คาราคุริ ชาช่ามารุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก ชาช่ามารุ)
เว็บย่อ:
chachamaru
Disambig colour.svg บทความนี้ว่าด้วยตัวละครในมังงะ และคำบางคำเปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับนักดนตรีชาวญี่ปุ่นที่ใช้ชื่อเดียวกัน ดู ชะชะมะรุ
คาราคุริ ชาช่ามารุ
Chachamaru - negima - 001.jpg
ชื่อ
ชื่อญี่ปุ่น 絡繰 茶々丸
อักษรไทย คาราคุริ ชาช่ามารุ
อักษรโรมัน Chachamaru Karakuri
ชื่ออื่น ตุ๊กตาช่างฝัน (夢見る人形, yumemiru ningyō)
ข้อมูลทั่วไป
เลขที่ 10[1]
เกิด 1 เมษายน 2544[2]
แหล่งพลังงาน ไขลานประกอบมนตรา[2]
ชมรม หมากล้อม และชงชา[3]
การ์ดปัคทิโอ้
ชื่อการ์ด Caracuri Chachamaru
คำจำเพาะ Pupa Somnians (ตุ๊กตาช่างฝัน)
สีการ์ด Album (ขาว)
คุณสมบัติ Caritas (ใจบุญสุนทาน)
ทิศ Occidens (ปรัศจิม)
ดาวคุ้มครอง Venus (พระศุกร์)
อาร์ติแฟกต์ Al-Iskandariya (วิฬาร์เหิน)[4]
ในอะนิเมะ
พากย์ญี่ปุ่น อะเกะโนะ วะตะนะเบะ (Akeno Watanabe)[1]
พากย์ไทย ธนาภรณ์ จตุยศพร (คุณครูจอมเวท เนกิมะ!)
ฉันทนา ธาราจันทร์ (เนกิมะ!?)[5]
พากย์อื่น อังกฤษ: ไคทลิน แกลส (Caitlin Glass)[1]

คาราคุริ ชาช่ามารุ[3] (ญี่ปุ่น: 絡繰 茶々丸 Karakuri Chachamaru ?; ราชบัณฑิตยสถาน: ชะชะมะรุ คะระกุริ; 1 เมษายน 2554[2] — ) เป็นตัวละครจากมังงะแนวตลก/ผจญภัย/กึ่งเร้ากามารมณ์ เรื่อง คุณครูจอมเวท เนกิมะ! (Negima! Magister Negi Magi) ของ เค็ง อะกะมะสึ (Ken Akamatsu)

ชาช่ามารุเป็นนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้องเอ เลขที่ 10 โรงเรียนมัธยมมาโฮระ ซึ่งมี เนกิ สปริงฟิลด์ (Negi Springfield) เด็กชายวัยสิบขวบที่เป็นผู้ใช้เวทมนตร์ เป็นครูประจำชั้น[6] เธอเป็นหุ่นยนต์ และเป็นผู้ติดตามของเอวาจัง (Evachan) แวมไพร์ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องเลขที่ 26

ชาช่ามารุไม่ชอบใจที่หลายคนบอกว่าเธอเป็นเพียงตุ๊กตาไร้จิตวิญญาณ ทำให้พยายามค้นหาความเป็นมนุษย์ของตน และมีพัฒนาการในการแสดงอารมณ์และความรู้สึกเป็นอันมาก โดยเฉพาะความรักที่มีต่อเนกิ ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งบอกเธอว่า การเป็นหุ่นยนต์ไม่ได้หมายความว่าไร้ความรู้สึก[7]

แนวคิด และการตีความ[แก้]

เค็ง อะกะมะสึ ฉงนอยู่เสมอว่า อะไรทำให้สิ่งประดิษฐ์และจักรกลมีชีวิตจิตใจเหมือนมนุษย์ได้ เขาศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ และนำเทคโนโลยีนี้มาใส่ในมังงะของตนหลายครั้ง[6] อาทิ ในมังงะชุด สมองกลคนสวย (A.I. Love You) ตัวเอกของเรื่องพัฒนาโปรแกรมปัญญาประดิษฐ์ขึ้น และหญิงสาวหลาย ๆ คนที่เป็นคนรักของเขาก็ถือกำเนิดมาจากโปรแกรมนี้ แม้เป็นสมองกล แต่หญิงสาวเหล่านี้เจริญวัยขึ้นในแบบของตน มีชีวิตที่ซับซ้อนในโลกจริง และมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง[6] ส่วนในมังงะชุด บ้านพักอลเวง (Love Hina) นั้น เค็งเลิกสนใจปัญญาประดิษฐ์ แล้วสร้างหุ่นยนต์ให้เป็นตัวละครแทน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวละคร คาโอลา ซู (Kaolla Su) เด็กสาวที่ชอบสร้างสิ่งประดิษฐ์แปลก ๆ ซึ่งรวมถึงหุ่นยนต์จำนวนมาก[6]

ความรู้สึกของชาช่ามารุขณะเนกิไขลานให้

สำหรับชาช่ามารุนั้น เค็งสร้างขึ้นโดยประสานแนวคิดต่าง ๆ จากมังงะทั้งสองชุด[6] เพื่อนร่วมห้องหลาย ๆ คนเรียกชาช่ามารุว่า "ยัยหุ่นกระป๋อง" (weirdoes)[8] และมองว่าชาช่ามารุเป็นเพียง "ตุ๊กตายนต์" (mechanical doll) ที่สร้างไว้ให้ใครก็ตามที่ต้องการใช้ เพราะชาช่ามารุมีหน้าที่หลักเป็นการติดสอยห้อยตามเอวาจัง ทั้งในฐานะมือขวา สาวใช้ และผู้ช่วย กับทั้ง เจ้า หลินเฉิง (Chao Lingshen) ซึ่งช่วยผลิตชาช่ามารุขึ้นนั้น ยังใช้ชาช่ามารุเป็นอุปกรณ์ในแผนการหลาย ๆ อย่างของตนด้วย[6] แต่เนกิ ตัวเอกของเรื่อง มองชาช่ามารุต่างออกไป เขาเห็นว่าเธอมีชีวิตจิตใจเช่นมนุษย์ และพบว่าชาช่ามารุมีพัฒนาการด้านอารมณ์และความรู้สึกเป็นอันมาก ซึ่งไม่มีกำหนดไว้ในโปรแกรมของเธอ[6] ปฏิสัมพันธ์ระหว่างเนกิกับชาช่ามารุนั้น เป็นไปแนว "คู่รัก" (boy to girl) หรือ "ตัวต่อตัว" (person to person) มากกว่าใครเพื่อน[6]

