คริส มาสเตอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คริส มาสเตอร์
An image of คริส มาสเตอร์.
ข้อมูล
ฉายา คริส มาสเตอร์
ความสูง ฟุต 4 นิ้ว (1.93 ม.)
น้ำหนัก 265 ปอนด์ (120 กก.)
เกิด 8 มกราคม ค.ศ. 1983 (31 ปี)
แซนตามอนิกา, รัฐแคลิฟอร์เนีย[1]
พำนัก ฮอลลีวูด, รัฐแคลิฟอร์เนีย
มาจาก ลอสแอนเจลิส, รัฐแคลิฟอร์เนีย
ฝึกหัดโดย โอไฮโอวาลลีย์เรสต์ลิง
อัลติเมตยูนิเวอร์ซิตี
เปิดตัว ค.ศ. 2002

คริสโตเฟอร์ ทอดด์ มอร์เดตซกีย์[2] เกิดวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 1983 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ของสมาคม เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (WWE) ในชื่อว่า คริส มาสเตอร์ เจ้าของท่าไม้ตาย Masters Lock ปัจจุบันได้ลาออกแล้ว

ประวัติในสังเวียนมวยปล้ำ[แก้]

Chris Masters เปิดตัวใน WWE ครั้งแรก ในศึก RAW โดยแมตช์แรกของเขาเจอกับ Stevie Richards ซึ่ง Masters สามารถเอาชนะได้ด้วยท่า Master Lock อีกทั้งระหว่างแมตช์ Masters ยังทำให้ Richards จมูกแตก ด้ายท่า Polish Hammer หรือ ประสานมือทุบนั่นเอง จากนั้น Masters ก็ยังคงฟอร์มร้อนแรง เขาจัด Master Lock Challenge ขึ้น เป็นรายการที่ให้คนมาแก้ท่า Master Lock โดยผู้ที่แก้ท่าได้ เขาจะให้รางวัลเป็นเงินจำนวน $1000 ต่อมา ในศึก Backlash 2005 Masters เอาชนะ Master Lock Challenge กับ Melissa Coates หลังจากนั้นทั้ง Val Venis, จ่าสลอจเตอร์ ก็ยังไม่สามารถแก้ท่าล็อกนี้ได้ และต่อมา Masters ก็มั่นใจสุดๆ หลังจากที่เขาเอาชนะ Rosey ได้ใน Raw วันที่ 18 กรกฎาคม ปี 2005 เขาจึงเพิ่มเงินสำหรับผู้ชนะได้เป็น $20,000 ไปเลย เขายังได้ประกาศต่อไปอีก “ใหญ่กว่านี้ก็ไม่กลัวนะเว้ย” ทว่าผู้ที่ออกมากลับกลายเป็น บิ๊กโชว์ ที่ออกมารับคำท้า Master Lock Challenge แต่ Chris Masters กลับปฏิเสธคำท้าของ Big Show ในศึก RAW ระหว่างช่วงเดือนสิงหาคม 2005 เขาเริ่มมาเปิดศึกกับทาง ชอว์น ไมเคิลส์ โดยมีแมชต์ Tag Team ระหว่าง Chris Masters & คาร์ลิโต้ เจอกับ Shawn Michaels & ริก แฟลร์ และเป็นฝั่งของ Masters ที่สามารถเอาชนะด้วยการทำ Ric Flair Submission ได้ ทางด้าน Chris Masters กับ Carlito จึงเริ่มเป็นกลุ่มเป็นก้อนเดียวกันขึ้นเรื่อยๆ ต่อมา ในศึก RAW วันที่ 5 กันยายน ปี 2005 Shawn Michaels ได้ท้า Master Lock Challenge ซึ่ง Masters ล็อก แต่พอ Shawn จะแก้ล็อกได้ พี่แกเกิดหมั่นไส้ Shawn ขึ้นมา เพราะ มันทนจริงๆ เลยผลัก Shawn ทิ้งไป และจัดการเอาเก้าอี้ตีเข้าให้ แล้ว Lock ใหม่จนชนะ ทั้งคู่จึงไปสะสางกันในศึก Unforgiven 2005 แต่ก็เป็น Shawn ที่เอาชนะ Masters ไปได้ ต่อมาเริ่มเกิดเรื่องราวการปะทะระหว่างค่าย สแมคดาวน์ และ RAW Masters เองก็เป็น 1 ใน 5 ของทีม RAW ในศึก Survivor Series 2005 ซึ่งในระหว่างแมชต์การปล้ำ 5 ต่อ 5 ตามประเพณีของ Survivor Series Bobby Lashly จากฝั่ง Smackdown สามารถแก้ท่า Master Lock ออกได้เป็นคนแรก และสุดท้ายก็เป็นทีม Smackdown ชนะไปได้ที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ต่อมา Chris Masters ก็ได้ถูกผลักดันอย่างรุนแรง เขาได้ขึ้นชิงแชมป์ WWE ครั้งแรกใน RAW วันที่ 28 พฤศจิกายน ปี 2005 ในแมชต์สามเส้าระหว่าง Masters, จอห์น ซีนา, เคิร์ต แองเกิล โดยในตอนนั้นทั้ง Masters กับ Angle ต่างก็มีท่า Submission ในขณะที่ตอนนั้น Cena ยังไม่มี และเป็น Masters ที่เกือบจะเอาชนะ Cena ได้ เพราะเขาสามารถใช้ท่า Master Lock จนกระทั่ง Cena หลับได้ ก่อนที่สุดท้าย Cena จะเปิดตัวท่าไม้ตาย Submission ใหม่อย่าง STF ใส่ Masters และยอมแพ้ไปในที่สุด

