเลข 1 ทั้งสองตัว เป็นสีขาว เดินเส้นขอบสีดำ และตัวอักษรย่อ สทท. เปลี่ยนเป็นสีขาวด้วย ซึ่งใช้อยู่เป็นระยะเวลา 7 ปี ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที
[แก้] พ.ศ. 2551-2552
ในปี พ.ศ. 2551 สทท.11 เปลี่ยนชื่อเป็นสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที จึงออกแบบตราสัญลักษณ์ขึ้นใหม่ โดยเน้นภาพลักษณ์ที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของสังคม โดยความหมายของตราสัญลักษณ์ดังกล่าว อธิบายได้ดังนี้
- วงกลมสีน้ำเงิน หมายถึง ศูนย์กลางแห่งข้อมูลข่าวสาร ส่วนสีน้ำเงิน หมายถึงความหนักแน่นเป็นกลาง ส่วน สามเหลี่ยมใต้วงกลม หมายถึง ความเที่ยงตรง เป็นกลาง ในการนำเสนอข่าว อย่างไม่หยุดนิ่ง
- วงรี 3 วง สื่อถึงแผนที่โลกที่แผ่ออกเป็น 2 มิติ หมายถึง การนำเสนอเหตุการณ์สำคัญจากทั่วทุกมุมโลก
- ตัวอักษรภาษาอังกฤษ NBT ใช้สีขาว หรือโปร่งใส หรือเป็นวาวแสงคล้ายแก้ว หมายถึง ความโปร่งใสในการนำเสนอข่าวสาร ที่สามารถตรวจสอบได้[3]
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2551 เวลาประมาณ 15.15 น. เป็นต้นมา การแสดงตราสัญลักษณ์ของเอ็นบีทีบนจอโทรทัศน์ จะมีอักษรย่อ สทท. กำกับอยู่ด้านล่างของตราสัญลักษณ์ฯ ด้วย ซึ่งในเวลาดังกล่าว เป็นรายการหน้าต่างสังคม
[แก้] พ.ศ. 2552 - ปัจจุบัน
สทท.มีโครงการให้ประชาชนส่งประกวดตราสัญลักษณ์ใหม่ของสถานี โดยกำหนดแนวคิดตราสัญลักษณ์ให้สื่อถึงความเป็นโทรทัศน์แห่งชาติ มีความทันสมัย แต่คงความเป็นไทย และมุ่งสู่สากล ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ คือผลงานของเนติพิกัติ ตังคไพศาล กราฟิกดีไซเนอร์ จากองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ซึ่งได้แนวความคิดจากตราราชการของกรมประชาสัมพันธ์ ที่เป็นรูปพระอินทร์เป่าสังข์ปาญจนันท์ โดยดัดแปลงเฉพาะส่วนที่เป็นสังข์ให้ทันสมัยมากขึ้น ตราสัญลักษณ์ใหม่เริ่มใช้ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552 เวลา 19.00 น. ซึ่งเป็นวันครบรอบ 1 ปี ของการเปลี่ยนชื่อเป็นเอ็นบีที
[แก้] คำขวัญ
- โทรทัศน์แห่งประเทศไทย ทางเลือกใหม่ของปวงชน
- สถานีข่าวสารเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 - 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554)
- สถานีข่าวสารความรู้ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต (11 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 - ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว)
[แก้] ผู้ประกาศข่าวและผู้รายงานข่าวของสถานี
[แก้] ในอดีต
- จิรายุ ห่วงทรัพย์ - ข่าวเช้า (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552) (ปัจจุบันเป็นทีมโฆษกพรรคเพื่อไทย)
- ปนัดดา วงศ์ผู้ดี - ข่าวเช้า (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552)
- ณยา คัตตพันธ์ - ข่าวต้นชั่วโมง (ปัจจุบันอยู่ช่อง 7)
- จอม เพชรประดับ - ถามจริง ตอบตรง (ปัจจุบันอยู่ วอยซ์ทีวี และ สปริงนิวส์)
- กฤต เจนพาณิชการ - ข่าวเที่ยง (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3)
- สุมนา แจวเจริญวงศ์ - ผู้สื่อข่าว (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3)
- ตวงพร อัศววิไล - ข่าวค่ำ (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552, ปัจจุบันอยู่ วอยซ์ทีวี)
