จี-ช็อค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
G-SHOCK BABY G
GShock logo.svg
เจ้าของปัจจุบัน คาสิโอ
ประเทศ Japan
เริ่มจำหน่าย 1983
สินค้าที่เกี่ยวข้อง Watches
ตลาด Worldwide
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ G-Shock
เว็บไซต์ gshock.com

จี-ช็อค (อังกฤษ: G-Shock) เป็นยี่ห้อของนาฬิกาที่ผลิตโดยคาสิโอ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในเรื่องของความทนทานต่อการกระเทือน (เช่น การชนอย่างรุนแรง และ การสั่นสะเทือนอย่างหนัก) ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแรงสั่นสะเทือนจากแรงโน้มถ่วงของโลก นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบเพื่อการกีฬา การทหาร และกิจกรรมผจญภัย และเกือบทั้งหมดของทุกรุ่นของ G-Shock จะมีฟังก์ชันของ นาฬิกาจับเวลา นับเวลาถอยหลัง ไฟส่องสว่าง และ กันน้ำได้

ประวัติ[แก้]

นาฬิกา จี-ช็อค รุ่นแรกถือกำเนิดขึ้นในปี 1983 ซึ่งเป็นรุ่น Casio DW-5000C ถูกออกแบบโดย Kikuo Ibe [1] ซึ่งเป็นวิศวกรของ Casio ภายในแนวคิดที่ชื่อว่า “Triple 10 “ คิอ แบตเตอรี่ที่สามารถรองรับการใช้งานได้นานถึง 10ปี กันน้ำที่มีระดับแรงกดได้ 10 บาร์ และสามารถทนต่อแรงกระแทกจากการตกจากที่สูงได้ถึง 10 เมตร ซึ่งได้มีการทดสอบการกับนาฬิการต้นแบบทั้ง 200 ตัว โดยการปล่อยจากหลังที่สูง หรือในหน้าต่างเรื่องราวที่สาม[ต้องการอ้างอิง] โดยการออกแบบฟังก์ชันที่ทนต่อการกระเทือนมีชั้นป้องกันถึง 10 ชั้นในการปกป้องกลไกลของระบบ Quartz ของนาฬิกา ซึ่งองค์ประกอบหลักภายนอกจะเป็นยางยูรีเทนซึ่งเป็นตัวกันกระแทกและป้องกันตัวเรือนนาฬิกาที่เป็นโลหะ สแตนเลส หน้าปัดนาฬิกาที่เป็นกระจก น็อตสแตนเลสที่ขันเค้ากับตัวนาฬิกา และแนวคิดในเรื่อง “Floating Module” ซึ่งเป็นกลไกของระบบ Quartz ในการลอยตัวอย่างอิสระในยูรีเทนโฟม ด้วยปุ่มกดภายนอก และ LCD ที่เชื่อมกับสายเคเบิลที่มีความยื่ดหยุ่น กับปุ่มกดที่ติดกับเรือนนาฬิกาแทนที่จะเป็นที่ตัว Quartz[ต้องการอ้างอิง] นาฬิกา จี-ช็อค ถูกวางจำหนายในเดือนเมษายน ปี 1983 ซึ่งเป็นการยึดครองตลาดด้านการกีฬาและสันทนาการที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับนาฬิกาเรื่อนใหญ่ที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่เป็นประโยชน์ ในไม่กี่ปีถัดมา Casio ได้มีวางจำหน่ายนาฬิการุ่นใหม่อีกมากมายในทุกๆปี Baby-G เป็นรุ่นที่วางจำหน่ายในปี 1991 ซึ่งความนิยมในนาฬิกา G-Shock เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงศดวรรษที่ 1990 ในปี 1998 นาฬิกา จี-ช็อค 19 ล้านเรือนได้ถูกส่งไปขายทั่วโลก[2] และเป็นที่ต้องการเป็นอย่างมาก เห็นได้จากมีการวางจำหน่ายถึง 200 รุ่นในเวลาเพียงแค่หนึงปี

