ชะมดเช็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ ชะมด (แก้ความกำกวม)
ชะมดเช็ด
สถานะการอนุรักษ์
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Animalia
ไฟลัม: Chordata
ชั้น: Mammalia
อันดับ: Carnivora
วงศ์: Viverridae
วงศ์ย่อย: Viverrinae
สกุล: Viverricula
Hodgson, 1838[2]
สปีชีส์: V. indica
ชื่อทวินาม
Viverricula indica
(Desmarest, 1804)
แผนที่แสดงการกระจายพันธุ์ของชะมดเช็ด
(สีเขียว: สถานที่กระจายพันธุ์
สีชมพู: สถานที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีประชากรอยู่)

ชะมดเช็ด หรือ ชะมดเชียง หรือ มูสัง[3] (อังกฤษ: Indian small civet; ชื่อวิทยาศาสตร์: Viverricula indica) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมชนิดหนึ่ง จัดเป็นชะมดขนาดเล็ก ขาสั้น หูทั้งสองข้างอยู่ใกล้กัน เมื่อมองไกล ๆ อาจคล้ายแมว จนตามลำตัวมีสีน้ำตาลเหลือง และมีจุดสีดำขนาดเล็กแทรกอยู่ทั่วไปตามลำตัว มีแถบสีดำและขาวบริเวณลำคอ หางมีวงสีดำ 6-9 ปล้องพาดขวางอยู่ ทำให้มีดูมีลักษณะเป็นปล้องสีดำ ไม่มีขนแผงสันหลัง ปลายหางมีสีขาว ขาหลังมีต่อมกลิ่นที่ใช้สื่อสารระหว่างพวกเดียวกัน และจัดเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงชนิดเดียวที่อยู่ในสกุล Viverricula[2]

มีขนาดความยาวลำตัวและหัว 54-63 เซนติเมตร ความยาวหาง 30-43 เซนติเมตร น้ำหนัก 2-4 กิโลกรัม

มีการกระจายพันธุ์ที่กว้างขวางตั้งแต่ตะวันออกของปากีสถาน, อินเดีย, จีนตอนใต้, ไต้หวัน, เนปาล, บังกลาเทศ, พม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม, มาเลเซีย, เกาะสุมาตราและเกาะบาหลี

ชะมดเช็ดมักอาศัยในป่าที่ไม่รกชัฏ หากินบริเวณชายป่าที่ติดต่อกับพื้นที่ที่มนุษย์อยู่อาศัยและทำการเกษตรกรรม กินอาหารได้หลากหลาย ทั้งพืชและสัตว์ และอาจล่าสัตว์เลี้ยงจำพวก เป็ด, ไก่ กินเป็นอาหารได้ด้วย ออกมากินในเวลากลางคืน นอนหลับพักผ่อนในเวลากลางวัน โดยปกติแล้วจะอาศัยอยู่ตามลำพัง แต่ในฤดูผสมพันธุ์จะอาศัยอยู่เป็นคู่ แม่ชะมดเช็ดจะออกลูกครั้งละ 3-5 ตัว โดยขุดโพรงดินตื้น ๆ หรือหาโพรงตามโขดหินสำหรับเป็นที่ออกลูกและเลี้ยงดูลูกอ่อน เมื่อผ่านช่วงผสมพันธุ์ไปแล้ว แม่ชะมดเช็ดจะเลี้ยงลูกตามลำพัง

ชะมดเช็ดในประเทศไทยสามารถพบได้ทุกพื้นที่และทุกภาค ในจังหวัดเพชรบุรี มีการเลี้ยงชะมดเช็ดโดยเก็บเอาสารเคมีจากต่อมกลิ่นที่ขาหลังทำเป็นเครื่องหอม โดยเลี้ยงในกรงไม้กรงละตัว ให้อาหารสลับประเภทกันไป [4] แต่ว่ายังไม่สามารถที่จะเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้ เนื่องจากยังเลี้ยงด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องตามสุขลักษณะ โดยผู้เลี้ยงจะต้องหาชะมดเช็ดด้วยการจับจากในป่าเท่านั้น จนกระทั่งในปี ค.ศ. 2014 สวนสัตว์เชียงใหม่ได้ริเริ่มโครงการศึกษาและเพาะเลี้ยงชะมดเช็ดขึ้น จนสามารถเพาะขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้สำเร็จ โดยเป็นโครงการที่มาจากพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงอนุรักษ์สายพันธุ์ชะมดเช็ดและพัฒนาให้เป็นสัตว์เลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจ[5]

อ้างอิง[แก้]

  1. Duckworth, J. W., Timmins, R. J. and Muddapa, D. (2008). "Viverricula indica". IUCN Red List of Threatened Species. Version 2012.2. International Union for Conservation of Nature. 
  2. 2.0 2.1 Blanford, W. T. (1888–91). Genus Viverricula Hodgson. Pages 100–101 in: The fauna of British India, including Ceylon and Burma. Mammalia. Taylor and Francis, London.
  3. มูสัง
  4. การเลี้ยงชะมดเช็ด
  5. "ตระเวนข่าว: ข่าววันใหม่". ช่อง 3. 29 November 2014. สืบค้นเมื่อ 29 November 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]