อนึ่ง เป็นที่ทราบกันดีว่ามังงะส่วนใหญ่ของเค็งเป็นไปในแนวตลกกึ่งเร้ากามารมณ์ (erotic comedy) เรื่อง คุณครูจอมเวท เนกิมะ! ก็เช่นกันที่ตัวละครหญิงโป๊เปลือยบ่อยครั้ง สำหรับชาช่ามารุซึ่งเป็นหุ่นยนต์นั้น เพื่อให้เดินเครื่องได้ต้องไขลานด้วยการสอดกุญแจขนาดใหญ่เข้าไปในช่องที่ท้ายทอยของเธอแล้วหมุน ซึ่งตามท้องเรื่องแล้ว การไขลานจะทำให้ชาช่ามารุรู้สึกเสียวสะเทิ้มเหมือนถึงจุดสุดยอดทางเพศ (orgasmic intensity)[9] จึงมีผู้ตีความตอนที่เนกิและชาช่ามารุท่องไปในโลกเวทมนตร์ ได้จุมพิตกันดูดดื่ม และเนกิไขลานให้ชาช่ามารุทุกวันนั้น ว่าสื่อว่าทั้งคู่ร่วมประเวณีกันทุกวัน ไม่ต่างจากท่าทางและพฤติกรรมของตัวละครอื่น ๆ ที่ก่อให้ผู้อ่านเข้าใจได้ว่ามีความหมายทางเพศแฝงอยู่ (sexual connotation) ดุจกัน[6] ฝ่ายเค็งเองก็ยอมรับว่า ตอนชาช่ามารุกับเนกิอยู่ร่วมกันในโลกเวทมนตร์ดังกล่าวนั้นตั้งใจให้เร้ากามารมณ์[10]

อย่างไรก็ดี เมื่อมังงะเรื่อง คุณครูจอมเวท เนกิมะ! ได้รับการทำเป็นอะนิเมะ ได้เปลี่ยนแนวเรื่องให้เป็นผจญภัยอย่างเดียว รวมถึงตัดและปรับเนื้อหาบางส่วนของมังงะดั้งเดิมด้วย เพื่อให้เหมาะสมแก่เด็ก[5]

ภูมิหลัง และบุคลิก[แก้]

ตามท้องเรื่อง ชาช่ามารุเป็นหุ่นยนต์ซึ่ง ฮาคาเซะ ซาโตมิ (Hakase Satomi) นักเรียนเลขที่ 24 กับ เจ้า หลินเฉิง นักเรียนเลขที่ 19 สร้างไว้ให้รับใช้เอวาจัง เพื่อนร่วมห้องเรียนเลขที่ 26[6] ทั้งคู่สร้างชาช่ามารุเสร็จเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2544[2] และเดินเครื่องให้เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2544 วันที่ 1 เมษายน 2544 จึงเป็นวันเกิดของชาช่ามารุ[2] คำว่า "คาราคุริ" (絡繰, คะระกุริ) ที่เป็นชื่อสกุลของเธอนั้น มีความหมายว่า เครื่องจักร หรือกลไก[6]

แม้ว่าชาช่ามารุมีอวัยวะหลายอย่างที่ทำให้เข้าใจได้ว่าเธอเป็นหุ่นยนต์ โดยเฉพาะใบหูทั้งคู่ แต่น้อยคนในห้องที่จะสังเกตว่าเธอเป็นหุ่นยนต์ ชาช่ามารุบอกเพื่อนว่าตนเป็น "กายนอยด์" (gynoid) หมายถึง แอนดรอยด์ (android) เพศหญิง[11] เนื้อเรื่องในภายหลังเผยว่า ชาช่ามารุเป็นแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด ผลิตพร้อมกับอีกหลาย ๆ ตัว เพื่อไว้รับใช้เอวาจังด้วยกัน โดยแอนดรอยด์ตัวอื่น ๆ เรียกชาช่ามารุว่า "น้องเล็ก" (little sister)

ที่โรงเรียนมัธยมมาโฮระ นอกจากเป็นเพื่อนร่วมห้องกันแล้ว ชาช่ามารุยังอยู่ชมรมเดียวกับเอวาจัง คือ ชมรมหมากล้อม และชมรมชงชา[2] และในฐานะที่เป็นผู้ติดตามของเอวาจัง ชาช่ามารุอาศัยอยู่กับเอวาจังในพัทธสีมาของโรงเรียน ทั้งนี้ เพราะเอวาจังถูกนากิ บิดาของเนกิ ผนึกมนตราห้ามออกนอกโรงเรียนไว้ ชาช่ามารุใช้เวลาส่วนใหญ่ช่วยเหลือผู้คนและสัตว์ต่าง ๆ เธอจึงเป็นที่รักของทุกชีวิตในเมือง ซึ่งก็ดูเหมือนไม่ทราบว่าเธอเป็นหุ่นยนต์[1]

อาจเพราะซาโตมิใช้เวทมนตร์ประสมในการสร้างชาช่ามารุ ชาช่ามารุจึงเรียนรู้ที่จะทำงานเสมือนมนุษย์ รวมถึงมีอารมณ์และความรู้สึกนึกคิด ซึ่งไม่ได้กำหนดไว้ในระบบโปรแกรมของเธอ เป็นต้นว่า เฟืองในร่างกายของเธอจะปั่นแรงขึ้นในโมงยามที่มนุษย์ทั่วไปจะรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น รวมถึงระบบล้างดวงตาทำงานด้อยลงเมื่อโกรธ ทำนองเดียวกับมนุษย์ที่จะหน้ามืดตามัวเวลาโมโห[6] แม้ชาช่ามารุเป็นหุ่นยนต์เต็มร้อย แต่เธอไม่ชอบที่มีคนบอกว่าเธอเป็นเพียงตุ๊กตาไร้จิตวิญญาณ เครื่องยืนยันเด่นชัดที่สุดว่าเธอมีพัฒนาการเหมือนมนุษย์ คือ เธอมีความรักต่อเนกิ และทวีความรักนั้นขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งทำให้ซาโตมิตื่นเต้นและต้องการทดลองเรื่องดังกล่าวเพราะหวังชิงรางวัลโนเบล แต่เมื่อซาโตมิพบว่าชาช่ามารุหลงรักเนกิอย่างจริงใจ ก็เลิกล้มการทดลองเสีย[6]

ระบบทำงานของชาช่ามารุ[แก้]

การทำงาน[แก้]

