ชิงชัง (ละครโทรทัศน์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ระวังสับสนกับ ชิงชัน
ชิงชัง
ละครเรื่อง "ชิงชัง"
รูปแบบ ละครโทรทัศน์
ผู้สร้าง เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ผู้เขียนบท บทประพันธ์ :
จุฬามณี
บทโทรทัศน์ :
ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์
ผู้กำกับ สันต์ ศรีแก้วหล่อ
นักแสดงนำ ภูธเนศ หงษ์มานพ
โสภิตนภา ชุ่มภาณี
รัฐศาสตร์ กรสูต
พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร
ภูริ หิรัญพฤกษ์
อลิชา ไล่สัตรูไกล
อรจิรา แหลมวิไล
อรรถพร ธีมากร
พงศ์สิรี บรรลือวงศ์
วิทวัส สิงห์ลำพอง
สิรีภรณ์ ยุกตะทัต
จรินทร์พร จุนเกียรติ
ปวีณ์สุดา จันทร์เกษ
เดชบดินทร์ ฉายทองดี
สรพงษ์ ชาตรี
เดือนเต็ม สาลิตุล
เพลงประกอบ เพลง รักเจ้าเอย
โดย สุรัตน์ติกานต์ พรรคเจริญ
เพลง ผิดเพราะรัก
โดย เหมือนแพร พานะบุตร
จำนวนตอน 52 ตอน
ประเภท รายการที่ผู้ใหญ่ควรให้คำแนะนำแก่ผู้ชมที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี
การผลิต
ผู้อำนวยการสร้าง ถกลเกียรติ วีรวรรณ
ความยาวตอน 60 นาที / ตอน
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี สถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5
ฉายครั้งแรก 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ออกอากาศ 3 สิงหาคม พ.ศ. 255229 ตุลาคม พ.ศ. 2552
รายการที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์ทางการ
ชิงชัง

ชิงชัง เป็นละครโทรทัศน์ สัญชาติไทย สร้างโดยบริษัท เอ็กแซ็กท์ แอนด์ ซีเนริโอ จำกัด จากนวนิยายชื่อเดียวกัน ซึ่งเป็นบทประพันธ์ของ "จุฬามณี" เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักหลายรูปแบบที่แปรเปลี่ยนเป็นความชิงชัง โดยมีการสอดแทรกหลักธรรมทางพุทธศาสนาตลอดเรื่อง ออกอากาศทางช่อง 5 ทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี เวลา 20:25 - 21.25 นาฬิกา ตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552 - 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ละครเรื่องชิงชัง บทโทรทัศน์โดย ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ ควบคุมบทโทรทัศน์โดย ศิริลักษณ์ ศรีสุคนธ์ และ นิพนธ์ ผิวเณร กำกับการแสดงโดย สันต์ ศรีแก้วหล่อ แสดงนำโดย ภูธเนศ หงษ์มานพ, โสภิตนภา ชุ่มภาณี, รัฐศาสตร์ กรสูต, พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร, ภูริ หิรัญพฤกษ์, อลิชา ไล่สัตรูไกล, อรจิรา แหลมวิไล, อรรถพร ธีมากร, พงศ์สิรี บรรลือวงศ์, วิทวัส สิงห์ลำพอง, สิรีภรณ์ ยุกตะทัต, จรินทร์พร จุนเกียรติ, ปวีณ์สุดา จันทร์เกษ, เดชบดินทร์ ฉายทองดี, สรพงษ์ ชาตรี และ เดือนเต็ม สาลิตุล

ละครเรื่องนี้ได้เรตติ้ง 14[1]

นักแสดง[แก้]

บทบาท นักแสดง
ยอด/ชลาชล ภูธเนศ หงษ์มานพ
อิ่ม โสภิตนภา ชุ่มภาณี
อิน รัฐศาสตร์ กรสูต
อุ่น พิมพ์มาดา บริรักษ์ศุภกร
ยิ่ง ภูริ หิรัญพฤกษ์
บังอร อลิชา ไล่สัตรูไกล
อารีย์ อรจิรา แหลมวิไล
ปิง อรรถพร ธีมากร
ผู้ใหญ่แก้ว สรพงษ์ ชาตรี
ทองคำ เดือนเต็ม สาลิตุล
ละเอียด ภัสสร บุญยเกียรติ
มาลัย สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์
ปลัดสมชาย รุ่งเรือง อนันตยะ
หลวงลุง กรุง ศรีวิไล
เจ็กฟาด จีระศักดิ์ ปิ่นสุวรรณ
สำเภา ศตวรรษ ดุลยวิจิตร
ทองแดง วาสิษฐี ศรีโลฟุ้ง
ชด พศิน เรืองวุฒิ
เสมอพงษ์ ศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์
พริ้ม ณหทัย พิจิตรา
รุ่นลูก
อาทิตย์ พงศ์สิรี บรรลือวงศ์
ยงชัย วิทวัส สิงห์ลำพอง
กิ่ง/กานดา แอริน ยุกตะทัต
ก้อย/กัลยา จรินทร์พร จุนเกียรติ
อาริสา ปวีณ์สุดา จันทร์เกษ
สัญชัย เดชบดินทร์ ฉายทองดี

