จังหวัดลพบุรี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก จ.ลพบุรี)
จังหวัดลพบุรี
ตราประจำจังหวัดลพบุรี
ตราประจำจังหวัด
วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์
ข้อมูลทั่วไป
ชื่ออักษรไทย ลพบุรี
ชื่ออักษรโรมัน Lop Buri
ผู้ว่าราชการ นายธนาคม จงจิระ
(ตั้งแต่ พ.ศ. 2556)
ISO 3166-2 TH-16
ต้นไม้ประจำจังหวัด พิกุล
ดอกไม้ประจำจังหวัด พิกุล
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 6,199.753 ตร.กม.[1]
(อันดับที่ 36)
ประชากร 757,970 คน[2] (พ.ศ. 2556)
(อันดับที่ 31)
ความหนาแน่น 122.25 คน/ตร.กม.
(อันดับที่ 39)
ศูนย์ราชการ
ที่ตั้ง ศาลากลางจังหวัดลพบุรี ถนนนารายณ์มหาราช ตำบลทะเลชุบศร อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี 15000
โทรศัพท์ (+66) 0 3642 0310
โทรสาร (+66) 0 3642 0310
เว็บไซต์ จังหวัดลพบุรี
แผนที่
 
แผนที่ประเทศไทย เน้นจังหวัดลพบุรี

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

จังหวัดลพบุรี เป็นจังหวัดในภาคกลาง เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศ มีพื้นที่อุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของกองกำลังทั้งทหารบกและทหารอากาศหลายหน่วย เป็นศูนย์กลางทางด้านการทหาร กองกำลังทางการรบ ซึ่งจังหวัดลพบุรีนั้นมีภูมิประเทศที่เหมาะสมคืออยู่ในเขตตอนกลางของประเทศจึงทำให้เป็นศูนย์กลางทางด้านการทหารซึ่งสามารถที่กระจายหรือแจกจ่ายกำลังพล อาวุธยุทธโทปกรณ์ไปยังภูมิภาคต่างๆได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ลพบุรีได้รับการทำนุบำรุงอีกครั้งสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี และนอกจากนั้นได้มีการวางผังเมืองใหม่และตั้งหน่วยทหารขึ้นมาในเมืองลพบุรี ซึ่งมีหน่วนทหารที่สำคัญได้แก่ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ , ศูนย์การบินทหารบก , หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ , ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ ศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร , หน่วยรบพิเศษ เป็นต้น ดังนั้นเมืองลพบุรีจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองทหารเพราะมีหน่วยทหารที่สำคัญตั้งอยู่ถึง 11 หน่วย ลพบุรีในปัจจุบันจึงเป็น "เมืองเศรษฐกิจ เมืองท่องเที่ยว ศูนย์การศึกษาของภาคกลางตอนบน และยังเป็นเมืองทหารอีกด้วย" และนอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ พระราชวังนารายณ์ราชนิเวศน์ พระปรางค์สามยอด เขาสนามแจง และทุ่งทานตะวันที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ (มีพื้นที่ถึง 200,000-300,000 ไร่)[ต้องการอ้างอิง] และได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีลิงอาศัยอยู่มาก[ต้องการอ้างอิง]และนับว่าเป็นจังหวัดที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดลพบุรีเป็นจำนวนมาก

เนื้อหา

ที่ตั้ง[แก้]

จังหวัดลพบุรีตั้งอยู่ในภาคกลางของประเทศไทย ระหว่างเส้นรุ้งที่ 14 องศา 48 ลิปดาเหนือ และเส้นแวงที่ 100 องศา 25 ลิปดาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครไปทางเหนือตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ประมาณ 155 กิโลเมตร หรือทางรถไฟสายเหนือประมาณ 133 กิโลเมตร มีพื้นที่ 6,586.67 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 4,116,668 ไร่

ตัวเมืองลพบุรีในปัจจุบัน ในภาพคือบริเวณของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี

อาณาเขต[แก้]

จังหวัดลพบุรีมีพื้นที่ติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ 8 จังหวัดดังนี้ วนตามเข็มนาฬิกา นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ นครราชสีมา สระบุรี อยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี

ประวัติศาสตร์[แก้]

พื้นที่ของจังหวัดลพบุรี เคยเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายสมัย เดิมเรียก ละโว้ นับตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ มีหลักฐานที่สำคัญคือ พระปรางค์สามยอด (อยู่ในเขตอำเภอเมืองลพบุรี) เป็นศิลปะเขมรสมัยบายน อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 และมีศาลพระกาฬซึ่งเก่าแก่ในสมัยเดียวกัน

คำว่า "ละโว้" นี้น่าสัณนิษฐานได้ว่ามาจากคำว่า ลวะ นั่นเอง (ลวบุรี กลายมาเป็น ลพบุรี ในทุกวันนี้)[ใครกล่าว?] ซึ่งคำว่า ลวะ ในภาษาสันสกฤตแปลว่า น้ำ[ต้องการอ้างอิง] (ซึ่งอาจหมายความถึงว่าเมืองนี้มีน้ำมาก) เมื่อนำเอามาสมาสกับคำว่า อุทัย (ลว + อุทัย) ก็กลายเป็นลโวทัย (ดังเช่น สุข + อุทัย กลายเป็น สุโขทัย) ซึ่งคำจารึก "ลโวทัยปุระ" ยังพบปรากฏบนเหรียญเงินโบราณที่ขุดค้นได้ที่บริเวณจังหวัดลพบุรีอีกด้วย[ต้องการอ้างอิง] แต่บ้างก็ว่าคำว่า ละโว้ มาจากภาษามอญซึ่งแปลว่าภูเขา คงเนื่องเพราะเมืองนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขา[ต้องการอ้างอิง]

ลพบุรีเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เพราะปรากฏร่องรอยการอยู่อาศัยของมนุษย์ติดต่อกันนานนับแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่า 3,000-4,000 ปีมาแล้ว จากการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมาก รวมทั้งมีหลักฐานเอกสารและจารึกต่าง ๆ กล่าวถึงเมืองลพบุรีอยู่หลายชิ้นเช่นในพุทธศตวรรษที่ 11-15 มีหลักฐานคือพงศาวดารเหนือ กล่าวถึงพระยากาฬวรรรณดิศได้ให้พราหมณ์ยกพลมาสร้างเมืองละโว้ตั้งแต่ พ.ศ. 1002 นอกจากนี้ยังมีตำนานชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวถึงการสร้างเมืองหริภุญไชยใน พ.ศ. 1204 ต่อมาอีก 2 ปี คือ พ.ศ. 1206 ได้ส่งทูตล่องลำน้ำปิงไปเมืองลวปุระทูลขอเชื้อสายกษัตริย์ลวปุระให้ไปปกครอง กษัตริย์ลวปุระจึงได้พระราชทานพระนางจามเทวี พระราชธิดา ให้ไปครองเมืองหริภุญไชย ทรงสร้างวัดจามเทวีที่เมืองหริภุญไชย ชื่อเมืองลวปุระในตำนานชินกาลมาลีปกรณ์เป็นที่ยอมรับว่าคือเมืองลพบุรีในปัจจุบัน จึงสรุปได้ว่าลพบุรีคงเป็นเมืองสำคัญเมืองหนึ่ง แว่นแคว้นอื่นจึงได้ยอมรับและขอเชื้อสายไปปกครอง

ในระยะราวพุทธศตวรรษที่ 16-18 ละโว้หรือลพบุรีตกอยู่ภายใต้อำนาจทางการของอาณาจักรเขมรเป็นครั้งคราวปลายพุทธศตวรรษที่ 18 เกิดความอ่อนแอในอาณาจักรเขมรทำให้รัฐต่าง ๆ ที่เคยอยู่ใต้อำนาจปลีกตัวเป็นอิสระ รวมทั้งละโว้ด้วย ในราวพุทธศตวรรษที่ 19 ปรากฏหลักฐานว่าเมืองลพบุรี น่าจะเป็นเมืองที่พระเจ้าอู่ทองเคยครองราชย์มาก่อนที่จะย้ายไปสถาปนาอาณาจักรอยุธยา และในสมัยกรุงศรีอยุธยานี้เองที่ลพบุรีเจริญรุ่งเรืองที่สุด เพราะสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ครองราชย์ พ.ศ. 2199-2231) ได้สถาปนาลพบุรีเป็นราชธานีที่สอง หลังแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้วลพบุรีขาดความสำคัญลงมากจนกระทั่งถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้โปรดสถาปนาเมืองลพบุรีเป็นที่ประทับอีกแห่งหนึ่ง จึงเห็นได้ว่าเมืองลพบุรีมีความสำคัญติดต่อกันมายาวนานนับพันปี

สมเด็จพระนารายณ์มหาราชผู้สร้างเมืองลพบุรีให้เป็นราชธานีแห่งที่ 2 ในสมัยกรุงศรีอยุธยา

ตำนานเมือง[แก้]

ลพบุรี เป็นเมืองเก่ามาตั้งแต่สมัยละโว้ ได้มีตำนานที่กล่าวถึงไว้อยู่มาก และมีชื่อสถานที่ที่ตั้งตามตำนานด้วย

  • เมืองลิง เล่ากันว่า จากเรื่อง รามเกียรติ์ สมัยที่พระรามไปรบกับทศกัณฐ์จนชนะแล้ว เนื่องจากการช่วยเหลือหลายครั้งของหนุมาน พระรามจึงคิดจะให้รางวัลกับหนุมาน จึงให้มาดูแลเมืองละโว้ธานี หนุมานก็นำทหารลิงมาด้วยจำนวนหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้ที่ลพบุรีมีลิง ซึ่งอาจจะเป็นลูกหลานทหารของหนุมาน และนอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่ากันอีกว่า ในสมัยก่อนลพบุรีมักถูกไฟไหม้ต่อกันเป็นแนวยาวๆ เนื่องจากหนุมานได้เหาะมาตรวจเมืองของตนเอง แต่ด้วยความเร็วในการบินที่เร็วมาก และหางอันยาวของหนุมานก็ได้ลากที่พื้นจนเกิดไฟไหม้ดังกล่าว
  • เรื่องของควายทรพี และทรพา ที่ลพบุรีจะมีภูเขาที่ชื่อว่าเขาทับควาย ซึ่งจะมีแร่เหล็กจำนวนมาก และแร่เหล็กนี้จะทำให้ดินเป็นสีออกแดงคล้ายกับเลือด จึงมีเรื่องเล่ากันมาว่า เมื่อก่อนมีฝูงควายฝูงใหญ่ที่อาศัยอยู่ หัวหน้าฝูงชื่อ ทรพา เป็นควายที่แข็งแรงมาก และควายในฝูงก็จะเป็นตัวเมียเท่านั้น ทรพาจะฆ่าลูกที่เป็นตัวผู้ทิ้งหมด เพื่อกันไม่ให้มาแย่งตำแหน่งหัวหน้าของตน จนมีแม่ควายตัวหนึ่งตกลูก เป็นตัวผู้ แต่กลัวว่าจะถูกฆ่าจึงนำลูกไปซ่อนไว้ และตั้งชื่อลูกว่า ทรพี ให้คล้ายกับชื่อพ่อ ลูกควายรู้ว่าทำไมแม่ต้องซ่อนตนไว้ จึงเกิดความแค้นพ่ออย่างมาก และพยายามวัดเท้าตนกับรอยเท้าของพ่อตลอดมา จนทรพีโตเป็นหนุ่ม พอได้วัดรอยเท้าแล้วเท่ากับพ่อ จึงออกไปท้าสู้กับพ่อ และด้วยความที่ยังหนุ่มกว่า เรี่ยวแรงมากกว่า จึงเอาชนะพ่อที่แก่ชราได้ และฆ่าพ่อตาย ต่อมาทรพีจึงเป็นหัวหน้าฝูงแทน
วงเวียนเทพสตรีหรือวงเวียนพระนารายณ์มหาราช ลพบุรี เป็นบริเวณที่เรียกว่าเมืองใหม่เป็นย่านธุรกิจ การค้า ศูนย์ราชการต่างๆ ย่านห้างสรรพสินค้า ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของเมืองลพบุรี
วงเวียนศรีสุริโยทัยหรือที่ชาวลพบุรีนิยมเรียกกันจนติดปากว่า(วงเวียนสระแก้ว) ซึ่งเป็นวงเวียนขนาดใหญ่สถาปัตยกรรมชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นใน ปีพุทธศักราช 2481 ในสมัยที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ย่านธุรกิจการค้า การท่องเที่ยว โบราณสถานแหล่งเมืองเก่าทางด้านทิศตะวันตกของเมืองลพบุรี
  • ขันหมากเจ้ากรุงจีน มีพ่อค้าจีนชื่อ กงจีน หรือ เจ้ากรุงจีน เดินทางมาค้าขายโดยเรือสำเภา พ่อค้าคนนี้ร่ำรวยเป็นเศรษฐี และได้มาพบสาวงามชื่อนางนงประจันทร์ เกิดรักใคร่ขึ้น จึงมาสู่ขอกับพ่อของนาง ตอนที่ขบวนเรือขันหมากแล่นมาใกล้เมืองลพบุรี (ต่อมาสถานที่นั้นกลายเป็นคลองชื่อ คลองบางขันหมาก) เมื่อชายหนุ่มที่เป็นคนรักของนางนงประจันทร์ทราบเรื่อง ก็แปลงกายเป็นจรเข้ตัวใหญ่มากไปขวางขบวนเรือ และทำลายเรือขันหมาก ลูกเรือก็กระโดดน้ำหนี (บริเวณตรงนั้นปัจจุบันกลายเป็นภูเขาเตี้ยๆชื่อเขาจีนโจน) มีลูกเรือบางส่วนขึ้นฝั่งได้ก็พากันมามองหาเรือและตามเก็บของที่ลอยน้ำมา (บริเวณนี้กลายเป็นภูเขาชื่อเขาจีนแล) ส่วนเรือสำเภาที่ล่มกลายเป็นภูเขาชื่อเขาตะเภา ข้าวของที่พ่อค้านำมาเป็นสินสอดมีผ้าแพรที่พับไว้อย่างดีซึ่งจมน้ำ ต่อมากลายเป็นภูเขามีลักษณะเป็นชั้นๆชื่อเขาพับผ้า หรือเขาหนีบ ส่วนแก้วแหวนเงินทองงมาจมลงที่เดียวกันกลายเป็นภูเขาชื่อเขาแก้ว มีตะกร้าที่นำมาด้วยจมอยู่กลายเป็นภูเขาชื่อเขาตะกร้า และมีพวกขนมที่นำมารวมกองกันอยู่กลายเป็นภูเขาที่มีลักษณะคล้ายขนมเข่งขึ้นรา ชื่อเขาขนมบูด ส่วนนางนงประจันทร์ระหว่างรอขบวนขันหมากและเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดตกใจตกลงไปในน้ำ นางจึงจมน้ำตายและกลายเป็นภูเขาชื่อเขานงประจันทร์ หรือเขานางพระจันทร์ (ต่อมาเรียกเพี้ยนไปเป็นเขาวงพระจันทร์ (เรื่องนี้เป็นคนละตำนานกับตำนานเขาวงพระจันทร์ข้างบนนะ)) สำหรับจรเข้หนุ่มเมื่อล่มเรือขันหมากแล้วเห็นคนรักตกน้ำพยายามจะว่ายไปช่วยแต่หมดแรงก่อนจึงจมน้ำตายกลายเป็นภูเขาชื่อเขาตะเข้ หรือเขาจรเข้