- วสุ แสงสิงห์แก้ว - ฮอทนิวส์; จันทร์-ศุกร์) (พ.ศ. 2552)
- วรวีร์ วูวนิช - ฮอทนิวส์, ข่าวค่ำ (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 30 เมษายน พ.ศ. 2553, ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- ธีระ ธัญญอนันต์ผล - ข่าวค่ำ (1 เมษายน พ.ศ. 2552 - 29 เมษายน พ.ศ. 2553, ปัจจุบันอยู่โมเดิร์นไนน์ทีวี)
- ชนิตร์นันทน์ ปุณณะนิธิ - ข่าวค่ำ (1 เมษายน พ.ศ. 2552 - 30 เมษายน พ.ศ. 2553, ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์ และ ทีเอ็นเอ็น)
- ชมะนันทน์ วรรณวินเวศร์ - ฮอทนิวส์ (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552), ข่าวเช้า (1 เมษายน พ.ศ. 2552 - 30 เมษายน พ.ศ. 2553), ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น)
- พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ - ข่าวค่ำ เสาร์-อาทิตย์ (ปัจจุบันอยู่ช่อง 3)
- จุฑารัตน์ เอี่ยมอำพันธ์ - ข่าวเที่ยง (ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- พิชาญพงศ์ วงศ์ศรีแก้ว - ข่าวต้นชั่วโมง, ข่าวดึก (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 30 เมษายน พ.ศ. 2553) ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์
- ศศิพงศ์ ชาติพจน์ - ข่าวต้นชั่วโมง, ข่าวค่ำ ช่วงสกายนิวส์, ข่าวดึก (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 30 เมษายน พ.ศ. 2553) (ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- กาญจนา ปลื้มจิตต์ - ข่าวต้นชั่วโมง, ข่าวดึก (1 เมษายน พ.ศ. 2552 - 30 เมษายน พ.ศ. 2553) ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- รัชนีวรรณ ดวงแก้ว - ห้องข่าวภูมิภาค (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - 30 เมษายน พ.ศ. 2553) (ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์และ CSR TV )
- จตุพร สุวรรณรัตน์ - ผู้สื่อข่าว (ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- บุญเลิศ มโนสุจริตชน - ผู้สื่อข่าว (ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- อนุรักษ์ ทรัพย์เพ็ง - ผู้สื่อข่าว (ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- อภิวัฒน์ บุราคร - ผู้สื่อข่าว (ปัจจุบันอยู่สปริงนิวส์)
- กัมพล บุรานฤทธิ์ - ผู้สื่อข่าว (ปัจจุบันอยู่ช่อง 7)
- ศิริรัตน์ อานนท์ - ข่าวดึก (เสาร์-อาทิตย์ ) (ปัจจุบันอยู่ทีเอ็นเอ็น)
- ฉัตรปวีณ์ ตรีชัชวาลวงศ์ - ข่าวเช้า (จันทร์-ศุกร์) (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554)
- วิลาสินี แวน ฮาเรน - ข่าวค่ำ (จันทร์-ศุกร์) (11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 - 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554)
[แก้] ข้อวิพากษ์วิจารณ์และเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับสถานี
[แก้] กระบอกเสียงรัฐบาล
ในปี พ.ศ. 2551 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ว่าเป็นกระบอกเสียงให้กับรัฐบาล (คณะรัฐมนตรีคณะที่ 57 ของไทย) โดยเฉพาะให้มีรายการความจริงวันนี้ ซึ่งเป็นรายการกระบอกเสียงของรัฐบาล โดยมีผู้เสียหายจากข้อเท็จจริง จนต้องออกมาฟ้องหมิ่นประมาทอยู่บ่อยครั้ง เช่นตุลาการรัฐธรรมนูญ หรือ ป.ป.ช. รวมไปถึงสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนนำไปสู่การบุกยึดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยของกลุ่มพันธมิตรฯ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม
