ฉลอง ภู่สว่าง
| ฉลอง ภู่สว่าง | |
| ชื่อเกิด | ฉลอง ภู่สว่าง |
| เกิด | พ.ศ. 2481 (อายุ 74 ปี) จังหวัดสมุทรสาคร |
| อาชีพ | นักดนตรี นักแต่งเพลง |
| แนวเพลง | เพลงลูกทุ่ง |
ฉลอง ภู่สว่าง (พ.ศ. 2481 - ) นักดนตรี นักแต่งเพลงลูกทุ่งชาวสมุทรสาคร ผู้แต่งเพลง "ปูไข่ไก่หลง"
ฉลอง ภู่สว่าง เกิดที่ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครโดยกำเนิด เกิดเมื่อวันอาทิตย์ พ.ศ. 2481 แต่เจ้าตัวจำวันที่และเดือนเกิดไม่ได้ จบชั้น ป.4 จากโรงเรียนเมืองสมุทรสาคร มีชีวิตตอนวัยเยาว์ อายุประมาณ 14 ปี ไปดูดนตรี "คณะบางกอกแมมโป้" ที่มาเล่นที่วัดบ้านแหลม สมัยนั้นมีคุณเอมอร วิเศษสุข คุณสมศรี ม่วงสอนเขียว ครูสุรพล สมบัติเจริญ และคุณเฉลิม (ทหารเรือ) และคุณสมยศ ทัศนะพันธ์ คุณฉลองเห็นคนเป่าแซกโซโฟน รู้สึกทึ่งมีปุ่มกดมากมาย ทำไมคนเรามีเพียง 10 นิ้ว จะกดได้หมด เป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ครูฉลองมีโอกาสหยิบแซกโซโฟนมาทดลองเป่าเมื่อมีโอกาส ครูฉลองร้องเพลงได้ดี เมื่อมีการประกวดร้องเพลงที่ไหนก็ขึ้นประกวดไปทั่ว ได้ที่ หนึ่งบ้าง ไม่ได้บ้างดิ้นรนใฝ่ฝันไปเรื่อย ๆ จนครบเกณฑ์ทหาร ครูฉลองมีโอกาสไปเป็นทหารเรือ ทำการฝึก 2 เดือนจึงย้ายเหล่า เนื่องจากความรักในดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ จึงมีโอกาสไปอยู่วงดนตรี ทหารเรือ เริ่มฝึกเป่าแซกโซโฟนและได้เรียนโน้ตเพลงที่นี้ เป็นทหารนาน 2 ปี 1 เดือนกว่า ๆ ก็ปลดประจำการกองพันที่ 6 กองทัพอากาศชักชวนให้ไปอยู่เพราะเห็นความสามารถของครูฉลอง โดยมีคนบอกว่าฝึก 6 เดือนติดจ่าให้ ตอนนั้นครูฉลองสนใจรำวง ติดสาวรำวงที่ชลบุรี ครูฉลองเล่นดนตรี ร้องเพลงมีรายได้คืนละ 200 - 300 บาท มีนักร้องร่วมรุ่นสมัยนั้นคือ บุปผา สายชล เรียม ดาราน้อย พนม นพพร บรรจบ เจริญพร จนในที่สุดเหลือครูฉลอง ภู่สว่างอยู่คนเดียว ต่อมาครู ฉลองแต่งงาน มีลูก 1 คน เปลี่ยนอาชีพเป็นพายเรือค้าขาย แต่กิจการไม่ดี มีหนี้สินมากขายเรือไปได้เงินมาหมื่นกว่าบาท แบ่งเงินไปซื้อแซกโซโฟนมา 1 ตัว ราคาสองพันบาท มาเป่าชาวบ้านใกล้เรือนเคียงหนวกหู เริ่มหัดแต่งเพลงถึงตีหนึ่งตีสอง ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ภรรยาก็บ่นว่าเขียนไปทำไม เขียนแล้วจะเอาไปให้ใคร ครูฉลองหวังลึก ๆ ว่าสักวันหนึ่งต้องทำให้ได้ ครูฉลองได้ออกตระเวนเล่นดนตรี เคยเป็นนักดนตรีประจำกองดุริยางค์ทหารเรือ เป็นกองเชียร์รำวง และเล่นวงดนตรีกับวงดนตรีจุฬารัตน์ของครูมงคล อมาตยกุล วงของศรีไพร ใจพระ บุปผา สายชล บรรจบ เจริญพร และตั้งวงดนตรีเป็นของตัวเอง
ครูฉลองเขียนเพลงจริงจัง เมื่ออายุ 21 ปี เพลงแรกที่อัดแผ่นเสียงก็ดังเลย จำได้ว่าชื่อเพลง "ลาก่อนความโกหก" ร้องโดยนักร้องชื่อบุญมี (ต่อมาเปลี่ยนเป็นระพินทร์ ภูไทย) เขียนให้บุญมีร้อง 10 กว่าเพลง เช่น ปีวอกหลอกพี่ คิดถึงแหม่ม เอาคำว่ารักของเธอคืนไป สระบุรีร้องไห้ คุณนายร้องไห้ คนจนเป็นอย่างไร เรณูอยู่ไหน ฝนพร่ำที่อัมพวา คิดถึงพี่หน่อย เพลงเหล่านี้ดังเกือบหมดทุกเพลง
ต่อมาครูฉลอง ภู่สว่าง ได้แต่งเพลงเจ้าสินอนกอดไผ ไก่นาตาฟาง ขับร้องโดยมานะ (จิรพันธ์ วีระพงษ์ เป็นนักร้องมาจากอำเภอบางซ้าย) เมื่อก่อนนี้มานะอยู่วงจุฬารัตน์ วงเสน่ห์ โกมารชุน มีนักร้องปัทมา สังข์ทอง ศรีไพร ใจพระ บรรจบ เจริญพร ชาตรี ศรีชล เรียม ดาราน้อย ภูษิต ศรชัย คัมภีร์ ระพินทร์ เศกศักดิ์ ภู่กันทอง (ร้องเพลงที่ขึ้นต้นว่า…. จะหลับตาลงไปได้อย่างไร….) ชายธง ทรงพล จากสิงห์บุรี (ร้องเพลงที่ขึ้นต้นว่า ช่างเถอะคนงาม…) มี เสียงเหมือนชายเมืองสิงห์
แรง บันดาลใจในการแต่งเพลง
ครูฉลองเล่าว่า ขั้นแรกฟังเสียงนักร้องก่อน ว่าโทน (Tone) เสียงอะไร ดูรูปร่างลักษณะของนักร้อง ลักษณะอย่างนี้จะร้องเพลงแบบนี้ ขั้นต่อไปก็อ่านน้ำเสียงเขา น่าจะออกมาเป็นอะไรบ้าง เสร็จแล้วครูฉลองก็จะฮัมเพลง บันทึกเทป เปิดไป เปิดมา ฟังหลาย ๆ เที่ยวเสียงนี้ร้องว่าอะไร เขียนเนื้อเพลงอะไรให้เขาร้อง เมื่อเขียนไปแล้วก็จะเหมาะกับเสียง ฟังดูจนเข้าไปในหู ซึมลึกลงไป ขั้นต่อไปก็เปิดฟัง ก็จะได้เนื้อเพลงที่สอดคล้องกับทำนองความต้องการ ขั้นต่อไปก็เริ่มวางเค้าโครงเขียนออกมาเป็นเพลง แล้วก็คิดชื่อเพลงว่าชื่อเพลงอะไรดี จึงจะเหมาะกับเนื้อหา ยุคสมัย เมื่อได้แล้วเอาชื่อมาขยายความ ชื่อนี้เป็นเรื่องนี้แน่ นอน เช่น "คนช้ำประจำซอย" สมัยก่อนครูฉลองคิดเพลงและแต่งเพลงได้เร็ว