เพลงประกอบละคร[แก้]

รางวัล[แก้]

  • รางวัลโทรทัศน์ทองคำ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2552
    • 1 ใน 5 รางวัลองค์ประกอบศิลป์ดีเด่น
    • 1 ใน 5 รางวัลบทโทรทัศน์ดีเด่น
    • 1 ใน 5 รางวัลผู้กำกับดีเด่น (สันต์ ศรีแก้วหล่อ)
    • 1 ใน 5 รางวัลละครดีเด่น
  • รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2552 ประเภทละครโทรทัศน์
    • 1 ใน 3 รางวัลกำกับศิลป์ยอดเยี่ยม
    • 1 ใน 5 รางวัลลำดับภาพยอดเยี่ยม
    • 1 ใน 4 รางวัลเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
    • 1 ใน 5 รางวัลบทโทรทัศน์ยอดเยี่ยม
    • ได้รับรางวัลเพลงละครยอดเยี่ยม “เพลง รักเจ้าเอย”
    • ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม (สันต์ ศรีแก้วหล่อ)
    • ได้รับรางวัลละครยอดเยี่ยม
  • สยามดาราสตาร์อวอร์ด 2010
    • 1 ใน 6 รางวัลละครยอดฮิต
    • 1 ใน 5 รางวัลละครยอดเยี่ยม
    • ได้รับรางวัลผู้กำกับละครยอดเยี่ยม (สันต์ ศรีแก้วหล่อ)

รางวัลผู้แสดง[แก้]

เรื่องย่อ[แก้]

พุทธศักราช 2490

ผู้ใหญ่แก้ว กับ นางทองคำ แห่งตำบลท่าน้ำอ้อย จังหวัดนครสวรรค์ มีลูกสาว 4 คน คือ อิ่ม อุ่น บังอร และอารีย์

อิ่ม พี่สาวคนโต เป็นที่รักของ ยอด นักเลงเจ้าถิ่น เช่นเดียวกับ อิน ลูกชายเศรษฐีใหญ่แห่งท่าน้ำอ้อย ก็หมายปองอิ่มอยู่เช่นกัน เมื่อยอดใช้คุณไสยทำเสน่ห์ให้อิ่มยอมตกเป็นของเขา แล้วพาอิ่มหนีไปก่อนวันแต่งงาน อินจึงประกาศทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อล้างแค้นยอด เพื่อเอาตัวอิ่มกลับคืนมา แต่หลังจากที่อิ่มหนีไปแล้ว ผู้ใหญ่แก้วบังคับให้อุ่นแต่งงานกับอินแทนอิ่ม แต่อุ่นไม่ได้รักอิน อุ่นจึงพยายามจะฆ่าตัวตาย แต่บังอรมาเห็นเข้าก่อน จึงช่วยกันวางแผนให้อุ่นหนีไป ในคืนวันก่อนที่จะถึงงานแต่งงานนั้นเอง และยังหลอกให้ ยิ่ง น้องชายของยอดตามอุ่นไป ต่อมาบังอรจึงแต่งเรื่องหลังว่ายิ่งกับอุ่นหนีตามกันไป จนเมื่อรุ่งเช้า ผู้ใหญ่แก้วและแม่ทองคำรู้จึงเสียใจเป็นอย่างมาก แต่เนื่องจากขัดคนทางบ้านอินไม่ได้ จึงให้บังอรมาแต่งงานแทน ซึ่งก็สมใจบังอร เพราะว่าบังอรนั้น ก็แอบรักอินมานานแล้ว

ส่วนอารีย์นั้น ได้ย้ายไปอยู่กับน้าทองแดงซึ่งเป็นน้องสาวของแม่ทองคำ และสำเภาผู้เป็นน้าเขย และที่นี่เอง ที่อารีย์ได้เจอกับ ปิง คนงานในบ้าน ซึ่งปิงแอบชอบอารีย์ตั้งแต่แรกเห็น และในคืนวันหนึ่ง สำเภาก็ได้โอกาสที่จะปล้ำอารีย์ แต่โชคดีที่ปิงมาช่วยไว้ทัน แต่สำเภาก็โดนแทง เนื่องจากว่า ปิงพยายามจะช่วยอารีย์แต่พลั้งมือผลักสำเภาไปโดนมีด อารีย์จึงคิดว่าสำเภาตายแล้ว จึงหนีออกจากบ้านไปกับปิง และไปอยู่กับปิงที่ลำพูน

