จักรพรรดิจิมมุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จักรพรรดิจิมมุ
Emperor Jimmu.jpg
พระบรมสาทิศลักษณ์ จักรพรรดิจิมมุทรงพระทาฒิกะ(เครา) ทรงคันธนูยาวและมีอีกาสามขาเป็นผู้ติดตาม

พระบรมนามาภิไธย คะมุยะมะโตะ อิวะเระบิโกะ
(神日本磐余彦)
พระอิสริยยศ ปฐมจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ราชวงศ์ ราชวงศ์ญี่ปุ่น
ครองราชย์ 18 กุมภาพันธ์ 660 ปีก่อนค.ศ. – 9 เมษายน 585 ก่อนค.ศ.
ระยะครองราชย์ 75 ปี
รัชกาลถัดไป จักรพรรดิซุยเซ
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 13 กุมภาพันธ์ 771 ปีก่อนค.ศ.
สวรรคต 9 เมษายน 585 ปีก่อนค.ศ.
(หรือ 11 มีนาคม 585 ปีก่อนค.ศ.?)
(126 พรรษา)
พระราชบิดา อุงะยะ ฟุกิอะเอะซุ
พระราชมารดา ธิดา ทะมะโยะริ
พระมเหสี ธิดาอะฮิระสึ
ธิดาฮิเมะตะตะไรซุซุ
พระราชโอรส/ธิดา 4 พระองค์

สมเด็จพระจักรพรรดิจิมมุ (ญี่ปุ่น: 神武天皇 Jinmu-tennō ?) พระนาม คะมุยะมะโตะ อิวะเระบิโกะ ทรงเป็นปฐมจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น[1] จักรพรรดิในตำนานของญี่ปุ่น ทรงเป็นที่รู้จักในพระนามอื่นๆ อีก อาทิ คะมุยะมะโตะ อิวะเระบิโกะ โนะ มิโกะโตะ神日本磐余彦尊 ?) หรือ วะกะมิเกะนุ โนะ มิโกะโตะ若御毛沼命 ?) หรือ ซะโนะ โนะ มิโกะโตะ狹野尊 ?)

ตามตำนาน โคะจิกิ ได้กล่าวไว้ว่า จักรพรรดิจิมมุทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 771 ปีก่อนค.ศ. (วันแรกของเดือนแรกของปฏิทินจีน) และสวรรคตเมื่อ 11 มีนาคม 585 ปีก่อนค.ศ.

นิรุกติศาสตร์[แก้]

ตำนานโคะจิกิกล่าวไว้อีกว่า จักรพรรดิจิมมุเสด็จสวรรคตเมื่อทรงพระชนมพรรษา 126 พรรษา ซึ่งพระนาม "จิมมุ" นี้เอง ถูกเรียกขานภายหลังพระองค์สวรรคต เป็นนามที่บุคคลในรุ่นต่อมาใช้เรียกปฐมจักรพรรดิ ซึ่งมีความหมายที่แท้จริง คือ "เทพผู้ทรงฤทธิ์" หรือ "พระเจ้านักรบ"

ตำนาน[แก้]

การมีตัวตน[แก้]

นักวิชาการสมัยใหม่ได้ตั้งคำถามถึงการมีตัวตนอยู่จริงของจักรพรรดิญี่ปุ่น 9 พระองค์แรก ซึ่งจักรพรรดิซุจิง จักรพรรดิองค์ที่ 10 เป็นจักรพรรดิองค์แรกที่พิสูจน์ได้ว่ามีตัวตนอยู่จริงในศตวรรษที่สามหรือสี่ ทั้งนี้ในยุคประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่ได้ยอมรับว่า เป็นไปได้น้อยมากว่าหลงเหลือบันทึกใดๆ ถึงการมีตัวตนของจักรพรรดิ 9 พระองค์แรก [2]

นักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ได้ถือว่า จักรพรรดิ 9 พระองค์แรกนี้ เป็นจักรพรรดิในตำนาน[3][4] คติชนญี่ปุ่นเชื่อว่า ยุคสมัยก่อนจักรพรรดิจิมมุ เป็นยุคของพระเจ้า[5]

ตำนานของชินโต[แก้]

ตามความเชื่อของชินโต มีอยู่ว่า จักรพรรดิจิมมุทรงสืบเชื้อสายมาจาก จันทรเทพ สึกุโยะมิ และ สุริยะเทพี อะมะเตะระซุ ซึ่งทั้งสองมีโอรสนาม อะเมะ โนะ โอะชิโฮะมิมิ ซึ่งโอรสองค์นี้ก็มีโอรสอีก นาม นินิงิ' สุริยเทพีจึงส่งนินิงิ โนะ มิโกะโตะไปยังเกาะญี่ปุ่น ซึ่งที่สุดเขาก็ได้แต่งงานกับ ธิดาโคะโนะฮะนะ ซะกุระ และมีโอรส 3 องค์ หนึ่งในเหล่าโอรสนั้นมีนามว่า ฮิโกะโฮะโฮะเดะมิ หรืออีกนามคือ ยะมะซะชิ ฮิโกะ เขาแต่งงานกับ ธิดาโทะโยะตะมะ ธิดาในเทพรีวจิง เทพเจ้าแห่งผืนนที ทั้งสองมีโอรสองค์เดียว นาม ฮิโกะนะงิซะ ทะเกะอุงะยะ ฟุกิอะเอะซุ โอรสองค์นี้ถูกทอดทิ้งจากบิดาและมารดาตั้งแต่เกิด เขาจึงติดตาม ธิดาทะมะโยะริ น้องสาวของมารดาของเขา ซึ่งในที่สุด พวกเขาก็แต่งงานกันและมีโอรสสี่องค์ ซึ่งโอรสสุดท้องนี้มีนามว่า คะมุยะมะโตะ อิวะเระบิโกะ หรือก็คือ จักรพรรดิจิมมุ [6]

