คุจิกิ ลูเคีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตัวละคร เทพมรณะ
คุจิกิ ลูเคีย
คุจิกิ ลูเคีย
อาชีพ รองหัวหน้าหน่วยที่ 13
วันเกิด 14 มกราคม
อายุ เกือบ 10 รอบของ อิจิโกะ(ถ้านับเป็นอายุ คน จะน้อยกว่า อิจิโกะปีนึง)
สีผม สีดำ
สีตา สีดำ
ส่วนสูง 144 เซนติเมตร
น้ำหนัก 33 กิโลกรัม
หมู่เลือด B
ดาบฟันวิญญาณ โซเดะโนะชิรายูกิ
พากย์เสียงโดย ฟุมิโกะ โอริคาสะ (ญี่ปุ่น)
ปัทมวลัย (ไทย)
ศันสนีย์ ติณห์กีรดีศ (ไทย)

คุจิกิ ลูเคีย (ญี่ปุ่น: 朽木ルキア Kuchiki Rukia ?) เป็นตัวละครเอกจากการ์ตูนเรื่องเทพมรณะ และเป็นยมทูตรองหัวหน้าหน่วยที่ 13 แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์

ลักษณะ/อุปนิสัย[แก้]

ยมทูตหญิงที่นิสัยค่อนข้างเฮี้ยว หน้าตาสวยน่ารัก ตัวเล็ก ไว้ผมสั้นสีดำ ชอบทำตาขวางและมักจะแสดงอารมณ์รุนแรงเวลาไม่ค่อยพอใจอะไร โผงผาง ปากไว แต่แท้จริงเป็นคนดีมาก ขี้กังวล มีความรับผิดชอบ เป็นห่วงเป็นใยคนอื่นตลอดเวลา อ่อนโยนและก็ชอบกระต่ายจั๊ปปี้มาก เธอชอบวาดรูปกระต่าย และเชื่อมั่นในฝีมือวาดภาพของตัวเองมาก แต่ความสามารถด้านศิลปะของเธอกลับพอๆ กับเด็กประถม

ประวัติ[แก้]

คุจิกิเป็นยมทูตรองหัวหน้าหน่วยที่13 แห่ง 13 หน่วยพิทักษ์ แต่เดิมเป็นเด็กสาวที่เติบโตจากเมืองลูคอนเขตที่ 78 ใช้ชีวิตเร่ร่อนไปวันๆ ต่อมาได้มาเจอกับ อาบาราอิ เร็นจิโดยบังเอิญ และได้เป็นเพื่อนสนิทกัน โดยที่ทั้งสองคนอาศัยอยู่ในบ้านพักที่เด็กเร่ร่อนมักจะใช้เป็นที่พักพิง ตอนเด็กๆนั้นเป็นเด็กผู้หญิงที่มาดเหมือนผู้ชาย ต่อยตีเก่ง พลังวิญญาณสูง พูดจาห้าวๆด้วยเช่นกัน แต่กระนั้น กิริยาท่าทางของเธอก็แฝงความเป็นผู้ดีอยู่มาก เมื่อเพื่อนของพวกเขาเสียชีวิตไปถึงสามคน ลูเคียและ อาบาราอิ เร็นจิจึงตัดสินใจเข้าเรียนที่สถาบันชินโอเพื่อสอบเข้าหน่วยพิทักษ์ แต่ยังไม่ทันเรียนจบก็ได้รับการติดต่อให้เข้าเป็นคนของตระกูลคุจิกิ ตระกูลขุนนางชั้นสูงที่มีคุจิกิ เบียคุยะ หัวหน้าหน่วย 6 เป็นเจ้าบ้าน โดยเธอเองก็ได้รับการบรรจุเข้า 13 หน่วยพิทักษ หน่วยที่ 13 ในทันที ในช่วงที่เธอเข้าในหน่วยพิทักษ์ เธอได้รับการชี้แนะจาก "ชิบะ ไคเอ็น"รองหัวหน้าหน่วย 13 อยู่บ่อย แต่เมื่อไคเอ็นถูกฮอลโลว์เข้าสิง ทำให้เธอต้องฆ่าไคเอ็นด้วยมือของตัวเอง ซึ่งเป็นผลให้เธอรู้สึกผิดต่อคนตระกูลชิบะอยู่ตลอดมา ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าหน่วยที่ 13

บทบาท[แก้]

ภาคแรก[แก้]

