คอมมานด์ & คองเคอร์
|
คอมมานด์ & คอนเควอร์
|
|
|---|---|
โลโก้ปัจจุบัน |
|
| ผู้พัฒนา | เวสท์วูด สตูดิโอ (1995-2003) อีเอ ลอสแอนเจลิส (2003-2010) ไปโอแวร์ วิคตอรี (2011- ) อีเอ เพนอมิค (2011- ) |
| ผู้วางตลาด | อิเลคโทรนิค อาร์ต |
| แพล์ตฟอร์ม | แอปเปิล แมคอินทอช, นินเทนโด 64, เพลย์สเตชัน, พีซี (เอ็มเอส-ดอส, วินโดวส์), เซก้า แซทเทิร์น, เพลย์สเตชันพอร์เทเบิล, [1] แมคโอเอสเท็น, เอกซ์บอกซ์ 360, เพลย์สเตชัน 3 |
| วางจำหน่ายแรก | คอมมานด์ & คองเคอร์ 1995 |
| วางจำหน่ายล่าสุด | คอมมานด์ & คอนเควอร์: ดิ อัลติเมต คอล์เลคชัน 2012 |
| เว็บไซต์ | เว็บไซต์หลักอย่างเป็นทางการ |
คอมมานด์ & คอนเควอร์ (อังกฤษ: Command & Conquer หรือ C&C) คือชื่อของเกมคอมพิวเตอร์แนวเกมวางแผนการรบเรียลไทม์ และ เฟิร์ตเพอร์เซินชูตเตอร์[2] พัฒนาครั้งแรกโดยบริษัท เวสท์วูด สตูดิโอ ระหว่างปี 1985 จนถึง 2003 ร่วมพัฒนากับบริษัท อิเลคโทรนิค อาร์ต
โดยเกมแรกได้วางแผงทั่วโลกใน วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2538 ใช้ ชื่อว่า Command & Conquer โดยได้รับความนิยมทั่วโลก ตลาดที่ขายดีที่สุดได้แก่ อเมริกาเหนือ, ยุโรป และ ออสเตรเลีย และได้มีการแปลเป็นภาษาอื่นๆ ได้แก่ ภาษาเยอรมัน, ภาษาฝรั่งเศส, ภาษาสเปน, ภาษาเกาหลี และ ภาษาจีน พัฒนาลงบนเครื่อง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) เล่นผ่าน ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ และยังได้พอร์ตลงเครื่อง คอนโซล และเครื่อง แมคอินทอช อีกด้วย เกม คอมมานด์ & คอนเควอร์ 3: ไทบีเรียมวอร์ส และ คอมมานด์ & คอนเควอร์ 3: เคนแรธ เป็นเกมที่พอร์ทลงเครื่องคอนโซล ซึ่งพอร์ตลงในเครื่อง เอกซ์บอกซ์ 360 และเกม คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท 3 ก็ได้มีการพัฒนาลงเครื่อง พีซี เอกซ์บอกซ์ 360 และ เพลย์สเตชัน 3 ด้วยเช่นกัน
ในปี 1999 บริษัท อิเลคโทรนิค อาร์ต ได้ซื้อบริษัท เวสท์วูด สตูดิโอ และต่อมาได้ปิดตัวลงในปี 2002 และรวมเข้ากับ อีเอ ลอสแอนเจลิส ซึ่งมีพนักงานเก่าของเวสท์วูดทำงานอยู่ แต่บางคนก็แยกตัวไปทำงานสตูดิโอใหม่ คือ Petroglyph Games
ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2003 ซีรีส์เกม คอมมานด์ & คองเคอร์ มียอดจำหน่ายทั่วโลกรวมแล้วมากกว่า 21 ล้านชุด[3] และในปี 2008 เกมในซีรีส์นี้รวมแล้วมีทั้งหมด 8 ภาคหลัก และภาคเสริมอีกมากมาย โดย เกมที่วางจำหน่ายล่าสุดคือเกม คอมมานด์ & คองเคอร์: เรดอเลิร์ท 3 และประกาศล่าสุดของเกมภาคสุดท้ายของซีรีส์ ไทบีเรียน ในชื่อว่า "คอมมานด์ & คองเคอร์ 4: ไทบีเรียน ทไวไลท์"
เนื้อหา |
[แก้] ภาคเนื้อเรื่อง
[แก้] ซีรีส์ ไทบีเรียม
เป็นซีรีส์ที่เป็นจุดกำเนิดของเกมส์ในซีรีส์ คอมมานด์ & คอนเควอร์ โดยเนื้อเรื่องกล่าวถึงการต่อสู้ระหว่างสองฝ่าย ได้แก่ ฝ่าย กองกำลังพิทักษ์โลก หรือ จีดีไอ (Global Defense Initiative - GDI) ซึ่งก็คือองค์การสหประชาชาตินั่นเอง และ ฝ่าย ภราดรภาพแห่งน็อด (Brotherhood of Nod) ซึ่งเป็นฝ่ายที่ต้องการไทบีเรียมเพื่อใช้ในการครองโลก และในภาค ไทบีเรื่ยมวอร์ส ได้เพิ่มฝ่ายที่สาม ซึ่งเป็นมนุษย์ต่างดาวที่เรียกว่า สคริน
เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นมาจากวัตถุประหลาดจากนอกโลก ที่เรียกว่า ไทบีเรียม มีรูปร่างเป็นเหมือนผลึกสีเขียว ตกลงมายังที่กราวด์ซีโร่ ประเทศอิตาลี และเกิดการแพร่กระจายไปทั่วโลก ทำลายสิ่งแวดล้อมทุกอย่างบนโลก จนถึงขั้นมนุษย์ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ จนกระทั่งมีผู้ค้นพบวิธีการใช้งาน ไทบีเรียม ซึ่งสามารถนำไปแปรรูปเป็นพลังงาน ซึ่งฝ่ายจีดีไอเป็นผู้นำในการกำจัด ไทบีเรียม ให้หมดไปจากโลก ในขณะที่ฝ่ายน็อดนั้นศรัทธาเลื่อมใสในคำทำนาย ว่าผลึกสีเขียวนี้เป็น ของขวัญจากพระเจ้า ที่มอบให้เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก
[แก้] เกมในซีรีส์นี้
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: ไทบีเรียน ดอว์น (1995)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: ไทบีเรียนซัน (1999)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: ไทบีเรียนซัน: ไฟร์สตอร์ม (ภาคเสริม) (2000)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรนนีเกด (2002)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์ 3: ไทบีเรียมวอร์ส (2007)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์ 3: เคนแรธ (ภาคเสริม) (2008)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์ 4: ไทบีเรียน ทไวไลท์ (2010)
[แก้] ซีรีส์ เรด-อเลิร์ท
เนื้อเรื่องในซีรีส์เรด-อเลิร์ทนั้นเป็นซีรีส์คู่ขนาน โดยเมื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ได้ย้อนเวลากลับไปอดีตเพื่อลบ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ออกจากประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้ไม่เกิด สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ทำให้ฝ่ายสหภาพโซเวียต นำโดย โจเซฟ สตาลิน บุกยุโรปแทน
ใน เรด-อเลิร์ท นั้นถูกตั้งเนื้อเรื่องไว้เป็น ภาคก่อนของ คอมมานด์ & คอนเควอร์ แต่หลังจากวางจำหน่ายคอมมานด์ & คอนเควอร์: เรดอเลิร์ท 2 เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เชื่อมโยงกัน
ใน เรด-อเลิร์ท 2 นั้น สหภาพโซเวียต บุกโจมตีฝ่ายสหรัฐอเมริกา โดยใช้เทคโนโลยีการควบคุมจิตใจ เพื่อกำจัดกองทัพของสหรัฐฯ และตัดระบบการใช้งานของอาวุธนิวเคลียร์ ในภาคเสริม ยูริรีเวนจ์ ที่ปรึกษาของโรมานอฟ ชื่อว่า ยูริ ได้ใช้เทคโนโลยีการควบคุมจิตใจ ของตนเองยึดครองโลก
ใน เรด-อเลิร์ท 3 สหภาพโซเวียต นำโดย ผู้นำ อนาโตลี เซอร์เดนโก ได้สร้างเครื่องย้อนเวลาเพื่อให้ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นพวกเดียวกับโซเวียต โดยหวังว่าจะทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรอ่อนแอลง แต่ความผิดพลาดทำให้ ไอน์สไตน์ ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์ และยังเกิดฝ่ายใหม่ขึ้นมา ก็คือฝ่าย จักรวรรดิแห่งแดนอาทิตย์อุทัย โดยมีเทคโนโลยีนาโน และ หุ่นยนต์ที่ล้ำยุค
ภาคเสริมสำหรับของ เรด-อเลิร์ท 3 ก็คือ คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรดอเลิร์ท 3: อัพไรซิง จำหน่ายโดย อีเอ[4] โดยภาคเสริมนี้ได้เพิ่มเติมแคมเปญใหม่ และโหมด "คอมมานเดอร์ ชาเลจ"