ในปี 2006 ก่อนที่จะถึงศึกใหญ่ประจำเดือนมกราคม ปี 2006 ต้อนรับปีใหม่อย่าง New Year’s Revolution 2006 ได้ประกาศไว้ว่า Cena จะต้องป้องกันแชมป์ WWE กับชายอีก 5 คน ภายใต้กรงโหดอย่าง Elimination Chamber ทางด้าน Masters เองก็ได้เข้าร่วมด้วยการเอาชนะรอบคัดเลือกกับ Viscera ในศึก RAW วันที่ 12 ธันวาคม ปี 2005 ผู้เข้าร่วมแมชต์ทั้งหมดได้แก่ World Tag Team Champion เคน, Carlito, Chris Masters, WWE Champion John Cena, Kurt Angle, Shawn Michaels โดย 3 สุดท้ายที่เหลือรอดคือ Cena, Masters, Carlito แต่น่าเสียดายเพราะทั้งๆที่ Masters กับ Carlito นั้นได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดในการที่จะกำจัด Cena ออกไปก่อน แล้วค่อยมาเล่นต่อทีหลัง ทว่าเป็น Carlito ที่หักหลัง Masters ในขณะที่ใช้ Master Lock ใส่ Cena ด้วยการล้วงที่จุดอ่อนของ Masters เลยแพ้ Cena ชวดแชมป์ไปทั้งคู่ถัดมาในศึก RAW วันที่ 9 มกราคม ปี 2006 หลัง New Year’s Revolution 2006 Masters ไปโวยวายใส่ Carlito ฐานที่หักหลังตัวเขาในคืนที่ผ่านมา แต่ทั้งคู่กลับถูกสั่งให้ปล้ำ Tag Team เจอกับ Kurt Angle กับ Shawn Michaels แต่ในแมชต์ด้วยความที่ Shawn กับ Kurt ไม่ถูกกันเท่าไรในตอนนั้น Shawn เลยเดินกลับไปดื้อๆ ซะยังนั้น ทำให้ Masters ฉวยโอกาส Master Lock ใส่ Kurt จนได้รับชัยชนะ ทั้งคู่จึงตัดสินใจที่จะร่วมมือกันต่อไปได้ ในศึก Royal Rumble 2006 Carlito และ Chris Masters ก็ได้เข้าร่วม และตกลงที่จะร่วมมือกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ในวันนั้นจริงหลังจากที่ทั้งคู่จัดการ Viscera ไปได้ Masters ทะลึ่งเบ่งกล้ามโชว์ Carlito เลยหักหลัง Masters ด้วยการเหวี่ยงจากข้างหลัง ทำให้ Masters ฝันสลายอดไปเป็นคู่เอก WrestleMania Masters จึงได้จับคู่กับ Carlito อีกครั้งชิงแชมป์ World Tag Team กับ Big Show & Kane ใน Wrestlemania 22 เท่านั้น และก็ยังคงเป็น Big Show & Kane ที่ป้องกันแชมป์ไว้ได้ ท้ายสุดทั้ง Carlito กับ Chris Masters ก็แตกกันจนได้ในที่สุด แต่กลับเป็นฝ่าย Carlito ที่ Turn Face ในเมื่อมีเรื่องกันก็ต้องรีบขาย ทั้งคู่มีแมชต์ต้องเจอกันใน Backlash 2006 เดือนถัดมา ทว่าเป็น Carlito ที่ชนะ Masters ซะยังงั้น หลังจากนั้นไม่นาน Masters ก็ถูกแบนเนื่องจากถูกตรวจพบว่าใช้ สารสเตอร์รอยด์ หรือ ยาโดฟกล้าม หลังจากที่ Masters กลับมาก็ถูกกดบทบาทในทันที เขาปล้ำโดยเปิดศึกกับ Super Crazy อยู่ช่วงสั้นๆ ช่วงนึง และเป็น Masters ที่แพ้อีกด้วยส่งผลให้เขาคงวนเวียนอยู่ในลีกแชมป์ Intercontinental เท่านั้น เขาได้เข้าร่วมแมชต์ชิงแชมป์ใน Six-Pack Challenge แต่ก็ยังไม่สามารถเอาชนะได้ และชัยชนะแรกหลังจากที่เขากลับมาก็มาซักทีเมื่อเขาเอาชนะ เจอร์รี ลอว์เลอร์ ได้ใน RAW วันที่ 6 พฤศจิกายน ปี 2006 โดยสัปดาห์ต่อๆ มา Jerry ก็แพ้ Master Lock Challenge แต่ท้ายที่สุด Jerry ก็เอาชนะ Masters ได้ ถัดมาใน RAW วันที่ 4 ธันวาคม ปี 2006 Masters ได้มีโอกาสขึ้นชิงแชมป์ WWE อีกครั้งกับ Cena แต่ที่พิเศษไปกว่านั้นคือ การแข่งครั้งนี้เดิมพันเข็มขัดด้วยการประลอง Master Lock Challenge แต่กลับกลายเป็น Masters ที่โดน Cena ใส่ Master Lock ซะเอง และยอมแพ้ไปในที่สุด จากนั้นบทบาทก็ไม่มีอะไรเลย

