พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตราสัญลักษณ์พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
ชื่อ พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
วันและเวลา 8 มิถุนายน13 มิถุนายน พ.ศ. 2549
สถานที่ ไทย กรุงเทพมหานคร
ผู้จัด รัฐบาลไทยและสำนักพระราชวัง
โอกาส งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุมัติหมายกำหนดการ พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ระหว่าง วันพฤหัสบดีที่ 8—วันอังคารที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2549 ดังต่อไปนี้

วันพฤหัสบดีที่ 8 มิถุนายน พุทธศักราช 2549[แก้]

พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน 
เวลา 17.00 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยสูรยพิมาน ภายใน พระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ทักษิณานุประทาน ถวาย พระบรมอัฐิ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนิน โดย รถยนต์พระที่นั่ง จาก พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยัง พระบรมมหาราชวัง เข้าทาง ประตูวิเศษไชยศรี เทียบ รถยนต์พระที่นั่ง ที่หน้า พระทวารเทเวศรรักษา

เวลา 17.00 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนิน เข้าสู่ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ พสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการ บูชา พระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ของ พระบรมอัฐิ ที่ประดิษฐาน ณ พระที่นั่งบุษบกมาลามหาพิมาน แล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงจุดธูปเทียน เครื่องราชสักการะ ถวายบังคม

พระโกศพระบรมอัฐิ สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ประกอบด้วย

พระโกศพระบรมอัฐิ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมราชินี และ สมเด็จพระบรมราชเทวี ประกอบด้วย

พระโกศพระบรมอัฐิ สมเด็จพระบรมราชชนก และ สมเด็จพระบรมราชชนนี ประกอบด้วย


ที่ประดิษฐาน บน พระราชบัลลังก์ (พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์) ภายใต้ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วย เครื่องบรมราชอิสริยราชูปโภค ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน

ทรงประกอบพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยสูรยพิมาน พระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคน พัดรองที่ระลึก พระราชกุศลทักษิณานุประทาน แด่ สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ ที่จะสวด พระพุทธมนต์ และ พระราชาคณะ ที่จะถวาย พระธรรมเทศนา รวม 26 รูป จากนั้น พระสงฆ์ 25 รูป สวดพระพุทธมนต์ จบแล้วสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จ พระบรมราชินีนาถทรงจุดธูปเทียน เครื่องทรงธรรม พระราชาคณะ ถวายพระธรรมเทศนา กัณฑ์หนึ่ง จบแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมกัณฑ์เทศน์ แล้ว ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้น สดับปกรณ์ พระบรมอัฐิ สมเด็จพระบรมราชบูรพการี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนิน ไปประทับ รถยนต์พระที่นั่ง ที่ พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนิน กลับ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2549[แก้]

ดูรายละเอียดที่ พระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และเสด็จออกมหาสมาคม พ.ศ. 2549

พระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช 
เวลา 10.19 นาฬิกา ณ พลับพลาพิธี พระที่นั่งชุมสาย บริเวณข้าง พระที่นั่งอนันตสมาคม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี, ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์, พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จฯ ในพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในการนี้ คุณพลอยไพลิน และ คุณสิริกิติยา เจนเซน โดยเสด็จฯ ด้วย

เวลา 10.19 นาฬิกา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินเข้าสู่พลับพลาพิธี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธปฏิมาปางประจำรัชกาล สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช เสร็จแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนพัดรองที่ระลึก พระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช แด่สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ 10 รูป แล้วประทับ พระราชอาสน์ ทรงศีล สมเด็จพระราชาคณะถวายศีล จบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนิน ไปยัง พระที่นั่งชุมสาย ที่ตั้งเครื่องบวงสรวง บริเวณด้านหน้าพลับพลาพิธี ทรงแปรพระพักตร์สู่ปราสาทพระเทพบิดร และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ทรงจุดธูปเทียน เครื่องราชสักการะ บวงสรวง สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมแตร ดุริยางค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถประทับพระราชอาสน์ ที่มุขหน้าพลับพลาพิธี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์ อ่านประกาศบวงสรวง ในขณะนั้น ผู้ที่เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททุกหมู่เหล่า ยืนประนมมือ แสดงคารวะบูชา ผินหน้าไปทาง พระที่นั่งชุมสาย เมื่อพระราชครูวามเทพมุนี อ่านประกาศบวงสรวง จบ โหรหลวงลั่นฆ้องชัย พราหมณ์เป่าสังข์ ภูษามาลาแกว่งบัณเฑาะว์ ชาวพนักงานประโคมแตร ดุริยางค์ จบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคน จตุปัจจัยไทยธรรม แด่ สมเด็จพระราชาคณะ และ พระราชาคณะ เสร็จแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายพระพรชัยมงคลคาถาพิเศษ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสร็จแล้ว พระสงฆ์ออกไปรับพระราชทานฉัน ที่ ตำหนักสวนบัวเปลว ภายใน พระที่นั่งวิมานเมฆ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนิน ขึ้นยัง ท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม

