จันลุยจี บุฟฟอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จันลุยจี บุฟฟอน
Gianluigi Buffon Euro 2012 final 02.jpg
บุฟฟอนลงเล่นให้กับ ทีมชาติอิตาลี ในศึก ยูโร 2012 รอบชิงชนะเลิศ
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม จันลุยจี บุฟฟอน
วันเกิด 28 มกราคม ค.ศ. 1978 (36 ปี)
สถานที่เกิด การ์รารา, อิตาลี
ส่วนสูง 1.91 เมตร (6.3 ฟุต)[1]
ตำแหน่ง ผู้รักษาประตู
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ยูเวนตุส
หมายเลข 1
สโมสรเยาวชน
1991–1995 ปาร์มา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
1995–2001 ปาร์มา 168 (0)
2001– ยูเวนตุส 353 (0)
ทีมชาติ
1995–1997 อิตาลี U21 11 (0)
1997– อิตาลี 126 (0)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 3 มีนาคม 2013

† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุดวันที่ 21 มีนาคม 2013

จันลุยจี บุฟฟอน (อิตาลี: Gianluigi Buffon) เกิดวันที่ 28 มกราคม ค.ศ. 1978 เป็นผู้รักษาประตูตัวเลือกแรกในทีมชาติอิตาลีและสโมสรฟุตบอลยูเวนตุส ในอตีดเคยเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลปาร์มา ก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมยูเวนตุสในปี ค.ศ. 2001 ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์

ประวัติ[แก้]

จันลุยจี บุฟฟอน หรือ "จีจี้" ที่คุ้นเคยกันดีในแดนมะกะโรนี คือกุญแจสำคัญที่ทำให้อิตาลีผงาดคว้าแชมป์โลก 2006 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

หลายคนอาจจะยังไม่รู้มาก่อนว่า บุฟฟอนเคยเล่นในตำแหน่งกองกลาง จนกระทั่งมีจุดเปลี่ยนตอนอายุ 14 ปี หลังจากที่ต้องสวมบทนายทวารจำเป็นเมื่อเจ้าของตำแหน่งทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บ และในอีก 2 สัปดาห์ถัดมา จีจี้ก็กลายเป็นผู้รักษาประตูตัวหลักของทีมไปโดยปริยาย

ในปี ค.ศ. 1995 บุฟฟอนในวัย 17 ปี ได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพกับปาร์มา และแมตช์แรกในเซเรียอาของเขาก็คือการเผชิญหน้ากับทีมยักษ์ใหญ่อย่างเอซีมิลาน ในปีถัดมาเขาก็ได้ลงเล่นให้ทีมชาติในศึกโอลิมปิก 1996 ที่นครแอตแลนตา สหรัฐอเมริกาด้วย

หลังจากที่โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับต้นสังกัด บุฟฟอนก็ได้ลงเล่นทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่เป็นครั้งแรกในวัย 19 ปี แทนที่จันลูกา ปายูกา ที่ได้รับบาดเจ็บในเกมเพลย์ออฟเพื่อชิงตั๋วฟุตบอลโลก 1998 กับรัสเซียที่กรุงมอสโก

จีจี้ได้รับการตอบแทนด้วยการมีชื่อในทีมอัซซูรีชุดลุยศึกเวิลด์คัพ 1998 ทว่า ก็ทำได้แค่นั่งดูอยู่บนม้านั่งสำรองเท่านั้น เนื่องจากปายูกา ยึดตัวจริงเอาไว้ได้หลังจากที่หายจากอาการบาดเจ็บ จากนั้นเขาก็ได้ช่วยให้อิตาลีผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลยูโร 2000 ได้แบบไม่มีพลิกโผ

ในปี ค.ศ. 2001 บุฟฟอนได้ย้ายจากปาร์มาไปร่วมทีมระดับบิ๊กอย่างยูเวนตุสด้วยค่าตัวที่เป็นสถิติโลกสำหรับผู้รักษาประตู 52.29 ล้านยูโร (ประมาณ 2,614 ล้านบาท) แม้เจ้าตัวจะเคยเอ่ยปากยอมรับว่ามันเป็นค่าตัวที่ออกจะมากเกินไปสำหรับนักเตะคนหนึ่ง ทว่ามันก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกดดันกับความคาดหวังแต่อย่างใด

นายทวารจอมหนึบช่วยให้อิตาลีได้ผ่านเข้าถึงฟุตบอลโลก 2002 รอบสุดท้ายได้สำเร็จ และในปีถัดมา เขาก็คว้ารางวัล "นักเตะทรงคุณค่า" และ "ผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม" ของยูฟ่า นอกจากนั้นยังได้รับยกย่องจากเปเล่ ตำนานนักเตะทีมชาติบราซิล ว่าเป็น 1 ใน 125 นักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเดือนมีนาคม ค.ศ. 2004