ภูมิประเทศ[แก้]

ภูมิประเทศของจังหวัดลพบุรี แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

  • ที่ราบลุ่ม มีพื้นที่ 1,170 ตารางกิโลเมตร เป็นพื้นที่ของอำเภอท่าวุ้งทั้งหมด ตอนกลาง และตะวันตกของอำเภอเมืองลพบุรี ตอนกลางและตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอโคกสำโรง และส่วนใหญ่ของอำเภอบ้านหมี่ พื้นที่ราบตอนกลางของอำเภอเมืองลพบุรี บริเวณหมู่บ้านสะพานอิฐ และหมู่บ้านหินสองก้อนจะมีดินสีขาวที่สามารถนำมาทำดินสอพองได้ และดินสอพองของจังหวัดลพบุรีได้ชื่อว่าเป็นดินสอพองที่ดีที่สุดของเมืองไทย
  • ที่ราบสลับเนินเขาและภูเขา มีเนื้อที่ 4,816.67 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ด้านตะวันออกของอำเภอเมืองลพบุรี ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของอำเภอบ้านหมี่บางส่วน ทิศตะวันตกเฉียงเหนือและตะวันออกของอำเภอโคกสำโรงและอำเภอท่าหลวง
ลิงลพบุรี ที่มีจำนวนมากบริเวณพระปรางค์สามยอด ศาลพระกาฬ และอาคารบ้านเรือนที่อยู่ใกล้เคียง ลพบุรีจึงได้ชื่อว่าเป็นเมืองลิง
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อำเภอลำสนธิ

มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน นั่นคือ แม่น้ำป่าสัก โดยมีการสร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เพื่อกักเก็บน้ำ และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจสำหรับชาวจังหวัดลพบุรี และจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งยังมี แม่น้ำลพบุรีผ่านทางฝั่งตะวันตกของจังหวัดด้วย รวมทั้งมีระบบคลองชลประทานที่เป็นประโยชน์ในทางเกษตรกรรมอีกด้วย

ทรัพยากร[แก้]

ทรัพยากรป่าไม้[แก้]

ทรัพยากรป่าไม้ จังหวัด ลพบุรีเคยปกคลุมด้วยป่าไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นป่าดิบแล้งผืนใหญ่ในบริเวณลุ่มแม่น้ำป่าสัก ป่าเบญจพรรณ และป่าแดง หรือป่าเต็งรังในเขตเชิงเขา ทรัพยากรป่าไม้ในจังหวัดลพบุรีนับว่ามีสภาพเสื่อมโทรม และปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับพื้นที่ของจังหวัด มีการสำรวจทรัพยากรป่าไม้โดยใช้ข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมปี พ.ศ. 2525 พบว่าสภาพป่าไม้มีเนื้อที่ร้อยละ 4.69 ของเนื้อที่จังหวัด ต่างกับภาพถ่ายเมื่อปี พ.ศ. 2504 ซึ่งมีเนื้อที่ป่าร้อยละ 33.95 จะเห็นว่าในช่วงเวลา 21 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ป่าไม้ลดลงร้อยละ 29.26 และมีสภาพเป็นป่าที่ถูกทำลายใน 2528 จังหวัดลพบุรีมีเนื้อที่ป่าไม้ 174,375 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 4.50 ของเนื้อที่จังหวัด และในปี 2540 มีการสำรวจพบว่าพื้นที่ป่าได้ถูกบุกรุกทำลายไป จนเหลือป่าที่สมบูรณ์เพียง 123,125 ไร่ หรือประมาณร้อยละ 3.18 ของพื้นที่จังหวัดจากการที่ป่าไม้ในจังหวัดมีสภาพลดลง กรมป่าไม้จึงได้อนุรักษ์ป่าที่ยังมีสภาพสมบูรณ์ไว้ ปัจจุบันมีป่าสงวนแห่งชาติอยู่ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี 4 แห่ง รวมเนื้อที่ 1,110,108.25 ไร่ (1,776.17 ตร.กม.) ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน ได้แก่

