คาบาลออนไลน์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Cabal Online
Cabalonline.jpg
ผู้พัฒนา ESTsoft
ผู้ผลิต Game-Masters.com (EU)
เอนจิน Unknown (In House Creation)
Latest version
Release date(s) 2006-2007
แนว MMORPG
Mode(s) Online Multiplayer
Rating(s) None
Platform(s) Windows (XP, Vista)
Media Client Download
System requirements Minimum
  • Pentium III 800Mhz CPU
  • 256 MB RAM
  • 9.0c DirectX
  • 3D Accelerator
  • 56Kbps Internet Access
  • 2GB Disk Space

Recommended

  • Pentium IV 1.4Ghz CPU
  • 512 MB RAM
  • 9.0c DirectX
  • Radeon 9250
  • Graphics Card
  • 128Kbps Internet Access
  • 2GB Disk Space
Input Keyboard, Mouse

คาบาลออนไลน์ (Cabal Online เรียกอย่างย่อว่า คาบาล) คือเกมออนไลน์เล่นฟรี แบบ MMORPG สร้างโดยบริษัท ESTsoft, และเปิดโอเพ่นเบต้าในประเทศไทยในวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

โดยทั่วไป[แก้]

เป็นเกมแนว Action MMORPGมุมมองในการเล่นคล้ายกับมองจากคนอื่น คำว่าคาบาลมาจาก Kabbalah จาก ภาษาฮิบรู แปลว่าคำสั่งสอนหรือความลับ หรือมาจากภาษาอังกฤษ คือ คาบาล่า มาจากจดหมายและกระดาษจาก เจมส์และชาล เป็นเกมเก็บเลเวลที่ต้องใช้เวลาเล่นระยะเวลาหนึ่งจึงจะมีความสามารถเพิ่มขึ้นตามลำดับ เกมนี้มีจุดเด่นคือมีภารกิจให้ทำมากมายและกราฟิกที่สวยงาม จนทำให้ในเซิร์ฟเวอร์ของประเทศไทยมีคนสมัครไอดีครบ 2 ล้านไอดีในเวลาเพียงไม่ถึงเดือน ทางบริษัท ESTsoft ต้องการนำจุดเด่นมาใช้ในเกมสามอย่างคือ PKing (Player Killing), Tedious Killing (Repetitive Grinding) และ Red-Eye (Overplaying a game).

เนื้อเรื่อง[แก้]

นานมาแล้ว CABAL ได้ทำลายล้างโลกด้วยความเดือดดาลและทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก และในระหว่างที่ CABAL ได้ทำลายล้างโลกอยู่นั้นผู้ควบคุมพลังทั้ง 7 ได้พาผู้ที่มีชีวิตรอดหลงเหลืออยู่หลบหนีและร่วมกันสร้างโลกใหม่ ถึงตอนนี้ เวลาผ่านไปเกือบจะพันปีแล้ว CABAL ได้ถูกเหล่าปีศาจเข้าครอบงำจิตใจอีกครั้ง และถูกชักนำให้กลายเป็นราชาแห่งปีศาจเพื่อจะทำลายล้างโลกอีกครั้ง ถึงตอนนี้ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่าจะกล้าเผชิญหน้ากับเหล่าผู้บุกรุกหรือไม่ คุณจะได้รับบทบาทเป็นผู้กอบกู้ Nevareth เพื่อช่วยกันปกป้องโลกแห่ง Cabal และกล้าไหมที่จะเปิดเผยแผนการชั่วร้ายที่ซ่อนอยู่ว่าเป็นของใครกันแน่ ด้วยจำนวน NPC มากกว่า 100 ตัว ในโลกของ CABAL Online คุณจะพบกับเพื่อนรวมทั้งศัตรู ทั้งดีและชั่วร้าย แต่อีกด้านก็มีทั้งพันธมิตรและศัตรูปีศาจร้ายคอยเฝ้าดูอยู่แล้วคุณจะเชื่อใจใคร


ระบบสกิล[แก้]

มีความสำคัญมากในเกมคาบาล เพราะตัวละครทุกตัวล้วนแต่ต้องใช้สกิลเป็นส่วนมาก และเลเวลสกิลยิ่งมาก สกิลของตัวละครนั้นยิ่งรุนแรง และเมื่อเลเวล 30 จะมีคอมโบ หรือ การโจมตีอย่างต่อเนื่อง จะมีหลอดขึ้นมาเพื่อให้เรากดใช้