ซาโตมิสร้างให้ชาช่ามารุมีพลังอำนาจทั้งด้านจักรกลและเวทมนตร์[1] ร่างกายของชาช่ามารุทำงานด้วยระบบไขลานประกอบกับคำสั่งมนตรา ผู้มีกุญแจไขลานและพลังงานมนตราเท่านั้นจึงจะต่อพลังงานให้เธอได้ การไขลานเช่นว่านั้นต้องทำวันละสองรอบ ภายหลังปรับระบบเป็นวันละรอบ วิธีไขลาน คือ ใส่กุญแจขนาดใหญ่เข้าไปในช่องที่ท้ายทอยของชาช่ามารุ แล้วหมุนพร้อมสังวัธยายมนต์ ซึ่งตามท้องเรื่องแล้ว การไขลานจะทำให้ชาช่ามารุเสียวสุดยอดทางเพศ[9] ปรกติแล้วเอวาจังเป็นผู้ไขลานให้ แต่ในระหว่างที่ชาช่ามารุท่องไปในโลกเวทมนตร์กับเนกิ เนกิทำให้แทนทุกวัน[12]

รูปลักษณ์[แก้]

Chachamaru - negima - 009.jpg
Chachamaru - negima - 005.jpg
ซ้าย: ชาช่ามารุในโลลิบอดี 1
ขวา: ซาโยะจัง (ซ้าย) กับ ชาช่ามารุในโลลิบอดี 2 (ขวา)

ซาโตมิปรับปรุงระบบของชาช่ามารุเป็นระยะ ๆ เพื่อให้ชาช่ามารุเจริญวัยและมีความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพได้เหมือนมนุษย์จริง แต่เพราะบางทีซาโตมิปรับปรุงมากเกินไปและต่อเนื่อง รูปลักษณ์และความสามารถของชาช่ามารุจึงเหมือนมนุษย์ยิ่งกว่าหุ่นยนต์ทั่วไป[6] จนถึงปัจจุบัน ชาช่ามารุได้รับการปรับปรุงรูปลักษณ์เป็นสี่รุ่น ดังนี้

  • สาว 1 (Teenage V. 1) : รูปลักษณ์ของชาช่ามารุในระยะแรกเป็นนักเรียนมัธยมร่างสูง ผมยาวสีเขียว ไว้หน้าม้า ดวงตากลมโตสีเขียว และมีใบหูกลคู่หนึ่งตั้งตรงขึ้นอย่างเด่นชัดระหว่างศีรษะ ซึ่งทำให้เพื่อนร่วมห้องบางคนสังเกตรู้ได้ว่าชาช่ามารุเป็นหุ่นยนต์ ต่อมาก่อนถึงเทศกาลมาโฮระ หูทั้งคู่ได้รับการปรับปรุงให้ดูเพรียมลมมากขึ้น
  • โลลิบอดี 1 (Lolibody V. 1) : ระหว่างฤดูร้อนครั้งหนึ่ง ซาโตมิเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้แก่ชาช่ามารุเป็นรุ่น โลลิบอดี มีลักษณะเป็นเด็กน้อย ผมสั้นขึ้น และมีหนังมนุษย์จริง ๆ ปกคลุมร่างกายเพื่อซ่อนน็อตข้อต่อต่าง ๆ ของเธอ นอกจากนี้ หูกลทั้งคู่ยังเปลี่ยนให้ชี้ไปแนวนอนแทน แต่อาจตั้งขึ้นได้ตามปรารถนา ซาโตมิตั้งใจจะให้รุ่นโลลิบอดีดังกล่าวไว้ช่วยกระชับปฏิสัมพันธ์ระหว่างชาช่ามารุกับเนกิโดยเฉพาะ[13]
  • สาว 2 (Teenage V. 2) : ที่จริงแล้ว ซาโตมิตั้งใจให้ชาช่ามารุใช้รูปลักษณ์รุ่นโลลิบอดี 1 มาแต่ต้น แต่ชาช่ามารุชอบรูปลักษณ์แบบเป็นสาวมากว่า[13] ซาโตมิจึงปรับปรุงรุ่นสาว 1 ให้ โดยพัฒนาระบบทำงานทางกายภาพขึ้นเป็นอันมาก ซาโตมิเพิ่มเนื้อหนังมังสาให้ไว้ปกปิดข้อต่อแนบเนียนกว่าเดิม เธอยังเพิ่มขนาดให้แก่หน้าอกของชาช่ามารุด้วย โดยกล่าวว่า จะได้ดูเป็นสาวและมีเสน่ห์ขึ้น ดังนั้น เวลาเปลือย ชาช่ามารุจึงดูคล้ายเด็กสาวคนอื่น ๆ เว้นแต่ที่ไหล่ยังปรากฏน็อตอยู่บ้าง[14] ในรุ่นนี้ ใบหูกลทั้งคู่ได้รับการปรับให้ตั้งในแนวตรงเหมือนรุ่นสาว 1 และเพื่อประโยชน์ในการต่อสู้ ลำแขนของชาช่ามารุสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธ เช่น ดาบ หรือปืน ได้ด้วย ซาโตมิยังเปลี่ยนระบบพลังงานให้แก่ชาช่ามารุ จากเดิมต้องเติมพลังทุกสิบสองชั่วโมง ไปเป็นทุกยี่สิบสี่ชั่วโมงแทน กระนั้น พลังงานของชาช่ามารุจะลดเร็วมากเมื่อรบ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนแขนเป็นอาวุธ เพราะต้องนำพลังงานไปเสริมศักยภาพทางมนตรา
  • โลลิบอดี 2 (Lolibody V. 2) : ในระหว่างที่ชาช่ามารุต้องเดินทางไปโลกเวทมนตร์กับเนกิ ชาช่ามารุได้ใช้รูปลักษณ์ใหม่สลับกับรุ่นสาว 2 รูปลักษณ์ใหม่นี้ชื่อว่า โลลิบอดี 2 มีลักษณะเป็นเด็กสิบขวบ ผมยาวกว่ารุ่นโลลิบอดี 1 นอกนั้นเหมือนเดิม อนึ่ง เมื่อถูกประกาศจับในโลกเวทมนตร์พร้อมเนกิ ชาช่ามารุยังปลอมตัวโดยอาศัยรูปลักษณ์รุ่นโลลิบอดี 2 นี้ด้วย[15]

ปัจจุบัน ชาช่ามารุใช้รูปลักษณ์รุ่นสาว 2 และโลลิบอดี 2 สลับกันไป และช่วงหลัง ๆ ใช้โลลิบอดี 2 บ่อยกว่า เค็ง อะกะมะสึ ผู้เขียน ให้เหตุผลว่า เพราะตนเป็นโลลิคอน (lolicon)[16]

ความสามารถพิเศษ[แก้]