  • ป่าซับลังกา
  • ป่าวังเพลิง
  • ป่าชัยบาดาล
  • ป่าเขาเพนียด

ป่าสงวนแห่งชาติ[แก้]

  • ป่าสงวนแห่งชาติป่าซับลังกา มีพื้นที่ (248,987.50 ไร่)
  • ป่าสงวนแห่งชาติป่าวังเพลิงม่วงค่อมลำนารายณ์ มีพื้นที่ (447,081.25 ไร่)
  • ป่าสงวนแห่งชาติป่าชัยบาดาล มีพื้นที่ (396,562.50 ไร่)
  • ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเพนียด มีพื้นที่ (17,477 ไร่)

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า[แก้]

  • เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา
  • เขตห้ามล่าสัตวืป่าเขาสมโภชน์

ทรัพยากรน้ำ[แก้]

จังหวัดลพบุรีนับเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีประสิทธิภาพด้านการจัดการทรัพยากรน้ำมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จากการที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชท่านทรงเป็นผู้สร้างเมืองลพบุรีและได้มีการนำท่อดินเผาสูบน้ำจาก อ่างเก็บน้ำซับเหล็ก มาใช้ในกิจการต่างๆภายในวังนารายณ์ราชนิเวศน์ และในปัจจุบันได้มีการสร้างองค์ความรู้แก่ประชาชนและได้สำนึกในคุณค่าของทรัพยากรน้ำอย่างเห็นคุณค่า เช่น การพัฒนาและบริหารจัดการน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ที่มีการปล่อยน้ำไปสู่แหล่งการเกษตรและอุสาหกรรม การอนุรักษ์น้ำของคลองชลประธาน เป็นตัน

แม่น้ำที่สำคัญ[แก้]

ภูมิอากาศ[แก้]

สภาพโดยทั่วไปมีภูมิอากาศแบบร้อนชื้น อยู่ภายใต้อิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และยังได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชันและพายุไต้ฝุ่นอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน มีอุณหภูมิเฉลี่ย 28.3 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละประมาณ 1,147.6 มิลลิเมตร สำหรับมีฤดูกาลต่าง ๆ มี 3 ฤดู คือ

  • ฤดูร้อน ระหว่างเดือน มีนาคม-พฤษภาคม อากาศจะร้อน และแห้งแล้ง
  • ฤดูฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน-ตุลาคม อากาศจะชุ่มชื้นในเดือนกันยายน
  • ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ อากาศจะหนาวเย็นสลับกับอากาศร้อน

หน่วยการปกครอง[แก้]

จังหวัดลพบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ, 121 ตำบล, 1,122 หมู่บ้าน ในด้านการปกครองส่วนท้องถิ่นประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง, เทศบาลเมือง 3 แห่ง (ได้แก่ เทศบาลเมืองลพบุรี เทศบาลเมืองเขาสามยอด และเทศบาลเมืองบ้านหมี่), เทศบาลตำบล 19 แห่ง และองค์การบริหารส่วนตำบล 103 แห่ง

  1. อำเภอเมืองลพบุรี
  2. อำเภอพัฒนานิคม
  3. อำเภอโคกสำโรง
  4. อำเภอชัยบาดาล
  5. อำเภอท่าวุ้ง
  6. อำเภอบ้านหมี่
  1. อำเภอท่าหลวง
  2. อำเภอสระโบสถ์
  3. อำเภอโคกเจริญ
  4. อำเภอลำสนธิ
  5. อำเภอหนองม่วง
แผนที่อำเภอในจังหวัดลพบุรี

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด[แก้]

ดอกไม้ประจำจังหวัด

ดอกพิกุล (Mimusops elengi)

ต้นไม้ประจำจังหวัด

พิกุล (Mimusops elengi)

คำขวัญประจำจังหวัด

วังนารายณ์คู่บ้าน ศาลพระกาฬคู่เมือง ปรางค์สามยอดลือเลื่อง เมืองแห่งดินสอพอง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกริกก้อง แผ่นดินทองสมเด็จพระนารายณ์

ระบำลพบุรี[แก้]

ระบำลพบุรี เป็นระบำโบราณคดีเพลงหนึ่ง เกิดขึ้นโดยเลียนแบบลักษณะท่าทางของเทวรูป ภาพเขียน ภาพแกะสลัก รูปปั้น รูปหล่อโลหะและภาพศิลาจำหลัก-ทับหลังประตู ตามโบราณสถาน ที่ขุดพบในสมัยลพบุรี ระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๙ ศิลปวัตถุโบราณประเภทนี้อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น ปราสาทหินพิมาย ในจังหวัดนครราชสีมา พระปรางค์สามยอดลพบุรี แล้วนำมากำหนดยุดสมัยตามความเก่าแก่ของโบราณสถานและโบราณวัตถุ แล้วมาสร้างเป็นระบำสมัยนั้นขึ้น ลีลาท่าทางของศิลปวัตถุเป็นภาพนิ่ง(ท่าตาย) เหมาะเป็นท่าเทวรูปมากกว่า เมื่ออาศัยหลักทางด้านนาฎศิลป์เข้ามาดัดแปลงเป็นท่ารำ ทำให้มีความอ่อนช้อย สวยงาม

ผู้ประดิษฐ์ท่ารำ คือ ครูลมุล ยมะคุปต์ ร่วมด้วยครูเฉลย ศุขะวณิช ผู้เชี่ยวชาญนาฎศิลป์ไทย กรมศิลปากร , ผู้ประพันธ์ทำนองเพลง คือ ครูมนตรี ตราโมท

เพลงประจำจังหวัด[แก้]

