ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ชิงร้อยชิงล้าน Super Game)

ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม

ตราสัญลักษณ์ของ ชิงร้อยชิงล้าน Super Game.jpg
ออกอากาศ 3 มกราคม พ.ศ. 2539 - 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541
สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 สี (2539-2540)
ช่อง 3 (2541)
ผู้ดำเนินรายการ ปัญญา นิรันดร์กุล
มยุรา เศวตศิลา
คเชนทร์ (หม่ำ จ๊กมก)
ผลิตโดย เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์
ระดับ ไม่มีการจัดระดับ

ชิงร้อยชิงล้าน Super Game เป็นรายการเกมโชว์ที่เปลี่ยนชื่อจากชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิตโดยออกอากาศวันพุธเวลา 22.30-00.30 น. ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2539 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2540 และ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2541 ถึง 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541


ประวัติ[แก้]

หลังจากชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิตจบลง ชิงร้อยชิงล้านก็ได้เปลี่ยนชื่อใหม่และฉากใหม่ในชื่อ ชิงร้อยชิงล้าน Super Game โดยปรับปรุงฉากใหม่และรูปแบบรายการที่น่าสนุกยิ่งขึ้นพร้อมเพิ่มระยะเวลาในการออกอากาศเป็น 2 ชั่วโมงนับเป็นรายการเกมโชว์แรกในเมืองไทยที่ออกอากาศถึง 2 ชั่วโมงและเอกลักษณ์ของชิงร้อยชิงล้าน Super Game คือตัว G (2539 จะเป็นสีแดง 2540 จะเป็นสีเขียว) และไตเติ้ลรายการคล้ายกับเกมพินบอล

เกมในชิงร้อยชิงล้าน Super Game[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน Super Game ได้ปรับปรุงเกมจากยุคต่างๆทั้งหมดและได้เพิ่มเกมอีก 2 เกม

ทายดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม)[แก้]

ในเกมนี้เป็นการทายดารารับเชิญของรายการซึ่งให้ผู้เข้าแข่งขันให้ทายซึ่งในเกมนี้จะมีโอกาสตอบในกระดานทั้ง 3 รอบโดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบดังนี้

ในรูปแบบที่ 1 ใช้ชื่อว่า ยังจำได้ไหม (ตั้งแต่ 3 มกราคม 2539 ถึง ปลายปี 2539) จะเป็นการทายภาพของดารารับเชิญในอดีตเป็นแบบ 3 ภาพ 3 ช่วงเวลาว่าดารารับเชิญคนนี้เป็นใคร โดยพิธีกรให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบลงในกระดานคำตอบ ซึ่งให้ผู้เข้าแข่งขันเขียนคำตอบได้ 3 คำตอบเท่านั้น หลังจากนั้นพิธีกรจะเฉลยคำตอบโดยการเชิญดารารับเชิญออกมาโชว์ร้องเพลงว่าคนนี้เป็นใคร ถ้าผู้เข้าแข่งขันทีมใดเขียนคำตอบถูกมากที่สุดจะได้คะแนนไป

ในรูปแบบที่ 2 ใช้ชื่อว่า ทายดาราปริศนา (ตั้งแต่ ปลายปี 2539 ถึง 25 กุมภาพันธ์ 2541) จะแบ่งเป็น 3 รอบดังนี้

  1. รอบที่ 1 จะเป็นการ ทายเสียงและเงา (เสียงของใคร) จะเป็นการทายเสียงและเงาของดารารับเชิญ ซึ่งเกมนี้มีพัฒนามาจากเกมทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) เป็น 3 ภาพ 3 ช่วงเวลา สำหรับเกมทายเสียงและเงาของดารารับเชิญนั้นโดยให้ผู้เข้าแข่งขันต้องฟังเสียงและดูเงาว่าดารารับเชิญคนนั้นเป็นใคร
  2. รอบที่ 2 จะเป็นการ ทายภาพดาราปริศนา (ยังจำได้ไหม) จะเป็นการทายภาพรูปภาพต่าง ๆ ของดารารับเชิญ นั้นจะเป็นการทายภาพของดารารับเชิญโดยในภาพนี้จะเป็นการปกปิดใบหน้าบางส่วนของดารารับเชิญ เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันนั้นได้สังเกตจับจุดใบหน้าของดารารับเชิญให้ดีว่าคนนี้เป็นใคร
  3. รอบที่ 3 จะเป็นรอบ ขอสักครั้ง จะเป็นภาพ VTR โดยที่ผู้เข้าแข่งขันนั้นไม่สามารถเห็นหน้าของดารารับเชิญชัดๆ ได้ ดารารับเชิญนั้นจะทำแบบไม่เห็นหน้าหรือบังหน้าเอาไว้ด้วย เห็นได้แต่ด้านหลังดารารับเชิญเท่านั้น เพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันนั้นได้สังเกตหน้าตาของดารารับเชิญไว้ให้ดีว่าคนนี้เป็นใคร