จำได้ว่าวันหนึ่งเคยเขียนได้ถึง 6 เพลงก็เคยมี อย่างเช่นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง "เทพเจ้าบางปูน" แต่งได้ 6 เพลงได้ค่าเหนื่อยเพลงละ 10,000 บาท 6 เพลงก็ได้ 60,000 บาท ครูฉลองเล่าอย่างภูมิใจ วันหนึ่งแต่งเพลงได้ตั้งหกหมื่นบาท
สำหรับ ฉลอง ภู่สว่าง ท่านเป็นคนเขียนเพลงลูกทุ่งที่เก่งที่สุดในวงการคนหนึ่ง คุณครูฉลองจะเก่งมากในเรื่องของการประชดผู้หญิง แดกดันผู้ชายโดยเอาบรรยากาศของบ้านเมืองมาใส่ทำให้ผู้ฟังนั้นฟังแล้วรู้สึก ว่า เรื่องราวของคนในเพลงนั้นเป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็อย่างเพลงปูไข่ไก่หลง ที่ฉลองเขียนให้ ชายธง ทรงพล ร้องก็เป็นตัวอย่างที่ดี... "ช่างเถอะคนงาม ขอปล่อยตาม ตามวาสนา พี่ไม่มีปริญญาขวัญตามองหน้าทำเมิน ลืมได้ ลืมไป ลืมไปลืมได้ก็เชิญ พี่จนคนไร้เงิน เดินย่ำต๊อกน้องบอกว่าโซ.."
นอกจากเพลงนี้ยังมี ไก่นาตาฟาง คนดังลืมหลังควาย (อันนี้พุ่มพวงร้อง) คุณนายโรงแรม ที่ร้องโดย ระพิณ ภูไท ฉลอง ภู่สว่างนั้นเป็นคนที่มีสัมผัสในทางโปรดิวเซอร์ที่สูงมาก ว่ากันว่าถ้าเทียบกันก็ต้องขนาดคุณเต๋อ เรวัติ พุฒินันท์ นะครับ เพราะสามารถปั้นกระเป๋ารถเมล์อย่าง จีระพันธ์ วีรพงศ์ ให้โด่งดังได้จากเพลงไก่นาตาฟาง สร้างให้เด็กอู่ซ่อมรถอย่าง ศรชัย เมฆวิเชียร ขึ้นมาเป็นนักร้องดัง เช่นเดียวกับทำให้ ระพิน ภูไท ดังได้อีกเหมือนกันโดยที่ว่ากันว่าระพิณไม่มีแววอะไรเลยนอกจากเมาไปวันๆ
ในระยะที่ครูฉลอง ภู่สว่าง มีชื่อเสียงได้มีคนไปมาหาสู่มาก บางคนมาขอความรู้จากเพลง บางคนมาฝึกร้องเพลง โดยเริ่มจากเลียนแบบนักร้องที่มีชื่อเสียง จนมีเอกลักษณ์เฉพาะของตนเอง นักร้องที่มีชื่อเสียงที่มาหาครูฉลอง ภู่สว่าง อยู่เสมอคือ ศรชัย เมฆวิเชียร, สดใส ร่มโพธิ์ทอง สุนารี ราชสีมา แจ๊ค ธนพล ครูฉลอง ภู่สว่างแต่งเพลง "ดื่มให้ลืมแฟน" บางคนมาถามครูว่าการแต่งเพลงเริ่มเขียนอะไรก่อน ครูเล่าว่า การแต่งเพลง เหมือนละครที่ยาวมากที่เกิดขึ้นมาไม่รู้กี่ปี เรานำเรื่องมาย่อจนจบ ตอนจบเราจะให้จบแบบไหน เพลงแต่ละเพลงเหมือนละครเรื่องหนึ่ง เรานำมาสรุปให้เหลือนิดเดียว บางเพลงให้จบพร้อมชื่อเพลงให้ได้ เช่น เพลง " จำกันบ่อได้ก๋า" จะแต่งเพลงใด ให้ใครร้องต้องศึกษาบุคลิกนักร้องก่อน เช่น นันทิดา แก้วบัวสาย ไปชนะการประกวดการร้องเพลงที่ต่างประเทศ เพชรา เชาวราษฎร์ ชักชวนมาแสดงภาพยนตร์ เชิญครูฉลอง ภู่สว่าง ไปเขียนเพลงประกอบภาพยนตร์ให้ได้ ทั้งหมด หลังจากแต่งเพลง วันที่จะบันทึกแผ่นเสียง ครูฉลอง ไปร้องเพลงที่ครูแต่งให้ฟังก่อน การเอื้อน จังหวะ ดนตรี เคาะจังหวะไปให้ ทำเข้าอินโทรไปให้หมด ร้องเสร็จจะรับอย่างไร โซโล (Solo) อย่างไรรับหมด เลยเป็นงานที่ทำยากสักหน่อย
ในปี พ.ศ. 2523 ครูฉลองแต่งเพลงให้พุ่มพวง ดวงจันทร์ ร้องและเซ็นสัญญา และปี 2525 2526 2527 ห้างอโซน่ามาขอซื้อลิขสิทธิ์ ให้พุ่มพวงร้อง บันทึกเทปวางจำหน่ายร้องเพลงคู่กัน เพลงหนึ่งเขียนให้พุ่มพวงร้อง อีกเพลงหนึ่งเขียนให้นักร้องชายร้อง เนื้อเพลงขึ้นต้นว่า… "นึกไว้ แล้ว ๆ เชียว ว่า… นึก….ทุกอย่างคนงาม ๆ สักวันก็ลืมด้ามเคียว" ส่วนเพลงทำนองเดียวกับเพลงนี้ พุ่มพวงร้องว่า "นึกไว้ทุกนาที ว่าเขาไปได้ดี เขาคงไม่มาขี่ควาย…" บันทึกแล้วดังเปรี้ยง ขายเพลงที่แต่งได้ 3,000 บาท ในสมัยนั้นสุชาติ เทียนทอง , สรวง สันติ เขาขาย 2,000 บาท หลังจากนั้นปรับเป็นเพลงละ 5,000 บาท ตอนหลังจึงมาขึ้นเป็นเพลงละ 10,000 บาท
รางวัลที่ได้รับ
ครูฉลองเคยได้รับ รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าศิริกิตต์พระบรมราชินีนาถ 1 ครั้ง ในงานกี่งศตวรรษลูกทุ่งไทย ปี 2521 และได้รับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา 3 ครั้ง และที่ปราบปลื้มสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงได้รับพระราชทานเสาอากาศทองคำ ในปี พ.ศ. 2520 จากเพลง "อ้อนจันทร์" ที่โรงละครแห่งชาติ เมื่อเร็ว ๆ นี้ครูฉลองได้แต่งพลงให้ยุ้ยญาติเยอะร้องจนโด่งดังไปทั่วประเทศ คือ "เพลงสาวสันกำเพง" ได้รับรางวัลเสาอากาศทองคำพระราชทานจากเพลง "อ้อนจันทร์" เมื่อ พ.ศ. 2520 รางวัลกึ่งศตวรรษเพลงลูกทุ่งไทย ในปี พ.ศ. 2532 จากเพลง "คุณนายโรงแรม" และ "อ้อนจันทร์" และในปี พ.ศ. 2534 จากเพลง "ปูไข่ไก่หลง"
ผลงานเพลงที่มีชื่อเสียง