ตัวละคร[แก้]

  1. Warrior ที่สุดแห่งนักรบระยะประชิด ผู้ซึ่งมีความสามารถในการใช้ดาบยักษ์ได้อย่างทรงพลัง พวกเขาคือ ผู้สืบทอดของการควบคุมพลังยุคแรก และพวกเขาใช้พลังในการเพิ่มความสามารถของร่างกายให้สูงขึ้นโดยสมบุรณ์แบบพวกเขาให้ความสำคัญกับพลังมาก กว่าเทคนิค และสกิล ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการความแข็งแกร่งมากกว่าชุดเกราะ เช่น Armorsuit Set มี Battle Mode 2 เป็นการเปลี่ยนอาวุธจากดาบยักษ์เป็น 'เคียว' กวาดศัตรูตรงหน้าอย่างรุนแรง เมื่อเลเวล 50
  2. Blader ที่สุดแห่งนักฆ่า ผู้ใช้ดาบ 2 เล่มได้อย่างว่องไว พวกเขาคือผู้สืบทอดของการควบคุมพลังยุคกลาง ตามที่ได้มีการบันทึกไว้ใน Sage Tower ความสามารถของพวกเขานั้นพัฒนามาจากศิลปะการต่อสู้ทางตะวันออก พวกเขาสามารถใช้ดาบทั้งแบบมือเดียวและถือดาบทั้ง 2 มือ และใน Battle Mode 2 สามารถเปลี่ยนดาบทั้ง 2 ข้างให้กลายเป็น 'กรงเล็บ' เข้าข่วนศัตรูอย่างรวดเร็ว และมีความรุนแรงมหาศาลราวกับนักฆ่า
  3. Wizard ที่สุดแห่งผู้ทำลายล้าง ผู้ควบคุมพลังงานแห่ง Force พวกเขา คือ ผู้สืบทอดของ การควบคุมพลังงานยุคสุดท้าย ซึ่งเป็นมรดกที่ได้รับจากทาง Sage Tower และพวกเขาแสดงให้เห็นถึงพลังที่บริสุทธิ์ เมื่อก่อนพวกเขาใช้ไม้เท้า เพื่อเพิ่มพลัง แต่หลังจากที่มีการปรับปรุงระบบ Core Technology ขึ้นมาใหม่ ความรู้ที่ได้จากอดีต ทำให้กลายมาเป็น Orb หรือลูกแก้วเวทมนตร์ ที่มีพลังการทำลายล้างสูงด้วยธาตุต่างๆ ปัจจุบัน Orb ได้มีการพัฒนาเป็น 'คฑาเวทมนตร์'เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ใน Battle Mode 2 นั้น จะเป็นการร่ายเวทมนตร์พร้อมกันสองสกิล สร้างความเสียหายแก่ศัตรูเป็น 2 เท่าและ 2 เป้าหมาย ความเร็วเทียบได้กับการใช้ 'คอมโบ' แต่รุนแรงกว่า
  4. Force archer ที่สุดแห่งนักธนู ผู้ใช้ลูกศรที่สามารถยิงทะลุทะลวงทุกสิ่งแม้กระทั่งสายลม พวกเขากำเนิดขึ้นจากกลุ่มของ Wizard และพวกเขาได้พัฒนาแนวทางที่หลากหลายในการใช้พลังในการโจมตีระยะไกล พวกเขาใช้ Crystals เป็นอาวุธหลักและใช้ Astral Bows ในการเป็นตัวเชื่อมระหว่างพลังของตัวผู้ใช้กลายเป็นธนู หากแต่เป็นนักธนูที่ไม่จำเป็นต้องหาลูกศร เพียงแค่ใช้ Crytals อีกข้างในการสร้างลูกศรยิงใส่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ใน Battle Mode 2 นั้นสามารถเปลี่ยนธนูอาวุธประจำกายให้เป็น 'ปืนคู่' ทรงพลังที่ยิงได้สองเป้าหมาย แม้ความรุนแรงจะไม่มากแต่ความเร็วและรัวทำให้ศัตรูยากที่จะเข้าใกล้ หรือตายก่อนที่จะเข้ามาถึงตัว
  5. Force shielder ที่สุดแห่งนักรบผู้ซื่อสัตย์ ผู้ใช้พลังเพื่อการปกป้องผู้อื่น Force Shielder จะใช้โล่และดาบ เพื่อโจมตี และป้องกันได้ในคราวเดียวกัน รูปแบบการต่อสู้เฉพาะตัวนำมาซื่งแนวทางการต่อสู้อันมากมายหลากหลาย พวกเขาใช้ Crystals ที่มือซ้ายเพื่อใช้เรียก Astral Shield ขึ้นมาและใช้ดาบที่มือขวาในการโจมตี เนื่องจากพวกเขานั้นสามารถสวมใส่ Astral Shield ได้ พวกเขาจึงมีพลังป้องกันที่สูดที่สุดของทุกอาชีพ ใน Battle Mode 2 นั้นเป็นการปักดาบลงพื้นและเรียก 'โล่ยักษ์สายฟ้า' ออกมาเหวี่ยงใส่ศัตรูอย่างรุนแรง และมีพลังป้องกันเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
  6. Force blader นักดาบผู้ต่อสู้ระยะประชิดที่มีพลังป้องกันต่ำที่สุดในหมู่นักดาบ ผู้ที่มีการผสมผสานระหว่างสายดาบและสายเวทย์ได้อย่างลงตัว โดยยิงเวทย์ได้ช้าที่สุดในหมู่นักเวทย์ มีความรวดเร็วในการสร้างความเสียหายทุกครั้งที่ตวัดดาบและมีสกิลลดความสามารถ (Debuff) มากมาย แม้จะสามารถโจมตีได้ทั้งสองสาย แต่ก็ไม่ได้เหนือไปกว่าความสามารถของอาชีพอื่นๆ อาชีพนี้จึงเน้นเป็นตัวป่วนด้วยสกิลตรึงศัตรูให้อยู่กับที่ ลดเลเวลซึ่งใช้ในเนชั่นวอร์ไม่ได้ หรือแม้กระทั่งผลาญ MP จนหมดสิ้น ใน Battle Mode 2 นั้น จะเปลี่ยนแขนข้างซ้ายทั้งแขนให้เป็น 'ปืนใหญ่พลังเวทย์' ซึ่งปัจจุบันไม่สามารถใช้ยิงได้เพราะใช้การโจมตีอัตโนมัติแทนและการจ้วงแทงด้วดาบอย่างรวดเร็ว

