ฉลอง ภู่สว่าง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฉลอง ภู่สว่าง
200px
ข้อมูลพื้นฐาน
วันเกิด วันอาทิตย์ ไม่ทราบวันที่และเดือน พ.ศ. 2481

(อายุ 76 ปี) ไทย

ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ไทย โดยกำเนิด
คู่สมรส คุณสมบูรณ์ ภู่สว่าง (มีบุตรด้วยกัน 2 คน)
แนวเพลง เพลงลูกทุ่ง
อาชีพ นักดนตรี นักแต่งเพลง

ฉลอง ภู่สว่าง (พ.ศ. 2481 - ปัจจุบัน ) นักดนตรี นักแต่งเพลงลูกทุ่งชาวสมุทรสาคร ผู้แต่งเพลง "ปูไข่ไก่หลง" ฉลอง ภู่สว่าง เกิดที่ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครโดยกำเนิด

บิดาชื่อ นายเหลือบ ภู่สว่าง มารดาชื่อ นางหนู ภู่สว่าง พี่น้อง 4 คน ชาย 3 คน หญิง 1 คน

ชีวิตครอบครัว ภรรยาชื่อ คุณสมบูรณ์ ภู่สว่าง มีบุตรด้วยกัน 2 คน

ชีวิตตอนวัยเยาว์[แก้]

ฐานะทางครอบครัวยากจน เรียนได้เพียงชั้น ป.3 ก็ต้องออกมาทำงานบ้านอยู่ 2 ปี จีงกลับไปเรียนจนจบชั้น ป.4 จากโรงเรียนเมืองสมุทรสาคร เป็นคนเรียนเก่ง แต่ต้อง ออกมารับจ้างเดินเรือขนส่งเกลือ ไปขายที่กรุงเทพฯ

เส้นทางสู่การแต่งเพลง[แก้]