[แก้] การบุกยึดที่ทำการสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
เมื่อเวลา 05.30 น.วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551 มีกลุ่มชายฉกรรจ์ สวมหมวกไอ้โม่งปิดหน้าอย่างมิดชิด ซึ่งอ้างตัวเป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัย หน่วยรักษาความปลอดภัยของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จำนวนประมาณ 80 คน ได้บุกเข้ายึดอาคารที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ริมถนนวิภาวดีรังสิต โดยสั่งให้เจ้าหน้าที่งดออกอากาศรายการข่าวเช้า ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ โดยตรวจพบอาวุธปืน ไม้กอล์ฟ มีดดาบสปาตา และใบกระท่อม ในตัวกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว
จากนั้น เวลาประมาณ 06.00 น. สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ขึ้นประกาศบนเวทีใหญ่ของพันธมิตรฯ ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์ว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ได้บุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเป็นผลสำเร็จแล้ว ตนจะนำกลุ่มดาวกระจายตามไปสมทบที่สถานีฯ
ต่อมา เวลาประมาณ 08.30 น. แนวร่วมกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ที่นำโดยสมเกียรติ และอมร อมรรัตนานนท์ ได้พังประตูรั้วเข้ายึดที่ทำการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ตลอดจนห้องส่งกระจายเสียง และห้องส่งออกอากาศ ถือเป็นการเข้ายึดสถานีโทรทัศน์โดยประชาชนครั้งแรกในประเทศไทย[4]
กลุ่มผู้ชุมนุมยุติการส่งกระจายเสียงของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย เอฟเอ็ม 92.5 และ 97.0 เมกกะเฮิร์ทซ์ ตลอดจนมีความพยายามของเจ้าหน้าที่เทคนิค สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี ในการนำสัญญาณโทรทัศน์ของเอเอสทีวี มาออกอากาศในคลื่นความถี่โทรทัศน์ของเอ็นบีทีแทน เป็นผลให้เอ็นบีทีไม่สามารถออกอากาศได้ในช่วงแรก แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคเปลี่ยนระบบการออกอากาศ โดยใช้สัญญาณแอนาล็อกแทนสัญญาณดิจิตอล ทำให้สามารถออกอากาศได้โดยไม่มีคลื่นแทรก ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมไม่พอใจจึงตัดสายไฟฟ้าของเครื่องส่ง เพื่อให้เกิดความเสียหายแทน[ต้องการอ้างอิง]
ส่วนความพยายามออกอากาศรายการข่าวทางเอ็นบีที อย่างต่อเนื่องของพนักงานฝ่ายข่าว นำโดยตวงพร อัศววิไล, จิรายุ ห่วงทรัพย์, สร้อยฟ้า โอสุคนธ์ทิพย์, อดิศักดิ์ ศรีสม, วรวีร์ วูวนิช, กฤต เจนพานิชการ เป็นต้น โดยใช้วิธีการหลายรูปแบบ กล่าวคือ
- ส่งสัญญาณโทรทัศน์จากรถถ่ายทอดสดนอกสถานที่ แล้วให้สำนักงานสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยส่วนกลาง ที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ รับสัญญาณผ่านดาวเทียม ส่งไปยังเสารับสัญญาณโทรทัศน์บนอาคารใบหยก 2 เพื่อส่งออกอากาศทั่วประเทศอีกชั้นหนึ่ง โดยออกอากาศจากห้องส่งชั่วคราว ภายในบริเวณสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย จนกระทั่งกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาพบ จึงถูกระงับการออกอากาศไปอีก
