ความดันโลหิตสูงไม่ทราบสาเหตุ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ความผันแปรของความดันเลือดในหัวใจห้องล่างซ้าย (เส้นสีฟ้า) และหลอดเลือดแดงใหญ่เอออร์ตา (เส้นสีแดง) ในช่วงจังหวะหัวใจบีบ และหัวใจคลาย

ความดันโลหิตสูงไม่ทราบสาเหตุ (อังกฤษ: Essential Hypertension) หรือ ความดันโลหิตสูงปฐมภูมิ (อังกฤษ: Primary Hypertension) เป็นความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจน เป็นความดันโลหิตสูงชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด ราวร้อยละ 95 ของผู้ป่วยความดันโลหิตสูงทั้งหมด[1][2][3][4] มีแนวโน้มที่จะเป็นกรรมพันธุ์ และน่าจะเป็นผลจากความสัมพันธ์ซับซ้อนระหว่างพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ความชุกของความดันโลหิตสูงไม่ทราบสาเหตุเพิ่มขึ้นตามอายุ และผู้ป่วยที่มีความดันเลือดสูงเมื่ออายุน้อยจะมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูงเมื่ออายุมากขึ้น ความดันโลหิตสูงเพิ่มความเสี่ยงของโรคสมอง หัวใจ และไตตามมา[5]

การจำแนกความรุนแรง[แก้]

การจำแนกความรุนแรงของความดันเลือดออกในปัจจุบันเป็นความดันเลือดปกติ ก่อนความดันโลหิตสูง (prehypertension) ความดันโลหิตสูงระยะที่ 1 และ 2 และความดันโลหิตเฉพาะช่วงหัวใจบีบสูง (isolated systolic hypertension) ที่มักพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ การอ่านค่าความดันใช้ค่าเฉลี่ยของการวัดความดันโลหิตในท่านั่งที่สบายและควรวัดอย่างน้อย 2 ครั้งที่มาตรวจในระยะเวลาที่ห่างกัน ในผู้ที่อายุมากกว่า 50 ปี จะวินิจฉัยภาวะความดันโลหิตสูงเมื่อมีความดันเลือดมากกว่า 140 มิลลิเมตรปรอทในช่วงหัวใจบีบ และ 90 มิลลิเมตรปรอทในช่วงหัวใจคลาย ผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 หรือ 2 หรือโรคไตและมีความดันโลหิตมากกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอทควรได้รับการรักษา[6]

ความดันโลหิตสูง "ชนิดดื้อ" (resistant) หมายถึงการใช้ยาไม่สามารถลดความดันเลือดกลับมาอยู่ในระดับปกติได้หลังจากใช้ยา 3 ชนิด[6] แนวทางการรักษาความดันโลหิตสูงชนิดดื้อได้รับการตีพิมพ์ในสหราชอาณาจักร[10] และสหรัฐอเมริกา[11]

อ้างอิง[แก้]

  1. Carretero OA, Oparil S (January 2000). "Essential hypertension. Part I: definition and etiology". Circulation 101 (3): 329–35. doi:10.1161/01.CIR.101.3.329. PMID 10645931. สืบค้นเมื่อ 2009-06-05. 
  2. Oparil S, Zaman MA, Calhoun DA (November 2003). "Pathogenesis of hypertension". Ann. Intern. Med. 139 (9): 761–76. PMID 14597461. 
  3. Hall, John E.; Guyton, Arthur C. (2006). Textbook of medical physiology. St. Louis, Mo: Elsevier Saunders. p. 228. ISBN 0-7216-0240-1. 
  4. "Hypertension: eMedicine Nephrology". สืบค้นเมื่อ 2009-06-05. 
  5. (07) 61299-9/abstract "Essential hypertension : The Lancet". สืบค้นเมื่อ 2009-06-01. 
  6. 6.0 6.1 6.2 Chobanian AV, Bakris GL, Black HR และคณะ (December 2003). "Seventh report of the Joint National Committee on Prevention, Detection, Evaluation, and Treatment of High Blood Pressure". Hypertension 42 (6): 1206–52. doi:10.1161/01.HYP.0000107251.49515.c2. PMID 14656957. 
  7. Mancia G, De Backer G, Dominiczak A และคณะ (September 2007). "2007 ESH-ESC Practice Guidelines for the Management of Arterial Hypertension: ESH-ESC Task Force on the Management of Arterial Hypertension". J. Hypertens. 25 (9): 1751–62. doi:10.1097/HJH.0b013e3282f0580f. PMID 17762635. 
  8. Williams, B; Poulter, NR, Brown, MJ, Davis, M, McInnes, GT, Potter, JF, Sever, PS, McG Thom, S, British Hypertension, Society (2004 Mar). "Guidelines for management of hypertension: report of the fourth working party of the British Hypertension Society, 2004-BHS IV". Journal of Human Hypertension 18 (3): 139–85. doi:10.1038/sj.jhh.1001683. PMID 14973512. 
  9. สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย (2012). "แนวทางการรักษาโรคความดันโลหิตสูงในเวชปฏิบัติทั่วไป พ.ศ. 2555". การประชุมวิชาการประจำปี ครั้งที่ 10 "Trends in Hypertension 2012" 17 กุมภาพันธ์ 2555. กรุงเทพฯ, ประเทศไทย. ISBN 1-111-22222-9 Check |isbn= value (help). สืบค้นเมื่อ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2555. 
  10. "CG34 Hypertension - quick reference guide" (PDF). National Institute for Health and Clinical Excellence. 28 June 2006. สืบค้นเมื่อ 2009-03-04. 
  11. Calhoun DA, Jones D, Textor S และคณะ (June 2008). "Resistant hypertension: diagnosis, evaluation, and treatment. A scientific statement from the American Heart Association Professional Education Committee of the Council for High Blood Pressure Research". Hypertension 51 (6): 1403–19. doi:10.1161/HYPERTENSIONAHA.108.189141. PMID 18391085. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]