  • ลพบุรีแดนทองของไทย
  • ความหนาวที่ลพบุรี
  • เข็ดแล้วลพบุรี

ประชากร[แก้]

ประชากรของจังหวัดลพบุรีส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายลาวแต่ปัจจุบันมีหลายกลุ่มที่รู้สึกมีความเป็นไทย ชาวไทยภาคกลางนั้นจะหนาแน่นแถบอำเภอเมืองใกล้รอยต่อระหว่างลพบุรี-อยุธยา-อ่างทอง รอบนอกเมืองลพบุรีส่วนใหญ่จะมีเชื้อสายลาวทุกอำเภอ ซึ่งแต่เดิมปรากฏว่ามีการใช้ภาษาลาวด้วย แต่ปัจจุบันหลายชุมชนในอำเภอเมืองมีแนวโน้มในการใช้ภาษาลาวลดลง และมีชนเชื้อสายจีนปะปนอยู่ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีชนเชื้อสายลาวพวนส่วนใหญ่อยู่ในท้องที่อำเภอบ้านหมี่ มีบ้างในตำบลถนนใหญ่ และโคกกระเทียมในอำเภอเมือง ชนเชื้อสายมอญอาศัยอยู่ในเขตท้องที่ตำบลบางขันหมากส่วนล่าง (ส่วนบนส่วนใหญ่เป็นชาวไทย) อำเภอเมืองลพบุรี นอกจากนี้ยังมีชาวไทเบิ้ง ซึ่งเป็นชนกลุ่มเดียวกับชาวไทยโคราช ที่ส่วนใหญ่อาศัยในอำเภอพัฒนานิคม ส่วนชาวอีสานนั้นเข้ามาทางตะวันออกซึ่งติดกับจังหวัดนครราชสีมา กับจังหวัดชัยภูมิ และอาศัยทางโคกเจริญ ชัยบาดาล ฯลฯ ชาวไทยเชื้อสายปากีสถานและอินเดียก็อาศัยในอำเภอเมืองและชัยบาดาล ซึ่งชนเชื้อสายต่าง ๆ นี้ยังคงรักษาวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษาพูดที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ลักษณะนิสัยต่างๆจึงแตกต่างกัน แต่ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับประชากรส่วนใหญ่ได้ดี

การแต่งกายสมัยลพบุรี
บ้านเรือนของชาวลพบุรีในอดีต

อัตราเฉลี่ยของประชากร[แก้]

จำนวนประชากรทั้งหมดของจังหวัดลพบุรี จากรายงานฉบับสมบูรณ์โครงการศึกษาแผนแม่บทเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี ช่วงปี พ.ศ. 2540-2550 มีประชากรนับถึงสิ้นเดือนตุลาคม พ.ศ. 2539 มีจำนวนทั้งสิ้น 787,768 คน แยกเป็นเพศชาย 410,775 คน เพศหญิง 376,993 คน ความหนาแน่นของประชากรเฉลี่ย 127 คนต่อตารางกิโลเมตร เนื่องจากจังหวัดลพบุรีเป็นเมืองยุทธศาสตร์การทหารจึงทำให้มีประชากรเพศชายมากกว่าเพศหญิงเล็กน้อย แนวโน้มจำนวนประชากรในช่วง 10 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2540-2550) คาดว่าในปี พ.ศ. 2550 ประชากรจังหวัดลพบุรีจะมีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 906,149 คน

อาชีพของประชากร[แก้]

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกร ทำนา ทำไร่ข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อยน้ำตาล ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ประชากรในจังหวัดลพบุรีมีด้วยกันหลายกลุ่ม เช่น ไทยภาคกลาง ไทยพวน (เดิมเรียก ลาวพวน) และไทยเบิ้ง (หรือไทยเดิ้ง) ไทยอีสาน (พูดภาษาอีสาน) ไทยมอญ นอกจากนี้ยังมีชาวไทยเชื้อสายจีน และชาวไทยเชื้อสายอินเดียจำนวนไม่น้อยอีกด้วย

รายได้ของประชากร[แก้]

รายได้เฉลี่ยของประชากรในปี พ.ศ. 2537 คือ 34,301 บาท/คน/ปี พ.ศ. 2540 จำนวน 47,335 บาท/คน/ปี และคาดว่าในปี พ.ศ. 2550 จะเท่ากับ 76,446 บาท/คน/ปี

การคมนาคม[แก้]

ลพบุรีอยู่ในพื้นที่ซึ่งมีเส้นทางคมนาคมที่สะดวก สามารถเดินทางสู่ตัวจังหวัดได้หลายวิธี

  • ทางรถไฟ มีทางรถไฟสายเหนือ (กรุงเทพมหานคร-เชียงใหม่)

ในระบบรางคู่ถึงตัวจังหวัด และผ่านไปสู่ภาคเหนือ และในอนาคตอันใกล้กำลังจะมีการดำเนินการสร้างทางรถไฟรางคู่ต่อจากลพบุรีขึ้นไปทางเหนือ (ลพบุรี-ปากน้ำโพ)

ทางรถยนต์ (การเดินทางจากจังหวัดต่างๆ มายังจังหวัดลพบุรี)

  • จากกรุงเทพ

ใช้ถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 จาก กรุงเทพ-สระบุรี-ถึงลพบุรี เป็นระยะทาง 153 กิโลเมตร

  • จากจังหวัดสิงห์บุรี

ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 311 (แยกต่างระดับสิงห์บุรีใต้)เพื่อเข้า ทางอ.ท่าวุ้ง-ลพบุรี

  • จากจังหวัดอ่างทอง

ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 334 ข้ามสะพานต่างระดับอ่างทอง แล้วตรงไปจะเข้าทางหลวงหมายเลข 3267 ขับมาเรื่อยๆจะพบสี่แยก ให้เลี้ยวซ้าย เข้าทางหลวงหมายเลข 3196 เพื่อมุ่งหน้าสู่ อ.บ้านแพรก-ลพบุรี

  • จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 347 (ลพบุรี-ปทุมธานี) หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 32 จาก อยุธยา-อ.บางปะหัน(ข้ามแยกต่างระดับบางปะหัน) ไปตาม ทางหลวงหมายเลข 347 จนถึง อ.มหาราช (ก็สิ้นสุดทางหลวงหมายเลข 347) แล้วไปเชื่อมทางหลวงหมายเลข 3196 ผ่าน อ.บ้านแพรก เข้าสู่ ลพบุรี