ในปี 2007 Masters ไปมีเรื่องกับคู่อริเก่าอย่าง Carlito อีกครั้ง ทั้งคู่มีแมตช์เจอกันใน New Year’s Revolution 2007 และ Masters ก็เอาชนะ Carlito ได้สำเร็จ และ Rematch ใน RAW คืนต่อมา Carlito ก็ชนะ Masters เป็นอันจบเรื่องจบราวสั้นๆ ใน RAW วันที่ 19 มีนาคม ปี 2007 แชมป์ ECW Bobby Lashly ในตอนนั้นสามารถแก้ท่า Master Lock อีกครั้ง และชนะ Master Lock Challenge ไปจนได้ ต่อมาช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน ปี 2007 แชมป์ Intercontinental ในตอนนั้นคือ ซานติโน่ มาเรลล่า Masters เองก็ขอท้าชิงแชมป์ Intercontinental แต่ตัวเขากลับแพ้ไป 4 แมชต์รวด โดยเขาเอาชนะ Santino ได้แค่ Master Lock Challenge เท่านั้น ต่อมา Chris Masters ถูกดราฟท์ตัวมาอยู่ Smackdown พอเขามาถึงก็มีเรื่องกับ Chuck Palumbo ทันทีทันใด ทั้งคู่มีแมชต์เจอกันหลายครั้ง ผลัดกันแพ้ชนะ ทว่าต่อมาไม่นาน Chris Masters ก็โดนแบนรอบสอง เพราะไม่ผ่านการตรวจยาของ WWE กระทั่งพ้นโทษแบน และกลับมาใน Smackdown วันที่ 5 ตุลาคม ปี 2007 ก็ไม่ได้มีบทบาทอะไรเป็นชิ้นเป็นอันนัก ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ปี 2007 Masters ถูกตรวจพบว่าใช้สารสเตอร์รอยด์อีกแล้ว 6 วันต่อมา Chris Masters จึงถูก WWE ไล่ออกไปในที่สุด