ครั้งหนึ่งอายุประมาณ 14 ปีเรือเกลือได้ไปจอดค้างคืน ที่ท่าน้ำวัดแหลมสุวรรณาราม ตำบลท่าฉลอม ในคืนนั้นมีงานวัด จึงได้ไปดูดนตรี "คณะบางกอกแมมโป้" ที่มาเล่นที่วัดบ้านแหลม รวมนักร้องที่มีชื่อเสียงมากมาย สมัยนั้นมีคุณเอมอร วิเศษสุข คุณสมศรี ม่วงสอนเขียว ครูสุรพล สมบัติเจริญ และคุณเฉลิม (ทหารเรือ) และคุณสมยศ ทัศนะพันธ์ จึงมีโอกาสได้ดูดนตรี คุณฉลองเห็นคนเป่าแซกโซโฟน รู้สึกทึ่งมีปุ่มกดมากมาย ทำไมคนเรามีเพียง 10 นิ้ว จะกดได้หมด เป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ๆ จึงเกิดแรงบันดาลใจ อยากจะได้สวมสูทและยืนเป่าเครื่องดนตรี กลับมาบ้านจึงได้ฝึกหัดสีซอกับลุงเติม ครูฉลองมีโอกาสหยิบแซกโซโฟนมาทดลองเป่าเมื่อมีโอกาส ครูฉลองร้องเพลงได้ดี เมื่อมีการประกวดร้องเพลงที่ไหนก็ขึ้นประกวดไปทั่ว ได้ที่ หนึ่งบ้าง ไม่ได้บ้างดิ้นรนใฝ่ฝันไปเรื่อย ๆ จนครบเกณฑ์ทหาร ก็ได้ไปรับใช้ชาติ 2 ปี ครูฉลองมีโอกาสไปเป็นทหารเรือ ทำการฝึก 2 เดือนจึงย้ายเหล่า เนื่องจากความรักในดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ จึงมีโอกาสไปอยู่วงดนตรี ทหารเรือ เริ่มฝึกเป่าแซกโซโฟนและได้เรียนโน้ตเพลงที่นี้ ทำให้มีความสามารถและมีประการณ์มากขึ้น สามารถร้องเพลง แต่งเพลงและเล่น ดนตรีได้บ้างพอสมควร เป็นทหารนาน 2 ปี 1 เดือนกว่า ๆ ก็ปลดประจำการกองพันที่ 6 กองทัพอากาศชักชวนให้ไปอยู่เพราะเห็นความสามารถของครูฉลอง โดยมีคนบอกว่าฝึก 6 เดือนติดจ่าให้ เมื่อออกจากทหารแล้วก็ไปสมัครอยู่กับคณะรำวง ดาราน้อย ที่ชลบุรี ตอนนั้นครูฉลองสนใจรำวง ติดสาวรำวงที่ชลบุรี ครูฉลองเล่นดนตรี ร้องเพลงมีรายได้คืนละ 200 - 300 บาท มีนักร้องร่วมรุ่นดังหลายคนสมัยนั้น คือ บุปผา สายชล , เรียม ดาราน้อย , พนม นพพร , บรรจบ เจริญพร จนในที่สุดเหลือครูฉลอง ภู่สว่างอยู่คนเดียว อยู่กับคณะรำวงได้ 5 ปี ก็กลับมาบ้านบางโทรัด ทำงานอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ไปอยู่กับวงดนตรี พนม นพพร แลงวงดนตรีของ บุปผา สายชล ต่อมาครู ฉลองแต่งงาน มีลูก 2 คน เปลี่ยนอาชีพเป็นพายเรือค้าขาย แต่กิจการไม่ดี มีหนี้สินมากขายเรือไปได้เงินมาหมื่นกว่าบาท แบ่งเงินไปซื้อแซกโซโฟนมา 1 ตัว ราคาสองพันบาท มาเป่าชาวบ้านใกล้เรือนเคียงหนวกหู เริ่มหัดแต่งเพลงถึงตีหนึ่งตีสอง ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ภรรยาก็บ่นว่าเขียนไปทำไม เขียนแล้วจะเอาไปให้ใคร ครูฉลองหวังลึก ๆ ว่าสักวันหนึ่งต้องทำให้ได้ ครูฉลองได้ออกตระเวนเล่นดนตรี เคยเป็นนักดนตรีประจำกองดุริยางค์ทหารเรือ เป็นกองเชียร์รำวง และเล่นวงดนตรีกับวงดนตรีจุฬารัตน์ของครูมงคล อมาตยกุล วงของศรีไพร ใจพระ , บุปผา สายชล ,บรรจบ เจริญพร และตั้งวงดนตรีเป็นของตัวเอง ครูฉลองเขียนเพลงจริงจัง เมื่ออายุ 21 ปี เพลงแรกที่อัดแผ่นเสียงก็ดังเลย จำได้ว่าชื่อเพลง "ลาก่อนความโกหก" ร้องโดยนักร้องชื่อบุญมี (ต่อมาเปลี่ยนเป็นระพิน ภูไท) และได้เปิดออกอากาศทางสถานีวิทยุ ได้รับความนิยม พอสมควร จากนั้นก้ได้เริ่มแต่งเพลงต่างๆ ขึ้นมาอีกมากมายหลายเพลง
เขียนให้ระพิน ภูไท ร้อง 10 กว่าเพลง ซึ่งเพลงเหล่านี้ดังเกือบหมดทุกเพลง เช่น

  • เพลง " ปีวอกหลอกพี่"
  • เพลง " คิดถึงแหม่ม"
  • เพลง " เอาคำว่ารักของเธอคืนไป"
  • เพลง "สระบุรีร้องไห้"
  • เพลง "คุณนายร้องไห้"
  • เพลง "คนจนเป็นอย่างไร"
  • เพลง "เรณูอยู่ไหน"
  • เพลง "ฝนพร่ำที่อัมพวา"
  • เพลง "คิดถึงพี่หน่อย"


ต่อมาครูฉลอง ภู่สว่าง ได้แต่งเพลง "เจ้าสินอนกอดไผ" "ไก่นาตาฟาง" ขับร้องโดยมานะ (จิรพันธ์ วีระพงษ์ เป็นนักร้องมาจากอำเภอบางซ้าย) เมื่อก่อนนี้มานะอยู่วงจุฬารัตน์ วงเสน่ห์ โกมารชุน มีนักร้อง ปัทมา สังข์ทอง , ศรีไพร ใจพระ , บรรจบ เจริญพร , ชาตรี ศรีชล , เรียม ดาราน้อย , ภูษิต ภู่สว่าง , ศรชัย เมฆวิเชียร , คัมภีร์ ระพิน ภูไท [, [เสกศักดิ์ ภู่กันทอง]] (เพลงขันหมากเศรษฐี) ชายธง ทรงพล จากสิงห์บุรี (เพลงปูไข่ไก่หลง) มีเสียงเหมือน ชาย เมืองสิงห์