- ส่งสัญญาณโทรทัศน์จากสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในส่วนภูมิภาค (ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี และ จังหวัดเชียงใหม่) [ต้องการอ้างอิง] มาที่ส่วนกลาง แล้วไปตามเส้นทางเดิม
- ส่งสัญญาณโทรทัศน์จากรถถ่ายทอดสดนอกสถานที่เช่นเดิม โดยจัดห้องภายในศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) และต่อมาที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เป็นห้องส่งชั่วคราว[4]
จนกระทั่งเมื่อเวลาประมาณ 18.30 น. วันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศถอนกำลังออกจากสถานีฯ เนื่องจากความพยายามเชื่อมต่อสัญญาณเอเอสทีวีไม่ประสบผล แล้วไปสมทบกับกลุ่มใหญ่ ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบบริเวณสถานีฯ พบว่ามีการบุกรุกเข้าไปห้องต่างๆ ภายในอาคาร สถานที่ถูกทำลายไปเป็นบางส่วน อีกทั้งมีทรัพย์สินเสียหายและสูญหายไปจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะมีการบุกรุกเข้าไปรื้อค้นสิ่งของ ภายในห้องประทับรับรอง ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่มีหมายกำหนดการเสด็จทรงบันทึกเทปรายการทูบีนัมเบอร์วันวาไรตี้ ที่เอ็นบีทีในวันดังกล่าวด้วย หลังจากการตรวจสอบในเบื้องต้น จึงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สถานีฯ กลับเข้าปฏิบัติงานภายในอาคารได้[ต้องการอ้างอิง]
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และผู้ประกาศข่าวส่วนหนึ่ง ยังคงรายงานข่าวที่สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในช่วงคืนวันที่ 26 ต่อเช้าวันที่ 27 สิงหาคม จนกระทั่งสามารถกลับมาออกอากาศ รายการข่าวภายในสถานีได้ตามปกติ ในช่วงข่าวเที่ยง วันที่ 27 สิงหาคม[ต้องการอ้างอิง]
[แก้] อ้างอิง
- ^ ขุดกรุ:จากสถานี HS1PJ ถึงโทรทัศน์สีสเตอริโอ*(บางส่วน)จากเว็บไซต์รถไฟไทยดอตคอม
- ^ ข่าวพระราชกรณียกิจ ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2530-กันยายน พ.ศ. 2531 บทที่ 11 หน้า 6 จากเว็บไซต์สำนักราชเลขาธิการ
- ^ ความหมายของสัญลักษณ์ NBT จากเว็บไซต์สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที
- ^ 4.0 4.1 พันธมิตรฯบุกยึด NBT จากเว็บไซต์เดลินิวส์ออนไลน์
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
- เว็บไซต์ระบบแบ่งปันความรู้ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
- เอ็นบีที สกายนิวส์
- เว็บไซต์ กรมประชาสัมพันธ์
- ดึงชาลอตช่วย โพสต์ฯขึ้น20%ค่าโฆษณาNBTดึงเลือดใหม่ลุย
- “น้องเดียว” หนุนทีมโพสต์ฯปลุกเรตช่องสทท. มั่นใจกระฉูดแน่
- สาทิตย์ล้างบางNBT ยกเลิกสัญญา1มีนาคม ปั้นช่อง11ทีวีแห่งชาติ
- สาทิตย์ ชี้ ดิจิตอลฯ มีเดีย เลิกสัญญา ดีต่อการปรับผัง
- เพลงสรรเสริญพระบารมีตอน เปิด-ปิด สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11
- เพลงสรรเสริญพระบารมีตอนเปิดสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT)
| สมัยก่อนหน้า | สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย | สมัยถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 (ตุลาคม พ.ศ. 2528 - 31 มีนาคม พ.ศ. 2551) |
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (1 เมษายน พ.ศ. 2551 - ปัจจุบัน) |
ยังออกอากาศอยู่ |
|
||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||||