ชาช่ามารุมีทักษะเป็นเลิศในการสัประยุทธ์ด้วยมือ ความสามารถของชาช่ามารุในการรบนั้นโดยรวมแล้วสูงมาก แต่ไม่ปรากฏการประเมินระดับไว้ ทั้งนี้ เป็นไปได้ว่าเจ้า หลินเฉิง ซึ่งเป็นนักวิทยายุทธจีน ได้ลงโปรแกรมสร้างให้ชาช่ามารุมีความสามารถเพียงนั้นด้วย[6]

หลังจากเทศกาลประลองยุทธมาโฮระแล้ว ซาโตมิปรับปรุงระบบให้ชาช่ามารุจัดเจนในเทคนิคการต่อสู้มากขึ้น เธอสามารถเคลื่อนไหวรวดเร็วฉับพลัน และลำแขนทั้งสองของเธอสามารถเปลี่ยนเป็นอาวุธ เช่น ดาบ และปืน ได้[17] นอกจากนี้ ชาช่ามารุยังมีอำนาจถอนมนตรา, ปล่อยลำแสงจากดวงตาทั้งคู่, ลำตัวตั้งแต่ศีรษะถึงเอวสามารถบิดวนรอบทิศได้ และมีจรวดอันขับเคลื่อนด้วยพลังเวทอยู่ที่แข้งและหลัง ซึ่งช่วยให้ชาช่ามารุบินได้ แต่ระบบพลังงานเอื้อให้เธอบินได้เพียงสิบห้านาทีเท่านั้น[18]

อนึ่ง ด้วยความที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ ชาช่ามารุสามารถเข้าถึงและควบคุมระบบคอมพิวเตอร์อื่นได้ง่ายดาย ซึ่งปรากฏว่าเธอใช้ความสามารถนี้ช่วยเจ้า หลินเฉิงในระหว่างเทศกาลประลองยุทธมาโฮระ นอกจากนี้ ชาช่ามารุยังมีความสามารถจดจำเป็นเลิศ ระบบร่างกายเธอจะบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ตามที่เธอประสงค์ไว้โดยอัตโนมัติ เช่น คำคมของเพื่อน ๆ[19]

เมื่อได้เริ่มพันธสัญญาเป็นคู่หูกับเนกิแล้ว ชาช่ามารุได้รับฉายาว่า "ตุ๊กตาช่างฝัน" (夢見る人形, yumemiru ningyō; Pupa Somnians) และมีอาวุธซึ่งทำให้เธอเป็นประหนึ่ง "วิฬาร์เหิน" (Al-Iskandariya, flying cat)[4] กล่าวคือ อาวุธดังกล่าวจะเสริมความสามารถในการระบุทิศทาง และติดตั้งยุทโธปกรณ์ขนานใหญ่ซึ่งทำงานด้วยระบบดาวเทียมให้แก่ชาช่ามารุ เช่น ปืนรูปแมวที่ปล่อยลำแสงมีอานุภาพทำลายล้างสูงได้ ทั้งยังเปลี่ยนเครื่องแต่งกายของชาช่ามารุให้ดูเหมือนลูกแมวอันเป็นสัตว์ที่เธอชื่นชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทำให้ชาช่ามารุมีหูและหางอย่างแมว อุปกรณ์เหล่านี้ทำงานภายใต้การสนับสนุนของระบบดาวเทียมเจ้า เปา ฉี ชนิด 2130 (Type-2130 Chao Bao Zi Satellite Support System) ของเจ้า หลินเฉิง และดาวเทียมดังกล่าวเองก็ยังเป็นรูปลูกแมวติดปีกด้วย[20]

บทบาท[แก้]

ต้นเรื่อง[แก้]

ในต้นเรื่องตอนที่เนกิเพิ่งเข้ารับตำแหน่งที่โรงเรียนมัธยมมาโฮระ ชาช่ามารุดูสงบเสงี่ยมเงียบขรึม ภายหลัง เอวาจังให้ชาช่ามารู ในฐานะคู่หู ช่วยโจมตีเนกิ ทั้งนี้ เพราะเอวาจังถูกนากิ บิดาของเนกิ ผนึกมนตราห้ามเธอออกนอกพัทธสีมาโรงเรียนเพื่อให้ศึกษาเล่าเรียนจนจบ โดยสัญญาว่าจะถอนมนตราเมื่อเรียนจบ แต่เนกิกลับสาบสูญไปก่อน เอวาจังจึงต้องการโลหิตของเนกิมาถอนมนตราบิดาเขา เมื่อต่อสู้กับเอวาจังและชาช่ามารุ เนกิสงสัยในความสามารถในการรบโดยลำพังของเขา ต่อมาจึงหาคู่หูบ้าง และได้คู่หูคนแรกคือ คากุระซากะ อาซึนะ (Kagurazaka Asuna)

ซาโตมิ (ซ้ายบน), หุ่นยนต์ซึ่งเป็นพี่สาวของชาช่ามารุ (ซ้ายล่าง) และ เอวาจัง (ขวา) ตามลำดับ

เนกิและอาซึนะกำหนดกันว่า เพื่อให้เอวาจังเลิกรังควาญเนกิ เนกิจะรับมือกับเอวาจัง แล้วอาซึนะจะต่อกรกับชาช่ามารุ อย่างไรก็ดี ยิ่งเผชิญหน้ากันมากขึ้น เนกิยิ่งพบว่า ชาช่ามารุมิได้ชั่วร้ายเหมือนที่เขาเข้าใจ เพราะเธอมักสละเวลาช่วยเหลือทุกชีวิตในเมือง และยังอ่อนโยนเป็นธรรมชาติ จนเป็นที่รักใคร่ ดังนั้น เมื่อดำเนินแผนที่วางไว้กับอาซึนะ เขาปล่อยมนตราโจมตีชาช่ามารุ แต่ไม่อาจหักใจทำร้ายเธอได้ จึงเรียกมนตรากลับ และทำให้ตนเองบาดเจ็บเพราะการนั้นแทน ชาช่ามารุจึงประทับใจและเริ่มหลงรักเขา ส่วนเอวาจังนั้นเพราะสนใจเนกิเช่นกัน จึงเลิกก่อกวนเขา และต่อมาก็รับสอนการต่อสู้และเวทมนตร์ให้แก่เขาและเพื่อน ๆ ด้วย[21]