ลูเคียถูกส่งมาที่โลกในคำสั่งลาดตระเวณเป็นเวลา 1 เดือน เธอได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับฮอลโลว์เพื่อช่วยอิจิโกะ และถ่ายทอดพลังยมทูตให้ ทำให้เธอต้องอาศัยกายหยาบของอุราฮาร่า คิสึเกะเพื่อฟื้นฟูพลังและอาศัยอยู่กับอิจิโกะจนกว่าจะฟื้นพลังยมทูตมาได้ แต่นั่นถือว่าเป็นการผิดกฎอย่างร้ายแรง ทำให้เมื่อพ้นช่วง 1 เดือนที่เธออยู่ในโลกมนุษย์แล้วทางโซลโซไซตี้จึงเริ่มสงสัย ในช่วงหลังของภาคแรก ลูเคียจึงถูกพากลับไปโดยคุจิกิ เบียคุยะหัวหน้าหน่วยที่ 6 ซึ่งเป็นพี่ชายบุญธรรม และอาบาราอิ เร็นจิรองหัวหน้าหน่วยที่ 6 ซึ่งเป็นเพื่อนสนิท ซึ่งอิจิโกะได้เข้าขัดขวางแต่ก็ไม่อาจจะช่วยอะไรได้ ลูเคียจึงถูกพากลับไปโซลไซตี้เพื่อรับ โทษประหารชีวิตทำให้คุโรซากิกับเพื่อนต้องบุกเข้าโซลไซตี้เพื่อช่วยเหลือลูเคีย

ภาคโซลโซไซตี้[แก้]

ลูเคียต้องรับโทษประหารจากการกระทำของตน โดยใช้"โซเคียคุ" (เครื่องมือสองชิ้นที่ใช้ในการประหาร ประกอบด้วยง้าวที่มีพลังเทียบเท่ากับดาบฟันวิญญาณ 1,000,000 เล่มและแท่นประหารที่ทนต่อดาบฟันวิญญาณได้ในปริมาณที่เท่ากัน) ซึ่งเธอต้องอยู่ในหอสำนึกตนจนกว่าจะถึงวันประหาร ซึ่งในขณะนั้นเธอได้นึกโทษตัวเองอยู่ตลอดถึงการกระทำที่ทำให้หลายๆคนต้องมารับเคราะห์ ในช่วงนั้นทั้งอิจิโกะและคนอื่นๆต่างก็พยายามที่จะเข้ามาช่วยเธอ รวมทั้งความเห็นของบรรดาหัวหน้าหน่วยต่างๆที่เริ่มแตกแยกกันในเรื่องของการประหารลูเคีย โดยที่พวกอิจิโกะได้รับความสนับสนุนจากตระกูลชิบะและตระกูลชิโฮอินทำให้การช่วยเหลือลูเคียค่อยๆสะดวกขึ้น และเมื่อถึงวันประหารที่ "เนินโซเคียคุ" อิจิโกะได้เข้ามาช่วยเธอไว้ได้ รวมทั้งการช่วยเหลือจากอุคิทาเกะ จูชิโร่หัวหน้าหน่วย 13 ซึ่งเป็นหัวหน้าของเธอเอง และเคียวราคุ ชุนซุยหัวหน้าหน่วย 8 รวมทั้งเร็นจิ ทำให้เธอรอดจากการประหารมาได้ในที่สุด

หากแต่ความจริงแล้วการประหารครั้งนี้มีเบื้องหลังที่น่าตกใจมาก โดยทุกอย่างเป็นฝีมือของอดีตหัวหน้าหน่วย 5 "ไอเซ็น โซสึเกะ" โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะใช้โซเคียคุ ในการดึงเอาอุปกรณ์ลับที่อดีตหัวหน้าหน่วย 12 อุราฮาร่า คิสึเกะ ได้ซ่อนไว้ในร่างของลูเคีย นั่นคือ "โฮเงียคุ" เพื่อแผนการของตนเอง โดยลูเคียได้ถูก "โทเซ็น คานาเมะ" หัวหน้าหน่วย 9 ที่เข้าพวกกับไอเซ็นพาตัวกลับไปที่เนินโซเคียคุ และโดนไอเซ็นดึงเอาโฮเงียวคุออกมาในที่สุดและก็เกือบจะต้องสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือของ "อิจิมารุ งิน" แต่เธอก็ได้รับการช่วยเหลือจากเบียคุยะที่เข้ามาขวางทางดาบของอิชิมารุ จากนั้นเมื่อได้รับรู้ความจริงจากปากเบียคุยะ ก็ตัดสินใจอยู่ดูแลพี่ชายบุญธรรมและพักฟื้นพลังวิญญาณของเธอที่โซลโซไซตี้