และได้แต่งเพลงอื่นๆขึ้นมาอีกมากมายหลายเพลง เช่น



เพลงประกอบภาพยนตร์ เช่น



แต่งให้กับสุนารี ราชสีมา 12 เพลง
รวมผลงานเพลงที่แต่งไป ไม่น้อยกว่า 200 เพลง

แรงบันดาลใจในการแต่งเพลง[แก้]

ครูฉลองเล่าว่า ขั้นแรกฟังเสียงนักร้องก่อน ว่าโทน (Tone) เสียงอะไร ดูรูปร่างลักษณะของนักร้อง ลักษณะอย่างนี้จะร้องเพลงแบบนี้ ขั้นต่อไปก็อ่านน้ำเสียงเขา น่าจะออกมาเป็นอะไรบ้าง เสร็จแล้วครูฉลองก็จะฮัมเพลง บันทึกเทป เปิดไป เปิดมา ฟังหลาย ๆ เที่ยวเสียงนี้ร้องว่าอะไร เขียนเนื้อเพลงอะไรให้เขาร้อง เมื่อเขียนไปแล้วก็จะเหมาะกับเสียง ฟังดูจนเข้าไปในหู ซึมลึกลงไป ขั้นต่อไปก็เปิดฟัง ก็จะได้เนื้อเพลงที่สอดคล้องกับทำนองความต้องการ ขั้นต่อไปก็เริ่มวางเค้าโครงเขียนออกมาเป็นเพลง แล้วก็คิดชื่อเพลงว่าชื่อเพลงอะไรดี จึงจะเหมาะกับเนื้อหา ยุคสมัย เมื่อได้แล้วเอาชื่อมาขยายความ ชื่อนี้เป็นเรื่องนี้แน่ นอน เช่น "คนช้ำประจำซอย" สมัยก่อนครูฉลองคิดเพลงและแต่งเพลงได้เร็ว จำได้ว่าวันหนึ่งเคยเขียนได้ถึง 6 เพลงก็เคยมี อย่างเช่นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "เทพเจ้าบางปูน" แต่งได้ 6 เพลงได้ค่าเหนื่อยเพลงละ 10,000 บาท 6 เพลงก็ได้ 60,000 บาท ครูฉลองเล่าอย่างภูมิใจ วันหนึ่งแต่งเพลงได้ตั้งหกหมื่นบาท

สำหรับ ฉลอง ภู่สว่าง ท่านเป็นคนเขียนเพลงลูกทุ่งที่เก่งที่สุดในวงการคนหนึ่ง คุณครูฉลองจะเก่งมากในเรื่องของการประชดผู้หญิง แดกดันผู้ชายโดยเอาบรรยากาศของบ้านเมืองมาใส่ทำให้ผู้ฟังนั้นฟังแล้วรู้สึก ว่า เรื่องราวของคนในเพลงนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็อย่างเพลง " ปูไข่ไก่หลง" ที่ฉลองเขียนให้ ชายธง ทรงพล ร้องก็เป็นตัวอย่างที่ดี... "ช่างเถอะคนงาม ขอปล่อยตาม ตามวาสนา พี่ไม่มีปริญญาขวัญตามองหน้าทำเมิน ลืมได้ ลืมไป ลืมไปลืมได้ก็เชิญ พี่จนคนไร้เงิน เดินย่ำต๊อกน้องบอกว่าโซ.." นอกจากเพลงนี้ยังมี "ไก่นาตาฟาง" จีระพันธ์ วีระพงษ์ "คนดังลืมหลังควาย" (อันนี้พุ่มพวงร้อง) "คุณนายโรงแรม" ที่ร้องโดย ระพิน ภูไท

ฉลอง ภู่สว่างนั้นเป็นคนที่มีสัมผัสในทางโปรดิวเซอร์ที่สูงมาก ว่ากันว่าถ้าเทียบกันก็ต้องขนาดคุณเต๋อ เรวัติ พุฒินันท์ นะครับ เพราะสามารถปั้นกระเป๋ารถเมล์อย่าง จีระพันธ์ วีรพงศ์ ให้โด่งดังได้จากเพลง "ไก่นาตาฟาง" สร้างให้เด็กอู่ซ่อมรถอย่าง ศรชัย เมฆวิเชียร ขึ้นมาเป็นนักร้องดัง เช่นเดียวกับทำให้ ระพิน ภูไท ดังได้อีกเหมือนกันโดยที่ว่ากันว่าระพิณไม่มีแววอะไรเลยนอกจากเมาไปวันๆ

