ชาวจีนแต้จิ๋ว

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ชาวแต้จิ๋ว
潮州人
潮州漢族
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ธนินท์ เจียรวนนท์
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชธนินท์ เจียรวนนท์
จำนวนประชากรทั้งหมด

ประมาณ 25-30 ล้านคนทั่วโลก

ดินแดนที่ให้การรับรองชาติพันธุ์
จีนแผ่นดินใหญ่ (กวางตุ้ง, ฮ่องกง), เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, สิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย), ทวีปอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกา, แคนาดา), ทวีปออสเตรเลีย (ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์), ฝรั่งเศส
ภาษา
แต้จิ๋ว + ภาษาของประเทศที่พำนักอาศัย
ศาสนา
ส่วนมาก พุทธศาสนา (เถรวาท และ มหายาน), ลัทธิเต๋า, ลัทธิขงจื๊อ และ ลัทธิความเชื่อดั้งเดิม ศาสนาคริสต์จำนวนเล็กน้อย
กลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆที่ใกล้เคียงกัน
ชาวฮกเกี้ยน

ชาวเฉาโจว (รู้จักกันทั่วไปว่าชาวแต้จิ๋ว) คือชาวฮั่นที่เป็นคนท้องถิ่นในเขตเฉาซานในภาคตะวันออกของมณฑลกวางตุ้งของประเทศจีน และพูดภาษาถิ่นแต้จิ๋ว ทุกวันนี้คนแต้จิ๋วส่วนใหญ่อาศัยอยู่นอกประเทศจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในสิงคโปร์, มาเลเซีย และไทย และยังสามารถพบคนแต้จิ๋วได้เกือบทุกที่ทั่วโลกอีกด้วยทั้งใน ทวีปอเมริกาเหนือ, ออสตราเลเซีย และประเทศฝรั่งเศส ชาวแต้จิ๋วพลัดถิ่นมีประมาณมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งมีมากพอๆกับประชากรของเฉาซานเอง ชาวแต้จิ๋วพูดภาษาที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับภาษาถิ่นฮกเกี้ยน ในขณะที่อาหารแต้จิ๋วก็มีลักษณะเฉพาะตัว บรรพบุรุษของชาวแต้จิ๋วอพยพมายังเขตเฉาซานในปัจจุบันจากที่ราบตอนกลางของประเทศจีนเพื่อที่จะหลบหนีจากสงครามกลางเมืองอย่างต่อเนื่องในระหว่างราชวงศ์จิ้น

ศัพท์[แก้]

คำว่าแต้จิ๋วสามารถเขียนแบบอักษรโรมันได้หลายแบบ และรู้จักกันในภาษาจีนกลางว่า Chaozhou ren และภาษาจีนกวางตุ้งว่า Chiuchow yan ในการกล่าวถึงตัวเองว่าเป็นคนเชื้อชาติจีนคนแต้จิ๋วโดยทั่วไปใช้ Deung nang (唐人; Mandarin: Tangren) แปลตามตัวอักษรได้ว่า 'ชาวราชวงศ์ถัง' ซึ่งตรงกันข้ามกับ Hang nang (漢人/汉人; Mandarin: Hanren) ซึ่งหมายถึง 'ชาวราชวงศ์ฮั่น' ชาวแต้จิ๋วพลัดถิ่นโดยทั่วไปใช้ Hua nang (華人/华人; Mandarin: Huaren) เพื่อระบุความเป็นคนจีนในความหมายทางวัฒนธรรม

โดยปกติแล้วชาวแต้จิ๋วเรียกกันเองว่า ga gi nang (家己人; Mandarin: jiajiren) ซึ่งหมายถึง 'คนกันเอง'[1]

เพื่ออธิบายคำศัพท์ในบริบททางสังคมร่วมสมัย ชาวแต้จิ๋วในเฉาซานทุกวันนี้เรียกตนเองว่า ชาวเฉาซาน แทนที่จะเป็น ชาวแต้จิ๋ว

ประวัติ[แก้]