หลังจากนั้น หลังจากที่อิ่มกับยอดหนีไปแล้ว ก็ได้ไปอยู่ด้วยกันที่หนองโพ ต่อมา อุ่นและยิ่งจึงตามมาสมทบ และทั้งสี่คนจึงช่วยกันทำนาเพื่ออยู่เลี้ยงชีวิต ทางด้านอารีย์นั้น หลังจากที่ได้ไปอยู่กับปิงแล้ว อารีย์ต้องทำงานหนักมาก และในคืนวันหนึ่ง อารีย์กับปิงก็ได้เสียกัน แต่ต่อมา เมื่อเรวัตร แฟนของอารีย์ มาเจออารีย์ที่ลำพูน อารีย์จึงคิดจะหนีไปจากปิง โดยให้เรวัตรพาไปส่งบ้าน เพราะเรวัตร บอกกับอารีย์ว่า สำเภายังไม่ตาย

ส่วนบังอร หลังจากที่ได้แต่งงานไปกับอินแล้ว อินไม่สนใจบังอรเลย เพราะในใจของอิน ไม่อาจจะรักใครได้อีกแล้ว นอกจากอิ่มคนเดียว จึงทำให้บังอรเสียใจมาก และบังอรก็ไม่ถูกกับเอียดและอ๋า ผู้เป็นแม่และพี่สาวของอินด้วย จึงทำให้ชีวิตแต่งงานของบังอร ไม่มีความสุขเลยแม้แต่นิด และเมื่ออารีย์กลับมาบ้าน จึงได้ทราบว่าตนเองตั้งท้อง ผู้ใหญ่แก้วโกรธมากจึงไล่อารีย์ออกจากบ้าน อารีย์จึงไปเช่าบ้านอยู่กับปิงที่ปากน้ำโพ

ทางด้านหนองโพนั้น ยอดก็ได้พบกับมาลัย ผู้หญิงที่อินได้จ้างมาเพื่อจะมาทำให้อิ่มกับยอดนั้นแตกคอกัน มาลัยได้ทำเสน่ห์ยอดตามคำสั่งของอิน ยอดจึงได้ไปหลงรักมาลัย ทำให้อิ่มเสียใจมาก จนกลับไปอยู่บ้านที่ท่าน้ำอ้อย แต่เมื่อกลับไปถึงบ้านก็เจอบังอร แต่บังอรซึ่งกลัวอยู่แล้วว่าอินกับอิ่มนั้น จะกลับมารักกัน ได้ไล่อิ่มออกไป อิ่มจึงต้องย้ายไปอยู่กับอารีย์และปิง

ทางด้านหนองโพ อุ่นกับยิ่งหาทางพายอดกลับมาวัดท่าน้ำอ้อยได้ และได้ให้หลวงลุงถอนเสน่ห์ยอด ยอดจึงกลับมาเป็นเหมือนเดิม และจะไปหาอิ่มเพื่อจะอธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น แต่อิ่มไม่ฟัง เนื่องจากอินส่งมาลัยมาโกหกอิ่มว่า มาลัยท้องกับยอด อิ่มเสียใจมาก และไม่ยอมคุยกับยอด ยอดจึงต้องกลับไปหนองโพพร้อมกับมาลัย จนเมื่อในที่สุด ยิ่งกับอุ่นก็รู้ความจริง ว่ามาลัยนั้นไม่ได้ท้องจริงๆ เพราะว่าบังอรนั้นมาบอก ต่อมา อารีย์นั้นได้พบกับเสมอพงศ์ นายทหารยศร้อยเอก ซึ่งหลังจากรู้จักกันได้ไม่นาน เสมอพงศ์ก็ได้ขออารีย์แต่งงาน ส่วนทางด้านบังอร หลังจากทนไม่ได้ที่อินไม่สนใจเธอเลย ก็ได้รู้จักกับปลัดสมชาย และได้ลักลอบเป็นชู้กัน

หลังจากที่ยอดรู้ว่ามาลัยไม่ได้ท้องจริง ก็จะไปหาอิ่ม แต่ระหว่างทางนั้น ยอดได้ถูกอินจับตัวและทำร้ายจนตกน้ำไป แต่ยอดรอดกลับมาได้ ยิ่งจึงแค้นแทนพี่ชาย และในคืนนั้น อุ่นท้าให้ยิ่งออกไปฆ่าอิน ทำให้เธอได้อยู่กับยอดเพียงสองคน และได้เสียกันในคืนนั้น สำหรับยิ่งที่จะไปฆ่าอินนั้น พลาดท่าถูกอินยิง และกลับมาตายที่หนองโพ หลังจากนั้น อิ่มได้กลับไปอยู่บ้านกับผู้ใหญ่แก้วและนางทองคำ

