จีฉ่อย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ร้านจีฉ่อย

จีฉ่อย หรือ จื้อฉาย (จีนตัวย่อ: 志才; พินอิน: zhìcái; เยล: ji3choi4) คือ ชื่อร้านขายของชำของธุรกิจครอบครัวชาวจีนขนาดหนึ่งคูหา ตั้งอยู่หน้าตลาดสามย่าน ตรงบริเวณถนนพญาไท ใกล้กับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรงข้ามจามจุรีสแควร์ และได้ชื่อว่าเป็นสีสันแห่งหนึ่งของบริเวณสามย่าน ร้านจีฉ่อยเป็นร้านขายของที่ขึ้นชื่อว่า "มีของขายทุกอย่าง และถ้าของไหนไม่มีขายในร้าน จะสามารถมาเอาได้ภายใน 2 วันให้หลัง"[ต้องการอ้างอิง]

ในอดีต ร้านจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ลักษณะร้านเป็นร้านกว้างประมาณ 3 เมตร และลึกประมาณ 10 เมตร แต่ในปัจจุบัน ร้านจีฉ่อยจะปิดวันอาทิตย์วันเดียว ส่วนวันธรรมดาจะเปิดตั้งแต่ 8 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม และเนื่องจากทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยต้องการที่จะพัฒนาพื้นที่ของตลาดสามย่านและพื้นที่โดยรอบ ร้านจีฉ่อยแห่งนี้จึงต้องย้ายไปอยู่ยูเซ็นเตอร์[1]

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

ร้านจีฉ่อยเปิดมานานไม่ต่ำกว่า 50 ปี สาเหตุที่คิดจะทำร้านค้าเนื่องจากพ่อของเจ้าของร้านถุกรางวัลที่ 1 สลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้แบ่งเงินรางวัลบางส่วนมาเปิดร้าน โดยในสมัยแรกเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น รวมถึงอาคารเรียนของโรงเรียนศึกษาวัฒนาก็เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น สมัยนั้นถนนพญาไทยังเป็นถนนแคบ ๆ เดิมบริเวณร้านจีฉ่อยอยู่ด้านหลังของร้านในปัจจุบัน ต่อมาเมื่อมีการขยายถนน และทางจุฬาฯ สร้างตึกแถวติดถนนพญาไท จึงได้ย้ายมาอยู่ ณ ที่ปัจจุบัน

ในสมัยก่อนของในร้านจีฉ่อยก็นับได้ว่ามากแล้ว แต่ยังพอเดินสวนกันได้ ต่างจากปัจจุบันที่แคบมากเพียง 60 เซนติเมตร ทางเดินในร้านสามารถเดินได้เพียงคนเดียว ลูกค้าต้องยืนคอยหน้าร้านเท่านั้น อีกสิ่งหนึ่ง คือ หมาในร้านนี้ยังต้องวิ่งไปให้สุดร้านถึงจะกลับตัววิ่งออกมาได้

มีผู้เล่าว่าในช่วงที่มาเปิดใหม่ๆ ของที่ขายถูกจะราคาถูก คนขายก็ใจดีมาก เช่น เวลาซื้อยาลบหมึก 1 ขวด สมัยนั้นราคา 50 สตางค์ ก็แถมกระดาษซับแบบไม่อั้น[2]

[แก้] ตำนานเกี่ยวกับจีฉ่อย

[แก้] พนักงานขาย

พนักงานขายของร้านนี้เป็นอาซิ้มสองคนผลัดกันเฝ้าเวร ตลอด 24 ชั่วโมง อาซิ้มทั้งสองคนรูปร่างหน้าตาเหมือนกันมากเนื่องจากเป็นฝาแฝดกัน ทำให้ลูกค้าที่มาซื้อของบ่อย ๆ ต่างอดสงสัยไม่ได้ว่า คนขายของร้านนี้ไม่หลับไม่นอนกันเลยหรือ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ไม่เหมือนกันคือ "ฟันทอง" ปัจจุบันอาซิ้มคนหนึ่งได้เสียชีวิตไปเสียแล้ว แต่ก็มีลูกชายและลูกจ้างสาวมาช่วยขาย

[แก้] เทคนิคการขาย

เทคนิคการขายของร้านนี้ คือ ถามหาอะไรมีหมด หากว่าสินค้าชิ้นนั้นไม่มีในร้าน ก็จะบอกให้รอเดี๋ยวแล้วก็หามาให้จนได้ เช่นหากต้องการทานข้าวขาหมู ถามว่ามีไหม พนักงานขายจะบอกว่า "มี รอเหลียว" (มาจาก รอเดี๋ยว) แล้วออกไปหลังร้าน ซื้อข้าวขาหมูจุฬาฯจากตลาดสามย่านมาให้ ถ้าถามถึงเลื่อย แกก็จะวิ่งไปร้านขายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ข้างเคียง แล้วก็มาตั้งราคาเอง นับได้ว่าพนักงานขายร้านนี้มีสปิริตของนักขายอย่างแท้จริง นอกจากนี้ถ้าของชิ้นนั้นต้องใช้เวลาในการหาสักครู่ใหญ่ แกก็จะมีลูกอม หรือขนมขบเคี้ยวมาให้บริการลูกค้าด้วย จะได้ไม่เบื่อ และถ้าซื้อเยอะล่ะก็ แกก็จะมีของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ปากกา (ถ้าเป็นนิสิต) มอบให้ลูกค้าอีกด้วย

ราคาของ หลายๆครั้งที่พนักงานขายจะถามว่า "เคยซื้อเท่าไร" เมื่อบอกราคาที่เคยซื้อไปแล้วเขาจะบอกราคาสินค้าให้เราซึ่งอาจจะสูงกว่าหรือต่ำกว่าบ้าง เช่น เทปMiniDVที่ขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปราคาม้วนละ 500 บาท แต่ถ้าลูกค้าโดนถามว่าซื้อมาเท่าไหร่ ก็จะตอบว่า 200 แล้วอาซิ้มก็จะให้ราคาตามนั้น แล้วแต่อารมณ์และความรู้ในสินค้าของแก

[แก้] ของที่ขาย

ตัวอย่างสินค้าที่มาขาย หรือเคยวางขายในร้านได้แก่ ของเล่น น้ำอัดลม ปากกา สบู่ ลูกบอลพลาสติก ปูนพลาสเตอร์ รองเท้า กากเพชร กับดักหนู ใบลงทะเบียนเรียนของจุฬาฯ ตั๋วเครื่องบิน ฮูล่าฮุป เปียโน ชุดครุย ชุดกิโมโน สีน้ำมัน กระดาษ และรถยนต์ นอกจากนี้ร้านจีฉ่อยยังมีสินค้าบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อขายอีกเช่น แหวนรุ่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ (ที่ไว้สำหรับแจกนิสิตปีที่หนึ่ง) และใบลงทะเบียนเรียน จท 11 อีกทั้งสินค้าที่หายากอย่างบัตรคอนเสิร์ตเรน โทรศัพท์มือถือ ฮาร์ดดิสก์ ซีพียู แรม โน้ตบุ๊ค ไอแพด ไอโฟนและไอพอด

[แก้] อ้างอิง

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น