หลังจากจบศึกที่โซลโซไซตี้ ลูเคียได้รับการอภัยโทษ เพราะคำสั่งที่ให้ประหารเธอในตอนแรกเป็นคำสั่งปลอมที่ไอเซ็นทำขึ้น (โดย 46 วังกลาง ที่ทำหน้าที่ออกคำสั่งถูกไอเซ็นฆ่าไปหมดแล้วก่อนหน้านี้หลายวัน) พร้อมกับได้กลับเป็นยมทูตอีกครั้ง เธอได้รวบรวมความกล้าเข้าไปขอโทษกับพี่น้องตระกูลชิบะได้สำเร็จ

ภาคเบาท์[แก้]

ลูเคียได้กลับมาที่โลกเพื่อศึกต่อต้านเหล่าเบาท์ ที่กำลังวางแผนบุกโซลโซไซตี้ ซึ่งเธอได้โดนเบาท์ที่ชื่อ "มาบาชิ" ทำร้ายและควบคุมร่างกายเธอไว้ แต่ก็รอดมาได้เพราะโอริฮิเมะกับคุโรโดะ และรองหัวหน้าฮิซางิช่วยไว้ จนเมื่อกลับไปที่โซลโซไซตี้ เธอก็ได้สู้กับเบาท์ที่ชื่อโยชิ จนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแต่เบียคุยะมาช่วยไว้ทัน แล้วได้พักฟื้นในบ้านตระกูลคุจิกิ

ภาคอารันคาร์[แก้]

ลูเคียได้รับคำสั่งจากโซลโซไซตี้ให้เข้าร่วมต่อสู้กับอิจิโกะอีกครั้งในศึกครั้งใหม่กับอาร์รันคาร์พร้อมกับยมทูตอีก 5 คนที่ถูกส่งมาพร้อมๆกัน โดยเธอได้แกล้งทำเป็นคนบ้านแตกกับพ่อของอิจิโกะเพื่อขอการอนุญาตให้สามารถเข้าอาศัยในบ้านของอิจิโกะได้ และตอนที่กริมจอว์ แจ๊คเกอร์แจ๊คกับอารันคาร์อีก 5 ตนได้ปรากฏตัวในโลกมนุษย์ เธอก็ได้กำจัดอารันคาร์ "ดีรอย" ลงด้วยมือของตน แต่ก็ถูกทำร้ายจากกริมจอว์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ก็ได้รับการรักษาจากโอริฮิเมะ และต่อมาเธอก็ได้เข้าต่อกรกับกริมจอว์ ที่กำลังทำร้ายคุโรซากิ อิจิโกะอยู่ จนเกือบจะถูกจัดการ แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากฮิราโกะที่เป็น "ไวเซิร์ด" จนรอดมาได้ และได้รับคำสั่งจากยามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิให้กลับไปยังโซลโซไซเอตี้พร้อมกับยมทูตคนอื่นๆ

ภาคฮูเอโก้มุนโด้[แก้]