นอกจากมีเพื่อนสนิทคือเอวาจังแล้ว ชาช่ามารุยังใกล้ชิดกับซาโตมิ ผู้ร่วมกับเจ้า หลินเฉิง สร้างเธอขึ้นมา เพื่อน ๆ ร่วมห้องเรียกซาโตมิว่า "นักวิทยาศาสตร์บ๊อง" (mad scientist) เพราะบ้าคลั่งวิทยาศาสตร์และมักทดลองประหลาด ๆ ซาโตมิคอยดูแลชาช่ามารุ พัฒนาให้เจริญวัยทั้งทางกายและใจ รวมถึงปรับปรุงระบบให้สม่ำเสมอ เมื่อซาโตมิพบว่าชาช่ามารุมีพัฒนาการด้านอารมณ์และความรู้สึกอย่างยิ่งยวด ซึ่งขัดกับโปรแกรมของชาช่ามารุเอง และขัดกับธรรมชาติของหุ่นยนต์ด้วย ทำให้ซาโตมิตื่นเต้นเป็นอันมาก จึงพยายามทดลองและวิจัย เพราะหวังชิงรางวัลโนเบล เธอพบว่าสิ่งที่ทำให้ชาช่ามารุพัฒนาได้เช่นนั้นคือความรักที่ชาช่ามารุมีต่อเนกิ เธอตรวจสอบข้อมูลที่เก็บไว้ในแผ่นบันทึกความทรงจำของชาช่ามารุ พบว่ามีแต่เรื่องเกี่ยวกับเนกิ แต่เมื่อเห็นว่าชาช่ามารุรักเขาอย่างจริงใจ เธอจึงเลิกล้มการทดลองเสีย และให้กำลังใจชาช่ามารุ ภายหลังซาโตมิยังได้ปรับปรุงรูปลักษณ์หลาย ๆ อย่างให้แก่ชาช่ามารุเพื่อให้ดึงดูดใจเนกิด้วย เช่น เสริมขนาดหน้าอกให้[13]

ต่อมา เมื่อเนกิเผชิญหน้ากับ วิลเฮล์ม แฮร์มัน (Wilhelm Herrmann) ที่นครเกียวโต ชาช่ามารุเข้าช่วยเหลือเนกิ แฮร์มันไม่ปะทะกับชาช่ามารุ เพราะเกรงเอวาจังจะทราบการมาของเขา เขาหวาดหวั่นอำนาจอันมหาศาลของเอวาจัง อย่างไรก็ดี แม้ในที่สุดแล้ว เอวาจังได้ล่วงรู้เรื่อง แต่เธอและชาช่ามารุเลือกวางเฉย เพราะต้องการให้เนกิหัดรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายโดยไม่พึ่งพาผู้อื่น

เทศกาลมาโฮระ[แก้]

ในครั้งนั้น มีเทศกาลประลองยุทธมาโฮระ (Mahora Fighting Tournament) ซึ่งจัดสม่ำเสมออยู่เดิมแล้ว โดยเทศกาลหนนี้ เจ้า หลินเฉิงจัดขึ้นเพราะต้องการเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ด้วยการเผยให้โลกรู้ว่ามีชาวเวทมนตร์อาศัยร่วมอยู่ด้วย ในบรรยากาศทั่วไป ชาช่ามารุนั่งชมและพูดคุยเรื่องการแข่งขันกับโกโตกุจิ คาโอรุ (Gōtokuji Kaoru) แต่เนื่องจากเจ้า หลินเฉิงให้กำเนิดเธอขึ้นมา ชาช่ามารุจึงช่วยเจ้า หลินเฉิงดำเนินแผนการอยู่เบื้องหลังเทศกาล โดยพยายามกันคนนอกมิให้เข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่เจ้า หลินเฉิงใช้ อย่างไรก็ดี เนกิและเพื่อน ๆ ทำลายความปรารถนาของเจ้า หลินเฉิงเป็นผลสำเร็จ

เมื่อเสร็จเทศกาล เจ้า หลินเฉิงจึงบอกชาช่ามารุว่า บัดนี้ชาช่ามารุ "ว่างงาน" แล้ว นับแต่นี้ไปขอให้ใช้ชีวิตตามใจปรารถนา[22] และเจ้า หลินเฉิงก็ลาออกจากโรงเรียน แล้วเดินทางกลับโลกอนาคตที่ซึ่งเธอจากมา โดยฝากซองขาวมากับคู เฟย (Kū Fei) เพื่อนร่วมห้องเลขที่ 12[23]

เมื่อได้พบเนกิ ชาช่ามารุขอโทษเขาที่ฝ่ายของเธอต้องโรมรันเขาเสมอมา เธอชงน้ำชาให้เขาดื่มในสวนของชมรมชงชา และเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาด้วย ซึ่งทำให้ฮาเซกาว่า จิซาเมะ (Hasegawa Chisame) เพื่อนร่วมห้องเลขที่ 25 ซึ่งมาพบเข้าโดยบังเอิญ เข้าใจว่าทั้งคู่กำลังมีความสัมพันธ์ทางเพศกันอยู่[24] จิซาเมะนั้นไม่นิชอบสุงสิงกับใครในโลกจริง แต่เป็นเน็ตไอดอลและนักเลงคอมพิวเตอร์ในโลกไซเบอร์ ในเทศกาลดังกล่าว จิซาเมะเริ่มสนิทสนมกับชาช่ามารุ เธอรู้ระคายเรื่องโลกเวทมนตร์และแผนการของเจ้า หลินเฉิง ทั้งชาช่ามารุและจิซาเมะพูดคุยกันอย่างเปิดอกในทุก ๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องความรู้สึกที่มีต่อเนกิด้วย เมื่อเนกิเป็นที่ชื่นชอบในการประลอง และถูกสื่อมวลชนตามล่าอันเนื่องมาจากเจ้า หลินเฉิง กระพือข่าวในโลกไซเบอร์ว่าเป็นเขาผู้ใช้เวทมนตร์ ชาช่ามารุและจิซาเมะจึงช่วยพาเนกิหลบนักข่าว ในตอนท้าย ทั้งสามคนหนีไปนั่งชิงช้าสวรรค์ และด้วยความเหนื่อยอ่อน เนกินอนหลับไปบนชิงช้าโดยหนุนตักชาช่ามารุ ซึ่งทำให้ชาช่ามารุเบิกบานเป็นอันมาก จนจิซาเมะล้อว่า "ดีใจจนออกนอกหน้า"[25]

โลกเวทมนตร์[แก้]

การเดินทางไปโลกเวทมนตร์[แก้]

ในโอกาสต่อมา ชาช่ามารุต้องร่วมเดินทางกับเนกิและเพื่อน ๆ ไปแคว้นเวลส์ ประเทศอังกฤษ แทนเอวาจังที่ไม่สามารถออกนอกพัทธสีมาโรงเรียนได้[26] เอวาจังทราบดีว่าชาช่ามารุหลงรักเนกิ จึงกล่าวว่า ให้ใช้การเดินทางนี้ค้นหาตัวเองให้พบ โดยเฉพาะในเรื่องความรู้สึกที่มีต่อเนกิ[27] ชาช่ามารุจึงถามเอวาจังว่า ในฐานะที่เอวาจังเป็นเจ้านายของเธอ ให้คำตอบได้หรือไม่ว่าตกลงแล้วเธอมีชีวิตจิตใจจริงหรือไม่ ซึ่งเอวาจังตอบว่า ถ้าตัวเองคิดว่ามี ก็มี ถ้าคิดว่าไม่มี ก็ไม่มี[28]