ในอดีตคนเหล่านี้ถูกเรียกว่าเหอเลา (Helao) หรือฝูเลา (Fulao) เนื่องจากส่วนใหญ่อพยพมาจากมณฑลเหอหนาน และมณฑลซานซีผ่านทางมณฑลฝูเจี้ยน โดยที่ยังคงรักษาภาษาและประเพณีจากจีนภาคกลางตอนเหนือไว้อย่างดี ตามที่ได้ถูกบันทึกไว้ในพันธุประวัติและจารึกโบราณ คนเหล่านี้ที่แต่เดิมอพยพไปทางภาคใต้ของมณฑลฝูเจี้ยนโดยเฉพาะที่ฉวนโจว (Quanzhou) และผู่เถียน(Putian) ได้ตั้งถิ่นฐานในเฉาซานเป็นกลุ่มๆ และในไม่ช้าก็กระจายไปทั่วพื้นที่เฉาซาน ความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์และความยากลำบากในการเดินทางในอดีตทำให้พวกเหอเลาและฝูเลากลายเป็นประชากรที่ค่อนข้างใกล้ชิดกัน เมื่อไม่นานมานี้การศึกษาการวิเคราะห์ทางพันธุกรรมสนับสนุนว่า แม้ว่าชาวจีนฮั่นทั้งหมดมีความเกี่ยวดองกันอย่างแท้จริงและมีรากเหง้าเดียวกัน ชาวแต้จิ๋วกลับมีความเชื่อมโยงใกล้ชิดที่สุดกับบริเวณหมินหนาน (Minnan) ของมณฑลฝูเจี้ยน และพวกที่มาจากเทือกเขาไตฮัง (Taihang) ของจีนภาคกลางตอนเหนือ[2]

คนที่พูดภาษาถิ่นกวางตุ้งเรียกพวกเขาว่า "ฮกโล่" มีความหมายตามตัวอักษรว่า "ผู้ชายจากฮกเกี้ยน" แม้ว่าคำว่า"แต้จิ๋ว"ถูกใช้ในอาณานิคมช่องแคบ (Straits Settlements) ในศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 คำว่า "แต้จิ๋ว" กลายมาจากจังหวัดแต้จิ๋ว (Chaozhou Fu) ชื่อเมืองที่พวกเขาจากมา

ชาวแต้จิ๋วในสิงคโปร์[แก้]

ตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เนื่องจากสภาพความอดอยากแร้นแค้น ชาวแต้จิ๋วมากมายจากบ้านเกิดมาที่สิงคโปร์เพื่อเริ่มชีวิตใหม่ ผู้อพยพชาวแต้จิ๋วรุ่นแรกๆสามารถระบุถิ่นกำเนิดได้ 8 อำเภอ ได้แก่ เฉาอัน, เฉิงห่าย, เฉาหยาง, เจิ้งหยาง, เหราผิง, ผู่หนิง, ฮุ่ยหลาย และหนานอ้าว นอกจากผู้อพยพใหม่ที่ออกจากท่าเรือซานโถวแล้ว ยังมีชาวแต้จิ๋วที่ย้ายมาจากสยามและหมู่เกาะเรียวในอินโดนีเซีย

ทุกวันนี้ภาษาถิ่นแต้จิ๋วใหญ่เป็นอันดับสองในเกาะนครรัฐแห่งนี้รองจากฮกเกี้ยน

ชาวแต้จิ๋วในไต้หวัน[แก้]

ลูกหลานชาวแต้จิ๋วส่วนใหญ่ในไต้หวันได้ถูกทำให้กลายเป็นฮกเกี้ยนไปแล้ว พวกเขาพูดภาษาฮกเกี้ยนแทนที่จะเป็นแต้จิ๋ว บางคนก็เรียกตัวเองเป็นฮากกา อย่างไรก็ตามยังคงมีชาวแต้จิ๋วในอำเภอ Chaojhou ในจังหวัด Pingtung

วัฒนธรรม[แก้]