ทั้งนี้ทีมผู้เข้าแข่งขันทั้ง 3 มีโอกาสเขียนในกระดานคำตอบได้ 3 ครั้งเท่านั้นหลังจะเฉลยว่าดารารับเชิญคนนี้คือใครโดยการเชิญดารารับเชิญออกมาโชว์ร้องเพลงว่าคนนี้เป็นใครโดยถ้าตอบถูกในแต่ละรอบจะได้คะแนนไปด้วย หลังจากที่มีการเฉลยคำตอบแล้ว ก็จะมีการพูดคุยกับดารารับเชิญเกี่ยวกับความเป็นมาและเรื่องราวต่างหลังจากนั้น ยังมีหม่ำ จ๊กมก, เอ๊ดดี้ ผีน่ารัก และ เท่ง เถิดเทิง มาสร้างสีสันเสียงหัวเราะให้ท่านผู้ชมได้รับความสนุกสนานกันอีกด้วย

จริงหรือไม่[แก้]

เกมจริงหรือไม่ ซึ่งเกมนี้ เป็นการนำเอาประสบการณ์ชีวิตในแง่มุมต่างๆของดาราที่เป็นผู้เข้าแข่งขันในเกม ไม่ว่าจะเป็น ความชอบ งานอดิเรก ของสะสมส่วนตัว หรือแม้กระทั่งประสบการณ์ลี้ลับ และเฉียดความตาย โดยเรื่องราวเหล่านี้ จะถูกนำมาใช้เป็นเกมการแข่งขันในรูปแบบตอบคำถาม โดยในการแข่งขัน ทีมที่จะเป็นผู้ตอบคำถาม คือทีมฝ่ายตรงข้ามอีกสองทีมที่ไม่ใช่เจ้าของเรื่อง ซึ่งทีมที่ตอบจะต้องทายว่าคำถามในข้อนั้นเป็นเรื่องจริง หรือไม่จริง หลังจากที่ตอบแล้ว ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ทีมเจ้าของเรื่องนั้นจะเป็นผู้เฉลยว่าคำถามนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ถ้าทีมฝ่ายตรงข้ามตอบถูกก็จะได้ 10 คะแนน แต่ถ้าตอบผิด จะไม่ได้คะแนน

ทั้งนี้ คำถามในเกมจริงหรือไม่ ของชิงร้อยชิงล้าน Super Game จะถูกลดเหลือ 3 ข้อ จากเดิม 8 ข้อ ซึ่งแต่ละทีมจะมีโอกาสตอบคำถามทั้งหมด 3 ข้อด้วยกัน และให้ทายว่าเรื่องคนนั้นเป็นของใครในทีมของเข้าของเรื่อง โดยในแต่ละข้อ หลังจากที่มีการเฉลยคำตอบแล้ว ก็จะมีการพูดคุยกับดาราเจ้าของเรื่องเกี่ยวกับเรื่องที่ตั้งเป็นคำถามนั้นๆ บางครั้งอาจมีการสาธิตโชว์เรื่องนั้นให้ดูในรายการ หากเป็นเรื่องความสามารถ หรือมีการนำของสะสมต่างๆ มากมายที่เป็นของดารามาแสดงในรายการ ในกรณีที่คำถามเกี่ยวข้องกับของสะสมของดารา ทั้งนี้ การพูดคุยกับดารา ยังมีหม่ำ จ๊กมก, เอ๊ดดี้ ผีน่ารัก และ เท่ง เถิดเทิง มาสร้างสีสันเสียงหัวเราะให้ท่านผู้ชมได้รับความสนุกสนานกันอีกด้วย โดยการล้อเลียนดารารับเชิญที่เป็นเจ้าของเรื่องในช่วงนั้นๆ

รอบสะสมเงินรางวัล[แก้]

สำหรับรอบสะสมเงินรางวัลนั้นจะมี 2 รอบด้วยกันโดยเงินรางวัลสะสมนั้นเป็นเงินรางวัลสำหรับผู้ที่เข้ารอบ Jackpot โดยเงินรางวัลนั้นไปรวมยอดกับเงินรางวัลรอบสุดท้ายไปด้วย