เมื่อทั้งคู่เข้าสู่โลกเวทมนตร์ ชาช่ามารุเห็นเนกิถูก เฟต อาเวลลังซ์ (Fate Averruncus) เด็กชายผู้ต้องการทำลายล้างโลกเวทมนตร์ ทำร้าย แต่ไม่อาจช่วยเหลือได้ ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดเป็นอันมาก[29] เฟตบันดาลให้คณะของเนกิพลัดหลงกันไปในโลกเวทมนตร์ ชาช่ามารุติดอยู่กับเนกิในป่าดงดิบลำพัง ณ ที่นั้น เธอดูแลเนกิซึ่งเหนื่อยอ่อนและบาดเจ็บเป็นอย่างดี คอยชี้ทางในโลกเวทมนตร์ให้แก่เขา และช่วยให้เขาและคนอื่น ๆ ในคณะได้พบกันอีกครั้งในภายหลัง[30]

ปัคทิโอ้กับเนกิ[แก้]

ในโลกเวทมนตร์อันแล้วไปด้วยภยันตราย ชาช่ามารุได้เสียสละคุ้มครองเนกิที่เธอรัก กระทั่งบุกน้ำ ลุยเพลิง และสู้มังกร จนตนบาดเจ็บ[31] เนกิจึงช่วยไขลานให้ชาช่ามารุทุกวันเพื่อเป็นการเติมพลัง[32] ซึ่งเผยให้ทราบว่า การไขลานทำให้ชาช่ามารุรู้สึกเสียวสุดยอดทางเพศ[33] โดยเมื่อเนกิยิ่งไขลานให้แรงขึ้นเท่าไร เธอก็ยิ่งหน้าแดงและครางหนักขึ้น เธอบรรยายว่า "ถึงสวรรค์ชั้นเจ็ด" และ "รู้สึกเหมือนเสียสิ่งสำคัญให้แก่คนอื่นไปยังไงก็ไม่รู้สิ" เนกิจึงตอบว่า "ผมชักติดใจแล้วสิ"[9]

เนกิโผเข้ากอดชาช่ามารุที่งานเต้นรำของผู้สำเร็จราชการแคว้นออสเทียใหม่

ที่โลกเวทมนตร์ เนกิใช้ยาเปลี่ยนอายุทำให้ตนเองโต แล้วลงประลองยุทธกับแจ๊ค รากัน (Jack Rakan) และชนะ ชาช่ามารุชื่นชมว่าเนกิในร่างโตสง่างามมาก ทำให้เนกิหน้าแดง[34] ชาช่ามารุคิดถึงเนกิตลอดเวลาจนเพ้ออยู่เสมอ เธอมักนึกถึงคำพูดของเอวาจังที่ให้ใช้การเดินทางนี้พิสูจน์ความรู้สึกที่มีต่อเนกิ แล้วจินตนาการภาพตนเองจุมพิตกับเนกิอย่างดูดดื่มบ่อยครั้ง[27]

ต่อมา คูร์ท เกเดิ้ล (Kurt Godel) ผู้สำเร็จราชการแคว้นออสเทียใหม่ (New Ostia) แห่งโลกเวทมนตร์ เชิญเนกิและคณะไปงานเต้นรำที่ศาลาว่าการ คืนนั้น เนกิเล่นงัดข้อกับคู เฟย โดยตกลงกันว่า ถ้าคูแพ้จะยอมเป็นคู่หูอีกคนของเนกิ ทั้งนี้ พันธสัญญาการเป็นคู่หูคู่หูเพื่อช่วยเหลือด้านเวทมนตร์นั้น เรียก "ปัคทิโอ้" (pactio) เริ่มด้วยการจุมพิต แล้วจะบันดาลให้เกิดแผ่นกระดาษแสดงคุณสมบัติของคู่หู เรียก "การ์ดปัคทิโอ้" โดยพันธสัญญาดังกล่าวกระทำได้ระหว่างมนุษย์หรือผู้มีที่มีชีวิตจิตใจเท่านั้น ครั้งนั้น คูงัดข้อแพ้ จึงยอมจุมพิตเป็นคู่หูเนกิ[35] ชาช่ามารุเห็นแล้วเก็บไปยืนเพ้อที่ระเบียงจนหน้าแดง มุราคามิ นัตซึมิ (Murakami Natsumi) เพื่อนเลขที่ 28 เห็นเข้าจึงทักว่า อยากปัคทิโอ้กับเนกิบ้างหรือ ชาช่ามารุปฏิเสธ แต่ระบบร่างกายแสดงออกอีกอย่างหนึ่งจนรวน ทำให้นัตซึมิล้อว่า "เห็นโต้ง ๆ ปากกับใจทำงานสวนทางกันแล้วนะ"[36]

ขณะนั้น เนกิเข้ามาหาชาช่ามารุเพื่อไขลานให้ และเมื่อชาช่ามารุครางหนักขึ้น เขาก็เข้าใจว่าเธอติดใจฝีมือเขา จึงไขให้หนักขึ้นอีก จนเธอลงไปนอนครางอยู่บนพื้นหญ้า[37] และกล่าวกับเนกิว่า ลึก ๆ แล้วเธอสงสัยว่าตนเองมีชีวิตจิตใจจริงหรือไม่ เนกิบอกเธอว่า การเป็นหุ่นยนต์ไม่ได้หมายความว่าไร้ความรู้สึก[7] เธอร้องไห้และว่า เธอเฝ้าคิดเสมอว่า ถ้าเธอปัคทิโอ้กับเนกิบ้าง แล้วการ์ดปัคทิโอ้ไม่ปรากฏ ก็จะหมายความว่า "...ทุกสิ่งเป็นแค่ภาพลวงตาที่ตุ๊กตากลวง ๆ ตัวหนึ่งคิดเองเออเองทึกทักเอาว่ามีชีวิต..."[38] เนกิโผเข้ากอดชาช่ามารุ และบอกว่า เขาเชื่อมั่นว่าจิตใจและน้ำตาของชาช่ามารุนั้นเป็นของจริง มิใช่สิ่งปรุงแต่ง แล้วชวนให้เธอร่วมสร้างตำนานกับเขา[39] ทั้งคู่จุมพิตเพื่อเริ่มพันธสัญญากัน โดยเขาจูบเธออย่างดูดดื่มและเป็นเวลายาวนานจนกระทั่งลงไปนอนกองกับพื้นด้วยกัน[40] ที่สุด พันธสัญญาสำเร็จ และการ์ดปัคทิโอ้ปรากฏ อันเป็นเครื่องพิสูจน์ยืนยันว่า ชาช่ามารุมีหัวจิตหัวใจเหมือนมนุษย์ ชาช่ามารุนอกจากขวยเขินแล้วยังดีใจเป็นอันมาก[41]