การอพยพของจิมมุ[แก้]

จิมมุเห็นนกศักดิ์สิทธิ์บินผ่านในขณะที่พวกเขากำลังเดินทางไปทางตะวันออก

ตำนาน โคะจิกิ และ นิฮงโชะกิ บันทึกว่า บรรดาพี่น้องจิมมุเกิดในทะกะชิโอะ ทางตอนใต้ของคีวชู (จังหวัดมิยะซะกิในปัจจุบัน) ได้ตัดสินใจที่จะอพยพไปทางทิศตะวันออก จากภูมิประเทศที่ไม่เหมาะสมแก่การตั้งอาณาจักร พี่ชายของจิมมุ อิสึเซะ โนะ มิโกะโตะ ได้พาตระกูลอพยพไปทางตะวันออกผ่านทะเลเซะโตะใน ด้วยความช่วยเหลือของประมุขท้องถิ่น นาม ซะโอะ เนะสึฮิโกะ เมื่อพวกเขามาถึงนะนิวะ (โอซะกะ ในปัจจุบัน) ณ ที่นั่น พวกเขาก็ได้พบกับประมุขท้องถิ่น นาม นะงะซุเนะฮิโกะ พวกเขาได้รบกับนะงะซุเนะฮิโกะ ในการรบนั้นทำให้อิสึเซะก็ตายในการรบ

จิมมุตระหนักว่า การที่พวกเขาพ่ายแพ้นั้น มาจากพวกเขารบไปทางทิศตะวันออกซึ่งเข้าหาพระอาทิตย์ ดังนั้นแล้ว เขาจึงตัดสินใจย้ายมาอยู่ทางด้านตะวันออกของคาบสมุทรกิอิ เพื่อที่จะรบไปทางตะวันตก พวกเขาก็มาถึงคุมะโนะ จากการนำพาของอีกาสามขานามว่า ยะตะงะระซุ พวกเขาเดินทางต่อไปยังยะมะโตะ ณ ที่นั่น พวกเขาได้รบกับนะงะซุเนะฮิโกะอีกครั้ง และได้รับชัยชนะ

ในยะมะโตะ มีบุคคลนาม นิงิฮะยะฮิ โนะ มิโกะโตะ เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากเทพใน ทะกะมะงะฮะระ ดินแดนแห่งเทพ เดิมเขาถูกพิทักษ์โดยนะงะซุเนะฮิโกะ แต่เมื่อนิงิฮะยะฮิได้พบกับจิมมุแล้ว เขายอมรับในตัวของจิมมุ ณ จุดนี้เอง ทำให้จิมมุกล่าวว่าจะขึ้นครองบัลลังค์แห่งญี่ปุ่น

สายโลหิต[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. สำนักพระราชวังอิมพีเรียล (Kunaichō): 神武天皇 (1)
  2. Brinkley, Frank. (1915). A History of the Japanese People from the Earliest Times to the end of the Meiji Era, p. 21 ที่ Google Books; excerpt, "Posthumous names for the earthly Mikados were invented in the reign of Emperor Kammu (782–805), i.e., after the date of the compilation of the Records and the Chronicles.
  3. Kelly, Charles F. "Kofun Culture," Japanese Archaeology. 27 April 2009.
  4. Kitagawa, Joseph. (1987). On Understanding Japanese Religion, p. 145 ที่ Google Books; excerpt, "... emphasis on the undisrupted chronological continuity from myths to legends and from legends to history, it is difficult to determine where one ends and the next begins. At any rate, the first ten legendary emperors are clearly not reliable historical records."
  5. Nussbaum, Louis-Frédéric. (2005). "Jindai" in Japan Encyclopedia, p. 421 ที่ Google Books; n.b., Louis-Frédéric is pseudonym of Louis-Frédéric Nussbaum, see Deutsche Nationalbibliothek Authority File.
  6. Nussbaum, "Chijin-godai" in Japan Encyclopedia, p. 111 ที่ Google Books.
ก่อนหน้า จักรพรรดิจิมมุ ถัดไป
ไม่มี 2leftarrow.png Imperial Seal of Japan.svg
จักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
(660 ปีก่อนค.ศ. - 585 ปีก่อน ค.ศ.)
2rightarrow.png จักรพรรดิซุยเซ