ยอดได้หนีไปเรื่อยๆ เพราะว่าอินนั้นได้แจ้งตำรวจจับ แล้วโกหกว่ายอดนั้นมาขโมยของในเรือ จนในที่สุด อินก็ได้หายอดจนเจอ แล้วอินก็ฆ่ายอด จนยอดจมน้ำไปต่อหน้าต่อตาอิ่ม ซึ่งมาเห็นเหตุการณ์พอดี อิ่มเสียใจมากที่สุดในชีวิต ส่วนอุ่นนั้น หลังจากที่ได้ออกมาตามหายอด ก็ได้ถูกชด คู่ปรับเก่าของยิ่ง มาจับตัวไปขังไว้ในซ่อง จนอุ่นรู้ว่าตัวเองนั้น ได้ท้องกับยอด

คืนหนึ่ง หลังจากอารีย์คลอดลูกแล้ว ก็ได้พยายามหนีออกจากบ้าน แต่ปิงจับได้ จึงเกิดการยื้อยุดกันจนไฟไหม้บ้าน ทำให้ปิงติดอยู่ในนั้น ส่วนอารีย์ก็กลับไปบ้านที่ท่าน้ำอ้อย อีกด้านหนึ่ง บังอรซึ่งเริ่มเกิดอาการแพ้ท้องจนอิน เอียด และอ๋าจับได้ว่าบังอรท้องกับปลัดสมชาย และกำลังจะกินยาขับเลือด แต่อินก็พาบังอรไปบ้านผู้ใหญ่แก้วเสียก่อน

เมื่ออารีย์ไปถึงบ้าน ก็ได้บอกกับผู้ใหญ่แก้ว แม่ทองคำและอิ่มว่า ตนจะไปแต่งงานใหม่ ทำให้ทุกคนตกใจมาก และต่อมา อินจึงลากบังอรมา บอกว่าบังอรเป็นชู้กับปลัดสมชาย และจนในที่สุด ทุกคนก็รู้ความจริงว่าอุ่นนั้นได้ไปขายตัวอยู่ในซ่อง ทำให้ผู้ใหญ่แก้วล้มลงและได้กลายเป็นอัมพาตไปครึ่งตัว ก่อนผู้ใหญ่แก้วจะตาย ลูกสาวทั้งสี่คน กลับมาบ้าน มาอโหสิกรรมให้พ่อเป็นครั้งสุดท้าย จนเมื่อผู้ใหญ่แก้วสิ้นใจ อุ่นกลับไปในซ่อง และจะเอาปืนไปยิงชด เพื่อตัวเองจะได้เป็นอิสระ แต่กลับพลั้งมือไปยิงเจ้าของซ่องตาย ชดจึงขู่อุ่นว่า ถ้าไม่อยากติดคุก ต้องทำงานที่ซ่องยี่สิบปี จนกว่าคดีจะหมดอายุความ ซึ่งอุ่นก็ยอมเพราะว่ามีลูกอยู่ในท้อง

หลังจากนั้น ลูกสาวทั้งสี่คน ก็ได้แยกย้ายกันไปมีชีวิตของตัวเอง อิ่มนั้น กลับมาอยู่บ้านกับแม่ทองคำและเลี้ยงดูลูกของอารีย์ ซึ่งหลวงลุงตั้งชื่อให้ว่า อาทิตย์ และลูกของอุ่น ซึ่งชื่อว่า ยงชัย และได้ทำกิจการน้ำพริกจนกิจการรุ่งเรื่องอย่างมาก ส่วน อุ่น ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในซ่อง หลังจากนั้น บังอรก็ได้แต่งงานกับปลัดสมชายและย้ายออกจากบ้านไป ส่วนอารีย์นั้นก็เข้ากรุงเทพไป เพื่อไปแต่งงานกับเสมอพงศ์

สิบแปดปีต่อมา พุทธศักราช 2507

ชลาชลหรือยอดที่รอดชีวิตมาได้ ได้แต่งงานใหม่และมีลูกชื่อ ก้อย กัลยา และแม่ของก้อยก็มีลูกสาวคนหนึ่งที่แต่งงานกับสามีเก่า มีอายุมากกว่า ก้อย ชื่อว่า กิ่ง กานดา อาทิตย์และยงชัย ได้ออกจากท่าน้ำอ้อย มาเรียนต่อที่คณะนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ และแล้ว ยงชัยก็ตกหลุมรัก ก้อย แม้ว่าจะมีอุปสรรคมากมายมาขัดขวาง ยงชัยก็ไม่อาจตัดใจจากก้อยได้ อาทิตย์ได้ฟังเรื่องราวของอารีย์ แม่ของตน มาจาก บังอรและมาที่กรุงเทพด้วยเหตุนี้ด้วย เขาถูกแทงเนื่องจากไปจับโจรที่ฉกกระเป๋าของอารีย์มา พอเขาฟื้นขึ้นมา เขาก็พบกับเสมอพงษ์ สามีใหม่ของอารีย์ และลูกสาวชื่อ อาริสาและจากเหตุการณ์นี้เอง ก็ทำให้อาริสาตกหลุมรักอาทิตย์ และในกรุงเทพนั้นเอง ปิง ที่รอดจากเหตุการณ์บ้านไฟไหม้ในอดีต ก็ได้มาเจอกับอาทิตย์โดยบังเอิญ อาทิตย์จึงพาปิงมาอาศัยอยู่ที่วัดด้วย

