จักรวรรดิกาหลิบรอชิดีน
| จักรวรรดิกาหลิบราชิดัน الخلافة الراشدية |
||||
| จักรวรรดิ | ||||
|
||||
|
Flag |
||||
| จักรวรรดิกาหลิบราชิดัน (เขียวเข้ม) เมื่อเจริญสูงสุดในปี ค.ศ. 654 ที่รวมทั้งรัฐบริวาร (เขียวอ่อน) | ||||
| เมืองหลวง | มะดีนะหฺ, คูฟะห์ | |||
| ภาษา | อาหรับ (ทางการ), ภาษาอราเมอิค, อาร์เมเนียน, เบอร์เบอร์, จอร์เจีย, กรีก, ฮิบรู, เปอร์เชียกลาง, เตอร์กิค,เคิร์ด[1] | |||
| ศาสนา | อิสลาม | |||
| รัฐบาล | อาณาจักรกาหลิบ | |||
| Amir al-Mu'minin¹ | ||||
| - ค.ศ. 632–634 | อะบูบักรฺ | |||
| - ค.ศ. 634–644 | อุมัร | |||
| - ค.ศ. 644–656 | อุษมัน | |||
| - ค.ศ. 656–661 | อะลีย์ | |||
| ประวัติศาสตร์ | ||||
| - สถาปนา | ค.ศ. 632 | |||
| - สิ้นสุด | ค.ศ. 661 | |||
| ขนาดพื้นที่ | 9,000,000 กม.2 (3,474,919 ตร. ไมล์) | |||
| ประชากร | ||||
| - ประเมิน | 40,300,000 | |||
| ความหนาแน่น | 4.5 /km2 (11.6 /sq mi) | |||
| เงินตรา | ดินาร์, ดิร์แฮม | |||
| ¹ Amir al-Mu'minin (أمير المؤمنين), กาหลิบ (خليف) | ||||
จักรวรรดิกาหลิบรอชิดีน (อาหรับ: الخلافة الراشدية, อังกฤษ: Rashidun Caliphate) เป็นจักรวรรดิกาหลิบจักรวรรดิแรกของสี่จักรวรรดิในประวัติศาสตร์อิสลามที่ก่อตั้งขึ้นหลังจากการเสียชีวิตของมุฮัมมัดในปี ค.ศ. 632 ในยุคที่รุ่งเรืองที่สุดเขตแดนของจักรวรรดิครอบคลุมตลอดทางตอนเหนือของแอฟริกา คาบสมุทรอาหรับ และเนินสูงของอิหร่าน
ที่มา [แก้]
หลังจากการเสียชีวิตของมุฮัมมัดในปี ค.ศ. 632 แล้ว กลุ่มชาวมะดีนะหฺอันซาร์ (Ansar) ก็ถกเถียงกันว่าผู้ใดควรจะเป็นผู้นำที่เหมาะสมต่อจากศาสดามุฮัมมัดในการดำเนินกิจการของมุสลิมต่อไปในขณะที่ครอบครัวของพระองค์ยังยุ่งอยู่กับการจัดการเรื่องการฝังศพ อุมัรและอบู อุบัยดะห์ (Abu Ubaidah ibn al-Jarrah-أبو عبيدة عامر بن عبدالله بن الجراح) ต่างก็สาบานความจงรักภักดีต่ออะบูบักรฺผู้กลายมาเป็น “ประมุขผู้สืบสายผู้เป็นผู้สื่อสารของพระเจ้า” คนแรก (คอลีฟะหฺ ราซูล อัลลอฮฺ) หลังจากนั้นอะบูบักรฺก็เริ่มการรณรงค์เผยแพร่ศาสนาอิสลาม
อะบูบักรฺเริ่มต้นด้วยการปราบปราบชนกลุ่มต่างๆในคาบสมุทรอาหรับที่ละเมิดคำสาบานต่อศาสนาอิสลามและชุมชนมุสลิม ในฐานะคอลีฟะหฺหรือกาหลิบทั้งอะบูบักรฺเองและผู้ครองอีกสี่คนต่อมาก็มิได้อ้างตนเองว่าเป็นเจ้า ยังคงพำนักอยู่ในบ้านที่สมถะและปฏิบัติตนอย่างปกติ รีดนมแกะและแพะ และออกไปไหนมาไหนโดยไม่มีองค์รักษ์ อุมัยยะฮ์และอับบาซียะฮ์ต่อมาก็มิได้อ้างตนว่าเป็นเจ้าเช่นกัน แต่ปฏิบัติตนเช่นเจ้า
อ้างอิง [แก้]
ดูเพิ่ม [แก้]
|
||||||||||||||