จอห์น ฮาร์ตฟีลด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น ฮาร์ทฟิล
John Heartfield
Heartfield bio 1912 1.jpg
เกิด 19 มิถุนายน ค.ศ. 1891
Berlin-Schmargendorf
เสียชีวิต 26 เมษายน ค.ศ. 1986
เยอรมนีตะวันออก เบอร์ลินตะวันออก สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี
สัญชาติ เยอรมนี
ชื่ออื่น เฮลมุท เฮิร์ซฟิล
Helmut Hearzfeld
อาชีพ ศิลปิน
รู้จักในสถานะ โฟโต้มอนทาจ งานต่อต้านนาซี-ลัทธิฟาสซิสต์

จอห์น ฮาร์ทฟิล (อังกฤษ: John Heartfield) เดิมชื่อว่า เฮลมุท เฮิร์ซเฟล (เยอรมัน: Helmut Hearzfeld) เกิดเมื่อ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1891 ที่ Berlin-Schmargendorf พ่อของเขาคือ Franz Herzfeld เป็นนักเขียนสังคมนิยม และแม่ของเขา Alice (née Stolzenburg) ทำงานด้านสิ่งทอและกิจกรรมทางการเมือง เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1899 เฮลมุทและพี่น้องของเขาถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง (เสียชีวิต) จอห์น ฮาร์ทฟิล เป็นผู้บุกเบิกในการใช้งานศิลปะที่เป็นอาวุธทางการเมือง โดยเทคนิคการนำเสนอแบบโฟโต้มอนทาจ งานของเขากลายเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงทั้งสองฝั่งของมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นเครื่องมือแสดงความกล้าหาญและการมีประสิทธิภาพในการต่อต้านภัยคุกคามทั่วโลกของลัทธิฟาสซิสต์ ช่วงกลางของศตวรรษที่ 20 เขาสร้างงานปกหนังสือ เช่น อัพตันซินแคล เช่นเดียวกับชุดเวทีสำหรับนักเขียนบทละคร ในปี ค.ศ. 1912 เขาเริ่มประท้วงต่อต้านความรุนแรงที่อังกฤษกวาดต้อนเยอรมัน และในปีนี้เขายังใช้ชื่อ เฮลมุท เฮิร์ซเฟล ที่ด้านหลังรูปของเขา ในปี ค.ศ. 1917 ในขณะที่เขาอาศัยอยู่ที่เบอร์ลิน เขาได้เปลี่ยนไปใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า จอห์น ฮาร์ทฟิล และเขาก็เข้าเป็นสมาชิกคลับดาดาเบอร์ลินจากนั้นเขาก็มีการสร้างสรรค์งานของเขามาโดยตลอดกระทั่ง เมื่อ 26 เมษายน ค.ศ. 1986 ที่เบอร์ลินตะวันออก สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี เขาก็ได้เสียชีวิตลง

ประวัติ[แก้]

ค.ศ. 1899 หลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสีย เขาก็ได้ไปอาศัยอยู่ในเมืองเล็กๆ กับญาติของเขา

ค.ศ. 1908 จอห์น ฮาร์ทฟิล เรียนศิลปะในมิวนิก ที่ Royal Bavarian Arts and Crafts School

ค.ศ. 1917 จอห์น ฮาร์ทฟิล ได้กลายเป็นสมาชิกของคลับดาดาเบอร์ลิน

ค.ศ. 1918 จอห์น ฮาร์ทฟิล ได้เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน (KPD)

ค.ศ. 1919 จอห์น ฮาร์ทฟิล ได้ถูกลดบทบาทลงจากการทำสื่อ

ค.ศ.1920 ได้เริ่มทดลองการทำภาพตัดต่อขึ้นกับ จอร์จ กรอส

ค.ศ. 1933 อาศัยอยู่ที่เบอร์ลิน เขาถูกขับไล่จากกลุ่มสังคมนิยม และเดินทางไปที่ Sudeten Mountains

ค.ศ. 1934 เขาตัดต่อภาพขวานที่เต็มไปด้วยเลือด 4 อัน ผูกเข้ากันจากเครื่องหมายสะวาติกะไปสู่การเยาะเย้ย

ค.ศ. 1938 เขาถูกบังคับให้หนีอีกครั้งก่อนที่นาซีจะมาถึงเยอรมนีและยึดครองเชกโกสโลวาเกีย (ขณะนั้นอยู่ที่อังกฤษ)

ค.ศ. 1939 ครอบครัวของเขาเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา

ช่วงสงคราม[แก้]