ปัจจุบัน[แก้]

G-Shock G2900, one of the basic models
G-Shock MR-G MRG-7100BJ-1AJF

ได้มีการพิจารณาการขยายสายการผลิตตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาและปัจจุบัน ซึ่งได้รวมการเชื่อมกับนาฬิกาอะตอม และระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ไว้ในรุ่นล่าสุด นาฬิกา จี-ช็อค ชุด Cockpit ได้ถูกกำหนดให้เป็นนาฬิกาจับเวลาในสนามแข่งนิสโม อย่างเป็นทางการ นาฬิกา จี-ช็อค รุ่นใหม่หลายรุ่นมีสายเป็นโลหะ (เหล็ก หรือ ไทเทเนียม) และ เข็มนาฬิกาที่ถูกออกแบบอย่างหรูหรา ทุกๆสองปี (รุ่นสำหรับ ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน และ รุ่นสำหรับ ฤดูฝน/ฤดูหนาว) จะมีการวางจำหน่ายรุ่นทั่วไป ส่วนรุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัดจะมีการวางจำหน่ายบ่อยครั้งตลอดปี เหมือนกับนาฬิกา Swatch จี-ช็อค กลายเป็นของสะสมสำหรับหลายคน ซึ่งรุ่นที่ผุ้คนหากันมากที่สุดหลังจากที่มีการผลิดคือรุ่น Frogman รุ่นพิเศษที่มีจำนวนจำกัดเช่น Brazilian Men in Yellow สฟแ Helios และ Black Spots ก็เป็นรุ่นที่มีความต้องการสูง

Casio ยังร่วมกันผลิตนาฬิการุ่นต่าง โดยร่วมกับผู้นำสินค้าแฟชั่นที่เป็นที่นิยมเช่น A Bathing Ape (Bape) Stussy [3]Xlarge, KIKS TYO Nano Universe, Levi's Lifted Research Group รวมถึง Coca Cola Pulp68 Skateshop Lucky Strike และ Marlboro. จี-ช็อค เป็นที่นิยมในหมู่นักปีนเขา นักดับเพลิง หน่วยกู้ชีพ ตำรวจ นักบินอวกาศ ผู้กำกับภาพยนตร์ (Tony Scott ได้ถูกถ่ายภาพขณะส่วนนาฬิกา จี-ช็อค รุ่น GW-3000B เช่นเดียวกับรอน ฮาวเวิร์ด และ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา) และ ทหาร อดีตหน่วยรบพิเศษ Andy McNab ได้พูดถึงลักษณะของตัวละครในนวนิยายชื่อ Nick Stone มีความเชื่อมั่นในนาฬิกา จี-ช็อค อย่างไร และตามที่ระบุในหนังสือ Blackhawk Down ของ Mark Bowden ว่า ทหารพลร่ม สวมนาฬิกา จี-ช็อค ระหว่างการสู้รบ ในช่วง 3 และ 4 ตุลาคม 1993 ซึ่งหลังจากนั้นนาฬิกา จี-ช็อค เป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มหน่วยรบพิเศษ ทั้งทหารอเมริกัน และ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ กองกำลัง NATO อันเนื่องมาจากการทดสอบจริงจากสมรภูมิสงคราม

รุ่น DW-5600C DW-5600E DW-5900 DW-6600 DW-6900 เป็นที่มีคุณสมบัติในการเดินทางท่องอวกาศกับนาซา

ในปี 2012 Casio ได้จำหน่ายรุ่น GB-6900 ซึ่ง จี-ช็อค ที่รวมฺฟังก์ชันการใช้งานบลูทูธ ซึ่ง Casio อ้างว่าแบตเตอรี่ CR2032 เพียงหนึ่งก้อนมีอายุการใช้งานถึงสองปี[4]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

แม่แบบ:Casio