คะนะ นิชิโนะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คะนะ นิชิโนะ
西野 カナ
ข้อมูลพื้นฐาน
ชื่อเล่น คะนะยัน (カナやん)
วันเกิด 18 มีนาคม พ.ศ. 2532
เกิดที่ มัตซึซากะ,จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น
แนวเพลง เจ-ป็อป,ป็อป,อาร์แอนด์บีร่วมสมัย
อาชีพ นักร้อง,นักแต่งเพลง
เว็บไซต์ nishinokana.com

คะนะ นิชิโนะ (ญี่ปุ่น: 西野 カナ Nishino Kana ?; 18 มีนาคม 2532, มัตซึซะกะ,จังหวัดมิเอะ — ) เป็นนักร้องเจ-ป็อปและเป็นนักแต่งเพลงของค่าย โซนี่ มิวสิก เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ญี่ปุ่น เธอเดบิวต์วันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 กับซิงเกิล "I" ทางซีเอ็นเอ็นได้กล่าวว่า เธอเป็นนักร้องยอดนิยมของวัยรุ่นหญิงในญี่ปุ่นในชิบุยะ ซึ่งเป็นที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการเลียนแบบที่ประสบความสำเร็จของโซนี่ ซึ่งเริ่มโดย เอเว็กซ์กรุป[1]

ชีวิตและอาชีพ[แก้]

คะนะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ยังเด็ก และเคยไปสหรัฐอเมริกาสองครั้ง เธอสนในเพลงในหลาย ๆ แนวประกอบด้วย ฮิบ-ฮอบ,อาร์แอนบีและเร็กเก้และเธอก็ยังสนใจในวรรณกรรมญี่ปุ่นอีกด้วย และเริ่มต้นร้องเพลงพื้นบ้านของญี่ปุ่น ความฝันที่จะเป็นนักร้องของเธอเริ่มต้นตั้งแต่อยู่ชั้นมัธยมต้น เมื่อเธออายุ 16 ปี แม่ของเธอแอบส่งเดโมเทปไปยัง Miss Phoenix Audition และเธออยู่ในระดับนักร้องแนวหน้าจากผู้สมัครประมาณ 40,000 คน และในปี 2549 เธอก็ได้เซ็นต์วัญญากับ SME Records

ในปี 2550 ขณะที่กำลังเตรียมตัวที่จะเป็นนักร้อง เธอยังได้ศึกษาเกี่ยวกับวรรณกรรมอังกฤษที่วิทยาลัยด้วย ในเวลานั้นเองเธอได้พบกับนักร้องดูโอชาวออสเตรเลีย เนอโว่ ซึ่งเสนอให้คะนะร้องเพลง "I Don't Wanna Know" อยู่ในโครงการดนตรีของเธอ โดนคานะได้เขียนเนื้อเพลงออกมาเป็นภาษาญี่ปุ่น และเปลี่ยนชื่อเพลงเป็น "I" ตั้งแต่ที่เธอเดบิวต์ เธอได้แต่งเนื้อเพลงส่วนใหญ่ด้วยตัวของเธอเอง คะนะไม่เคยมีประสบการณ์ด้ารการแต่งเพลงมาก่อนจนกระทั่งเธอเดบิวต์ เธอเดบิวต์ด้วยซิงเกิล "I" และ "Just a friend" ซึ่งเป็นการแต่งเพลงครั้งแรกในดารทำงานของเธอ ซึ่งเนื้อเพลงที่นำมาแต่งนั้นมาจากประสบการณ์จากเพื่อนของเธอและเพื่อนความรอบคอบเธอได้เขียนเนื้อเพลงใหม่หลาย ๆ รอบ ทุกครั้งภายหลังจากได้ฟังบางเพลง การฟังเพลงนั้นจะสามารถมองเห็นได้เป็นสีที่เธอชอบ,วลีเด็ดจากภาพยนตร์และสุดท้ายก็จะกลายเป็นบทหรือเหมือนกับการทำภาพยนตร์

ในเดือนธันวาคม 2550 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของเธอได้เปิดตัว และหลังจากเวลานั้น เพลง "*I* ~Merry Christmas ver.~" ก็สามารถดาวน์โหลดได้ทางดิจิตอลจากหลาย ๆ เว็บไซต์ของญี่ปุ่น ประกอบด้วย โมะ เป็นต้น เป็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่าเวอร์ชันดั้งเดิมของเพลง "I Don't Wanna Know" สามารถดาวน์โหลดได้ทางดิจิตอลในไอทูนส์ ในวันขึ้นปีใหม่ และเวอร์ชันที่เป็นแผ่นที่ออกวางจำหน่าวย 2 เดือนต่อจากนั้นในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2551

ซิลเกิลที่สองของคะนะคือ ซิลเกิล "Glowly Days" ส่วนซิลเกิลที่สามของเธอ "Style" ใช้เป็นเพลงประกอบลำดับที่สองในตอนจบของอะนิเมะเรื่องโซลอีทเตอร์ และซิงเกิลที่ 4 ของเธอ คือ "Make Up" ซึ่งใช้ในอนิเมะที่ฉายทางอินเทอร์เน็ต Chocolate Underground จากมินิซีรียส์ของประเทศอังกฤษเรื่อง Bootleg พร้อมกับเพลง B-SIDE คือเพลง "Kirari" ซึ่งเป็นเพลงประกอบฉากในเรื่อง