ถังแตก[แก้]

ในเกมถังแตกจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการทั้ง 14 แผ่นป้าย ในแต่ละแผ่นป้ายจะมีป้ายที่มีผู้สนับสนุนหลักในช่วงเกมนี้ 10 แผ่นป้ายและมีตัวเลข 10000 หมายถึงได้เงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท และแผ่นป้ายถังแตกอีก 4 แผ่นป้าย ถ้าเปิดเจอถังแตกครบทั้ง 4 แผ่นป้าย หรือป้ายผู้สนับสนุนรายการที่มีเลข 10000 ครบทั้ง 10 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัลสะสม 100,000 บาททันที แต่ถ้าเปิดป้ายผู้สนับสนุนในเกม ป้ายต่อไปเป็นถังแตก แปลว่าหยุดเกมลงทันที และเงินรางวัลที่เปิดป้ายนั้นรวบรวมตามจำนวนที่เปิดป้ายได้ แต่กรณีที่เปิดป้ายถังแตกก่อนป้ายต่อไปเปิดป้ายเป็นเงิน 10,000 บาท ถือว่าหยุดเช่นกันและรับเงินรางวัล 10,000 บาทไปด้วย

สำหรับเกมถังแตกถูกใช้ในปี 2539 จนถึงยุคทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ตั๊ก ซึ่งเกมนี้อยู่คู่กับชิงร้อยชิงล้านมาถึง 13 ปี 3 ยุคโดยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบกติกาของเกมเลย ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบอีกครั้งในยุค ชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Cha ในช่วงปลายปี 2549 และถูกยกเลิกในปี 2552

ทีวีปิดทีวีเปิด[แก้]

เกมนี้เป็นการเปิดป้ายจับคู่โทรทัศน์สีโกลด์สตาร์ ซึ่งเกมนี้เป็นการจับคู่โทรทัศน์สีแบบปิดและเปิดโดยแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการจะมีทั้งหมด 12 แผ่นป้าย แบ่งเป็นโทรทัศน์สีแบบปิดซึ่งจะเป็นหน้าจอสีฟ้าล้วน ๆ 6 แผ่นป้าย และโทรทัศน์สีแบบเปิดซึ่งในหน้าจอจะเป็นรูปภาพคุณปัญญาและคุณตั๊ก มยุรา ซึ่งถือแผ่นป้าย 0 อยู่ (ป้ายดังกล่าวเป็นภาพในรอบ Jackpot ของ ชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิต) อีก 6 แผ่นป้าย ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 8 แผ่นป้ายจาก 12 แผ่นป้าย ซึ่งแผ่นป้ายที่เลือกนั้น จะให้วางเป็นคู่ ๆ แต่ละป้ายคู่จะต้องจับคู่โทรทัศน์สีให้เหมือนกัน (เปิด-เปิด หรือ ปิด-ปิด) ถ้าจับคู่โทรทัศน์สีถูก จะได้เงินรางวัลคู่ละ 20,000 บาท แต่ต้องจับคู่ได้ปิด 3 คู่ และเปิด 1 คู่ หรือเปิด 3 คู่ และปิด 1 คู่จึงจะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท แต่ทุกครั้งที่ล้านแตก จะเป็นปิด 3 คู่ และเปิด 1 คู่ ต่อมาเปลี่ยนเป็นโกลด์เดนอาย ซึ่งเป็นของแอลจีเช่นเดียวกันกับโกลด์สตาร์ กติกาเหมือนเดิม รูปโทรทัศน์เปิดจะเป็นรูปตาของผู้หญิง 2 ข้าง กับป้ายรูปโทรทัศน์ปิดจะเป็นหน้าจอมืดๆ สีดำ เกมนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2539 - 2540 ก่อนที่ในปี 2541 และปี 2542 - 2544 จะพัฒนามาเป็นเกมจับคู่

จับคู่[แก้]

เกมนี้เป็นการเปิดแผ่นป้ายจับคู่กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ ซึ่งเป็นการจับคู่กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ 2 รสที่ผู้สนับสนุนได้ผลิตในขณะนั้น โดยมีแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้าย ในแผ่นป้ายจะมีกาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ 2 รสตามที่ผู้สนับสนุนได้ผลิตในขณะนั้น รสละ 6 แผ่นป้าย ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกแผ่นป้ายผู้สนับสนุนรายการทั้งหมด 8 แผ่นป้ายจาก 12 แผ่นป้าย และเลือกวางเป็นคู่ๆ แต่ละคู่จะต้องจับคู่ให้เหมือนกัน ถ้าจับคู่กาแฟกระป๋องเบอร์ดี้ถูกรสชาติ จะได้รับเงินรางวัลสะสมคู่ละ 20,000 บาท แต่ต้องจับคู่ให้ได้รสหนึ่ง 3 คู่ และอีกรสหนึ่ง 1 คู่ จึงจะได้รับเงินรางวัลสะสม 1,000,000 บาท