ส่วนอุ่นนั้น หลังจากอยู่ที่ซ่องมาสิบแปดปี และชดก็เป็นซิฟิลิส และฆ่าตัวตาย ทำให้เธอเป็นอิสระ จึงมาเยี่ยมยงชัยที่มหาวิทยาลัย ก็ถูกสัญชัย คู่กัดของยงชัยและอาทิตย์ ล้อว่า เป็น กะหรี่ (โสเภณี) จึงทำให้ยงชัยอับอายมาก แต่ก็ได้กำลังใจจาก ก้อย เมื่ออาทิตย์ได้รู้จักกับกิ่ง ทำให้อาทิตย์เริ่มชอบกิ่งอยู่บ้าง เพราะกิ่งมีนิสัยที่ไม่เหมือนก้อย แต่เข้ากันได้ดี หลังจากนั้น อาริสา ทะเลาะกับอารีย์ เพราะอารีย์สั่งให้อาทิตย์อย่ามายุ่งกับอาริสา ทำให้อาริสาโกรธมากและเก็บตัวอยู่ในห้องและหนีออกจากบ้าน และมาอยู่ที่ห้องของของอาทิตย์ที่วัด แต่แล้ว เสมอพงษ์และอารีย์ ก็แจ้งตำรวจเข้าจับ อาทิตย์ ข้อหาลักพาตัวและพรากผู้เยาว์ จึงทำให้อาทิตย์ต้องเข้าไปอยู่ในคุก และในวันนั้น ปิงก็ได้รู้ว่าอารีย์เป็นแม่ของอาริสา และได้จับอาทิตย์เข้าคุก ปิงเป็นห่วงลูกชายมาก จึงตามไปที่สถานีตำรวจ เพราะว่าอยากจะช่วยลูก แต่ตัวเองก็ทำไม่ได้ และโดยบังเอิญอิ่มเข้ามาในกรุงเทพพอดี และได้รู้ข่าวเรื่องอาทิตย์ จึงตามไปสถานีตำรวจพร้อมกับยงชัย พอทั้งสองคนไปถึงที่นั่น ก็ได้เจอกับอารีย์ที่กำลังจะเค้นความจริงจากอาทิตย์อยู่ เนื่องจากว่า ตอนที่อารีย์กำลังจะเซ็นเอกสารที่จะรับเป็นเจ้าของคดี ก็ได้เห็นนามสกุลของอาทิตย์ ว่าอาทิตย์ใช้นามสกุล"เที่ยงตรง" นามสกุลเก่าของอารีย์เอง อิ่มจึงตัดสินใจบอกความจริงกับอารีย์ ว่าอาทิตย์นั้นเป็นลูกชายแท้ๆของอารีย์เอง แต่เมื่ออารีย์รู้ความจริง ก็โวยวายหาว่าทุกคนโกหกและจะไม่ยอมบอกเรื่องนี้กับเสมอพงศ์ อิ่มจึงจะไปบอกเสมอพงศ์ แต่ก็ไม่ได้บอก เพราะว่าอารีย์ไม่ยอมให้บอก และในวันนั้น อิ่มก็ได้เจอกับปิง และจะพาปิงกลับบ้านที่ท่าน้ำอ้อย เพื่อไปรักษาอาการติดเหล้า และปิงได้ขอร้องอิ่มไว้ ว่าไม่ให้อิ่มบอกความจริงแก่อาทิตย์ เพราะว่าไม่อยากให้อาทิตย์รู้ว่ามีพ่อเป็นคนติดเหล้า