ในระยะที่ครูฉลอง ภู่สว่าง มีชื่อเสียงได้มีคนไปมาหาสู่มาก บางคนมาขอความรู้จากเพลง บางคนมาฝึกร้องเพลง โดยเริ่มจากเลียนแบบนักร้องที่มีชื่อเสียง จนมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง นักร้องที่มีชื่อเสียงที่มาหาครูฉลอง ภู่สว่าง อยู่เสมอคือ ศรชัย เมฆวิเชียร, สดใส ร่มโพธิ์ทอง สุนารี ราชสีมา แจ๊ค ธนพล ครูฉลอง ภู่สว่างแต่งเพลง "ดื่มให้ลืมแฟน" เริงรมย์ แหลมทอง
บางคนมาถามครูว่าการแต่งเพลงเริ่มเขียนอะไรก่อน ครูเล่าว่า การแต่งเพลง เหมือนละครที่ยาวมากที่เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ปี เรานำเรื่องมาย่อจนจบ ตอนจบเราจะให้จบแบบไหน เพลงแต่ละเพลงเหมือนละครเรื่องหนึ่ง เรานำมาสรุปให้เหลือนิดเดียว บางเพลงให้จบพร้อมชื่อเพลงให้ได้ เช่น เพลง "จำกันบ่ได้ก๋า" จะแต่งเพลงใด ให้ใครร้องต้องศึกษาบุคลิกนักร้องก่อน เช่น นันทิดา แก้วบัวสาย ไปชนะการประกวดการร้องเพลงที่ต่างประเทศ เพชรา เชาวราษฎร์ ชักชวนมาแสดงภาพยนตร์ เชิญครูฉลอง ภู่สว่าง ไปเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ได้ ทั้งหมด หลังจากแต่งเพลง วันที่จะบันทึกแผ่นเสียง ครูฉลอง ไปร้องเพลงที่ครูแต่งให้ฟังก่อน การเอื้อน จังหวะ ดนตรี เคาะจังหวะไปให้ ทำเข้าอินโทรไปให้หมด ร้องเสร็จจะรับอย่างไร โซโล (Solo) อย่างไรรับหมด เลยเป็นงานที่ทำยากสักหน่อย


ในปี พ.ศ. 2523 ครูฉลองแต่งเพลงให้พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร้องและเซ็นสัญญา และปี 2525 2526 2527 ห้างอโซน่ามาขอซื้อลิขสิทธิ์ ให้พุ่มพวงร้อง บันทึกเทปวางจำหน่ายร้องเพลงคู่กัน เพลงหนึ่งเขียนให้พุ่มพวงร้อง อีกเพลงหนึ่งเขียนให้นักร้องชายร้อง เนื้อเพลงขึ้นต้นว่า… "นึกไว้ แล้ว ๆ เชียว ว่า… นึก….ทุกอย่างคนงาม ๆ สักวันก็ลืมด้ามเคียว" ส่วนเพลงทำนองเดียวกับเพลงนี้ พุ่มพวงร้องว่า "นึกไว้ทุกนาที ว่าเขาไปได้ดี เขาคงไม่มาขี่ควาย…" บันทึกแล้วดังเปรี้ยง ขายเพลงที่แต่งได้ 3,000 บาท ในสมัยนั้นสุชาติ เทียนทอง , สรวง สันติ เขาขาย 2,000 บาท หลังจากนั้นปรับเป็นเพลงละ 5,000 บาท ตอนหลังจึงมาขึ้นเป็นเพลงละ 10,000 บาท



รางวัลที่ได้รั[แก้]

  • ได้รับพระราชทานเสาอากาศทองคำ – ที่โรงละครแห่งชาติ ซึ่งเป็นที่ปราบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
    2520 จากเพลง "อ้อนจันทร์"
  • รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าศิริกิตต์พระบรมราชินีนาถ 1 ครั้ง – ในงานกี่งศตวรรษลูกทุ่งไทย
    2521
  • ได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา 3 ครั้ง

  • ได้รับรางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย
    2532 จากเพลง "คุณนายโรงแรม" และ "อ้อนจันทร์"
  • ได้รับรางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย
    2534 จากเพลง "ปูไข่ไก่หลง"

อ้างอิง[แก้]

  • เจนภพ จบกระบวนวรรณ. เพลงลูกทุ่ง, TK Park Music Library ชุดดนตรีไทย. กรุงเทพ : สำนักงานอุทยานการเรียนรู้, พ.ศ. 2550. 176 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 978-974-8218-83-0