เกมนี้ถูกใช้ในปี 2541 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นชิงร้อยชิงล้าน Cha Cha Cha และย้ายมาที่ช่อง 3

รอบตัดสิน[แก้]

ในเกมนี้เป็นการตัดสินให้ผู้เข้าแข่งขันเข้าสู่รอบ Jackpot โดยจะมีแผ่นป้ายของผู้สนับสนุนรายการ 12 แผ่นป้ายซึ่งมีคะแนน 1-9 ส่วนอีก 3 ป้าย คือรูปใบหน้าของคุณปัญญา,คุณมยุรา และคุณหม่ำ โดยแผ่นป้ายปัญญาหรือป้ายมยุรามีค่า 10 คะแนน (แต่ในกรณีที่เปิดแผ่นป้ายเดียว ป้ายมยุราจะสามารถชนะป้ายปัญญา) และป้ายหม่ำเป็นป้ายตกรอบ (ป้ายหม่ำนั้น ในกรณีที่ทีมผู้เข้าแข่งขันสามารถเลือกเปิดได้ 2 แผ่นป้าย ถึงจะสามารถเปิดเจอป้ายใดๆก็ตาม แม้กระทั่งมยุรา แต่ถ้าอีกแผ่นป้ายหนึ่งเปิดเจอหม่ำ จะถือว่าตกรอบทันทีเช่นเดียวกัน) ในเกมเปิดแผ่นป้ายคะแนนนี้ จะมีการดูคะแนนจากรอบเกมจริงหรือไม่ และทายดาราปริศนาด้วย ทีมที่มีคะแนนสะสมจากเกมทั้ง 2 เกม จะมีสิทธิ์เปิดแผ่นป้ายตามกรณีต่างๆ ดังนี้

1. คะแนนทั้ง 3 ทีมไม่เท่ากัน ทีมที่มีคะแนนสูงสุดจะได้เปิด 3 แผ่นป้าย รองลงมา 2 แผ่นป้าย และทีมที่มีคะแนนน้อยที่สุด ได้เปิดเพียง 1 แผ่นป้าย

2. ทีมที่มีคะแนนสูงสุด และอีก 2 ทีมมีคะแนนเท่ากัน ทีมที่มีคะแนนสูงสุดจะได้เลือก 3 แผ่นป้าย อีก 2 ทีม จะได้เลือกทีมละ 2 แผ่นป้าย

3. 2 ทีม มีคะแนนสูงสุดสูงกว่าอีกทีม ทีมที่มีคะแนนสูงสุด 2 ทีม จะได้เลือกทีมละ 2 แผ่นป้าย ส่วนทีมที่เหลือ จะได้เปิดเพียง 1 แผ่นป้าย

4. ทั้ง 3 ทีมมีคะแนนเสมอกัน ทั้ง 3 ทีมจะได้เลือกเปิดทีมละ 2 แผ่นป้าย

ซึ่งถ้าเปิดเจอป้ายปัญญา มยุราและหม่ำทั้ง 3 ป้าย หรือเฉพาะป้ายปัญญาและมยุราครบ 2 ป้าย จะได้เงินรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุน 100,000 บาท

เกมเปิดป้ายคะแนนของชิงร้อยชิงล้าน Super Game ในปี 2539 - 2540 ได้ปรับเปลี่ยนเป็นทีมผู้ที่มีคะแนนสูงที่สุดได้เปิดป้าย 3 แผ่นป้าย (แต่เดิมมี 2 ป้าย) ส่วนทีมผู้ที่ได้คะแนนน้อยกว่าทีมที่ได้คะแนนสูงสุดจะเปิด 2 แผ่นป้าย (เดิมเพียงป้ายเดียว) และป้ายหม่ำซึ่งเป็นป้ายตกรอบนั้นได้ถูกเปลี่ยนมาเป็นป้าย 0 คะแนนแทน (แต่เมื่อเปิดป้ายมยุราก็สามารถเข้ารอบได้เช่นกัน) อย่างไรก็ดีตั้งแต่กลางปี 2540 - 2541 ได้ใช้กฎกติกาเกมเปิดป้ายคะแนนแบบเดียวกับยุค Top Secret, ครั้งหนึ่งในชีวิต อยู่เหมือนเดิม