  • จากจังหวัดสระบุรี

ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 สระบุรี-อ.เฉลิมพระเกียรติ-แยกพุแค-อ.พระพุทธบาท-ลพบุรี

  • จากจังหวัดนครราชสีมา

มีอยู่ 2 เส้นทาง ดังนี้

  • เส้นทางที่1 ใช้ทางหลวงหมายเลข 2068 ผ่าน อ.ขามทะเลสอ เข้าทางหลวงหมายเลข 2148 ผ่าน อ.ด่านขุนทด แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 201(สีคิ้ว-ชัยภูมิ) จะถึงสามแยก แล้วเลี้ยวขวาไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2256 ผ่านอ.ท่าหลวง แล้วเชื่อมถนนสุรนารายณ์ ให้ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 205 จะพบสี่แยกม่วงค่อม แล้วตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 205 ผ่านอ.โคกสำโรง จะพบสี่แยกไปรษณีย์(อ.โคกสำโรง) ให้ตรงไปเข้าถนนพหลโยธิน ทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสู่ ลพบุรี
  • เส้นทางที่2 จากนครราชสีมา ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (AH12) ผ่านอ.สูงเนิน-อ.สีคิ้ว-อ.ปากช่อง-อ.มวกเหล็ก-อ.แก่งคอย ขับมาเรื่อยๆ จะพบสะพานต่างระดับแยกบายพาสเลี่ยงเมืองสระบุรี เบี่ยงซ้ายใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 362 (เลี่ยงเมืองสระบุรีด้านทิศตะวันออก) ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 362 จนถึงต่างระดับแพะโคก(ด้านทิศเหนือ) แล้วเลี้ยวขวาไปตาม ทางหลวงหมายเลข 1 เพื่อเข้าถนนพหลโยธินสาย สระบุรี-ลพบุรี
  • จากจังหวัดชัยภูมิ

จากชัยภูมิ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 201 จนถึง อ.จัตุรัส เลี้ยวขวาที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติเทศบาลจัตุรัส เข้าทางหลวงหมายเลข 2179 ถึง อ.บำเหน็จณรงค์ เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2069 จนถึง สี่แยกทางหลวงหมายเลข 205 (ถนนสุรนารายณ์) เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 205 ผ่าน อ.เทพสถิตย์-อ.ลำสนธิ แล้วเข้าสู่ สี่แยกอ.ชัยบาดาล แล้วตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 205 มุ่งหน้าสู่ลพบุรี

  • จากจังหวัดเพชรบูรณ์

จากเพชรบูรณ์ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 21 (ถนนคชเสนีย์) ผ่าน อ.หนองไผ่-อ.วิเชียรบุรี-อ.ศรีเทพ เมื่อผ่านอ.ชัยบาดาล ตรงมาจะพบสี่แยก ม่วงค่อม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 205 มุ่งหน้าสู่ อ.โคกสำโรง-ลพบุรี

  • จากจังหวัดนครสวรรค์

มีอยู่ 4 เส้นทาง ดังนี้

  • เส้นทางที่1 จากจังหวัดนครสวรรค์ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (AH1-AH2) ผ่าน อ.พยุหะคีรี-ผ่านสี่แยกเข้าอุทัยธานี-ผ่านสามแยกหลวงพ่อโอ-ชัยนาท-อ.อินทร์บุรี- เมื่อเข้าสิงห์บุรี จะพบทางแยกต่างระดับ(แยกต่างระดับสิงห์บุรีใต้) ให้เลี้ยวซ้าย ออกไปตามทางหลวงหมายเลข 311 เพื่อไปอ.ท่าวุ้ง-ลพบุรี
  • เส้นทางที่2 จากจังหวัดนครสวรรค์ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (AH1-AH2) ผ่าน อ.พยุหะคีรี-ผ่านสี่แยกเข้าอุทัยธานี-ผ่านสามแยกหลวงพ่อโอ ขับมาเรื่อยๆจะพบสะพานต่างระดับ(แยกเข้าชัยนาท) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธินAH1)ผ่าน อ.ตาคลี-อ.ตากฟ้า-อ.หนองม่วง-อ.โคกสำโรง แล้วมุ่งหน้าสู่ลพบุรี
  • เส้นทางที่3 จากจังหวัดนครสวรรค์ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 (AH1-AH2) ผ่าน อ.พยุหะคีรี-ผ่านสี่แยกเข้าอุทัยธานี-ผ่านสามแยกหลวงพ่อโอ ขับมาเรื่อยๆจะพบสะพานต่างระดับ(แยกเข้าชัยนาท) ให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธินAH1) ขับมาตามทางหลวงหมายเลข 1 เรื่อยๆจะพบสามแยก ให้เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3196 (เลียบคลองชลประทาน) ผ่านทางลอดใต้สะพาน (ใต้ทางหลวงหมายเลข11) ตรงไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3196 จะเข้าสู่ บ้านจันเสน-ผ่านสี่แยกเข้าอ.บ้านหมี่ ให้ตรงไป มุ่งหน้าสู่ ลพบุรี
  • เส้นทางที่4 จากจังหวัดนครสวรรค์ มาตามถนนพหลโยธิน จะพบกับสี่แยกค่ายจิรประวัติ เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 3004 (จิรประวัติ-ท่าตะโก) ผ่านตลาดสถานีรถไฟนครสวรรค์ มาตามทางหลวงหมายเลข 3004 เรื่อยๆจะพบกับสามแยก(ก่อนถึงอ.ท่าตะโก) แล้วเลี้ยวขวามาตาม ทางหลวงหมายเลข 1145 จนถึง 3 แยกหอนาฬิกาอ.ตากฟ้า แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพหลโยธินAH1 เพื่อไป จังหวัดลพบุรี

นอกจากนี้ยังมีเส้นทางคมนาคมสายสำคัญซึ่งตัดผ่านจังหวัดข้างเคียง คือ เส้นทางรถไฟสายอีสาน และทางหลวงแผ่นดินหมายเลขที่ 2 (ถนนมิตรภาพ) ผ่านจังหวัดที่มีเขตติดต่อกันคือจังหวัดสระบุรี และยังมีถนนสายเอเชียตัดผ่านจังหวัดที่มีเขตติดต่อกันคือจังหวัดสิงห์บุรี

ถนนสายสำคัญในจังหวัด[แก้]

Thai Highway-1.svg


ปี 2558-2560 โครงการทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 366 ถนนเลี่ยงเมืองลพบุรี (ทิศเหนือ) ระยะทาง 13 กม.