[แก้] เกมในซีรีส์นี้
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรดอ-เลิร์ต (1996)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท: เคาน์เตอร์สไตรค์ (ภาคเสริม) (1997)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท: ดิ อาฟเตอร์แมธ (ภาคเสริม) (1997)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท: รีเทลิเอชั่น (1998) - เป็นการรวมภาค เคาน์เตอร์สไตรค์ และ ดิ อาฟเตอร์แมธ เข้าด้วยกัน วางจำหน่ายสำหรับเครื่อง เพลย์สเตชัน
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท 2 (2000)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: ยูริ รีเวนจ์ (ภาคเสริม) (2001)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท 3 (2008)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท 3 – อัพไรซิง (ภาคเสริมแบบไม่ต้องใช้ภาคหลัก) (มีนาคม 2009)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ท (ไอโฟน) (2009)
[แก้] ซีรีส์ เจเนรัลส์
-
ดูบทความหลักที่ คอมมานด์ & คอนเควอร์: เจเนรัลส์
ซีรีส์ เจเนรัลส์ เป็นซีรีส์ที่แตกต่างจากซีรีส์อื่นๆ โดยตัวเกมใช้เอนจิน "SAGE" (หรือ Strategy Action Game Engine) ซึ่งเป็นครั้งแรกของเกม คอมมานด์ & คองเคอร์ ที่ใช้ภาพสามมิติเต็มรูปแบบในเวอร์ชันเกม RTS โดยพัฒนามาจากเอนจิน Westwood3D ซึ่งเคยใช้ในเกม คอมมานด์ & คองเคอร์: เรนนีเกด และ Emperor: Battle for Dune และเป็นครั้งแรกของเกมตระกูล C&C ที่ไม่มีภาพยนตร์คั่นฉากที่ใช้คนแสดงมาบอกเล่าเรื่องราวต่างๆในเกม อินเตอร์เฟส การก่อสร้างฐาน ในเกมนั้นต่างจากซีรีส์อื่นๆมาก[5] ในเจเนรัลส์ นั้นประกอบด้วยสามฝ่าย ได้แก่ สหรัฐอเมริกา มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและกำลังเสริม สาธารณรัฐประชาชนจีน มีการป้องกัน รถถังและทหารจำนวนมาก และ กองทัพปลดปล่อยโลก (Global Liberation Army หรือ GLA) เครือข่ายผู้ก่อการร้าย ซึ่งใช้เทคโนโลยีต่ำและยุทธวิธีการรบแบบกองโจร รถกระบะติดปืนกล และตลาดมืด ศัตรูของฝ่ายจีแอลเอคือจีนและอเมริกา ฝ่ายอเมริกานั้นมี การสนับสนุนทางอากาศ, รถถังหุ้มเกราะ และ พลซุ่มยิง ขณะที่ฝ่ายจีนนั้นใช้ระเบิดนาปาล์ม, ทหารที่มีความรักชาติสูง และแฮกเกอร์ โรงทหารของฝ่ายจีนนั้นสามารถฝึกทหารได้เร็วกว่า ฝ่ายอื่นๆ ส่วนฝ่าย จีแอลเอ ใช้การรบแบบกลอุบายและกองโจร เช่น ระเบิดพลีชีพ อาวุธชีวภาพ และเทคโนโลยีของโซเวียต ก็คือจรวด SCUD
สำหรับภาคเสริมของ เจเนรัลส์ คือ คอมมานด์ & คอนเควอร์: เจเนรัลส์ - ซีโร่ เอาเออร์ ได้เพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ๆให้ทั้งสามฝ่าย ซึ่งนำเสนอทางเลือกสามทางเลือกในการเลือก "นายพล" ของแต่ละฝ่ายที่มีลักษณะเฉพาะและยูนิตของตนเอง ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของนายพลที่ผู้เล่นเลือก มีนายพลให้เลือกทั้งหมดเก้านาย ได้แก่
- อเมริกา
- นายพล "พินพ้อยท์" ทาวน์ นายพลผู้บังคับบัญชาการใช้อาวุธอาวุธเลเซอร์