อย่างไรก็ดี งานเต้นรำคืนนั้นถูกเฟตโจมตี ชาช่ามารุได้บังคับเรือเหาะชื่อ "เกรทพารุ" (Great Paru) ที่ ซาโอโตะเมะ ฮารุนะ (Saotome Haruna) เพื่อนเลขที่ 14 สร้างให้ เพื่อต่อต้านการโจมตี และพาทุกคนหนี ชาช่ามารุยังปกป้องเพื่อน ๆ โดยเข้ารบกับมังกรทั้งฝูงและชนะด้วย[42]

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายในโลกเวทมนตร์[แก้]

เมื่อหนีเป็นผลสำเร็จแล้ว คณะของเนกิสงสัยว่า อาซึนะซึ่งร่วมมาด้วยนั้น บัดนี้ไม่ใช่ตัวจริง หากน่าจะเป็นสายลับที่เฟตส่งเข้ามาสวมรอยแทน แต่เพราะพิสูจน์ยาก เนกิจึงใช้วิธีจุมพิตกับอาซึนะเพื่อให้เกิดการ์ดปัคทิโอ้ ปรากฏว่ารูปภาพบนการ์ดนั้นมิใช่อาซึนะ แต่เป็นหญิงสาวชื่อ ชิโอริ (Shiori) เมื่อความแตก ประกอบกับระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันทำให้หลงรักเนกิเข้าด้วย ชิโอริจึงยอมให้ความร่วมมือกับเนกิทุกประการ[43]

เพื่อช่วยอาซึนะ คณะเนกิต้องโรมรันกับเฟตและพวกที่รังของเฟต ซึ่งเรียก "แท่นบูชาแห่งผู้วายชนม์" (Gravekeeper's Palace)[43] ครั้งนั้น ควาร์ตัม (Quartum) สมุนของเฟต เห็นว่า ชาช่ามารุมีพลังอำนาจมากเกินไป จึงใช้เพลิงมนต์ทำร้าย จนร่างกายเธอแยกเป็นส่วน ๆ เมื่อกลับโลกจริงแล้ว ซาโตมิซ่อมแซมชาช่ามารุขนานใหญ่ โดยกล่าวว่าเป็นงานยักษ์และยาก ต่อมา ชาช่ามารุจึงได้ร่วมประชุมใหญ่ของมัธยมศึกษาปีที่ 3 ห้องเอ ที่โรงเรียนมาโฮระ เพื่อปลุกอาซึนะจากมนต์สะกดของเฟต

การต่อสู้ครั้งใหม่[แก้]

เมื่อเปิดภาคการศึกษาใหม่ เฟตปรากฏตัวที่ห้องเอ โดยแสดงเจตนาว่ายังไม่ละราวี ซึ่งยังความตื่นตะลึงมาสู่ทุกคน เมื่อเลิกเรียนแล้ว ชาช่ามารุกลับบ้านและคิดไม่ตกเรื่องจะเข้าร่วมกับเนกิในการต่อต้านแผนชั่วร้ายของเฟตดีหรือไม่ ทั้งที่ใจจริงแล้วเธอเป็นห่วงเขาที่สุด เธอเพ้อถึงเขาจนนอนหน้าแดงอยู่บนเตียง เอวาจังซึ่งเข้ามาเห็นจึงล้อว่า "ถ้าบ้าเนกิถึงขนาดนี้ ก็รีบแย่งมาจากคนอื่น ๆ เสียสิ" พร้อมสำทับว่าตนจะช่วยอีกแรง ชาช่ามารุขอร้องไม่ให้เอวาจังบอกเนกิ เพราะเกรงถูกเข้าใจว่าเป็น "หุ่นยนต์บ้ากาม" เอวาจังพูดคุยกับชาช่ามารุว่า เนกิต้องการเธอ มีแต่เธอที่จะช่วยเหลือให้เขาพ้นภัย เพราะคนอื่น ๆ ล้วนแต่ "ติงต๊อง"

ชาช่ามารุจึงตรึกตรองพลางเล่นกับแมวพลาง แล้วเพ้อถึงเรื่องราวที่ผ่านมาระหว่างเธอกับเนกิอย่างหนัก โดยไม่ทราบว่าเนกิและเพื่อนมาหาและยืนอยู่เบื้องหลัง เมื่อหันไปพบเนกิ ชาช่ามารุเขินอายเป็นอันมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกอาซากุระ คาซึมิ (Asakura Kazumi) ล้อ จึงทำตัวไม่ถูก ชาช่ามารุรวบรวมความกล้าแล้วขอให้เธอได้ช่วยเหลือเนกิ เนกิบอกปัด เพราะไม่ต้องการให้ชาช่ามารุเดือดร้อนกับเขา แต่คาซึมิเห็นว่าควรให้ชาช่ามารุเข้าร่วม และเมื่อระลึกถึงถ้อยคำของเจ้า หลินเฉิง ที่ว่า ให้เธอใช้ชีวิตตามใจปรารถนา ชาช่ามารุจึงยืนยันต่อเนกิว่า ทั้งหมดนี้เป็นเพราะใจเธอปรารถนา เนกิจึงกล่าวว่า หนทางนั้นยาวไกลและมิใช่ง่าย แต่เขายินดีมากที่มีชาช่ามารุเคียงข้าง ชาช่ามารุตอบรับคำเขาโดยไม่พักต้องไตร่ตรองอีก อันเป็นจุดที่มังงะดำเนินเรื่องมาถึงในปัจจุบัน