ในปี 2009 Chris Masters กลับมา WWE อีกครั้งภายใต้แบรนด์ RAW ขึ้นปล้ำแมตช์แรกใน RAW วันที่ 27 กรกฎาคม ปี 2009 โดยเจอกับ เอ็มวีพี ผลปรากฏว่าเป็น Double Count Out หลังแมชต์ Masters จัดการ Master Lock ใส่ MVP จนหลับ แต่อย่างไรก็ตามสัปดาห์ต่อมา MVP ก็เอาชนะ Masters คืนกลับไปได้ กระทั่งช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2009 Chris Masters ก็กลายมาเป็นฝ่ายธรรมะ โดยใน RAW วันที่ 2 พฤศจิกายน ปี 2009 ในคอนเซปต์ “RAW’s Got Talent” Masters มาโชว์ความสามารถในการเด้งนมประกอบกับจังหวะเพลง 555 ถัดมาใน RAW วันที่ 7 ธันวาคม ปี 2009 Masters ได้เล่นบทพระเอกครั้งแรก โดยขึ้นมาช่วยเหลือ ฮอร์นสวอเกอร์ ให้รอดพ้นจากน้ำมือของ ชาโว่ เกอร์เรโร่ ใน RAW วันที่ 27 ธันวาคม ปี 2007 Masters มีโอกาสได้ขึ้นชิงแชมป์ US กับ เดอะ มิซ, MVP ใน Triple Threat Match แต่ Masters ก็ยังคงไปไม่ถึงฝันอยู่ดี ต่อมา Masters ก็ไม่มีบทอะไรเท่าไรในช่วงต้นปี 2010 เขาเพียงปล้ำแมตช์ธรรมดาๆ เรื่อยๆ และก็หายไป

ในปี 2010 Masters กลับมาอีกครั้งในการดราฟท์รอบสองประจำปี 2010 Masters ถูกย้ายไป Smackdown อีกครั้ง โดยขึ้นปล้ำแมชต์แรกก็เอาชนะ Chavo Guerrero และเอาชนะ เคย์เลน ครอฟท์ ใน Master Lock Challenge ได้ หลังจากนั้น เทรนท์ บาร์เรต้า ก็ขึ้นมาช่วยกันรุมเล่นงาน Masters เป็นอันเปิดศึกเล็กๆ กับ Masters สัปดาห์ต่อมาใน Smackdown Chris Masters ร่วมแทคทีมกับ MVP เจอกับ The Dudebusters (Caylen Croft & Trent Baretta) ใน Tag Team Match ต่อมา Masters ลงไปเป็นขาประจำแห่งศึก WWE Superstars แต่ทว่าเขากับต้องมาเป็น Jobber ให้นักมวยปล้ำกระทืบเล่น เขาได้รับสถิติแพ้รวดติดต่อกัน โดยแพ้ทั้ง ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, Caylen Croft, Chavo Guerrero, ไทเลอร์ เร็กส์, แจ๊ค สแวกเกอร์ และ ดรูว์ แมคอินไตย์ เขามาปล้ำ Smackdown อีกครั้งวันที่ 9 กันยายน ปี 2010 โดยจับคู่กับ โคฟี คิงส์ตัน แชมป์ Intercontinental ในตอนนั้นเอาชนะ Chavo Guerrero และ Dolph Ziggler ไปได้ อีกทั้ง Masters ยังเอาชนะ แวนซ์ แอร์เชอร์ ใน WWE Superstars อีกด้วย Masters ก็เริ่มกลับมามีบทดี โดยเขาได้เข้าร่วม Traditional Survivor Series Elimination Tag Team Match ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ ปี 2010 Master ได้เข้าร่วมทีมของ เรย์ มิสเตริโอ เจอกับทีมของ อัลเบร์โต เดล รีโอ สุดท้ายทีมของ Rey ก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้สำเร็จ

ในปี 2011 Chris Masters ได้กลายเป็นเทพประจำศึก WWE Superstars ไปซะแล้ว เพราะเขาเอาชนะได้ทั้ง เคิร์ท ฮอว์กินส์, Tyler Reks ในทุกแมชต์ที่เจอกัน แต่ก็ยังคงเป็น Jobber ในรายการ Smackdown เสมอๆ ต่อมา Chris Masters ได้ย้ายไปอยู่ Raw จากผลดราฟท์ ในศึก Raw วันที่ 25 เมษายน ปี 2011 ที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้มีบทให้ขึ้นปล้ำเลยสักแมตช์เดียว ปัจจุบัน Chris Masters ได้ถูกไล่ออกจาก WWE ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • Ohio Valley Wrestling
    • OVW Southern Tag Team Championship (1 สมัย) – คู่กับ Brent Albright
  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI จัดในอันดับที่ 172 ของท็อป 500 นักมวยปล้ำซิงเกิ้ลแห่งปีใน PWI 500 ในปี 2010
  • Vendetta Pro Wrestling
    • Vendetta Pro Heavyweight Championship (1 สมัย)
  • World League Wrestling
    • WLW Heavyweight Championship (1 สมัย)

อ้างอิง[แก้]

  1. "Chris Masters' Bio". Accelerator's Wrestling Rollercoaster. สืบค้นเมื่อ 2008-04-05. 
  2. "California Births, 1905 - 1995". Family Tree Legends. สืบค้นเมื่อ 2009-08-10. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]