สำหรับในรอบนี้ ผู้ที่เปิดป้ายได้คะแนนรวมมากที่สุดจะเข้ารอบทันที แต่ถ้าทั้ง 2 หรือ 3 ทีมมีคะแนนเท่ากัน ทีมที่มีสิทธิ์เปิดแผ่นป้ายมากกว่าจะเข้ารอบ นอกจากนี้ ถ้าผู้เข้าแข่งขันที่มีสิทธิ์เปิดได้ 2 หรือ 3 แผ่นป้าย เปิดได้จำนวนเลขรวมกันเท่ากับ 10 และป้ายปัญญาและมยุราก็จะได้รับแพ็คเกจทัวร์เดินทางไปยัง น้ำตกหวางกว่อฉู้ เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง ประเทศจีน จากบริษัทนำเที่ยววีคเอนด์ ทัวร์ อีกด้วย ส่วนผู้ที่เปิดได้ป้ายปัญญา มยุราและหม่ำ หรือเฉพาะป้ายปัญญาและมยุราก็จะได้รับเงินรางวัลพิเศษจากผู้สนับสนุนรายการ 100,000 บาทอีกด้วย

รอบสุดท้าย[แก้]

รอบสุดท้าย (Jackpot) ของรายการชิงร้อยชิงล้าน Super Game นั้น ในช่วงแรกจะมีแผ่นป้ายของผู้สนัสนุนรายการทั้ง 12 แผ่นป้ายด้วยกัน โดยมีแผ่นป้ายเลข 0 จะมี 6 แผ่นป้าย ซึ่งมีเงินรางวัลแผ่นป้ายละ 10,000 บาท ส่วนแผ่นป้ายผู้สนับสนุน (ผู้สนับสนุนหลักช่วงปี 2539-2540 คือแป้งเย็นตรางู เซ็นลุกซ์ นิวชอยซ์ ต่อมาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหารง่วนเชียง และช่วงปี 2540-2541 คือวิสกี้วีโอ) ซึ่งจะมีตัวเลข 20,000 ซึ่งเป็นมีเงินรางวัล 20,000 บาท 3 แผ่นป้าย แต่อีก 3 แผ่นป้ายเป็นแผ่นป้ายเปล่าไม่มีเงินรางวัลแต่อย่างใด แต่ถ้าหากเปิดสามารถป้าย 0 หรือสปอนเซอร์หลักในการชิงโชคได้ครบ 6 แผ่นป้าย จะได้รับเงินรางวัล 2,000,000 บาท โดยจะให้คนละ 1,000,000 บาท ให้กับผู้เข้าแข่งขันและผู้โชคดีจากทางบ้านที่มาจากการจับชิ้นส่วนของผู้สนับสนุนรายการที่ผู้ชมทางบ้านส่งมาร่วมสนุกนั่นเอง ซึ่งในรอบนี้มีผู้ทำล้านแตกเพียงทีมเดียวคือพล ตัณฑเสถียร และอัษฎาวุธ เหลืองสุนทร และได้รับเงินรางวัลรวม 1,010,000 บาท

ผู้เข้าแข่งขัน[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน Super Game นั้นจะมีทีมอยู่ 3 ทีมต่อสัปดาห์ (เช่นเดียวกันกับ ชิงร้อยชิงล้าน (ยุคแรก) ช่วงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2535 - 15 กันยายน 2536) แต่ละทีมจะมีอยู่ 2 คนซึ่งในแต่ละสัปดาห์ทางรายการจะเชิญผู้เข้าแข่งขันชายและผู้เข้าแข่งขันหญิงโดยแต่ละสัปดาห์จะมีทีมชาย 2 ทีม ทีมหญิง 1 ทีม หรือทีมชาย 1 ทีม ทีมหญิง 2 ทีมเว้นสัปดาห์

ล้านแตก[แก้]

ในชิงร้อยชิงล้าน Super Game มีผู้ที่ทำ Jackpot แตกทั้งหมด 3 ครั้งคือ

ก่อนหน้า ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม ถัดไป
ชิงร้อยชิงล้าน ครั้งหนึ่งในชีวิต 2leftarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ซูเปอร์เกม
(3 มกราคม 2539 - 25 กุมภาพันธ์ 2541)
2rightarrow.png ชิงร้อยชิงล้าน ชะชะช่า