ระยะทางจากอำเภอเมืองลพบุรีไปยังอำเภอต่าง ๆ[แก้]

  • อำเภอท่าวุ้ง ระยะทาง 15 กิโลเมตร
  • อำเภอบ้านหมี่ ระยะทาง 32 กิโลเมตร
  • อำเภอโคกสำโรง ระยะทาง 35 กิโลเมตร
  • อำเภอพัฒนานิคม ระยะทาง 51 กิโลเมตร
  • อำเภอหนองม่วง ระยะทาง 54 กิโลเมตร
  • อำเภอสระโบสถ์ ระยะทาง 65 กิโลเมตร
  • อำเภอโคกเจริญ ระยะทาง 77 กิโลเมตร
  • อำเภอท่าหลวง ระยะทาง 83 กิโลเมตร
  • อำเภอชัยบาดาล ระยะทาง 97 กิโลเมตร
  • อำเภอลำสนธิ ระยะทาง 120 กิโลเมตร

ระยะทางจากจังหวัดลพบุรีไปยังจังหวัดใกล้เคียง[แก้]

  • ลพบุรี-สิงห์บุรี ระยะทาง 33 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-อ่างทอง ระยะทาง 45 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-สระบุรี ระยะทาง 46 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-ชัยนาท ระยะทาง 86 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-อยุธยา ระยะทาง 91 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-นครสวรรค์ ระยะทาง 129 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-กรุงเทพฯ ระยะทาง 153 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-นครราชสีมา ระยะทาง 195 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-ชัยภูมิ ระยะทาง 230 กิโลเมตร
  • ลพบุรี-เพชรบูรณ์ ระยะทาง 236 กิโลเมตร

ถนนสายสำคัญในตัวจังหวัด[แก้]

  • ถนนนารายณ์มหาราช (ทางหลวงหมายเลข 311)
  • ถนนปรางค์สามยอด (ส่วนหนึ่งของทางหลวงหมายเลข 311)
  • ถนนนเรศวร (ทางหลวงหมายเลข 3016)
  • ถนนฝรั่งเศส ถนนแห่งนประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกถึงความสัมพันธ์ไทย-ฝรั่งเศสสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ถนน Rue De France ที่ลพบุรี กับถนน Rue De Siam ที่ฝรั่งเศส ถนนทั้งสองสายสร้างเมื่อประมาณ ค.ศ. 1686 หรือ พ.ศ. 2229 หรือเมื่อกว่าสามร้อยกว่าปีแล้ว
  • ถนนราชมนู
  • ถนนราชดำเนิน
  • ถนนประตูชัย
  • ถนนพระปิยะ
  • ถนนบนเมือง
  • ถนนวิชาเยนทร์
  • ถนนศรีปราชญ์
  • ถนนพระศรีมโหศถ
  • ถนนพระยากำจัด
  • ถนนเพทราชา
  • ถนนกาญจนาคม
  • ถนนสรศักดิ์
  • ถนนพิชัยดาบหัก
  • ถนนโกษาปาน
  • ถนนพระลักษณ์
  • ถนนสีหราชเดโชชัย
  • ถนนสราญรมย์
  • ถนนสีดา
  • ถนนพระยาอนุชิต
  • ถนนสีดา
  • ถนนชนะสงคราม
  • ถนนขุนเทพกวี
  • ถนนโกษาเหล็ก
  • ถนนรามเดโช
  • ถนนพระโหราธิบดี
  • ถนนพระราม

สถานีรถไฟในจังหวัด[แก้]

สถานีรถไฟแห่งใหม่[แก้]

ท่าอากาศยาน[แก้]

ไม่มีสนามบินเชิงพาณิชย์

ท่าอากาศยาน ในสังกัดของ กองทัพบก และ กองทัพอากาศ

สถานที่ทางราชการในจังหวัด[แก้]

  • ศาลากลางจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานที่ดินจังหวัดลพบุรี
  • ที่ทำการปกครองจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานจัดรูปที่ดินจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ลพบุรี
  • สำนักงานประมงจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานเกษตรจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานชลประทานที่ 10
  • สำนักงานสหกรณ์จังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานก่อสร้าง 5 (ป่าสัก)
  • ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลพบุรี
  • สถานีพัฒนาที่ดินลพบุรี ด่านกักกันสัตว์ลพบุรี
  • สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
  • ศูนย์วิจัยข้าวลพบุรี
  • ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตฯ
  • สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดลพบุรี
  • ศูนย์ขยายเมล็ดพันธุ์พืชที่ 5
  • ศูนย์ผลิตน้ำเชื้อแช่แข็งพ่อพันธ์ผสมเทียมลำพญากลาง
  • นิคมสหกรณ์ชัยบาดาล
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 1
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาลพบุรี เขต 2
  • ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีวศึกษาภาคกลาง
  • ศูนย์การศึกษาพิเศษเขตการศึกษา 6
  • ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานพาณิชย์จังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานประกันภัยจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานการค้าภายในจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลพบุรี
  • ศูนย์มะเร็งแห่งชาติลพบุรี
  • สำนักงานขนส่งจังหวัดลพบุรี แขวงการทางลพบุรีที่ 2 (ลำนารายณ์)
  • สำนักงานทางหลวงที่ 9 สำนักงานขนส่งทางน้ำที่ 2 (สาขาลพบุรี)
  • สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดลพบุรี สถานีรถไฟลพบุรี
  • แขวงการทางลพบุรีที่ 1
  • สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานคลังจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานอัยการจังหวัดชัยบาดาล
  • เรือนจำกลางลพบุรี สำนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัด
  • สำนักงานบังคับคดีจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี
  • สถานสงเคราะห์คนชราบ้านลพบุรี
  • นิคมสร้างตนเองลพบุรี
  • ศูนย์บริการสวัสดิการสังคมเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ
  • สำนักงานแรงงานจังหวัด
  • ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานจัดหางานจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานประกันสังคมจังหวัด
  • สำนักงานสถิติจังหวัดลพบุรี สำนักงานไปรษณีย์ลพบุรี
  • สถานีอุตุนิยมวิทยาบัวชุม
  • สถานีอุตุนิยมวิทยาลพบุรี
  • สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดลพบุรี
  • ศูนย์การกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดลพบุรี
  • การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคกลาง เขต 7
  • ศูนย์การท่องเที่ยวกีฬาและนันทนาการจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี
  • วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สำนักงานศิลปากรที่ 4 ลพบุรี
  • พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์
  • สำนักงานพัฒนาธุรกิจพลังงานจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานเจ้าคณะตำบลโคกสำโรง เขต 1
  • มูลนิธิธรรมรักษ์ วัดพระบาทน้ำพุ เป็นสถานบำบัดผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้ายที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  • ศาลจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานอัยการจังหวัด
  • สำนักงานอัยการคดีศาลแขวงลพบุรี
  • การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เขต 3 (ภาคเหนือ) จังหวัดลพบุรี
  • อาคารบูรณาการกระทรวงยุติธรรมจังหวัดลพบุรี
  • สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาลพบุรี
  • สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองลพบุรี
ศาลากลางจังหวัดลพบุรี

