ฉัตรชัย อีลิทยิม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฉัตรชัย อีลิทยิม
Chatchai sasakul.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อจริง ฉัตรชัย สาสกุล
วันเกิด 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 (44 ปี)
สถานที่เกิด ไทย จังหวัดนครราชสีมา
รุ่น พินเวท (สมัครเล่น)
ไลท์ฟลายเวท (สมัครเล่น)
ฟลายเวท
ซูเปอร์ฟลายเวท
แบนตั้มเวท
ค่ายมวย เพชรยินดีบ็อกซิ่งโปรโมชั่น
ผู้จัดการ วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์
ผู้ฝึกสอน พยัคฆ์ ช.พิมล
สถิติ
ชก 61
ชนะ 58
ชนะน็อก 37
แพ้ 3
เสมอ 0
สถิติเหรียญรางวัล
มวยสากลสมัครเล่น
เอเชียนเกมส์
เงิน ปักกิ่ง 1990 ไลท์ฟลายเวท
ซีเกมส์
ทอง จาร์กาตา 1987 พินเวท
ทอง กัวลาลัมเปอร์ 1989 พินเวท

ฉัตรชัย อีลิทยิม มีชื่อจริงว่า ฉัตรชัย สาสกุล มีชื่อเล่นว่า หนึ่ง เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่ครอบครัวได้ย้ายมาอยู่ที่คลองเตย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ฉัตรชัยยังเล็ก ๆ ฉัตรชัย ถือได้ว่าเป็นนักมวยที่พื้นฐานมวยสากลดีเยี่ยม เนื่องจากเคยชกมวยสมัครเล่นมาก่อน แต่มีจุดอ่อนคือ การฟิตซ้อมน้อยและมักมีปัญหาส่วนตัวเข้ามากระทบอยู่เสมอ ๆ

ชีวิตช่วงต้นและติดทีมชาติ[แก้]

ฉัตรชัยเริ่มชกมวยครั้งแรกในแบบมวยไทยในชื่อ "หนึ่งธรณี เพชรยินดี" จากการบังคับของพ่อ โดยเป็นนักมวยในสังกัดของ "เสี่ยเน้า" วิรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ ก่อนจะหันมาชกมวยสากลสมัครเล่น ขณะที่ศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนผะดุงศิษย์พิทยา ชกแข่งขันในนามโรงเรียน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง และได้ติดทีมชาติในที่สุด เข้าแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติหลายครั้ง ทั้งโอลิมปิก, เอเชียนเกมส์ และซีเกมส์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จถึงขั้นสูงสุด จึงหันมาชกมวยอาชีพ โดยเฉพาะในการแข่งขันโอลิมปิก 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ตกรอบที่สอง ทั้ง ๆ ก่อนชก ฉัตรชัยถือเป็นนักมวยความหวังอันดับหนึ่ง

แชมป์โลกคนที่ 26[แก้]

ทางกลุ่มผู้สนับสนุนได้ตั้งเป้าหมายให้ชิงแชมป์โลกรุ่นฟลายเวทกับ ยูริ อาร์บาชาค็อฟ แชมป์โลกชาวรัสเซีย ฉัตรชัยชกอุ่นเครื่องอยู่หลายครั้ง จนมีสถิติชกทั้งหมด 20 ครั้ง ไม่เคยแพ้ไม่เคยเสมอ เป็นการชนะน็อก 15 ครั้ง จึงได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกในรุ่นฟลายเวท สภามวยโลก (WBC) กับอาร์บาชาค็อฟ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 ถึงประเทศญี่ปุ่น การชกเป็นไปอย่างคู่คี่ แต่อาร์บาชาค็อฟออกหมัดได้จะแจ้งกว่าในยกท้าย ๆ จึงเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างเป็นเอกฉันท์

ฉัตรชัย ยังคงชกมวยต่อมา จนเมื่อต้นปี พ.ศ. 2540 ยูริ อาร์บาชาค็อฟต้องการแขวนนวม แต่ทางผู้จัดการยังต้องการให้ชกต่ออีกสักครั้ง ฉัตรชัยจึงได้ชิงแชมป์เฉพาะกาล (Interim Champion) ในรุ่นนี้ กับ อีซาเลียส ซามูดิโอ นักมวยชาวเม็กซิกัน และเป็นฝ่ายชนะคะแนนไป และป้องกันตำแหน่งไว้ได้อีกหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะพบกับ ยูริ อาร์บาชาค็อฟ อีกครั้งในปลายปี ซึ่งครั้งนี้ฉัตรชัยเป็นฝ่ายชนะคะแนนไปอย่างขาดลอย จึงกลายเป็นแชมป์โลกตัวจริงไปทันที