ส่วนอารีย์ที่กลัวว่า ความลับจะถูกเปิดเผย จึงยอมถอนข้อหาจากอาทิตย์ และมีอาการระแวงมากขึ้น เพราะเสมอพงษ์ รู้สึกถึงความผิดปกติเมื่อ อิ่มมาหาอารีย์ วันต่อมา เสมอพงษ์และอาริสา มาหาอาทิตย์และยงชัย เพื่อถามเรื่องเกี่ยวกับอารีย์ แต่เขาก็ไม่ยอมบอก และให้ไปถามอารีย์เอง อารีย์ซึ่งรู้เรื่องนี้เข้าจึงมาพาลใส่อาทิตย์ที่ท่าน้ำอ้อย ซึ่งอาทิตย์และยงชัยได้กลับมาบ้านพอดี และทำให้อารีย์ได้เจอกับแม่ทองคำ อุ่น และบังอรเป็นครั้งแรกหลังจากผ่านมาสิบแปดปี เพราะว่าอารีย์ไม่ได้กลับมาเหยียบบ้านเลย อารีย์มาอาละวาดใส่อาทิตย์ และมาบอกให้อาทิตย์และยงชัย เลิกยุ่งกับชีวิตตนสักที จนกระทั่ง เมื่ออารีย์จะออกจากบ้าน ก็เจอเสมอพงศ์กับอาริสาที่รู้ความจริงทุกอย่างแล้ว ทำให้ทั้งสองคนโกรธมาก และไม่ยอมฟังคำพูดของอารีย์อีก

อารีย์เสียใจมาก แต่แม่ทองคำ อิ่ม อุ่นและบังอร ก็บอกให้อารีย์กลับบ้านไป เพื่อไปขอโทษและยอมรับความจริง แต่เมื่อไปถึงบ้านที่กรุงเทพ ก็ได้ทราบว่า เสมอพงศ์ได้พาอาริสาย้ายไปอยู่บ้านเดิมของเสมอพงศ์โดยไม่ฟังคำขอร้องของอารีย์เลย ทำให้อารีย์ต้องอยู่บ้านคนเดียว

อาริสา มาขอร้องอาทิตย์ ช่วยทำให้เสมอพงษ์ เข้าใจอารีย์ด้วย อาทิตย์จึงเล่าความจริงและเรื่องในอดีตให้เสมอพงษ์ฟังและขอร้องให้ยกโทษให้อารีย์ด้วย แต่เมื่ออารีย์รู้ ก็เข้ามาตวาดใส่อาทิตย์ ทำให้เสมอพงษ์ยังไม่ยกโทษให้อารีย์ ทางด้านยงชัย ได้มาคุยกับชลาชลเรื่องจะให้แม่อิ่มมาสู่ขอก้อย ชลาชลจึงตอบตกลง แต่แล้วเมื่อไปที่วัดและเสี่ยงเซียมซีได้ความว่า

ใบที่ 4 ชี้ชัดความพลัดพราก จะต้องจากคู่ชมไม่สมหวัง ทุกสิ่งที่มุ่งหมายทลายพัง ด้วยความรักนั้นผิดพลั้งพึงสังวรณ์ จะพบเหตุเภทภัยถ้าไกลบ้าน ทั้งหมู่มารมุ่งร้ายไม่หยุดหย่อน จะทุกข์โศกอกไหม้ดังไฟฟอน ให้ทำดีไว้ก่อนผ่อนกรรมเอย

ทำให้ก้อยและยงชัย เกิดความไม่แน่ใจว่าจะไปรอดรึเปล่า จนในวันที่อิ่ม อุ่น บังอรและแม่ทองคำจะเข้ากรุงเทพเพื่อมาสู่ขอก้อยให้กับยงชัยก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เพราะแม่ทองคำได้ล้มลงไปกับพื้นและสลบไป ทำให้ทั้งอิ่ม อุ่น บังอร อาทิตย์และยงชัยตกใจมากและได้พาแม่ทองคำส่งโรงพยาบาล จนเมื่อไปถึงโรงพยาบาล ทุกคนก็ได้รู้ว่า แม่ทองคำเป็นโรงมะเร็งลำไส้ระยะสุดท้าย แต่แม่ทองคำไม่ต้องการให้ลูกๆมารักษาพยาบาล และขอร้องว่าให้พาตัวเองกลับไปอยู่บ้านที่ท่าน้ำอ้อย เมื่อไปถึงบ้าน หลวงพ่ออินก็ได้มาหาที่บ้าน และแม่ทองคำก็ได้บอกว่า อยากเห็นชายผ้าเหลืองก่อนตาย และมีความประสงค์ที่จะให้อาทิตย์กับยงชัยบวชให้ ซึ่งยงชัยกับอาทิตย์ก็ได้ตอบตกลง

