ช็อก
-
บทความนี้เกี่ยวกับภาวะทางการแพทย์ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ช็อก (แก้ความกำกวม)
| ช็อก (Shock ) |
|
|---|---|
| การจำแนกโรคหรืออาการ และแหล่งข้อมูลอื่น | |
| ICD-10 | หลายหมวดหมู่ รวมทั้ง R57. |
| ICD-9 | 785 |
| DiseasesDB | 12013 |
| MedlinePlus | 000039 |
| eMedicine | emerg/531 med/285 emerg/533 |
| MeSH | D012769 |
ภาวะช็อก (อังกฤษ: shock, circulatory shock) เป็นภาวะทางการแพทย์ซึ่งอันตรายและมีอันตรายถึงชีวิต เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อในร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ[1] ในระยะแรกส่วนใหญ่ทำให้มีระดับออกซิเจนในเนื้อเยื่อต่างๆ ไม่เพียงพอ ทำให้เนื้อเยื่อเหล่านี้ทำงานได้ไม่ปกติ[2] ทั้งนี้เมื่อพิจารณาว่าการลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ อาศัยเลือด การลดลงของการไหลของเลือดจึงทำให้การนำออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงเนื้อเยื่อและเซลล์ต่างๆ ลดลงไปด้วย จึงเป็นสาเหตุที่สำคัญสาเหตุหนึ่งของช็อก
ภาวะช็อกถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่สำคัญที่สุดสาเหตุหนึ่งในผู้ป่วยหนัก ผลของภาวะช็อกมีหลายอย่าง ทั้งหมดสัมพันธ์กับภาวะซึ่งระบบไหลเวียนโลหิตทำหน้าที่ได้ไม่เพียงพอ เช่น อาจทำให้มีออกซิเจนในเลือดต่ำ หรือหัวใจหยุดเต้นได้[3][4][5][6][7][8][9]
อาการแสดงที่สำคัญของภาวะช็อกคือหัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว ซึ่งเป็นกลไกตอบสนองทดแทนความบกพร่องของระบบไหลเวียน ความดันเลือดต่ำ และอาการแสดงของความไม่เพียงพอของการกำซาบที่อวัยวะส่วนปลาย (ภาวะซึ่งอวัยวะต่างๆ ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการจนสูญเสียการทำงาน) เช่น ปัสสาวะออกน้อย (ไตทำงานลดลง) สับสนหรือซึมลง (สมองทำงานลดลง) เป็นต้น ทั้งนี้มีหลายภาวะที่ความดันเลือดของผู้ป่วยอาจปกติ แต่เนื้อเยื่อต่างๆ ยังได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ ถือว่าอยู่ในภาวะช็อก ดังนั้นผู้ป่วยช็อกไม่จำเป็นต้องมีความดันเลือดต่ำเสมอไป[10]
อันตรายอย่างหนึ่งของภาวะช็อกคือกลไกป้อนกลับทางบวกซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องสามารถทำให้ภาวะช็อกที่เป็นอยู่แล้วนั้นแย่ลงไปอีกได้ เมื่อร่างกายเกิดภาวะช็อกขึ้นแล้วไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมหรือทันเวลา มักจะแย่ลงไปเรื่อยๆ ดังนั้นการรักษาที่ทันท่วงทีจึงมีความสำคัญมาก[10]
ภาวะช็อกทางการแพทย์นั้นหมายถึงภาวะซึ่งเนื้อเยื่อได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอดังกล่าว ซึ่งแตกต่างและไม่ควรสับสนกับภาวะช็อกทางอารมณ์ โดยภาวะทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กันโดยตรงแต่อย่างใด
[แก้] อาการและอาการแสดง
อาการของผู้ป่วยช็อกอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน ผู้ป่วยบางคนอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยสังเกตได้ยากเช่นอาการสับสนหรืออ่อนแรงเป็นต้น[11] แต่โดยทั่วไปแล้วอาการแสดงที่พบบ่อยที่สุดของผู้ป่วยภาวะช็อกทุกประเภทคือการมีความดันเลือดต่ำ ปัสสาวะอกน้อย และสับสน ซึ่งก็ไม่จำเป็นจะต้องพบในผู้ป่วยช็อกทุกคน[11] แม้อาการชีพจรเร็วจะพบได้บ่อย แต่ผู้ป่วยที่ใช้ยาเบตาบล็อกเกอร์ ผู้ป่วยที่เป็นนักกีฬามีร่างกายแข็งแรงมาก และผู้ป่วยช็อกจากการเสียเลือดในช่องท้อง 30% อาจมีอัตราเต้นของหัวใจปกติหรือค่อนข้างต่ำได้[12] ช็อกบางประเภทอาจมีอาการจำเพาะของประเภทนั้นๆ ได้
[แก้] อ้างอิง
- ^ [1]. Courtney M. Townsend,SABISTON TEXTBOOK OF SURGERY,16TH EDITION,page no-381
- ^ Kumar, Vinay; Abbas, Abul K.; Fausto, Nelson; & Mitchell, Richard N. (2007). Robbins Basic Pathology (8th ed.). Saunders Elsevier. pp. 102-103 ISBN 978-1-4160-2973-1
- ^ Irwin, Richard S.; Rippe, James M. (January 2003). Intensive Care Medicine. Lippincott Williams & Wilkins, Philadelphia & London. ISBN 0-7817-3548-3.
- ^ Marino, Paul L. (September 2006). The ICU Book. Lippincott Williams & Wilkins, Philadelphia & London. ISBN 0-7817-4802-X.
- ^ "Fundamental Critical Care Support, A standardized curriculum of Critical Care". Society of Critical Care Medicine, Des Plaines, Illinois. http://www.sccm.org/SCCM/FCCS+and+Training+Courses/FCCS/FCCSCourseAdmin.htm.
- ^ Harrison's Principles of Internal Medicine. http://books.mcgraw-hill.com/medical/harrisons/.
- ^ "Cecil Textbook of Medicine". http://www.cecilmedicine.com/buy.cfm?book=goldman.
- ^ The Oxford Textbook of Medicine. http://www.oup.com/us/catalog/general/subject/Medicine/PrimaryCare/?ci=0192629220&view=usa.
- ^ Shock: An Overview PDF by Michael L. Cheatham, MD, Ernest F.J. Block, MD, Howard G. Smith, MD, John T. Promes, MD, Surgical Critical Care Service, Department of Surgical Education, Orlando Regional Medical Center Orlando, Florida
- ^ 10.0 10.1 Guyton, Arthur; Hall, John (2006). "Chapter 24: Circulatory Shock and Physiology of Its Treatment". In Gruliow, Rebecca (ในภาษาEnglish) (Book). Textbook of Medical Physiology (11th ed.). Philadelphia, Pennsylvania: Elsevier Inc.. pp. 278-288. ISBN 0-7216-0240-1.
- ^ อ้างอิงผิดพลาด: Invalid
<ref>tag; no text was provided for refs namedTint10 - ^ Tintinalli, Judith E. (2010). Emergency Medicine: A Comprehensive Study Guide (Emergency Medicine (Tintinalli)). New York: McGraw-Hill Companies. pp. 174–175. ISBN 0-07-148480-9.
|
||||||||||||||||||||||||||||||||||
|
||||||||||||||||||||||||||||||