คิงดอมฮาตส์ II

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก คิงดอมฮารตส์ II)
คิงดอมฮาตส์ II
KingdomHeartsIICover.jpg

ภาพปกเกมที่วางจำหน่ายในอเมริกาเหนือ
ผู้พัฒนา สแควร์เอนิกซ์
ผู้ผลิต สแควร์เอนิกซ์
บัวนาวิสตาเกมส์
ผู้ออกแบบ ชินจิ ฮาชิโมโตะ (game producer)
เท็ตสึยะ โนมูระ (game director, concept designer)
คาซึชิเงะ โนจิมะ (scenario writer)
โยโกะ ชิโมมูระ (composer)[1]
ซีรีส์ คิงดอมฮาตส์
อัตราส่วนภาพ 480i (SDTV)
แพลตฟอร์ม เพลย์สเตชัน 2
วันที่ออกจำหน่าย JP 22 ธันวาคม พ.ศ. 2548

NA 28 มีนาคม พ.ศ. 2549
PAL 29 กันยายน พ.ศ. 2549[1]
INT 29 มีนาคม พ.ศ. 2550 — หรือ คิงดอมฮาตส์ II ไฟนอลมิกซ์

แนว แอคชันอาร์พีจี
รูปแบบ ผู้เล่นเดี่ยว
เรตติง CERO: A (All Ages)
ESRB: Everyone 10+
PEGI: 12+
OFLC: PG
สื่อบันทึก 1 ดีวีดีรอม
อุปกรณ์ ดูอัลช็อก 2

คิงดอมฮาตส์ II (ญี่ปุ่น: キングダムハーツII ? ; อังกฤษ: Kingdom Hearts II) เป็นเกมแอคชันอาร์พีจีสำหรับเครื่องเพลย์สเตชัน 2 ที่พัฒนาโดยบริษัท สแควร์เอนิกซ์ และจัดจำหน่ายโดย สแควร์เอนิกซ์ ร่วมกับ บัวนาวิสตาเกมส์ (ปัจจุบันคือ Disney Interactive Studios) ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2548

รายละเอียด[แก้]

คิงดอมฮาตส์ II เป็นภาคต่อจาก คิงดอมฮาตส์ ซึ่งเป็นเกมที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ดิสนีย์อินเตอร์แรคทีฟ กับ สแควร์ โดยผสมผสานองค์ประกอบทั้งจาก ดิสนีย์ และ สแควร์ จนเกิดเป็นเกมแอคชันอาร์พีจีเกมนี้ขึ้นมา และเนื่องจากคิงดอมฮาตส์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้เกมนี้ได้รับการดัดแปลงเป็นนิยาย หนังสือการ์ตูน ที่มีเนื้อเรื่องอิงรากฐานตามเกม (วาดโดย ชิโร่ อามาโนะ) รวมทั้งเกมเวอร์ชัน International ที่มีชื่อว่า คิงดอมฮาตส์ II ไฟนอลมิกซ์ ซึ่งวางจำหน่ายในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2550

คิงดอมฮาตส์ II เป็นเกมลำดับที่ 3 ในซีรีส์ คิงดอมฮาตส์ เรื่องราวในเกมเกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ใน คิงดอมฮาตส์ : Chain of Memories เป็นเวลา 1 ปี โดยที่โซระ ตัวเอกของเกมใน 2 ภาคแรก ได้กลับมาเพื่อตามหาเพื่อนที่หายสาบสูญไป ในภาคนี้มีตัวละครจากภาพยนตร์ของดิสนีย์ และเกมไฟนอลแฟนตาซี มาปรากฏมากมายเช่นเดียวกับภาคก่อน ๆ และยังมี Organization XIII กลุ่มบุคคลที่เคยปรากฏตัวในภาค Chain of Memories ที่จะกลับมาเพื่อขัดขวางการผจญภัยของโซระด้วย

สำหรับตัวเกมนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยได้รับรางวัลประจำปีจากเว็บไซต์วิดีโอเกมหลายแห่ง สามารถจำหน่ายได้มากกว่า 1 ล้านชุด ภายใน 1 สัปดาห์หลังจากวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนในอเมริกาเหนือนั้นจำหน่ายได้มากกว่า 1 ล้านชุดภายใน 1 เดือน และจัดเป็นเกมที่ขายดีเป็นอันดับ 2 ประจำ พ.ศ. 2549 จนกระทั่งถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 คิงดอมฮาตส์ II มียอดจำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 3.5 ล้านชุด[ต้องการอ้างอิง]

ระบบการเล่น[แก้]

โซระใน Valor Form หนึ่งใน Drive Form ใน คิงดอมฮาตส์ II

ใน คิงดอมฮาตส์ II ผู้พัฒนาได้พยายามปรับปรุงจุดด้อยจากระบบการเล่นของภาคก่อนหน้า แต่ยังคงมีระบบที่คล้ายคลึงกับ คิงดอมฮาตส์ ผู้เล่นจะควบคุมโซระโดยตรงจากมุมมองของกล้องแบบบุคคลที่ 3 หรือสามารถปรับเปลี่ยนเป็นมุมมองแบบบุคคลที่ 1 ก็ได้ การเล่นส่วนใหญ่จะอยู่บน interconnected field map ที่มีการต่อสู้เกิดขึ้น เกมจะดำเนินไปแบบเส้นตรงจากเหตุการณ์หนึ่งไปสู่เหตุการณ์ต่อไป ซึ่งปกติแล้วจะแสดงในรูปของคัตซีน และยังมีเควสต์เสริมมากมายที่จะมีโบนัสสำหรับตัวละคร

คิงดอมฮาตส์ II ใช้ระบบ Experience Point สำหรับกำหนดการพัฒนาของตัวละครเช่นเดียวกับเกมอาร์พีจีเกมอื่น ๆ เมื่อตัวละครปราบศัตรูได้ ผู้เล่นจะได้รับ Experience ที่ส่งผลให้เกิด "level up" แล้วตัวละครจะแข็งแกร่งมากขึ้นและได้รับความสามารถใหม่ ๆ นอกจากนี้+ทั้งใน คิงดอมฮาตส์ และ คิงดอมฮาตส์ II จะมีระบบปรับแต่งตัวละครอย่างถาวรผ่าน Tutorial สั้น ๆ ที่จุดเริ่มต้นของเกม

การต่อสู้ใน คิงดอมฮาตส์ II มีลักษณะเป็น real time และต้องใช้ปุ่มกดสำหรับสั่งให้ตัวละครบนหน้าจอโจมตี รายการคำสั่งที่คล้ายกับในซีรีส์ ไฟนอลแฟนตาซี จะปรากฏขึ้นที่หน้าจอด้านล่างซ้าย ประกอบด้วยคำสั่งอื่น ๆ สำหรับต่อสู้นอกเหนือจากโจมตี เช่น ใช้เวทมนตร์ เรียกตัวละครพิเศษมาช่วยต่อสู้ หรือประสานการโจมตีร่วมกับตัวละครอื่น ๆ ในกลุ่ม สิ่งที่เพิ่มเข้ามาใหม่คือ Reaction Command เป็นคำสั่งโจมตีพิเศษแบบเจาะจงศัตรูที่จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นกดปุ่มสามเหลี่ยมในเวลาที่ถูกต้องขณะต่อสู้ Reaction Commands สามารถใช้เพื่อปราบศัตรูธรรมดาหรือหลีกเลี่ยงการถูกโจมตี และบางครั้งก็จำเป็นต่อการปราบ Boss ด้วย นอกจากตัวละครหลักแล้ว โดยปกติจะยังมีตัวละครอีก 2 ตัวในกลุ่ม ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการต่อสู้ด้วย แม้ว่าตัวละครเหล่านี้มีคอมพิวเตอร์ควบคุม แต่ผู้เล่นก็สามารถกำหนดพฤติกรรมของตัวละครได้ผ่านทางหน้าจอเมนู เช่น โจมตีศัตรูที่โซระเล็งเป้าหมายไว้