พระราชพิธีเสด็จออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล 
เวลา 11.29 นาฬิกา ณ สีหบัญชร ระเบียงหน้า พระที่นั่งอนันตสมาคม
สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน พระบรมวงศานุวงศ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ออกมหาสมาคม ทรงรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาส พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี นับตั้งแต่พ.ศ1872นับเป็นพระราชพิธีฉลองสิริราชบัตรครบ60ปีครั้งแรกของไทย

เวลา 11.29 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ออกสีหบัญชร มุขด้านทิศใต้ ชาวพนักงาน กระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และตำรวจ ยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติ ฝ่ายละ 20 นัด พระสงฆ์ทั่วราชอาณาจักร เจริญชัยมงคลคาถา ย่ำฆ้องกลองระฆัง พร้อมกับ การประกอบพิธีกรรมของศาสนาอื่นๆ

เสด็จออก ณ สีหบัญชรพระที่นั่งอนันตสมาคม วันที่ 9 มิถุนายน 2549

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน พระบรมวงศานุวงศ์ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนิน ไปเฝ้าฯ ณ ท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม

จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ ทหาร-พลเรือน และ ราษฎรทุกหมู่เหล่า

นายสุชน ชาลีเครือ รักษาการประธานวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน สมาชิกรัฐสภา

พสกนิกรกล่าวถวายพระพรกึกก้องลานพระราชวังดุสิต

นายชาญชัย ลิขิตจิตถะ ประธานศาลฎีกา เปิดกรวยกระทงดอกไม้ ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล แทน ข้าราชการตุลาการ จบแล้ว ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ จากนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสตอบ จบแล้ว ชาวพนักงาน กระทั่งมโหระทึก ประโคมแตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ แตรวงบรรเลง เพลงสรรเสริญพระบารมี

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงประทับ ณ สีหบัญชร สักครู่ แล้วจึงเสด็จกลับเข้าไปใน ท้องพระโรง พระที่นั่งอนันตสมาคม จากนั้น จึงเสด็จฯ กลับ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

วันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน 2549[แก้]

ทรงประกอบพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหศูรยพิมาน พระบรมมหาราชวัง
พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี 
เวลา 17.00 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย มไหยสูรยพิมาน ภายใน พระบรมมหาราชวัง

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนิน โดย รถยนต์พระที่นั่ง จาก พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต ไปยัง พระบรมมหาราชวัง เข้าทาง ประตูวิเศษไชยศรี เทียบ รถยนต์พระที่นั่ง หน้า พระทวารเทเวศรรักษา

เวลา 17.00 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนิน เข้าสู่ พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคน สัญญาบัตร พัดยศ แด่ พระสงฆ์ ซึ่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ใหม่ ตามลำดับ จำนวน 69 รูป

ในขณะนั้น พระสงฆ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา ชาวพนักงาน ประโคม สังข์ แตร ดุริยางค์ ปี่ กลองชนะ และปี่พาทย์ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ ที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะ ถวายอดิเรก ออกจาก พระที่นั่งฯ เจ้าพนักงาน กองศาสนูปถัมภ์ กรมการศาสนา นิมนต์ พระสงฆ์ 99 รูป ที่จะ เจริญพระพุทธมนต์ ใน พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ขึ้นนั่งยัง อาสนสงฆ์ พร้อมแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการ บูชา พระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์ ประจำรัชกาลแห่งพระองค์ ที่ ประดิษฐาน บน พระที่นั่งบุษบกมาลามหาพิมาน แล้วทรงประเคน พัดรองที่ระลึก พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี แด่ สมเด็จพระราชาคณะ ประธานสงฆ์

จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคน พัดรองที่ระลึกฯ แด่ สมเด็จพระราชาคณะ และ พระราชาคณะ จนครบ 99 รูป เสร็จแล้ว ทรงศีล พระสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์ ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี จบแล้ว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม แด่ สมเด็จพระราชาคณะ ประธานสงฆ์ แล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงประเคน จตุปัจจัยไทยธรรม แด่ สมเด็จพระราชาคณะ และ พระราชาคณะ จนครบ 99 รูป

ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา สมเด็จพระราชาคณะ นำถวายพระพร ชัยมงคลคาถาพิเศษ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่งฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย บูชา เทพยดา รักษา พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ ที่ ประดิษฐาน บน พระราชบัลลังก์ ภายใต้ พระนพปฎลมหาเศวตฉัตร ตกแต่ง ต้นไม้ทอง ต้นไม้เงิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พราหมณ์ และ โหรหลวง เบิก แว่นเวียนเทียน

เสด็จออกทรงรับพระประมุขต่างประเทศที่เสด็จฯ มาทรงร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม

พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี นายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา ประธานศาลฎีกา ข้าราชการ ทหาร-พลเรือน รับ แว่นเวียนเทียน สมโภช ฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี ชาวพนักงานประโคม ฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ เวียนเทียนครบ 3 รอบ แล้ว

พระราชครูวามเทพมุนี หัวหน้าพราหมณ์ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวาย น้ำเทพมนตร์ แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแล้ว ทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวาย ใบสมิต แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสำหรับปัดพระองค์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่าย เครื่องเบญจราชกกุธภัณฑ์ พระราชลัญจกรประจำรัชกาล และ พระราชลัญจกรประจำพระองค์ ที่ ประดิษฐาน บน พระราชบัลลังก์ เช่นเดียวกัน เสร็จแล้ว

เสด็จพระราชดำเนิน ไปประทับ รถยนต์พระที่นั่ง ที่ พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต

วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน 2549[แก้]

กระบวนเรือพระราชพิธี
พิธีถวายพระพรชัยมงคล 
เวลา 13.39 นาฬิกา ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม
พิธีทอดพระเนตรกระบวนเรือพระราชพิธี 
เวลา 17.30 นาฬิกา ณ ราชนาวิกสภา
พิธีเปิดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติด้านการพัฒนา 
เวลา 18.30 นาฬิกา ณ หอประชุมกองทัพเรือ

วันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2549[แก้]

พระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำแด่พระประมุขต่างประเทศ ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร
พิธีพระราชทานเลี้ยงพระกระยาหารค่ำ แด่ สมเด็จพระราชาธิบดี สมเด็จพระราชินี และ ผู้แทนพระประมุข 
เวลา 19.30 นาฬิกา ณ ท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ท้องพระโรงกลาง พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติ และ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร

พระราชอาคันตุกะ[แก้]

มีประเทศที่มีสมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี ตอบรับคำกราบบังคมทูลเชิญ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย ของรัฐบาลไทย เพื่อร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในวโรกาสนี้ อย่างเป็นทางการ จำนวน 25 ประเทศ โดยมีสมเด็จพระราชาธิบดี และสมเด็จพระราชินี ที่จะเสด็จฯ มาด้วยพระองค์เอง เป็นจำนวน 13 ประเทศ นับเป็นการชุมนุมของพระประมุขจากประเทศต่างๆ มากที่สุดในโลก

ตราสัญลักษณ์[แก้]

ตราสัญลักษณ์ งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี พุทธศักราช 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตราสัญลักษณ์ สำหรับงานเฉลิมฉลองอันเป็นมหามงคลยิ่งนี้ จากการทูลเกล้าทูลกระหม่อม ถวายแบบ โดยรัฐบาล เพื่อทรงเลือกแบบที่เหมาะสมดังกล่าว ตราสัญลักษณ์นี้ ออกแบบโดย นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]