จิตวิทยาชุมชน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
            จิตวิทยาชุมชน  (Community Psychology) เป็นการศึกษาธรรมชาติของมนุษย์กับธรรมชาติทางนิเวศวิทยา (its ecological nature) ซึ่งหมายถึงการดำเนินชีวิตอย่างเหมาะเจาะระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อม (the fit between people and their environments)

คำจำกัดความ[แก้]

           จิตวิทยาชุมชนเป็นสาขาวิชาหนึ่งของศาสตร์ทางจิตวิทยา  ซึ่งศาสตร์ทางจิตวิทยานั้นมีรากฐานอยู่ในทวีปยุโรป  แต่มีการศึกษาและพัฒนาอย่างรวดเร็วในสหรัฐอเมริกาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 และจิตวิทยาชุมชนก็เป็นสาขาหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ( ช่วง ค.ศ.1960-1970)  ในขณะเดียวกันแนวคิดด้านจิตวิทยาชุมชนก็เกิดขึ้นในภูมิภาคอื่นๆของโลกด้วยเช่นกัน    ข้อมูลความรู้ด้านจิตวิทยามีการวิเคราะห์เปรียบเทียบและบันทึกเป็นหลักฐานทางวิชาการไว้มากมายมหาศาล พร้อมกับมีการนำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะการปฏิบัติในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งจิตวิทยาชุมชนก็เป็นส่วนหนึ่งของความก้าวหน้าและการสร้างประโยชน์ต่อกิจกรรมด้านนี้เช่นกัน    


ปรัชญาและเป้าหมายของจิตวิทยาชุมชน[แก้]

                   จิตวิทยาชุมชนเป็นสาขาวิชาที่ศึกษาถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสิ่งแวดล้อม  รวมทั้งการศึกษากระแสทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อบุคคลและหน้าที่หรือการปฏิบัติต่างๆในชุมชนนั้น  จิตวิทยาชุมชนเน้นการศึกษาเรื่องราวทางสังคม  สถาบันทางสังคมและหน่วยทางสังคมที่มีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของบุคคล กลุ่มบุคคล และองค์กรในชุมชน  พร้อมกันนั้นจิตวิทยาชุมชนจะศึกษาทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของเงื่อนไขต่างๆที่ทำให้แต่ละบุคคลดำเนินชีวิตอย่างอยู่ดีมีสุข well-being)ในชุมชนนั้นๆ  การปฏิบัติงานตามแนวทางจิตวิทยาชุมชนเป็นการเพิ่มสมรรถนะทางจิตใจของบุคคลโดยมุ่งที่การเพิ่มพลังความเข้มแข็งทางจิตใจ (empowerment) การป้องกันปัญหา (prevent disorders) และสร้างการเปลี่ยนแปลงทางสังคมไป(social change)ในทิศทางที่พึงประสงค์

เป้าหมายและจุดเน้น[แก้]

จิตวิทยาชุมชนมีเป้าหมายหลัก ดังนี้

          เป้าหมายหลักทางจิตวิทยาในงานชุมชนที่เน้นถึงความอยู่ดีมีสุขของสมาชิกในชุมชนนั้น  แนวคิดในการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลจริงนั้นอยู่ที่การจัดการด้านสุขภาพเป็นสำคัญ  จากหลักการที่ยอมรับกันว่าหากบุคคลมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีแล้ว  การกระทำในทุกด้านที่ตามมาจะเป็นการกระทำที่มีคุณภาพกว่าการกระทำของผู้มีปัญหาด้านสุขภาพ  ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นการปฏิบัติทีแต่ละชุมชนพึงจัดให้มีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ    
                  1. การส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (Promoting health and preventing illness)          
            การจัดให้มีสนามเด็กเล่น  การมีศูนย์ออกกำลังกาย การประชาสัมพันธ์ด้านการบริโภคอาหารที่ถูกสุขอนามัย  การแจ้งเตือนให้ระมัดระวังเกี่ยวกับสารพิษต่างๆ  ล้วนเป็นตัวอย่างกิจกรรมที่ทุกชุมชนควรมี
                  2. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ (Changing health behavior)                            
             เป็นที่เข้าใจได้ว่าแต่ละคนจะมีพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ  ดังนั้นการจัดกระบวนการเพื่อให้สมาชิกชุมชนรับรู้และตระหนักถึงพฤติกรรมที่อาจสร้างปัญหาเหล่านั้น  พร้อมกับการส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากระทำพฤติกรรมที่เหมาะสมแทน   เป็นกิจกรรมที่พึงจัดขึ้นในชุมชน
                  3. การจัดการความเครียดและการสนับสนุนทางสังคม (Stress coping and social support)                  
                 ความเครียดเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก  ในสภาพการดำเนินชีวิตของผู้คนปัจจุบันที่ต้องพยายามเอาตัวรอดหรือแก้ไขปัญหาต่างๆที่เผชิญในแต่ละวัน  ทำให้เกิดภาวะเครียดทั้งร่างกายและจิตใจได้เสมอ   ดังนั้นการเพิ่มความรู้ความเข้าใจในการจัดการกับความเครียดของบุคคลจึงเป็นเป้าหมายของงานจิตวิทยาชุมชน

