คำผวนในภาษาไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คำผวน เป็นวิธีการสลับคำ โดยใช้สระและ ตัวสะกดของพยางค์หน้าและพยางค์สุดท้าย มาสลับกัน ทำให้เกิดคำใหม่ที่อาจไม่มีความหมาย แต่การออกเสียงจะคล้องจองกับรูปเดิม ทำให้สื่อความหมายกันได้ คำผวนนั้นนิยมใช้กับคำสองหรือสามพยางค์เป็นส่วนใหญ่ เพราะสามารถสลับตำแหน่งได้ง่าย คำพยางค์เดียวนั้นไม่สามารถผวนได้ ส่วนคำหลายพยางค์ อาจต้องแยกเป็นส่วนๆ ไม่สามารถสลับตำแหน่งอย่างคำน้อยพยางค์ วิธีการสร้างคำผวน เรียกว่า "ผวน" หรือ "การผวนคำ"

หลักทั่วไปของการผวนคำ[แก้]

  1. คำผวนเป็นการเล่นทางภาษาอย่างหนึ่งในภาษาไทย ที่ใช้วิธีการผวนคำ หรือสลับตำแหน่งของเสียงสระ พยัญชนะ ยกเว้นวรรณยุกต์ที่ต้องอยู่ตำแหน่งเดิม(หมายถึงเสียง ไม่ใช่แค่รูป) ในคำสองพยางค์ขึ้นไป
  2. การสลับตำแหน่งที่สมบูรณ์จะเกิดขึ้นกับคำสองพยางค์ เช่น ดำเนิน - เดินนำ ในที่นี้ พยัญชนะต้นของทั้งสองพยางค์ยังคงตำแหน่งเดิม แต่สลับเสียงสระ (พร้อมตัวสะกด) คือ สลับ ระหว่าง สระ "อำ" กับสระ "เอิน"
  3. ในคำ 3 พยางค์ การผวนจะยุ่งยาก จึงอาจเลือกที่จะผวนเฉพาะบางคู่ของพยางค์ เช่น สวัสดี (สะ-หวัด-ดี) มักเลือกผวนเฉพาะ พยางค์ที่สองและสาม คือ หวัด (สระ "อะ" เสียงเอก+ตัวสะกด "กด") -ดี (สระ "อี" เสียงสามัญ ตัวสะกดไม่มี) -> วี (สระ "อี" เสียงสามัญ ตัวสะกดไม่มี) - ดัด (สระ "อะ" เสียงเอก + ตัวสะกด "กด")
  4. คำ 4 พยางค์ขึ้นไป ถึงแม้ไม่นิยมกันมากนัก แต่ก็ยังมีคำที่ใช้ผวนได้ โดยนำพยางค์แรกกับพยางค์สุดท้ายมาผวนกัน ส่วน 2 พยางค์ตรงกลางยังอยู่คงเดิม เช่น หมายเลขไอพี - หมีเลขไอพาย

จุดสำคัญที่สุดของการเล่นคำผวนก็คือ เสียงวรรณยุกต์ เพราะว่ามีอยู่มากมายที่เข้าใจผิดเรื่องนี้ แล้วนำไปผวนคำกันแบบผิดๆ เช่น ก้างใหญ่ - ไก่ย่าง เป็นคำผวนที่ผิด ที่ถูกต้องก็คือ ก่างไย่ - ไก่ย่าง เหตุผลก็คือ ทั้ง 2 พยางค์นี้ถึงแม่ว่าจะใช้วรรณยุกต์รูปเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วไม่ใช่เสียงเดียวกัน คำว่า ก่าง คือเสียงเอก ไย่ คือ เสียงโท แปลว่าต้องวางเสียงที่พยางแรกไว้ที่เสียงเอก และพยางค์ 2 เป็นเสียงโท ให้เหมือนเดิมเวลาจะผวนคำ เช่น คำว่าไก่ = เสียงเอก ย่าง = เสียงโท ขอให้ดูตัวอย่างต่อไปนี้ เพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นเกี่ยวกับเสียงวรรณยุกต์

รัก (โท) - เธอ (สามัญ) เร้อ (โท) - ทัก (ออกเสียสามัญด้วย)

เชียง (สามัญ) - ใหม่ (เอก) ไช (สามัญ) - เหมี่ยง (เอก)

กิน (สามัญ) - ข้าว (โท) กาว (สามัญ) - ขิ้น (โท)

คำ (สามัญ) - ผวน (จัตวา) ควน (สามัญ) - ผำ (จัตวา)

จันทบุรี - จีทะบุรัน ใช้เสียงสามัญทั้งพยางค์แรกและหลัง จึงไม่ต้องคิดมากเรื่องการวางเสียง

ทำ (สามัญ) - บุญ - ตัก - บาตร (เอก) ทาด (สามัญ) - บุญ - ตัก - บ่ำ (เอก)

อย่า (เอก) - มา - ล้อ - เล่น (โท) เหย่น (เอก) - มา - ล้อ - ล่า (โท)

คำผวนเป็นการเล่นเสียงเพื่อความสนุกสนาน บางคนนิยมใช้ผวนคำหยาบเรื่องเพศ เป็นการเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงคำหยาบนั้นตรงๆ หรือผวนคำเป็นปริศนา ซึ่งนิยมกันมากในปริศนาคำกลอนที่เรียกว่า ผะหมี นอกจากนี้ ยังมีนักเขียนจำนวนไม่น้อย ใช้การผวนชื่อจริง เพื่อนำมาใช้เป็นนามปากกา

ตัวอย่างคำผวน[แก้]

ทั่วไป[แก้]

  • อะหรี่ดอย = อร่อยดี (คำ 3 พยางค์, ผวนเฉพาะสองพยางค์หลัง)
  • สะ-หวี่-ดัด(เสียงสามัญ) = สวัสดี (คำ 3 พยางค์, ผวนเฉพาะสองพยางค์หลัง)
  • ก้างไหย่ (ก้างใหญ่) = ไก่ย่าง
  • จ่อ-เคบ(เสียงสามัญ) = เจ็บคอ
  • ส่าย-บรร-ยุด(เสียงสามัญ) = สุดบรรยาย

นามปากกาหรือชื่อคน[แก้]

[ต้องการอ้างอิง]

วรรณกรรมที่แต่งด้วยคำผวน[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  • ตามใจ อวิรุทธิโยธิน. "กลไกและรูปแบบของการผวนคำในภาษาไทยถิ่นกรุงเทพฯ ภาษาไทยถิ่นเหนือ ภาษาไทยถิ่นอีสาน และภาษาไทยถิ่นใต้ " วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต ภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ พ.ศ. ....