ในส่วนของ Gummi Ship จากภาคแรกได้นำมาปรับปรุงใหม่ให้มีความสนุกสนานมากขึ้นเพื่อสนองตอบตามคำวิจารณ์ของผู้เล่น โดยในภาคนี้ Gummi Ship ยังคงมีจุดประสงค์พื้นฐานเพื่อการเดินทาง แต่ได้นำระบบเก่ามาพัฒนาใหม่โดยผสมผสานระหว่าง rail shooter และ "Disney theme park ride" ผู้เล่นจะต้องบังคับ Gummi Ship ในแผนที่โลกด้วยมุมมองจากด้านบน และบินไปสู่โลกที่ผู้เล่นต้องการเข้าไป โลกต่าง ๆ นั้นไม่ได้เปิดตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเกม ผู้เล่นจะต้องเปิดเส้นทางไปสู่โลกเหล่านั้นโดยเข้าไปใน level ใหม่ แล้วควบคุมยานจากมุมมองบุคคลที่ 3 เพื่อต่อสู้กับยานของศัตรู หลังจากเปิดเส้นทางได้แล้ว ผู้เล่นจึงจะสามารถเข้าไปยังโลกที่อยู่ในเส้นทางนั้นได้ นอกจากว่าโลกนั้นจะถูกปิดกั้นตามเนื้อเรื่อง

Drive Gauge[แก้]

หนึ่งในสิ่งใหม่สำหรับภาคนี้คือ meter ที่เรียกว่า Drive Gauge ซึ่งจะไม่ recharge ที่จุดเซฟเหมือน Hit Point และ Magic Point โดย Drive Gauge จะมีหน้าที่ 2 ประการ คือ ใช้สำหรับแปลงร่างให้เป็น "Drive Form" หรือเรียกตัวละครพิเศษ ขณะที่อยู่ใน Drive Form โซระจะประสานพลังกับสมาชิกในกลุ่มทำให้แข็งแกร่งมากขึ้นและได้รับความสามารถใหม่ ๆ เช่น บาง Form สามารถถือ Keyblade ได้พร้อมกัน 2 เล่ม และใน Drive Form เหล่านี้ค่าพลังต่าง ๆ ในการต่อสู้ของโซระจะเพิ่มมากขึ้น แต่จะมี Form หนึ่งที่ทำให้ค่าพลังลดลง นอกจากนี้ Drive Form ยังทำให้โซระได้รับความสามารถที่สามารถใช้นอกการต่อสู้ได้ ในตอนแรก Drive Form จะประสานพลังกับสมาชิกในกลุ่มอีกหนึ่งตัวเท่านั้น เมื่อได้รับ Form ใหม่ จึงจะสามารถประสานพลังกับสมาชิกทั้งสองได้ ขณะที่โซระอยู่ใน Drivr Form สมาชิกในกลุ่มจะออกจากการต่อสู้ไปตามระยะเวลาของ Drive Gauge

นอกจากนี้ โซระยังสามารถเรียกตัวละคร Disney มาช่วยเหลือในการต่อสู้ได้เช่นเดียวกับภาคแรก ตัวละครที่เรียกมานี้จะมาแทนที่ตัวละคร 2 ตัวที่ต่อสู้ร่วมกับโซระในขณะนั้นจนกว่า Drive Gauge จะหมดลง จากภาคก่อนหน้าที่ตัวละครพิเศษจะถูกจำกัดความสามารถไว้เพียงอย่างเดียว ในภาคนี้ตัวละครพิเศษจะมีรายการคำสั่งเป็นของตนเองซึ่งสามารถกระทำคำสั่งใด ๆ เพียงตัวเดียวหรือทำร่วมกับโซระก็ได้ ความสามารถในการเรียกตัวละครพิเศษและ Drive Form แต่ละรูปแบบจะ level up ต่างหากจากกันและมีเกณฑ์ที่แตกต่างกัน เมื่อมี level สูงขึ้นจะมีคำสั่งให้ใช้ได้มากขึ้น และในกรณีของ Drive Form ก็จะได้รับความสามารถใหม่ ๆ ด้วย การได้Drive gaugeเต็ม ง่าย ๆ แค่เปลื่ยนเป็นฟอร์มดฟอร์มนึงแล้วเปลื่ยนโลกจะได้Drive Gaugeเต็ม