ลูเคียได้ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับเร็นจิในโลกของเหล่าฮอลโลว์ ทั้งสองได้รับความช่วยเหลือจากเบียคุยะจนสามารถเดินทางมาที่นี่ได้(เพราะเบียคุยะบอกว่าเมื่อพากลับมาก็ไม่ได้รับคำสั่งว่าให้จัดการยังไงต่อ จึงมอบผ้าคลุมให้ และยอมปล่อยให้มาฮูเอโก้มุนโด้แบบอาศัยช่องว่างของคำสั่ง) และเข้าร่วมกับอิจิโกะในการต่อสู้ด้วย โดยในระหว่างที่พวกเธอบุกเข้ามาใน "ลาส นอร์เช่" ปราสาทของไอเซ็นและเหล่าอารันคาร์ เธอได้เผชิญหน้ากับอารันคาร์ระดับเอสปาด้าลำดับที่ 9 นาม "อาโรนีโร่ อัลลูเอรี่" ซึ่งได้เปิดเผยหน้าภายใต้หน้ากากของตน ก็คือ"ชิบะ ไคเอ็น"[1] และหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากไคเอ็นเรียบร้อยแล้ว ไคเอ็นก็ได้โจมตีเธอโดยอ้างเรื่องการแก้แค้นจากที่ตนถูกลูเคียฆ่าซึ่งลูเคียเองก็ยอมรับ แต่ไคเอ็นกลับบอกว่าให้ชดใช้ด้วยการฆ่าพวกพ้องคนอื่นๆ นั่นทำให้ลูเคียบันดาลโทสะและเข้าต่อสู้กับไคเอ็นทันที แต่ด้วยฝีมือที่ต่างชั้นกันมาก ทำให้ลูเคียอยู่ในสภาวะตกที่นั่งลำบาก และในเวลานี้ก็กำลังเผชิญหน้ากับไคเอ็นที่ทำการปลดปล่อยดาบเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อการต่อสู้เริ่มไปได้พักใหญ่ ลูเคียได้ใช้วิธีล็อกร่างของไคเอ็นไว้ และทำลายผนังเพื่อให้ร่างของเขาสัมผัสแสง จนในที่สุดร่างที่แท้จริงของไคเอ็น หรืออาร์โรนีโร่ก็ปรากฏขึ้น และได้รู้ว่าเป็นฮอลโลว์ที่มีความสามารถในการกลืนกินฮอลโลว์ตนอื่นเพื่อเพิ่มพลังให้กับตนและหนึ่งในนั้นก็คือฮอลโลว์ที่รวมร่างกับไคเอ็นนั่นเอง โดยลูเคียได้เผชิญหน้ากับอาโรนีโร่ที่ปลดปล่อยดาบของตนเอง ซึ่งเธอได้เสียท่าถูกเออร์โรนีโร่เสียบด้วยเนจิบานะจนได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ด้วยแรงฮึดที่เกิดจากการนึกถึงอดีตของตนกับไคเอ็น ลูเคียได้ใช้กระบวนท่าที่สามของดาบฟันวิญญาณ "ดาบสีขาว" เล่นงานอาโรนีโร่ได้สำเร็จ และได้หมดสติไปจนเกือบจะถูกสังหารโดยโซมารีเอสปาด้าลำดับที่ 7 แต่ก็ได้รับการช่วยเหลือจากเบียคุยะก่อนจะได้รับการรักษาจากอิซาเนะจนฟื้นคืนสติ

ภาคดวงจิตแห่งศาสตรา[แก้]

เพราะยมทูตทุกตนสูญเสียดาบฟันวิญญาณของตนเองไปเพราะถูกดาบฟันวิญญาณชื่อ มุรามาสะ บังคับ ทำให้ลูเคียเป็นหนึ่งในยมทูตที่สูญเสีย โซเดะโนะชิรายุกิไป จึงต้องออกตามหาเพื่อนำกลับมาเป็นอย่างเดิม โซเดะโนะชิรายุกิได้ทำร้ายลูเคียหลายต่อหลายครั้งและครั้งสุดท้าย ลูเคียได้ตัดสินใจปลดปล่อยให้โซเดะโนะชิรายุกิเป็นอิสระจากเธอ จึงลงมือพันธนาการด้วยวิถีพันธนาการที่ 61 คุกแสงหกชั้นเพื่อให้ตัวเธอและโซเดะโนะชิรายุกิติดกันไว้ จากนั้นจึงระบายความในใจ ก่อนใช้วิถีทำลายที่ 73 เพลิงสีฟ้าถล่มดอกบัวคู่ ระเบิดทั้งตัวเองไปพร้อมๆ กับโซเดะโนะชิรายุกิ ดาบฟันวิญญาณคู่ใจ แต่ลูเคียก็ยังคงไม่ตายและโซเดะโนะชิรายุกิก็ยังคงตกอยู่ในการควบคุมของมุรามาสะเช่นเดิม จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดถึงคือ คุจิกิ เบียคุยะ กลับไปยืนหยัดอยู่ฝ่ายของมุรามาสะ ซึ่งได้ลงมือฆ่าโซเดะโนะชิรายุกิ ดาบฟันวิญญาณของลูเคีย นับเป็นดาบฟันวิญญาณแรกที่ถูกทำลายโดยมือของผู้อื่นที่ไม่ใช่เจ้าของ ตอนหลังได้มาช่วยเหลือลูเคียโดยโซเดะโนะชิรายูกิได้บอกว่าได้รับการช่วยเหลือจากหัวหน้าคุโรซึจิ มายูริไว้

ภาคไอเซ็นบุกโลกมนุษย์[แก้]