ภายหลังจากสี่ซิงเกิลแรก เพลงของเธอมักจะมีอารมณ์แบบเพลงอาร์แอนด์บีร่วมสมัย ในซิลเกิลที่ห้า "Tōkutemo feat. ไวซ์" ซึ่งออกเพลงเต็มแบบดิจิตอลดาวน์โหลด (Chaku Uta Full) ในวันที่ 11 มีนาคม 2552 ส่วนซีดีนั้นออกในวันที่ 18 มีนาคม 2552 เป็นครั้งแรกที่ยอดขายแผ่นเพลงของเธอเข้าไปอยู่ใน 50 อันดับแรกของยอดขายใน ออริกอน ส่วนเพลงดิจิตอลของไวซ์ "Aenakutemo feat. Kana Nishino" นั้นเปิดตัวอยู่ในอันดับที่ 9 ของ RIAJ Digital Track Chart[2]

คะนะได้ออกซิงเกิลที่หกของเธอคือ "Kimi ni Aitaku Naru Kara" ในวันที่ 3 มิถุนายน 2552 ซิลเกิลนี้สามารถทำยอดขายขั้นอันดับที่ 14 ในสัปดาห์แรกของชาร์ตออริกอน ซึ่งเป็นอันดับที่ดีที่สุดใน 6 ซิงเกิลแรกของเธอ ส่วนในเวอร์ชันดิจิตอลเปิดตัวในอันดับที่ 5 ของ RIAJ Digital Track Chart[3]

อัลบั้มของเธอ Love One ได้ออกจำหน่ายในวันที่ 24 มิถุนายน 2552 และมีเพลงเด่นจากทั้ง 6 ซิงเกิล และเพลง b-side อย่างเพลง "Celtic",Prologue~Kirari~,พร้อมห้าเพลงฉบับสมบูรณ์ที่ไม่ได้ออก:"doll" (track 3), "Girlfriend" (track 4),"Kimi no Koe o feat. Verbal (M-Flo)" (track 5),"Life goes on..." (track 7)และ "candy" (track 9) ส่วนเพลง "Kimi no Koe o" ขึ้นอันดับ 5 ของชาร์ต RIAJ's digital track charts.

คะนะได้ออกซิงเกิลที่เจ็ดของเธอคือ "Motto..." เพลงเต็มดิจิตอลดาวน์โหลดได้เผยแพร่ให้โหลดในวันที่ 14 ตุลาคม และแผ่นซีดีได้ออกในวันที่ 21 ตุลาคม 2552 โดยเพลงนี้เปิดตัวในอันดับที่ 1 ของ RIAJ Digital Track Chart.[4] เธอได้ออกเพลง Double A-SIDE คือซิงเกิล "Dear.../Maybe" ในวันที่ 2 ธันวาคม 2552 ภายหลังจากออกอีก 2 ซิงเกิลคือ ซิงเกิล "Best Friend" และ "Aitakute Aitakute" เธอก็ได้ออกอัลบั้มที่ 2 ของเธอคือ อัลบั้ม To Love ในวันที่ 23 มิถุนายน 2553

ในวันที่ 4 สิงหาคม 2553 คะนะได้ออกซิงเกิลที่ 11 ของเธอคือ "If" เป็นเพลงที่เป้นธีมซองและเพลงจบของภานยนตร์ "Naruto Shippuden The Movie: The Lost Tower" ซิงเกิลนี้ขึ้นถึงอันดับที่ 5 ของออริกอนชาร์ต และมียอดขาย 85,000 กอปปี้ และซิงเกิลที่ 12 ของเธอ "Kimi tte" ก็ได้ออกในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2553

คะนะได้ไปออกรายการ Kouhaku Uta Gassen ครั้งที่ 61 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคม 2553 กับเพลง "Best Friend" ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 คะนะได้ออกซิงเกิล "Distance" และเธอยังได้ร่วมงานกับ ไวซ์ ในซิงเกิล "By your side" ซึ่งได้ออกเพลงนี้ในวันที่ 16 มีนาคม 2554 อีกสองเดือนถัดมาในวันที่ 18 พฤษภาคม 2554 ซิงเกิล 'Esperanza' ก็ได้เผยแพร่ และก็ได้ออกซิงเกิลอีก 2 ซิลเกิลจนถึงปัจจุบันคือ "Tatoe Donna ni..." (たとえ どんなに…) และ "Sakura, I Love You?"

อ้างอิง[แก้]

  1. "Kana Nishino: The gyaru's favorite new singer" (ใน English). CNN. สืบค้นเมื่อ 2012-03-19. 
  2. "RIAJ Digital Track Chart between May 6, 2009 and May 12, 2009" (ใน Japanese). RIAJ. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23. 
  3. "RIAJ Digital Track Chart between May 20, 2009 and May 26, 2009" (ใน Japanese). RIAJ. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23. 
  4. "RIAJ Digital Track Chart between October 14, 2009 and October 20, 2009" (ใน Japanese). RIAJ. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23. 

ข้อมูลเพิ่มเติม[แก้]