- นายพล มัลคอม "เอช" แกรนเกอร์ นายพลผู้บังคับบัญชาการใช้อาวุธกองทัพอากาศ
- นายพลหญิง อเล็กซิส อเล็กซานเดอร์ นายพลผู้บังคับบัญชาการใช้อาวุธอาวุธสุดยอด
- จีน
- นายพล "แอนวิล" ชิน ไฟ นายพลผู้บังคับบัญชาทหารราบ
- นายพล ตา ฮุน ไคว นายพลผู้บังคับบัญชารถถัง
- นายพล ซิง ไฉ เต๋า นายพลผู้บังคับบัญชาการใช้อาวุธปรมาณู
- จีแอลเอ
- เจ้าชายคาซาด นายพลผู้บังคับบัญชาการใช้กลยุทธ์อำพรางตัว
- นายพล โรแดล "เดโม" จูซิส นายพลผู้บังคับบัญชาการใช้อาวุธทำลายล้าง
- ดร. ทัค นายพลผู้บังคับบัญชาการใช้สารพิษ
ไม่มีการเพิ่มฝ่ายใหม่ในเกม และในภาคเสริมนี้มีการกลับมาใช้ภาพยนตร์คั่นฉาก โดยในรูปแบบการประกาศข่าว ก่อนเริ่มทุกภารกิจ
[แก้] เกมในซีรีส์นี้
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เจเนรัลส์ (2003)
- คอมมานด์ & คอนเควอร์: เจเนรัลส์ - ซีโร่ เอาเออร์ (ภาคเสริม) (2003)
- คอมมานด์ & คองเคอร์ (2013)
[แก้] ประวัติของผู้พัฒนา
- เวสท์วูด สตูดิโอ (1992 – 2002)
- 1995 – คอมมานด์ & คองเคอร์
- 1996 – คอมมานด์ & คองเคอร์ – โคเวิร์ท โอเปอร์เรชั่นส์
- 1996 – คอมมานด์ & คองเคอร์: เรดอเลิร์ต
- 1997 – คอมมานด์ & คองเคอร์: เรดอเลิร์ต – เคาน์เตอร์สไตรค์
- 1997 – คอมมานด์ & คองเคอร์: เรดอเลิร์ต – อาฟเตอร์แมธ
- 1997 – คอมมานด์ & คองเคอร์: โซล เซอร์ไวเวอร์
- 1999 – คอมมานด์ & คองเคอร์: ไทบีเรียน ซัน
- 2000 – คอมมานด์ & คองเคอร์: ไทบีเรียน ซัน - ไฟร์สตอร์ม
- 2002 – คอมมานด์ & คองเคอร์: เรนนีเกด
- xxxx – คอมมานด์ & คองเคอร์: เรนนีเกด 2 - ยกเลิก
- xxxx – คอมมานด์ & คองเคอร์: คอนทินั่ม - ยกเลิก
- xxxx – คอมมานด์ & คองเคอร์: ไทบีเรียม อินเคอร์ชัน - ยกเลิก
- อีเอ แปซิฟิก (หรือ เวสท์วูด แปซิฟิก) (2002 – 2003)
- 2000 – คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรด-อเลิร์ต 2
- 2001 – คอมมานด์ & คอนเควอร์: ยูริ รีเวนจ์
- 2003 – คอมมานด์ & คอนเควอร์: เจเนรัลส์
- อีเอ ลอสแอนเจลิส (2003 – 2010)
- 2003 – คอมมานด์ & คอนเควอร์: เจเนรัลส์ - ซีโร่ เอาเออร์
- 2007 – คอมมานด์ & คอนเควอร์ 3: ไทบีเรียมวอร์ส
- 2008 – คอมมานด์ & คอนเควอร์ 3: เคนแรธ
- 2008 – คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรดอเลิร์ท 3
- 2009 – ไทบีเรียม - ยกเลิก[6]
- 2009 – คอมมานด์ & คอนเควอร์: เรดอเลิร์ท 3 – อัพไรซิง
- 2010 – คอมมานด์ & คอนเควอร์ 4: ไทบีเรียน ทไวไลท์
- อีเอ เพนโนมิค (2011)
- วิคตอรี เกมส์ (2011-ปัจจุบัน)
-
- 2013 – คอมมานด์ & คองเคอร์
[แก้] อ้างอิง
- ^ Command & Conquer (PSP) ที่ IGN
- ^ "Command and conquer:Renegade, on IGN".
- ^ Electronic Arts (2003-02-11) Command & Conquer Generals Ships ข่าวหนังสือพิมพ์ เรียกดูเมื่อ 2008-04-28
- ^ Red Alert 3: Uprising announced
- ^ The Armchair Empire - PC Reviews: Command and Conquer - Generals Score: 7.9 / 10 - Omni (June 8, 2003)
- ^ http://uk.gamespot.com/news/6198367.html?tag=latestheadlines;title;1
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
|
|||||||||||||||||||||||||