รางวัลที่จะได้รับ เมื่อผ่านการอัพเกรตตัวละคร[แก้]

  1. Lv.10 สกิล Battle Aura
  2. Lv.20 สกิล Battle style 1
  3. Lv.30 สกิล Combo
  4. Lv.40 การตั้งกิลด์
  5. Lv.50 สกิล Battle style 2
  6. Lv.60 Titanium Glove with 2 Defense Rate Slots
  7. Lv.70 Titanium Helmet +3 with 1 Defense Rate Slot
  8. Lv.90 Osmium Helmet +3 with 1 Defense Rate Slot
  9. Lv.100 เพิ่มที่เก็บของ

ระบบจีพีเอส[แก้]

ระบบเทคโนโลยีทันสมัยที่ถูกสร้างขึ้นในยุค Honorable Age ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสำเร็จในการทดลองเพียงบางส่วนเท่านั้น แต่สมาชิกของ Sage Tower ก็ได้ทำการซ่อมแซมระบบนี้ให้ใช้งานได้อย่างได้อย่างน่าอัศจรรย์ GPS จะทำงานเป็นสองส่วนคือ "Map Function" จะทำให้ผู้เล่นทราบว่าปัจจุบันตนเองอยู่ตรงตำแหน่งไหนของแผนที่ และระบบ "Teleport Function" การเทเลพอทไปยังสถานที่ที่ถูกบันทึกด้วย Warp Code ซึ่ง GPS จะทำงานโดยอาศัยพลังแห่ง Force และในการใช้มันนั้นต้องการพลังงานจำนวนมากในการเทเลพอทแต่ละครั้ง เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ "1 Return Stone" ทุกๆครั้งที่ทำการเทเลพอท

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ[แก้]