ในปี 1917 จอห์น ฮาร์ทฟิล กลายเป็นสาวกของขบวนการดาดา ในกรุงเบอร์ลิน และในปีเดียวกันนั้นเขาได้เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน (KPD) เขาได้พบกับจอร์จ กรอส ที่เช่น ฮาร์ทฟิล ทำงานให้กับสิ่งพิมพ์เหน็บแนมเอียงซ้าย "Die Pleite" และ "Der Knüppel" จาก 1924-1933 จอห์นได้รับการออกแบบภาพประกอบเป็นกระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์ จอห์น ฮาร์ทฟิล พัฒนาวิธีการทดลองเพื่อศิลปะภาพพิมพ์ เขามักจะทำงานร่วมกับการตัดต่อโดยใช้สื่อเพื่อสร้างภาพที่ทำให้งบที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ ภายใต้อิทธิพลของจอร์จ กรอส จอห์น ฮาร์ทฟิล ไปจากที่นั่นในการพัฒนาทางการเมืองการตัดต่อ

จาก 1920 จอห์น ฮาร์ทฟิล ออกแบบชุดเวทีครั้งแรก ในปี 1933-1945 การเมืองของนาซีเยอรมนีมีรูปแบบของการแข่งขันเพื่อแย่งชิงอำนาจทางการเมือง ด้วยการพยายามสร้างความประทับใจให้แก่ฟือเรอร์ คือ ฮิตเลอร์ กฎหมายหลายข้อได้ถูกละเลยและแทนที่ด้วยการตีความกฎหมายในแบบที่ฮิตเลอร์ต้องการ ดังนั้น คำสั่งของฮิตเลอร์จึงมีลักษณะคล้ายกับกฎหมายของประเทศ ซึ่งเรียกกันว่าเป็น "การทำงานให้กับฟือเรอร์" (Working Toward the Führer) ดังนั้น รัฐบาลของนาซีเยอรมนีจึงไม่ได้ทำงานประสานกันอย่างแน่นแฟ้น และเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา หรือตัวใครตัวมัน ความพยายามของแต่ละส่วนที่แสวงหาอำนาจและอิทธิพลเหนือตัวฟือเรอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายของฮิตเลอร์ที่เอาแน่เอานอนไม่ได้จำนวนมาก ซึ่งได้ทำให้สมาชิกพรรคนาซีที่ไร้คุณธรรมและมีความมักใหญ่ใฝ่สูงแสวงหาบุคคลผู้ให้ความสนับสนุน และประกอบกับธรรมชาติอันรุนแรงของแนวคิดของฮิตเลอร์ จึงทำให้เกิดการกระทำเพื่อต้องการผลประโยชน์ทางการเมืองขึ้น เกอเบิลได้โฆษณาชวนเชื่อรูปแบบของรัฐบาลแห่งนาซีเยอรมนีอย่างประสบผล ว่ารัฐบาลเป็นสิ่งที่ควรอุทิศ ยกย่องและลงตัวอย่างมีประสิทธิภาพ การแข่งขันในหมู่เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลและการออกกฎหมายอันไร้ระเบียบ ได้เพิ่มให้รัฐบาลอยู่นอกการควบคุมมากขึ้น นักประวัติศาสตร์ได้ลงความเห็นระหว่าง "ลัทธินิยมสากล" (Internationalists) ซึ่งเชื่อว่าฮิตเลอร์ได้วางแผนโครงสร้างรัฐบาลให้มีลักษณะเช่นนี้ เพื่อต้องการสร้างความจงรักภักดีและความอุทิศตัวให้แก่ผู้สนับสนุนของเขา และป้องกันการเกิดการสมรู้ร่วมคิดขึ้น หรือไม่ก็เป็นแบบ "ลัทธิโครงสร้างนิยม" (Structuralists) ซึ่งเชื่อว่าโครงสร้างของรัฐบาลได้เกิดขึ้นด้วยตัวของมันเอง และให้การสนับสนุนอำนาจเผด็จการของฮิตเลอร์เพียงน้อยนิด

คณะรัฐบาลดังกล่าวมีอายุ 12 ปี ตั้งแต่วันที่ 30 มกราคม 1933 ถึงวันที่ 30 เมษายน 1945 หลังจากที่ฮิตเลอร์ยิงตัวตายในหลุมหลบภัยใต้ดินในกรุงเบอร์ลินแล้ว เขาได้สืบทอดอำนาจต่อให้แก่คาร์ล เดอนิตช์ ด้วยความปรารถนาที่จะสืบทอดเจตนารมณ์ของเขาต่อไปอีก จอห์น ฮาร์ทฟิล ซึ่งระหว่างนั้นเองเขาก็ได้สร้างผลงานเรื่อยมา

อ้างอิง[แก้]

  • Biographical Chronology from "John Heartfield", Edited by Peter Pachnicke and Klaus Honnef, Harry N. Abrams Inc., New York, 1991
  • Official John Heartfield Internet Archive | John Heartfield PhotoMonteur | Biography By His Grandson
  • http://www.johnheartfield.com

แหล่งข้อมูล[แก้]