โครงเรื่อง[แก้]

Setting[แก้]

ฉากใน คิงดอมฮาตส์ II เป็นกลุ่มของฉากที่ผู้เล่นจะดำเนินเรื่องผ่าน แต่ละฉากใน Kingdom Hearts ได้รับการอ้างถึงว่าเป็น โลก หนึ่ง ใน คิงดอมฮาตส์ II ผู้เล่นสามารถเดินทางไปยังสถานที่จาก Disney fictions เรื่องต่าง ๆ รวมทั้งโลกที่สร้างขึ้นมาสำหรับซีรีส์โดยเฉพาะดังเช่นในภาคแรก ซึ่งในภาคแรกนั้น Disney based world ทั้งหมดจะ derived มาจาก Disney animated features canon ขณะที่ใน คิงดอมฮาตส์ II จะมีโลกที่สร้างมาจาก Disney live-action films อีกด้วย แต่ละโลกจะมีลักษณะและสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ Disney film ที่โลกนั้นรับเอาพื้นฐานมา ภาพกราฟิกของโลกและตัวละครสร้างมาให้เหมือนกับรูปแบบศิลปะของสิ่งแวดล้อมและตัวละครจาก Disney films ที่เกี่ยวข้องด้วย แต่ละโลกไม่มีความเกี่ยวข้องกันและตั้งอยู่แยกต่างหากจากกัน ผู้เล่นจะเดินทางจากโลกหนึ่งไปยังอีกโลกหนึ่งโดยใช้ Gummi ship

โลกบางโลกในภาคก่อนหน้าจะกลับมาปรากฏในภาคนี้ โดยมีพื้นที่ที่สร้างขึ้นใหม่และกว้างมากขึ้น และยังมีโลกที่เพิ่มเข้ามาใหม่ในภาคนี้ ได้แก่ Land of Dragons, fictionalized account ของจีนโบราณจาภาพยนตร์ Mulan; Beast's Castle, ปราสาทสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศสยุคศตวรรษที่ 19 จาก Beauty and the Beast; Timeless River, ภาพอดีตของ Disney Castle ที่มี Steamboat Willie-style animation; Port Royal, จาก Pirates of the Caribbean: The Curse of the Black Pearl; Pride land, ทุ่ง savanna กว้างใหญ่จาก The Lion King; และ Space Paranoid, โลกดิจิทัลภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของ Hollow Bastion จาก Tron นอกจากนี้ยังมี Twilight Town ที่ปรากฏเป็นครั้งแรกในภาค Chain of Memories กลับมามีบทบาทสำคัญในฐานะสถานที่เริ่มต้นของเรื่องราว และ The World That Never Was ซึ่งเพิ่มเข้ามาในภาคนี้เพื่อเป็น Headquarter ของ Organization XIII

ตัวละคร[แก้]

Leon และ Cloud ใน Hollow Bastion

ตัวละครหลัก 3 ตัวในเกมได้แก่ โซระ, เด็กชายวัย 15 ปีที่ได้รับเลือกให้เป็น master of the Keyblade ซึ่งเป็นอาวุธรูปร่างคล้ายกุญแจที่มีพลังที่จะต่อสู้กับความมืด; Donald, court magician แห่ง Disney Castle; และ Goofy, captain of the Disney Castle guard ทั้ง Donald และ Goofy ได้รับคำสั่งให้ตามหาและเฝ้าติดตาม "key" ซึ่งต่อมาได้รับการเปิดเผยว่าหมายถึง Keyblade ทั้งสองได้กลายเป็นเพื่อนของโซระระหว่างการเดินทางใน คิงดอมฮาตส์ และมีความแข็งแกร่งมากขึ้นจากมิตรภาพนี้ ตัวละคร original อื่น ๆ ได้แก่ ริคุและไคริ, เพื่อนของโซระจาก Home world ของเขา, Destiny Island; Roxas, เด็กชายปริศนาที่สามารถใช้ Keyblade ได้; และ DiZ, ชายในเสื้อคลุมสีแดงที่มีความแค้นกับ Organization XIII