ในขณะที่ทาง 13 หน่วยพิทักษ์ส่วนหนึ่งที่อยู่ฝั่งโลกมนุษย์ได้ต่อสู้กับเอสปาด้าที่ไอเซ็นนำมา ได้สู้กันอย่างดุเดือด ทั้งคู่ของซุยฟง ฮิตสึกายะ ชุนซุย และอุคิทาเกะ ที่พอสู้ไหวก็ได้ทำการรบต่อ อีกฝั่งหนึ่งที่ไปฮูเอโกมุนโดเพื่อที่จะช่วยเหลือ อิโนะอุเอะ โอริฮิเมะอีกเหมือนกัน คุจิกิ ลูเคีย อาบาไร เร็นจิ ซาโดะ ยาสึโทระ อิชิดะ อุริว ก็ได้ทำการสู้กับหน่วยรบพิเศษของฝั่งอารันคาร์ เพื่อที่จะให้ คุโรซากิ อิจิโกะ ได้บุกไปช่วย อิโนะอุเอะได้ ทางฝั่งลูเคียได้พบกับหัวหน้าหน่วยรบที่มีพลังที่เพิ่มลูกน้องได้ไม่จำกัด ก็ได้ต่อสู้กัน แต่ดูเหมือนจะเริ่มอ่อนล้าลงไปทุกที ในที่สุดลูเคียจึงได้ใช้ท่าไม้ตายของตน จนสามารถกำจัดหัวหน้าหน่วยรบพิเศษได้สำเร็จ แต่ว่า เอสปาด้าอันดับ 0 ยามี่ ริยัลโก ที่คาดว่าจะถูก อิชิดะ อุริว เล่นงานไปแล้วกับโผล่ตัวมา พร้อมกับพลังที่น่าสะพรึงกลัวที่ถูกเก็บไว้ภายใต้ความโกรธเกรี้ยว


ภาคตัวแทนยมทูตที่หายไป[แก้]

ลูเคียได้ปรากฏตัวพร้อมกับเหล่ายมทูตระดับหัวหน้าหน่วย โดยการมาครั้งนี้มาเพื่อนำดาบที่สร้างจากพลังของเหล่าหัวหน้าหน่วยทั้ง13มามอบแก่อิจิโกะเพื่อดึงพลังยมทูตของอิจิโกะให้กลับคืนมา แต่แท้จริงมาเพื่อสังเกตการณ์และเป็นพยานในการตัดสินใจของอิจิโกะด้วย เนื่องจากเป็นกฎเก่าแก่ของโซลโซไซตี้ที่ว่า ถ้ามีตัวแทนยมทูตอีกคนปรากฏตัวแล้ว งินโจ คูโกะ จะต้องชวนเป็นพวกแน่นอน จึงจะต้องใช้เป็นเหยื่อล่องินโจให้ออกมาและทำการสังหารทั้งคู่ แต่แทนที่จะเป็นเช่นนั้นกลับมอบพลังคืนให้อิจิโกะและฟังคำตอบของอิจิโกะแทนการสังหาร

ซึ่งงินโจได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความจริงของตราตัวแทนให้ฟัง ว่าตราตัวแทนนั้นจะถูกมอบให้ตัวแทนยมทูตไม่ว่าตัวแทนคนนั้นจะทำประโยชน์แก่โซลโซไซตี้หรือไม่ ตราตัวแทนนั้นมีหน้าที่ในการควบคุม ปลดปล่อยพลังและสอดส่องพฤติการณ์ของตัวแทนยมทูตคนนั้น ซึ่งเป็นเหมือนหมากให้โซลโซไซตี้ใช้โดยที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย และคนที่เสนอกฎนี้ก็คือหัวหน้าหน่วยที่รักสงบที่สุด อุคิทาเกะ จูชิโร่นั่นเอง

แต่เมื่ออิจิโกะรับรู้ความจริงแล้ว กลับตัดสินใจที่จะเชื่อมั่นในสิบสามหน่วยพิทักษ์และหันคมดาบเข้าใส่กินโจ เพราะอิจิโกะรู้ว่าตราตัวแทนนั้นไม่มีประโยชน์ในการแสดงตัวว่าเป็นตัวแทนยมทูตกับยมทูตคนอื่นมาตั้งแต่ต้นแล้ว และคิดสงสัยตั้งแต่ตอนนั้น แต่ก็มั่นใจว่าอุคิทาเกะเลือกตัวเองทั้งยังเลือกวิธีที่ทำให้อิจิโกะเกิดความเคลือบแคลงในตราตัวแทนนี้อยู่แล้ว ทั้งที่มีวิธีมากมายที่จะหลอกใช้อิจิโกะได้โดยที่เจ้าตัวไม่มีวันรู้ จึงทำให้อิจิโกะได้เป็นตัวแทนยมทูตต่อไป