อุปรากรจีน

วัฒนธรรมแต้จิ๋วเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการก่อร่างสร้างเอกลักษณ์วัฒนธรรมที่เป็นอันหนี่งอันเดียวในมณฑลกวางตุ้ง และเป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่าเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลก ตลอดช่วงประวัติศาสตร์อันยาวนานมากกว่า 1,000 ปี เขตเฉาซานซึ่งในอดีตถูกเรียกว่าเขตปกครองแต้จิ๋ว ได้ก่อกำเนิดและพัฒนาวัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ซึ่งปรากฏลักษณะเฉพาะพิเศษในภาษา, อุปรากร, อาหาร, การชงชา, ดนตรี และ การเย็บปักถักร้อย

ภาษาถิ่นแต้จิ๋ว (潮州話) ที่ซึ่งวัฒนธรรมแต้จิ๋วถูกถ่ายทอดได้รับการพิจารณาว่าเป็นหนึ่งในภาษาจีนถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดที่เก็บรักษาลักษณะอันงดงามและสละสลวยจากภาษาจีนโบราณไว้ ซึ่งได้สูญหายไปในภาษาถิ่นอื่นๆบางภาษา มีคนพูดภาษาถิ่นแต้จิ๋วอยู่โดยประมาณ 10 ล้านคนในเฉาซานและมากกว่า 5 ล้านคนนอกจีนแผ่นดินใหญ่

อุปรากรแต้จิ๋ว (潮劇) เป็นรูปแบบศิลปะดั้งเดิมซึ่งมีประวัติมากกว่า 500 ปี และเป็นที่ชื่นชอบของคนแต้จิ๋ว 20 ล้านคนในมากกว่า 20 ประเทศและภูมิภาค มีรากฐานจากการเต้นรำและเพลงช้าพื้นบ้าน อุปรากรแต้จิ๋วได้สร้างรูปแบบของตัวเองภายใต้อิทธิพลของอุปรากรนานซี (Nanxi Opera) นานซีเป็นหนึ่งในอุปรากรจีนที่เก่าแก่ที่สุดซึ่งถือกำเนิดในราชวงศ์ซ่ง ท่วงทำนองของมันอ่อนช้อยและเพลิดเพลิน เต็มไปด้วยสีสันของท้องถิ่น รูปแบบเก่าแก่ของเครื่องดนตรีประสานเสียงยังคงเก็บรักษาลักษณะพิเศษไว้ ตัวตลกและผู้หญิงคือตัวละครที่มีลักษณะเด่นที่สุดในอุปรากรแต้จิ๋ว อีกทั้งทักษะการทรงตัวเป็นที่สะดุดตามากกว่าการแสดงรูปแบบอื่นๆ

ชากังฟู (工夫茶) เอสเพรสโซของชาจีนรวมกับลูกเตะที่น่าเกรงขาม ซึ่งถูกจิบครั้งแรกย้อนกลับไปในราชวงศ์ซ่ง ที่ยังคงเฟื่องฟูและเป็นส่วนสำคัญของมารยาททางสังคมในเฉาซาน ซึ่งไม่แปลกแต่อย่างใดที่พิธีชงชาได้ถูกปฏิบัติในบ้านของชาวแต้จิ๋วทั่วไปในทุกๆวัน แม้ว่ามันจะมีรสชาติขมเมื่อสัมผัสปากครั้งแรก แต่เป็นรสที่ยังกรุ่นต่อไปอยู่ในปากที่ทำให้ชากังฟูอาจเป็นวัฒนธรรมชาที่น่าหลงใหลมากที่สุดในจีน การดื่มชากังฟูในแง่นี้คือรูปแบบของศิลปะมากกว่าแค่การบรรเทาความกระหายน้ำ

ดนตรีแต้จิ๋ว (潮州音樂) ได้รับความนิยมเล่นในโรงน้ำชาของเฉาซาน เครื่องสายแต้จิ๋ว,ฆ้อง,กลองและขลุ่ยจีนดั้งเดิม ล้วนมีส่วนร่วมในรูปของวงดนตรี ดนตรีกลองเฉาโจวปัจจุบันกล่าวกันว่าคล้ายกับรูปแบบของดนตรีกลองและเป่าของราชวงศ์ฮั่นและถัง

อ้างอิง[แก้]

  1. gaginang.org
  2. 星破解漢人基因圖譜 南北華人基因差異微妙 Yahoo! News retrieved 2010-01-15