ฤดูกาล 2004-2005 บุฟฟอนก็ช่วยให้ยูเวนตุสคว้าสกูเดตโตไปครองเป็นสมัยที่ 3 ในรอบ 4 ฤดูกาลได้สำเร็จ แม้ว่าจะโชคร้ายได้รับบาดเจ็บระหว่างชนกับกาก้า เพลย์เมกเกอร์ของมิลาน จนต้องผ่าตัดหัวไหล่ในช่วงฤดูร้อนปี ค.ศ. 2005 แต่กลับมาลงสนามได้เพียงเกมเดียวในเดือนพฤศจิกายนก็ต้องพักยาวอีกครั้ง เนื่องจากอาการบาดเจ็บกำเริบก่อนจะฟิตกลับมาเฝ้าเสาได้ในเดือนมกราคม

ไม่เพียงแต่จะต้องขึ้นเขียงด้านสภาพร่างกายเท่านั้น แต่จีจี้ยังต้องเผชิญหน้ากับข่าวร้ายครั้งใหญ่ เมื่อมีการเปิดเผยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ยูเวนตุสมีส่วนพัวพันในคดีจ้างวานล้มบอล และบุฟฟอนรวมถึงอันโตนีโอ กีเมนตี อดีตนายทวารทีมม้าลาย กับเพื่อนนักเตะอีกหลายคนก็พลอยติดร่างแหไปด้วยฐานแอบแทงพนันอย่างผิดกฎระหว่างที่ยังค้าแข้งกับปาร์มา

วันถัดมา เขาก็ต้องเข้าไปให้ปากคำกับผู้พิพากษาของเมืองตูรินเพื่อที่จะลบล้างมลทินของตัวเอง ในขณะที่ยอมรับว่าเคยเล่นพนันกีฬาประเภทอื่นจริง แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าไม่เคยพนันฟุตบอลอิตาลีเลย

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าว บุฟฟอนก็ยังติดทีมชาติอิตาลีไปลงชิงชัยในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งเขาก็โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟหลายครั้งหลายคราจนพาอัซซูรีทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ ก่อนจะคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 4 ไปครองด้วยการเฉือนชนะฝรั่งเศสในการดวลจุดโทษ

ตลอดทัวร์นาเมนต์ บุฟฟอนเสียประตูให้คู่แข่งแค่ 2 ลูกเท่านั้น โดยลูกหนึ่งมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของคริสเตียน ซัคคาร์โด เพื่อนร่วมทีม และอีกลูกมาจากการยิงจุดโทษของซีเนดีน ซีดาน ในรอบชิงชนะเลิศ และนั่นทำให้ฟีฟ่าประกาศให้เขาเป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำฟุตบอลโลก 2006

หลังประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวดกับทีมอัซซูรีได้ไม่กี่วัน บุฟฟอนก็ต้องกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง เมื่อพบว่ายูเว่ต้องถูกปรับตกชั้นไปเล่นในเซเรียบี เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม จากความผิดฐานจ้างวานล้มบอล ซึ่งทำให้สตาร์หลายคนของทีมหนีเอาตัวรอดไปอยู่ทีมอื่นกันหมด ทว่านายทวารวัย 28 ปี ก็แสดงสปิริตด้วยการรับใช้ทีมต่อไป แม้ว่าจะต้องออกสตาร์ตฤดูกาลใหม่ด้วยการติดลบถึง 30 แต้ม ก่อนจะยื่นอุทธรณ์และลดลงมาเหลือ -17 และ -9 ในการตัดสินครั้งล่าสุด

ด้วยปฏิกิริยาอันยอดเยี่ยมในการรับบอล ออกมาตัดบอล และเซฟลูกยาก ๆ ของบุฟฟอนที่มีให้เห็นบ่อยครั้ง ทำให้เวลานี้ ยูเวนตุสมีโอกาสสูงมากที่จะได้เลื่อนชั้นกลับมาสู่ลีกสูงสุดทันทีหลังจบฤดูกาล

แม้จะพลาดรางวัลใหญ่อย่างนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรปหรือบาลงดอร์ แต่คงไม่มีใครปฏิเสธว่าจันลุยจี บุฟฟอน คือสุดยอดผู้รักษาประตูที่ยิ่งใหญ่ทั้งหัวใจและฝีมืออย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า จันลุยจี บุฟฟอน ถัดไป
โอลิเวอร์ คาห์น 2leftarrow.png ถุงมือทองคำ
(ฟุตบอลโลก 2006)
2rightarrow.png อีเกร์ กาซียัส



อ้างอิงผิดพลาด: มีป้ายระบุ <ref> อยู่ แต่ไม่พบป้ายระบุ <references/>