เชิงอรรถ[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "Character Profile: Chachamaru Karakuri"; 2010: Online.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 2.5 เค็ง อะกะมะสึ; 2547, ธันวาคม: 58.
  3. 3.0 3.1 เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 168-169
  4. 4.0 4.1 ในต้นฉบับภาษาไทย [เค็ง อะกะมะสึ; 2554, 31 กรกฎาคม: 202] ใช้ว่า "วิหคเหิน". แต่ควรเป็น "วิฬาร์เหิน", เพราะตรงกับภาษาอังกฤษที่ใช้ว่า "flying cat" (วิหค คือ นก, วิฬาร์ คือ แมว).
      อีกประการหนึ่ง, ชื่อ "Al-Iskandariya" เป็นภาษาอาหรับ แปลว่า พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช และเป็นชื่อเมืองอเล็กซานเดรียซึ่งเอาพระนามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ฯ มาตั้ง. ผู้แต่งคงยกเอาคำ "Al-Iskandariya" มาใช้ให้เพราะ ๆ เท่านั้น เนื่องจากคำนี้ไม่บ่งบอกลักษณะอาร์ติแฟกต์ของชาช่ามารุแต่ประการใด, ต่างจากชื่ออาร์ติแฟกต์ของคนอื่น ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงรูปลักษณ์ได้, เช่น อาร์ติแฟกต์ของ จิซาเมะ มีชื่อว่า "Scetrum Virtuale" หมายความว่า คทาแห่งอำนาจ ซึ่งในต้นฉบับภาษาไทยใช้ว่า "ธารพระกรแห่งพลัง" [เค็ง อะกะมะสึ; 2552, 20 กันยายน: 10.].
  5. 5.0 5.1 "Cartoon Focus -- คุณครูจอมเวทย์เนกิมะ(Magister Negi Magi)"; 2548: ออนไลน์.
  6. 6.00 6.01 6.02 6.03 6.04 6.05 6.06 6.07 6.08 6.09 6.10 6.11 6.12 6.13 6.14 Chachamaru Karakuri; n.d.: Online.
  7. 7.0 7.1 เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 82.
  8. เค็ง อะกะมะสึ; 2549, 15 ธันวาคม: 9.
  9. 9.0 9.1 9.2 เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 68-69.
  10. เค็ง อะกะมะสึ; 2552, 31 มกราคม: ปกหน้าใน.

    เค็ง อะกะมะสึ: "...เล่มก่อน [เล่ม 21 ไทย ซึ่งหมายถึงตอนที่ชาช่ามารุและเนกิอยู่ร่วมกันในโลกเวทมนตร์ดังกล่าว] บอกได้เลยว่าเป็นหนังแนวอีโรติก...".

  11. เค็ง อะกะมะสึ; 2549, 15 ธันวาคม: 23.
  12. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 70.
  13. 13.0 13.1 13.2 เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 มกราคม: 113.
  14. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 50.
  15. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 117.
  16. เค็ง อะกะมะสึ; 2554, 31 พฤษภาคม: 170.

    ในบทความ อย่างนู้นอย่างนี้ในเนกิมะ! ท้ายเล่ม, มีผู้ใช้ชื่อ "เนกิฟีเวอร์" ถามว่า "ทำไมช่วงนี้ถึงย่อส่วนชาช่ามารุครับ?", เค็งตอบ "เพราะผมชอบครับ".

  17. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 65.
  18. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 60.

    ชาช่ามารุ: "ส่วนเครื่องเจ็ตพลังเวทของดิฉันก็ช่วยให้บินได้ราวสิบห้านาทีเท่านั้นล่ะค่ะ".

  19. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 114.
  20. เค็ง อะกะมะสึ; 2554, 31 พฤษภาคม: 86-89.
  21. เค็ง อะกะมะสึ; 2552, 31 มกราคม: 119-120.
  22. เค็ง อะกะมะสึ; 2550, 31 ตุลาคม: 50.

    เจ้า หลินเฉิง: "ชาช่ามารุ ลื้อน่ะถูกสร้างขึ้นมาให้มีอิสระในการเลือก จากนี้ไปจงเดินตามทางที่ตนเป็นผู้เลือกเองเถอะนะ".

  23. เค็ง อะกะมะสึ; 2550, 30 เมษายน: 47-49.
  24. เค็ง อะกะมะสึ; 2549, 15 ธันวาคม: 5-9.
  25. เค็ง อะกะมะสึ; 2549, 15 ธันวาคม: 21-36.
  26. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 พฤษภาคม: 83.
  27. 27.0 27.1 เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 15 กรกฎาคม: 68.
  28. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 67.
  29. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 39-45.
  30. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 45-75.
  31. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 65-67.
  32. เค็ง อะกะมะสึ; 2551, 31 ตุลาคม: 67-68.
  33. เค็ง อะกะมะสึ; 2552, 30 เมษายน: 91.
  34. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 15 กรกฎาคม: 14.
  35. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 39-57.
  36. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 68.
  37. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 75-80.
  38. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 83.

    ชาช่ามารุ: "ดิฉันกลัวมาก กลัวว่า ถ้าหากดิฉันปัคทิโอ้กับคุณครูแล้ว การ์ดไม่ปรากฏออกมา แล้วจะทำยังไงกันคะ ถ้ามีวิญญาณ ก็ต้องมีการ์ด เช่นนั้น หากการ์ดไม่ปรากฏออกมา ก็แปลว่าความรู้สึกทั้งหมดของดิฉันเป็นของปลอม ทุกสิ่งเป็นแค่โปรแกรมที่ถูกสร้างขึ้น แท้จริงแล้วทุกสิ่งเป็นแค่ภาพลวงตาที่ตุ๊กตากลวง ๆ ตัวหนึ่งคิดเองเออเองทึกทักเอาว่ามีชีวิต..."

  39. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 85.
  40. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 87-90.
  41. เค็ง อะกะมะสึ; 2553, 30 พฤศจิกายน: 90-91.
  42. เค็ง อะกะมะสึ; 2554, 31 พฤษภาคม: 82-84.
  43. 43.0 43.1 เค็ง อะกะมะสึ; 2554, 31 พฤษภาคม: 104-108.

อ้างอิง[แก้]

ภาษาไทย[แก้]

  • เค็ง อะกะมะสึ.
    • (2547, ธันวาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 3). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2548, ?). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 10). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2548, ?). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 12). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2549, 15 ธันวาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 14). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2549, 15 ธันวาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 14). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2550, 30 เมษายน). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 15). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2550, 15 กรกฎาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 16). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2550, 31 สิงหาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 17). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2550, 31 ตุลาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 18). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2551, 31 มกราคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 19). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2551, 31 พฤษภาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 20). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2551, 31 ตุลาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 21). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2552, 31 มกราคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 22). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2552, 30 เมษายน). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 23). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2552, 31 กรกฎาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 24). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2552, 30 กันยายน). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 25). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2552, 30 ธันวาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 26). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2553, 30 เมษายน). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 27). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2553, 15 กรกฎาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 28). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2553, 30 พฤศจิกายน). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 29). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2553, 30 ธันวาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 30). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2554, 31 พฤษภาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 31). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.
    • (2554, 31 กรกฎาคม). คุณครูจอมเวท เนกิมะ!, (เล่ม 32). กรุงเทพฯ: วิบูลย์กิจ. ISBN 9742184399.

ภาษาต่างประเทศ[แก้]