ในปี พ.ศ. 2541 ฉัตรชัยชกป้องกันตำแหน่งไว้ได้อย่างสวยงามอีก 2 ครั้ง กับนักมวยชาวเกาหลีใต้ ก่อนที่จะเสียตำแหน่งไปในปลายปี โดยไม่มีใครคาดฝัน เมื่อเป็นฝ่ายแพ้น็อกยก 8 แมนนี่ ปาเกียว นักมวยชาวฟิลิปปินส์ ที่วิทยาลัยทองสุข เขตตลิ่งชัน โดยฉัตรชัยโดนหมัดสวนของปาเกียวเข้าไปเต็ม ๆ ซึ่งก่อนการชกในครั้งนี้ ฉัตรชัย ต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตส่วนตัว คือ ภรรยาที่อยู่กินด้วยกันมาได้หนีไปกับชายคนใหม่เพียงไม่กี่วัน โดยที่ฉัตรชัยไม่รู้ตัวมาก่อน ประกอบกับการฟิตซ้อมไม่เต็มที่ จึงทำให้เสียแชมป์โลกไปในที่สุด

หลังเสียแชมป์[แก้]

หลังจากนั้น ฉัตรชัยจึงคิดจะแขวนนวม ได้หยุดชกไปพักหนึ่ง ก่อนที่จะกลับมาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2542 และเลื่อนรุ่นขึ้นไปชกในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท และสามารถคว้าแชมป์สภามวยแห่งเอเชีย (ABC) ในรุ่นแบนตั้มเวทมาได้ และชกป้องกันตำแหน่งไว้ได้หลายครั้งแล้ว โดยครั้งสุดท้าย ชนะคะแนน 6 ยก อัลเฟร็ด นาเกา นักมวยชาวฟิลิปปินส์ไปได้ในต้นปี พ.ศ. 2550

และเมื่อวันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2550 ฉัตรชัยสามารถเอาชนะน็อคนักมวยฟิลิปปินส์ที่ชื่อ ลิโต้ ซินอริโอ ไปในยกที่ 4 แต่ 1 วันให้หลัง เมื่อวันเสาร์ที่ 1 เมษายน เวลา 21.15 น. ซิสนอริโอ ก็ถึงแก่กรรมเนื่องจากสมองได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจากการถูก ฉัตรชัย น็อค นับเป็นเรื่องน่าเศร้าของวงการมวยอีกครั้งหนึ่ง

ต่อมาในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ฉัตรชัยได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกอีกครั้งถึง 2 สถาบัน คือ สภามวยโลก (WBC) และ สมาคมมวยโลก (WBA) ในรุ่นซูเปอร์ฟลายเวทกับ คริสเตียน มิฮาเรส มักมวยชาวเม็กซิกันถึงประเทศเม็กซิโก ฉัตรชัยเป็นฝ่ายแพ้น็อกไปอย่างหมดรูปในยกที่ 3

ปัจจุบัน ฉัตรชัยได้แขวนนวมไปแล้วอย่างเป็นทางการ มีกิจการส่วนตัว คือ โต๊ะสนุกเกอร์[1] และเป็นเทรนเนอร์ให้กับนักมวยของผู้จัดการตนเองคือ นายวิรัตน์ ด้วย อาทิ พงษ์ศักดิ์เล็ก ศิษย์คนองศักดิ์ และคมพยัคฆ์ ป.ประมุข[2] ฉัตรชัยมีกิจกรรมอดิเรกยามว่างที่ชื่นชอบ คือ การร้องเพลงและเล่นกีตาร์

ชื่อในการชกมวยชื่ออื่น[แก้]

  • ฉัตรชัย ดัทช์บอยยิม
  • ฉัตรชัย สามเคแบตเตอรี่
  • ฉัตรชัย กระทิงแดงยิม
  • ฉัตรชัย สิงห์วังชา

เกียรติประวัติ[แก้]

  • เหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 14 ที่จาร์กาตา อินโดนีเซีย พ.ศ. 2530 รุ่นพินเวท
  • เหรียญทองซีเกมส์ครั้งที่ 15 ที่ กัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย พ.ศ. 2532 รุ่นไลท์ฟลายเวท
  • เหรียญเงินกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 11 ที่ ปักกิ่ง พ.ศ. 2533 รุ่นไลท์ฟลายเวท
  • พ.ศ. 2555 รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม สยามกีฬาอวอร์ดส์ ครั้งที่ 6 [3][4]
  • พ.ศ. 2555 รางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยม สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย [5]
  • แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC สมัยที่ 1 (พ.ศ. 2534 - 2536)
  • แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC สมัยที่ 2 (พ.ศ. 2536 - 2538)
    • ชิงแชมป์ สมัยที่ 2, 30 ตุลาคม 2536 ชนะคะแนน โนแลนโด โปรตาโก้ (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 9, 16 ธันวาคม 2536 ชนะ เบ็นจี ดูราน (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 10, 20 มีนาคม 2537 ชนะคะแนน ออสการ์ เจมิเนส (ธงของสหรัฐอเมริกา สหรัฐอเมริกา)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 11, 2 พฤษภาคม 2537 ชนะคะแนน แจ็ก ซิฮาร์ยา (อินโดนีเซีย)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 12, 8 สิงหาคม 2537 ชนะคะแนน ซูซูกิ คาร์บาโต (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 13, 24 ตุลาคม 2537 ชนะ ชาง อิลมูน (เกาหลีใต้)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 14, 24 ธันวาคม 2537 ชนะ เอ็ดวิน โปรโจ (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 15, 19 กุมภาพันธ์ 2538 ชนะคะแนน มาโล ซูเอลโล (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 16, 27 เมษายน 2538 ชนะคะแนน โจเซฟ ปาร์เด็น (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 17, 25 กันยายน 2538 แพ้คะแนน ยูริ อาร์บาชาค็อฟ (ธงของประเทศญี่ปุ่น ญี่ปุ่น) ที่ นิฮนบูโดกัน โตเกียว
  • แชมป์โลกรุ่นฟลายเวท WBC สมัยที่3 (พ.ศ. 2538 - 25)
    • ชิงแชมป์ สมัยที่3, 25 พฤศจิกายน 2538 ชนะคะแนน ลีเดียน เซนิซาร์ (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 18, 27 มกราคม 2539 ชนะคะแนน โจเอล นีซ (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 19, 15 เมษายน 2539 ชนะคะแนน โพลาโบ ตินาโด (ธงของประเทศเม็กซิโก เม็กซิโก) ที่ เกรม เวสเทิร์น ฟอรัม อิงเกิลวู๊ด รัฐแคลิฟอร์เนีย
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 20, 24 พฤษภาคม 2539 ชนะคะแนน เท็กซัส โกเมส (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.เพชรบูรณ์
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 21, 31 กรกฎาคม 2539 ชนะคะแนน จิมมี่ อากลิลลเร่ (ฟิลิปปินส์) ที่ ห้างสรรพสินค้านิวเวิลด์ บางลำพู เขตพระนคร
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 22, 8 สิงหาคม 2539 ชนะคะแนน ริกกี้ โอคอยด์ (ฟิลิปปินส์) ที่ จ.สุราษธานี
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 23, 8 พฤศจิกายน 2539 ชนะคะแนน อลัน มอเรย์ (ฟิลิปปินส์)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 24, 30 มกราคม 2540 ชนะคะแนน รามิล เกอร์เวอโร (ฟิลิปปินส์)
    • มีนาคม 2540 สละแชมป์
  • แชมป์โลกเฉพาะกาลรุ่นฟลายเวท WBC
  • แชมป์โลกเรุ่นฟลายเวท WBC
  • แชมป์ ABC เฉพาะกาลรุ่นแบนตัมเวท
  • แชมป์ ABC เฉพาะกาลรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท
    • ชิง 28 กรกฎาคม 2549 ชนะน็อค ยก 5 คัตสุมิ มากิยามา (ญี่ปุ่น)
    • ป้องกันแชมป์ครั้งที่ 1, 7 กันยายน 2549 ชนะคะแนน ยูกิ มูไร (ญี่ปุ่น)
    • มีนาคม 2550 สละแชมป์
  • เคยชิงแชมป์ต่อไปนี้แต่ไม่สำเร็จ

อ้างอิง[แก้]

  1. [1]
  2. ซีพี.ให้โอกาสทองคมพยัคฆ์ชิงฉะหมัดจังโก้ จากสยามสปอร์ต
  3. มวยสยามรายวัน. ปีที่ 19 ฉบับที่ 6764. วันพุธที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2555. หน้า 17
  4. "ชัชวาล-คมพยัคฆ์-รัชนก" คว้ายอดเยี่ยมสยามกีฬา จากผู้จัดการออนไลน์
  5. หน้า 23, เดลินิวส์ฉบับที่ 22,854: พุธที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
  6. เทปการชกของ ฉัตรชัย กระทิงแดงยิม กับ คริสเตียน มิฮาเรส

ดูเพิ่ม[แก้]