ทุกคนจึงยินดีข่าวนี้กันอย่างทั่วหน้า แต่อาทิตย์ได้ไปที่บ้านของอารีย์ เพื่อจะให้อารีย์อโหสิกรรมให้ แต่อารีย์ไม่ยอมและเดินหนีเข้าบ้านไป ทำให้อาทิตย์เสียใจมาก และที่มหาวิทยาลัย ยงชัยกับก้อยก็ได้สัญญากันว่า จะไม่มีสิ่งใดที่จะมาขวางความรักของเราสองคนได้ และอาทิตย์ได้สารภาพรักกับกิ่ง ทำให้กิ่งดีใจมาก จนเมื่อสัญชัยซึ่งชอบกิ่งอยู่เช่นเดียวกันมาเห็นเข้า ก็ได้เข้ามาทำร้ายอาทิตย์กับยงชัย แต่ยงชัยนั้นได้เอาไม้ฟาดสัญชัยไป ทำให้สัญชัยบาดเจ็บสาหัส จนพระอินรับรู้ได้ว่ากำลังจะมีมารมาผจญ จึงตัดสินใจขึ้นมารับอาทิตย์และยงชัยกลับท่าน้ำอ้อยทันที และตัดสินใจให้อาทิตย์และยงชัยบวชทันที ในอีกสามวันข้างหน้า ส่วนอารีย์ที่อยู่ทางบ้านนั้น บังอรก็ได้ขึ้นมากรุงเทพและมาบอกอารีย์ว่าแม่เป็นมะเร็งลำไส้และกำลังจะตาย และอยากให้อารีย์กลับบ้านไปบวชลูกตัวเอง จนกระทั่ง บังอรได้เอาพระที่เป็นของผู้ใหญ่แก้วให้อารีย์ดู และบอกอารีย์ว่า ให้สำนึกบ้างว่าก่อนผู้ใหญ่แก้วจะตาย พ่อสั่งไว้ว่ายังไง ทำให้อารีย์สำนึกได้ ว่าตนเองทำผิดอย่างมหันต์ และตัดสินใจจะไปงานบวช ทางด้านของสัญชัย ที่แค้นอาทิตย์กับยงชัยมาก ก็วางแผนว่าจะยิงอาทิตย์และยงชัย

และในวันที่ทั้งสองคนจะบวช ชลาชล กิ่งและก้อยก็ได้ขับรถมาที่ท่าน้ำอ้อย และได้แวะถามทางที่ปั้มน้ำมัน ซึ่งสัญชัยกับลูกน้องได้วางแผนกันอยู่หลังปั้ม ว่าจะทำยังไง ชลาชลเดินมาได้ยินพอดี จึงถูกสัญชัยและพวกทำร้าย จนกิ่งและก้อยมาเจอจึงนำชลาชลส่งโรงพยาบาล พอชลาชลฟื้นขึ้นมา ก็ได้บอกกับกิ่งและก้อยว่าจะมีคนมาทำร้ายทั้งสองคน ทำให้ทั้งกิ่งและก้อยตัดสินใจไปวัดที่ท่าน้ำอ้อยทันที และเมื่อไปถึงวัด ทุกคนกำลังแห่นาคกันอยู่ โดยมีอิ่ม อุ่น และปิง ที่อิ่มให้มาอยู่ในขบวนด้วย กำลังแห่นาคเข้าโบสถ์ ส่วนแม่ทองคำนั้น อาการเกิดกำเริบขึ้น บังอรจึงพาไปนั่งพัก และได้เจอกับกิ่งและก้อยที่วิ่งหน้าตาตื่นมาบอก ว่ามีคนจะมายิงนาค ทำให้บังอรและแม่ทองคำตกใจมาก บังอรจึงฝากแม่ทองคำไว้กับกิ่งและก้อย ส่วนตนเอง วิ่งเข้าไปในขบวนแห่ และไปบอกอิ่มว่า มีคนจะมายิงนาค อิ่มตกใจมาก แต่อุ่นยังเดินอยู่ในขบวนจึงไม่รู้เรื่อง ส่วนสัญชัยที่อยู่ดีๆก็แอบเดินเข้ามาในขบวนแห่และแอบถือปืนมาด้วย กำลังจะยิงนาค ปิงเห็นพอดีจึงเข้ามาแย่งปืนกับสัญชัย ทำให้ทุกคนรู้ว่ามีคนจะมายิงนาค และได้เกิดการต่อสู้กันขึ้น

