งูหัวกะโหลก
| งูหัวกะโหลก | |
|---|---|
| สถานะการอนุรักษ์ | |
| การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์ | |
| อาณาจักร: | Animalia |
| ไฟลัม: | Chordata |
| ชั้น: | Reptilia |
| อันดับ: | Squamata |
| อันดับย่อย: | Serpentes |
| อันดับฐาน: | Caenophidia |
| วงศ์: | Colubridae |
| วงศ์ย่อย: | Homalopsinae |
| สกุล: | Homalopsis Kuhl and Hasselt, 1822 |
| ชนิด: | H. buccata |
| ชื่อทวินาม | |
| Homalopsis buccata (Linnaeus, 1758) |
|
| ชื่อพ้อง | |
|
|
งูหัวกะโหลก หรือ งูเหลือมอ้อ (อังกฤษ: Puff-faced water snake, Masked water snake, Dog-face water snake; ชื่อวิทยาศาสตร์: Homalopsis buccata) เป็นงูพิษอ่อนชนิดหนึ่ง จัดอยู่ในวงศ์งูพิษเขี้ยวหลัง (Colubridae) วงศ์ย่อยงูน้ำ (Homalopsinae)
จัดเป็นงูเพียงชนิดเดียวเท่านั้นที่อยู่ในสกุล Homalopsis[2]
งูหัวกะโหลก เป็นสัตว์ชนิดแรก ๆ ชนิดหนึ่งที่ได้รับการอนุกรมวิธาน มีลวดลายสีน้ำตาลอ่อนที่ส่วนหัวแลคล้ายหัวกะโหลก อันเป็นที่มาของชื่อเรียก มีรูจมูกที่อยู่ด้านบนของส่วนหัวเพื่อสะดวกในการหายใจเมื่อขึ้นมาจาก[น้ำ เกล็ดที่ท้องมีพัฒนาการดี สามารถทำให้เลื้อยบนบกได้อย่างคล่องแคล่ว
มีขนาดโตเต็มที่ประมาณ 2 เมตร ในชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในน้ำ แม้กระทั่งตอนออกลูก ลูกงูแรกเกิดมีลายเหมือนตัวเต็มวัย แต่จะมีความต่างของสีมากกว่าโดยส่วนที่เป็นสีอ่อนในงูแรกเกิดมักเป็นสีชมพู เมื่อโตขึ้นสีจะเข้มขึ้นจนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ในงูขนาดใหญ่แทบจะไม่เห็นลายบนตัว
พบกระจายพันธุ์ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในแหล่งน้ำ สำหรับในประเทศไทย งูหัวกะโหลกมักจะอาศัยตามแหล่งน้ำนิ่ง น้ำไม่ไหลเชี่ยว ต่างกับพื้นที่ภาคใต้ที่มักจะอาศัยอยู่ในลำธารหรือโตรกธารน้ำไหล โดยจะหลบตัวอยู่ตามซอกหินเพื่อไม่ให้กระแสน้ำพัดพาไป หากินสัตว์น้ำและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเช่น ปลา, กบ เป็นอาหาร โดยพฤติกรรมการล่าเหยื่อมีทั้งแบบซ่อนอยู่นิ่ง ๆ ให้เหยื่อเข้ามาหาเอง และบุกจู่โจมเหยื่อเอง
เป็นงูที่มีนิสัยไม่ดุร้าย มีพิษที่อ่อนมาก ไม่ปรากฏว่าทำร้ายมนุษย์ได้ ผู้ที่โดนกัดจะมีแผลเพียงเลือดออกเท่านั้น จึงนิยมเลี้ยงกันเป็นสัตว์เลี้ยงสำหรับผู้ที่นิยมเลี้ยงสัตว์เลื้อยคลาน นอกจากนี้แล้ว งูหัวกะโหลกยังใช้ประโยชน์จากหนังบนหัวในเชิงอุตสาหกรรมเครื่องหนัง อีกด้วย[3]
อ้างอิง [แก้]
| คอมมอนส์ มีภาพและสื่ออื่น ๆ เกี่ยวกับ: Homalopsis buccata |
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
ข้อมูลเกี่ยวข้องกับ Homalopsis buccata จากวิกิสปีชีส์