ภาค สงครามล้างเลือด 1000 ปี[แก้]

คุจิกิ ลูเคียได้เข้าสู้ในฐานะรองหัวหน้าหน่วย แต่ถูกลอบทำร้ายบาดเจ็บสาหัสจึงถูกนำไปรักษาตัวในมิติวังราชันย์ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการพักฟื้น

ดาบฟันวิญญาณ[แก้]

โซเดะโนะชิรายูกิ

ขั้นต้น (ชิไค)[แก้]

  • ชื่อ: โซเดะ โนะ ชิรายูกิ (ญี่ปุ่น: 袖白雪 / ソデ ノ シラユキ Sode no Shirayuki, หิมะขาวในแขนเสื้อ ?)
  • คำปลดปล่อย : "จงร่ายรำ โซเดะโนะชิรายูกิ" (ญี่ปุ่น: 舞え / マエイ mae ?)
  • ลักษณะ : ตัวคมดาบจะมีสีขาวทั่วทั้งเล่ม ทั้งใบมีด ด้ามดาบ โกร่งดาบ และมีริบบิ้นยาวห้อยออกมาจากปลายด้ามดาบ ได้ชื่อว่าเป็นดาบฟันวิญญาณที่งดงามที่สุดในโซลโซไซตี้
  • ความสามารถ : เป็นดาบสายน้ำแข็ง มีรูปแบบของพลังอยู่ 3 แบบ
  • ระบำที่ 1 (初めの舞) ซึคิชิโระ (ญี่ปุ่น: 月白 จันทราสีขาว ?) เป็นการใช้ดาบวาดขอบเขตวงกลมสีขาว ซึ่งจะแช่แข็งทุกสิ่งภายในขอบเขต จากพื้นจนถึงขอบฟ้าแม้จะไม่ได้เหยียบอยู่บนพื้นก็ตาม
  • ระบำที่ 2 (次の舞) ฮาคุเร็น (ญี่ปุ่น: 白漣 ระลอกขาว ?) เป็นการยิงคลื่นพลังเป็นริ้วๆ 4 สาย และจะเปลี่ยนไปเป็นคลื่นน้ำแข็งเข้าโจมตี
  • ระบำที่ 3 (参の舞) ชิราฟุเนะ (ญี่ปุ่น: 白刀 ดาบสีขาว ?) เป็นการใช้น้ำแข็งหุ้มตัวดาบเอาไว้ซึ่งถ้าแตะต้องโดนอะไรก็จะถูกแช่แข็ง ซึ่งแม้ตัวดาบจะหักไปแล้วก็ยังสามารถใช้ท่านี้ได้[2]
  • รูปร่างที่แท้จริง : ผู้หญิงอายุประมาณ25ปี ผิวขาว ผมยาวสีขาวและสวมใส่กิโมโนสีขาว สามารถใช้ท่าหิมะน้ำแข็งได้

ขั้นปลดปล่อยสวัสดิกะ (บังไค)[แก้]

  • ชื่อ: ฮัคคะโนะ โทกาเมะ (ญี่ปุ่น: 白霞罰. Hakka no Togame, ทัณฑ์หิมะขาว)
  • ลักษณะ : ตัวดาบจะเหมือนอยู่ในขั้น ชิไค แต่ตัวดาบจะใสจนสามารถมองทะลุได้ ลูเคียจะถูกสวมด้วยชุดคล้ายกิโมโนญี่ปุ่นซึ่งมีความเย็นมาก จนตัวเองกลายเป็นน้ำแข็งไปด้วย
  • ความสามารถ : ปล่อยคลื่นความเย็นที่มีพลังทำลายมหาศาลและวงกว้างออกจากร่างกายผู้ใช้

(เป็นบังไคที่ทรงพลังและเป็นอันตรายต่อตัวผู้ใช้ หากผิดพลาดอาจฆ่าผู้ใช้ได้)

อ้างอิง[แก้]

  1. เทพมรณะตอนที่ 262
  2. เทพมรณะบทที่ 268