ทำให้ทั้งอาทิตย์และยงชัยได้ทีเข้ามาจัดการกับสัญชัยและลูกน้อง แต่แล้วอาทิตย์กลับเสียท่ากำลังจะถูกสัญชัยลั่นไก ปิงก็ได้เอาร่างเข้ามาบังกระสุนแทนอาทิตย์ทำให้ปิงได้รับบาดเจ็บสาหัส อิ่มที่เห็นเหตุการณ์จึงขอให้กิ่งและก้อยพาร่างของปิงไปส่งโรงพยาบาล ส่วนสัญชัยก็ถูกอุ่นและชาวบ้านช่วยกันจับตัวเอาไว้และนำไปส่งตำรวจ ส่วนอิ่มและอาทิตย์ก็ได้ไปเยี่ยมปิงถึงในห้องผ่าตัดและอิ่มได้บอกความจริงกับอาทิตย์ว่าปิงคือพ่อแท้ๆของอาทิตย์ เมื่อได้ทราบความจริงอาทิตย์ก็ได้ขอร้องให้ปิงอยู่ดูอาทิตย์บวชก่อนซึ่งปิงก็ให้สัญญา ส่วนอารีย์ที่มาถึงวัดช้านั้นก็ได้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมดจากบังอรจึงทำให้อารีย์ซาบซึ้งในน้ำใจของปิงจึงมาที่โรงพยาบาลและ ขอให้ปิงยกโทษให้ตนซึ่งปิงก็ไม่เคยโกรธหรือโทษอารีย์เลยหลังจากนั้นหลวงพี่อินก็ได้ทำพิธีบวชให้ทั้งสองคน ปิงซึ่งนอนพักอยู่ที่ร.พ.ข้างๆวัดท่าน้ำอ้อยได้ยินเสียงสวดของพระก็พนมมือและหมดสติไป และหลังจากพอบวชเสร็จ พระทั้งสององค์ก็เดินออกมาจากโบสถ์ โดยมี แม่ทองคำ อิ่ม อุ่น บังอร และอารีย์ มาคอยรับ หลังจากนั้น อารีย์ก็ได้มาขอขมาแม่ทองคำ และพี่ๆทุกคน ว่าขอบคุนที่ช่วยเตือนสติ และทั้งหมดก็ได้นั่งกอดกันอยู่หน้าโบสถ์ด้วยความตื้นตันใจ

วันรุ่งขึ้นอิ่ม อารีย์และพระอาทิตย์ได้มาเยี่ยมปิง หลังจากนั้นปิงก็สิ้นใจ ต่อมาแสนเพื่อนสนิทของยอดก็ได้มาร่วมงานศพที่วัดโดยบอกกับอิ่มว่าเหมือนมีอะไรมาดลใจให้มาที่วัดแต่เนื่องจากแสนมีธุระจึงขอตัวกลับ แต่ระหว่างทางแสนได้พบกับยอดหรือชลาชลที่มาร่วมงานศพกับกิ่งและก้อยแต่เนื่องจากยางแบนชลาชลจึงให้ลูกทั้งสองเข้าวัดไปก่อน ส่วนเขาก็ได้เปลี่ยนยางทำให้แสนเข้าใจผิดว่าผีของยอดมาทำให้แสนรีบกลับไปบอกทุกคนว่า ผีไอ้ยอดมา ชลาชลจึงตามแสนไปจนพบกับ แม่ทองคำ อิ่ม อุ่น อารีย์ บังอร ทุกคนถึงกับตกใจมาก จนอิ่มหมดสติไป หลวงพ่ออินจึงสอบถามเรื่องราวและพบรอยกระสุนที่อินเคยยิงยอดไป อินจึงยอมเล่าความจริงทุกอย่าง และรู้ว่า ชลาชลคือยอด อุ่นจึงบอกว่าจะยอมให้พระยงชัยแต่งงานกับก้อยไม่ได้ เพราะยงชัยเป็นลูกที่เกิดจาก อุ่นกับยอดโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนก้อยเมื่อได้รู้ความจริงจึงช็อกและก็สลบไป ส่วนพระยงชัยเมื่อได้ยินความจริง จึงปิดห้องและตั้งใจจะฆ่าตัวตาย แต่สุดท้ายก็ตัดใจไม่ยอมฆ่าตัวตาย และเข้าพรรษาไปพร้อมกับพระอาทิตย์และพระอิน และหลังจากที่เรื่องราวในบ้านทุกอย่างจบลง แม่ทองคำได้พูดกับรูปผู้ใหญ่แก้ว ว่าทุกอย่างจบลงแล้ว ถึงเวลาที่ตนจะได้พักผ่อนเสียที และหลังจากนั้น แม่ทองคำก็สิ้นใจ

ผ่านไปแล้ว 1 ปีถึงวันแต่งงานของ อิ่มและยอด ทุกคนก็มาอวยพรกันโดยยงชัยและอาทิตย์ ที่สึกแล้วก็มาพบกับ ก้อยและกิ่ง โดยยงชัยก็ยังคงรักก้อยในฐานะน้องสาวอย่างเดิม และก้อยก็ยังรักยงชัยเหมือนพี่ชาย และอาทิตย์ก็มอบแหวนให้กิ่งและสัญญาด้วยว่าจะแต่งงานกันทันที หลังจากที่ทั้งสองเรียนจบ อารีย์พาเสมอพงศ์และอาริสามาแสดงความยินดีด้วย และในงานแต่งงานนั้น ชลาชลได้บอกกับหลวงพ่ออินว่า ตนขอให้ทุกคนเรียกตนว่าชลาชลแทนชื่อยอด และในที่สุด อิ่ม ชลาชล อุ่น บังอร อารีย์ เสมอพงศ์ อาทิตย์ ยงชัย กานดา กัลยา และอาริสา ก็ใด้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดมา

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]