สินค้าจากจังหวัด[แก้]

ลพบุรีมีสินค้าหัตถกรรมมากมาย เช่น ปลาส้มฟัก ดินสอพอง (มีการทำไข่เค็มจากดินสอพองด้วย) ผลิตภัณฑ์จากดอกทานตะวัน ผ้ามัดหมี่ และผ้าขาวม้าลายไส้ปลาไหล เป็นต้น

สถานที่ท่องเที่ยว[แก้]

เทศกาลงานประจำปี[แก้]

การศึกษา[แก้]

ระดับอนุบาล-ประถมศึกษา * โรงเรียนสังกัดสำนักงานการประถมศึกษาแห่งชาติ เขตอำเภอเมือง

* โรงเรียนสาธิต เขตอำเภอเมือง

* โรงเรียนเอกชน เขตอำเภอเมือง

* โรงเรียนในความดูแลของกองทัพบก

สถานศึกษาในระดับระดับอุดมศึกษา[แก้]

สถานศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ[แก้]

การสาธารณสุข[แก้]

ในปี 2552 จังหวัดลพบุรี มีจำนวนโรงพยาบาล ของรัฐไม่รวมโรงพยาบาลเอกชน ทั้งสิ้น 11 แห่ง มีจำนวนเตียง 1,156 เตียงส่วนบุคลากรทางสาธารณสุขที่สำคัญ คือ แพทย์ มีจำนวน 97 คน ทันตแพทย์ มีจำนวน 34 คน เภสัชกร มีจำนวน 45 คนและพยาบาล มีจำนวน 1,022 คน ซึ่งมีโรงพยาบาลดังต่อไปนี้

โรงพยาบาลในตัวจังหวัด[แก้]

โรงพยาบาลทหาร[แก้]

โรงพยาบาลระดับอำเภอ[แก้]

ค่ายทหาร[แก้]

การพัฒนาจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางทางด้านการทหาร[แก้]

จอมพล จอมพลเรือ จอมพลอากาศ แปลก พิบูลสงคราม

จังหวัดลพบุรี เป็นเมืองยุทธศาสตร์ที่สำคัญของประเทศมาตั้งแต่สมัยโบราณ ดังนั้นจึงถูกเลือกให้เป็นที่มั่นแห่งที่ ๒ ของประเทศมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การพัฒนาด้านการทหารของจังหวัดลพบุรี ปรากฏว่าเด่นชัดในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ชื่อจริงคือ แปลก พิบูลสงคราม ตอนที่ท่านดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีทำให้กิจการด้านการทหารของลพบุรีมีความสำคัญมากเป็นอันดับ ๒ รองจากกรุงเทพมหานคร ในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย ราว พ.ศ. 2480 จอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้พัฒนาเมืองลพบุรี ให้เป็นศูนย์กลางทางการทหาร และมีการวางผังเมืองใหม่ โดยแยกชุมชนและสถานที่ราชการออกจากเมืองเก่า ทำให้ดูสง่างามกว่าเดิมและได้สร้างสิ่งก่อสร้างศิลปะแบบอาร์ตเดโด ขึ้นหลายแห่ง เช่น ตึกชาโต้ ตึกเอราวัณ โรงภาพยนตร์ ทหารบก เป็นต้น ลพบุรีจึงเป็นเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง ที่อุดมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ชาติไทยและมีความเป็นอมตะนคร ไม่หายไปจากความทรงจำของทุกยุคทุกสมัย และมีการวางผังเมืองใหม่ โดยย้ายศาลากลางจังหวัดจากบริเวณพระนารายณ์ราชนิเวศน์มายังสถานที่ตั้งในปัจจุบัน น่าภูมิใจในจังหวัดลพบุรี นอกจากได้ชื่อว่าเป็นเมืองทหาร ซึ่งมีทหารบกหลายเหล่าได้แก่ เหล่าทหารราบ เหล่าปืนใหญ่ หน่วยรบพิเศษ และทหารอากาศ ได้แก่ กองบิน 2 และสนามฝึกซ้อมใช้อาวุธม่วงค่อมแล้ว นอกจากนี้ลพบุรียังมีสนามบินของกองทัพบกและกองทัพอากาศอยู่หลายที่ ลพบุรียังชื่อได้ว่าเป็นศูนย์กลางการบินเฮลิคอปเตอร์ของไทยอีกด้วย เพราะศูนย์กลางการบินเฮลิคอปเตอร์ทั้งทหารบกและทหารอากาศ ต่างตั้งอยู่ในจังหวัดลพบุรี

สังกัดกองทัพบก[แก้]

สังกัดกองทัพอากาศ[แก้]

ชาวลพบุรีที่มีชื่อเสียง[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. ศูนย์สารสนเทศเพื่อการบริหารและงานปกครอง. กรมการปกครอง. กระทรวงมหาดไทย. "ข้อมูลการปกครอง." [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.dopa.go.th/padmic/jungwad76/jungwad76.htm [ม.ป.ป.]. สืบค้น 18 เมษายน 2553.
  2. ประกาศสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง เรื่อง จานวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่าง ๆ ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2556

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

พิกัดภูมิศาสตร์: 14°48′N 100°37′E / 14.8°N 100.62°E / 14.8; 100.62

ภาพพาโนรามาของตัวเมืองลพบุรี พ.ศ. 2556