ในภาคนี้ยังคงมีตัวละครทั้งจากผลงานของ Disney และ Square Enix มาปรากฏอยู่มากมายเช่นเดียวกับภาคก่อนหน้า ซึ่งนอกจากตัวละครที่เคยปรากฏมาแล้วใน คิงดอมฮาตส์ ยังมีตัวละครใหม่จาก Disney fiction ที่มาปรากฏตัวในภาคนี้เป็นครั้งแรก เช่น Scar จาก The Lion King และ Scrooge McDuck ในภาคนี้ Pete ปรากฏตัวในฐานะศัตรูที่ร่วมมือกับ Maleficent ที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมา และยังมีตัวละคร 17 ตัวจาก Final Fantasy games เช่น Auron จาก Final Fantasy X และการกลับมาของ Squall Leonhart, Cloud Strife และ Sephiroth และแม้ในภาคแรกที่จะยึดติดกับตัวละครที่ Nomura ออกแบบ แต่ในภาคนี้ก็ได้เพิ่มตัวละครที่ Nomura ไม่ได้ออกแบบโดยตรงมากขึ้น ดังเช่น Vivi จาก Final Fantaxy IX และ Setzer จาก Final Fantasy VI ที่ปรากฏตัวที่ Twilight Town

ในโลกต่าง ๆ ที่โซระเดินทางไปนั้น จะมีตัวละครเฉพาะจาก fiction ที่เป็นที่มาของโลกนั้นเข้าร่วมกลุ่มต่อสู้ด้วย ตัวอย่างเช่น Fa Mulan หญิงสาวผู้ปลอมตัวเป็นชายเพื่อเป็นทหารแทนพ่อที่เจ็บป่วย; Jack Sparrow โจรสลัดที่ต้องการยึดเรือ Black Pearl ของตนกลับคืนมา; Simba สิงโตที่เนรเทศตนเองออกจาก Pride Land ดินแดนที่ตนเป็นราชาโดยชอบธรรม; และ Tron โปรแกรมรักษาความปลอดภัยในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ Hollow Bastion ที่พยายามหยุดยั้งการยึดครองโดย Master Control Program

เนื้อเรื่อง[แก้]

คิงดอมฮาตส์ II เริ่มต้นเรื่องราว 1 ปีหลังจาก Kingdom Hearts: Chain of Memories ซึ่งโซระ Donald และ Goofy อยู่ในสภาวะหลับใหลมาตลอดปีที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูความทรงจำที่หายไป ขณะเดียวกัน Roxas ซึ่งเป็นร่าง Nobody ของโซระ ถูกกักอยู่ในภาพจำลองเสมือนของ Twilight Town ที่สร้างขึ้นโดย DiZ เพื่อที่ Roxas จะได้รวมร่างเข้ากับร่างกายเดิมเพื่อฟื้นฟูพลังของโซระ แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้แค้นของ DiZ ต่อ Organization XIII แผนการของ DiZ ถูกคุกคามเมื่อ Nobodies ของ Organization XIII ได้แทรกซึมเข้ามาในโลกเสมือน แต่ในที่สุด Roxas ก็รวมร่างเข้ากับโซระได้สำเร็จ

โซระ Donald และ Goofy ตื่นขึ้นมาใน Twilight Town ที่เป็นโลกที่แท้จริง จากนั้น King Mickey และ Yen Sid ได้นำพวกเขาไปสู่การเดินทางครั้งใหม่ จุดมุ่งหมายคือเพื่อตามหา Riku และหยุดยั้งแผนการของ Organization XIII ซึ่งเป็นองค์กรที่ควบคุม Nobodies และโซระยังได้รับเสื้อผ้าชุดใหม่ที่ทำให้สามารถรวมร่างเข้ากับสมาชิกในกลุ่มเพื่อให้มีความสามารถพิเศษเพิ่มขึ้น เรียกว่า Drive Form ภายหลังจากนั้น Maleficent ได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง และร่วมมือกับ Pete เพื่อสร้างพลังอำนาจต่อไป

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "ข้อมูลของคิงดอมฮาตส์ II". GameFAQs.  Unknown parameter |accessyear= ignored (help); Unknown parameter |accessmonthday= ignored (help)

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]