วิธีการ[แก้]

วิธีการหรือแนวทางของสาขาจิตวิทยาชุมชน อยู่ที่มุมมอง มิติความสัมพันธ์กับวัฒนธรรม ความแตกต่างหลากหลายของชาติพันธุ์ เชื้อชาติ เพศ กับสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อมนุษย์ โดยภาพรวมแล้วนักจิตวิทยาชุมชนต้องมีทักษะในการเผชิญกับความหลากหลายและความซับซ้อนของปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในชุมชน นักจิตวิทยาชุมชนแต่ละคนล้วนได้เรียนรู้การวิจัยชุมชนและสามารถกระทำบทบาทในการแทรกแซงการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายในสังคมเชิงซ้อน (pluralistic society)ได้ นักจิตวิทยาชุมชนจะต้องตระหนักถึงความต้องการของชุมชนที่เป็นปัจจุบัน (contemporary community needs) พร้อมกับมีความสามารถในการใช้วิธีการศึกษาเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณในการค้นหาหรืรือระบุปัญหาทางสังคมในขณะเดียวกันนั้นด้วย

หลักการและข้อสมมติฐานที่สำคัญ[แก้]

สมมติฐานของจิตวิทยาสังคมล้วนเป็นเรื่องเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาในฐานะที่เป็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสภาพและระบบสังคม (รวมถึงโครงสร้างของการสนับสนุนทางสังคมและอำนาจทางสังคม) ซึ่งมีประเด็นคำถามที่ต้องการหาคำตอบยืนยันว่า เสรีภาพของบุคคลสามารถประนีประนอมกับข้อเกี่ยวข้องด้านกฎหมายของชุมชนที่ใหญ่กว่าได้ รวมทั้ง การดำรงรักษาสภาพสังคมใหญ่สามารถคำนึงถึงความแตกต่างทางบุคคล และในเวลาเดียวกันก็สามารถทำให้เกิดเครือข่ายระบบสังคมที่เป็นทรัพยากรของสังคมเพื่อสุขภาพอนามัย การศึกษา และสวัสดิการที่มีให้กับพลเมืองทุกคนได้ ระดับการวิเคราะห์แตกต่างกันตั้งแต่มหภาคจนถึงจุลภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ระดับขององค์กรและชุมชน วิธีการวิจัยด้านจิตวิทยาชุมชนมีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การวิจัยแบบกึ่งทดลอง วิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยปฏิบัติการ และศึกษากรณี ส่วนระดับการปฏิบัติการทางจิตวิทยาชุมชนต้องอยู่ใกล้สิ่งที่เกี่ยวข้องมากที่สุด

ประโยชน์ของการมีความรู้ด้านจิตวิทยาชุมชนสำหรับนักพัฒนา[แก้]

นักพัฒนากับนักจิตวิทยาชุมชน ต่างก็ทำงานในชุมชน และมุ่งสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ในชุมชนและปกป้องชุมชนจากสิ่งที่จะกระทบในทางลบต่อชุมชน นักพัฒนาอาจจะทำได้ดีในงานพัฒนาร่วมกับผู้คนในชุมชน ใช้ประโยชน์จากระบบราชการในการส่งเสริมการพัฒนาชุมชน มุ่งส่งเสริมโครงการพัฒนาแต่นักจิตวิทยาชุมชนจะทำได้ดีกว่าในการจัดระบบสังคมที่เกี่ยวข้องกับผู้คนในชุมชน และเน้นส่งเสริมพฤติกรรมของประชาชนในการดำเนินโครงการพัฒนามากกว่าตัวโครงการ การที่นักพัฒนามีความรู้ด้านจิตวิทยาชุมชน ก็จะช่วยให้นักพัฒนาสามารถพัฒนาทักษะที่เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหาที่หนักหนาสาหัสหลายอย่างที่ชุมชนเผชิญหน้าอยู่ นอกจากนี้นักพัฒนายังสามารถฝึกฝนวิธีการดำเนินการวิจัยชุมชนและการจัดกิจกรรมชุมชนในสังคมหลากหลายรูปแบบตามความต้องการจำเป็นของชุมชนในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ และมีเทคนิคทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพสามารถนำมาใช้เพื่อศึกษาปัญหาสังคมที่ซับซ้อน อีกทั้งสามารถทำงานกับชุมชนในลักษณะการจัดระบบสังคมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของประชาชนเพื่อการจัดระเบียบชุมชนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

อ้างอิง[แก้]