เพลง "ทำบัตรประชาชนหรือยัง" และ "ดีกว่าอยู่เปล่าๆ" (ยอดรัก สลักใจ) "คนดังลืมหลังควาย" (พุ่มพวง ดวงจันทร์) "จำกันบ่ได้ก๋า" (นันทิดา แก้วบัวสาย) "จูบไม่หวาน" และ "อ้อนจันทร์" (ศรชัย เมฆวิเชียร) "คุณนายโรงแรม" และ "ลาก่อนความโกหก" (ระพิน ภูไท) "ขันหมากเศรษฐี" (เสกศักดิ์ ภู่กันทอง) "กัมพูชาที่รัก" และ "หยุดก่อนคนจน" (ภูษิต ภู่สว่าง) "มาดามดิงดอง" และ "เมษาเศร้า" (จีรพันธ์ วีระพงษ์) "ปูไข่ไก่หลง" "ชู้รายวัน" (ชายธง ทรงพล) "กัมพูชาที่รัก" และ "กลับไปถามเมียดูก่อน" (สุนารี ราชสีมา)
[แก้] อ้างอิง
- เจนภพ จบกระบวนวรรณ. เพลงลูกทุ่ง, TK Park Music Library ชุดดนตรีไทย. กรุงเทพ : สำนักงานอุทยานการเรียนรู้, พ.ศ. 2550. 176 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 978-974-8218-83-0
คัมภีร์ แสงทอง" เยือน "บุปผาฯ แฟนคลับ" โปรยยาหอม "ครูฉลอง ภูสว่าง" ความรู้น้อย แต่แต่งเพลงเยี่ยม
คัมภีร์ แสงทอง กล่าวถึง "ครูฉลอง ภู่สว่าง" ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการเป็นนักร้องลูกทุ่งให้ ว่า "ครูฉลอง ท่านเป็นครูที่เป็นนักแต่งเพลงที่เก่งมาก เพราะท่านเรียนมาน้อย แต่แต่งเพลงได้ดี เรียกว่ามีพรสวรรค์ด้านนี้จริงๆ เลยครับ ตอนนั้นเมื่อประมาณปี 2516 ผมได้ไปอยู่กับครูที่บ้าน ก็แถวๆ ปากน้ำ อยู่กับครูในช่วงวันหยุดก็ออกไปหาปู หาปลากัน มาทำอาหาร เพราะคนในวงเยอะมาก จะออกไปซื้อก็ไกล และแพงด้วย ก็ออกไปหาอาหารกัน ตัวผมน่ะหาปลา หาปูไม่เป็น ก็ไปเห็นไซดักปลาที่มีปูเข้าไปเยอะมาก ผมก็เลยบอกเขาว่าขอแบ่งปูมาสัก 4-5 ตัวนะครับ ขอบคุณมากครับ พอเอาไปให้ครู ครูก็บอกว่าทำไมหามาได้เยอะจัง ผมก็บอกครูไปตามตรงว่า ผมเห็นไซดักอยู่ก็มีปูเยอะ ผมก็เลยเอามา ครูก็สอนว่าทำอย่างนี้ไม่ดีนะ เหมือนเราไปขโมยของเขา ทีหลังอย่าทำอีก คือ ท่านสอนผมทุกอย่างทั้งการเป็นนักร้อง การใช้ชีวิตครับ
ในความรู้สึกของผม ครูฉลองท่านเป็นคนดีมาก ใจเย็น และให้ความเมตตากับลูกศิษย์ทุกคน ถึงแม้ไม่ได้เจอครูมาเกือบ 20 ปี ผมระลึกถึงพระคุณของครูอยู่เสมอ และนึกเสียใจว่าไม่ได้ดูแลครูมากเท่าที่ควรจะทำครับ"
วันนี้ "คัมภีร์ แสงทอง" เลือกร้องเพลง "ขายนาซื้อนาง" มาร้องเพื่อบูชา "ครูฉลอง ภู่สว่าง" ด้วย