คริสเตน สจ๊วต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คริสเตน สจ๊วต
Kristen Stewart, Breaking Dawn Part 2, London, 2012 (crop).jpg
ชื่อเกิด Kristen Jaymes Stewart
คริสเทน เจย์มส สชวร์ท
เกิด 9 เมษายน ค.ศ. 1990 (24 ปี)
ลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย

คริสเตน สจ๊วต (อังกฤษ: Kristen Stewart) เกิดเมื่อวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1990 เป็นนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ชาวอเมริกัน เป็นที่รู้จักในบทจากภาพยนตร์เรื่องTwilight, Panic Room, Zathura, In the Land of Women, The Messengers, Catch That Kid, และ Into the Wild

ประวัติ[แก้]

คริสเตน สจ๊วต เกิดและเติบโตที่ ลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปัจจุบันยังคงอาศัยอยู่กับครอบครัวของเธอ[1][2][3] บิดาของเธอ จอร์น สจ๊วต เป็นผู้จัดการเวที และ โปรดิวเซอร์รายการโทรทัศน์ ทำงานให้กับฟอกซ์[4] และมารดา จูล แมนน์ สจ๊วต มีอาชีพเป็น ผู้เขียนบท พื้นเพจาก ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย[5][6][3][7] คริสเตน ศึกษาในโรงเรียนจนกระทั่งเกรดเจ็ด (มัธยมศึกษาปีที่หนึ่ง) และศึกษาต่อทางไปรษณีย์[3] เธอมีพี่ชายหนึ่งคน คาเมรอน สจ๊วต[8] ซึ่งเป็น นักเล่นกระดานโต้คลื่น และนักกีต้าร์[9] คริสเตน สจ๊วตชื่นชอบดนตรีร็อค วงดนตรีที่โปรปรานได้แก่ U2, Radiohead, The Beatles, The Specials, Laura Marling, Green Day, Nirvana และ Beck คริสเตน สจ๊วตได้แสดงความชัดเจนในความปรารถนาที่จะทำงานและใช้ชีวิตในประเทศออสเตรเลีย เธอกล่าวว่า "ฉันอยากเรียนที่มหาวิทยาลัยซิดนี่ย์ในประเทศออสเตรเลีย คุณแม่ของฉันเรียนจบจากที่นั่น"

อาชีพนักแสดง[แก้]

อาชีพนักแสดงของสจ๊วตเริ่มต้นเมื่อเธออายุได้แปดขวบ หลังจากตัวแทนเห็นการแสดงของเธอในวันคริสต์มาสที่โรงเรียนประถม บทแรกที่คริสเตน สจ๊วตได้รับเล่น เป็นบทเล็กๆ ไม่มีบทพูด ใน The Thirteen Year ภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ของ ดิสนี่ย์ แชลแนล หลังจากนั้น คริสเตน ปรากฏตัวใน ภาพยนตร์อิสระเรื่อง The Safety of Objects ซึ่งเธอรับบทเป็น ลูกสาวผู้เป็นทอมของมารดาผู้โดดเดี่ยวและมีปัญหา หลังจากนั้น สจ๊วตได้รับบทสำคัญในภาพยนตร์ฮอลีวูดเรื่อง Panic Room รับบทเป็นลูกสาวที่เป็นโรคเบาหวานไม่พูดไม่จาของแม่หม้ายหย่าร้าง ตัวภาพยนตร์ได้รับคำวิจารณ์ด้านบวกแบบทั่วๆ ไป และการแสดงของคริสเตนได้รับความสนใจในด้านดี

หลังจากความสำเร็จของภาพยนตร์เรื่อง Panic Room สจ๊วตได้เล่นในภาพยนตร์แนวระทึกขวัญอีกเรื่อง Cold Creek Manor รับบนเป็นลูกสาวของ เดนนิส ควอดส์ และชารอน สโตน ผู้รับบทเป็นพ่อแม่ในเรื่อง ตัวภาพยนตร์ค่อนข้างประสบความล้มเหลวในโรงภาพยนตร์ คริสเตนได้รับบทนำครั้งแรกในภาพยนตร์ ตลก-แอคชั่นสำหรับเด็กใน Catch That Kid กับ แมกซ์ ธียรรอท และ คอลบิน บลูล์ คริสเตนยังได้รับบทเป็น ลิล่า ในภาพยนตร์ระทึกขวัญเรื่อง Undertow จนปัจจุบันบทที่คริสเตนได้รับการกล่าวขวัญถึงมากที่สุดคงเป็นภาพยนตร์โทรทัศน์เรื่อง Speak (2004) เค้าโครงเรื่องจากนวนิยายโดยลอเรีย ฮารวร์ แอนเดอร์สัน สจ๊วตในอายุสิบสามปีรับบทเป็นนักเรียนมัธยมปลายปีแรกชื่อ มิแรนด้า ซอดิโน เด็กสาวที่ไม่ยอมพูดจาหลังจากถูกข่มขืนและยังต้องเผชิญกับความยุ่งเหยิงด้านอารมณ์มากมาย สจ๊วตได้รับเสียงชื่นชมมากมายจากการรับบทนำในเรื่องนี้ ซึ่งในเรื่องมีบทพูดเพียงไม่มากแต่สามารถคงความรู้สึกด้านมืดในความคิดของตัวละครได้ตลอดทั้งเรื่อง

ในปี 2005 สจ๊วตปรากฏตัวอีกครั้งในภาพยนตร์ตลก-แฟนตาซีเรื่อง Zatura โดยรับบทเป็น ลิซ่า พี่สาวผู้ไร้ความรับผิดชอบของน้องชายทั้งสองผู้ซึ่งเปลี่ยนบ้านของพวกเขาให้กลายเป็นยานอวกาศที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็วแล้วไม่สามารถควบคุมได้ออกไปนอกอวกาศด้วยการเล่นเกมกระดาน ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับคำชมพอสมควรจากนักวิจารณ์ แต่การแสดงของคริสเตนในเรื่องนี้กลับไม่เป็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อนักเนื่องด้วยบทบาทที่เธอได้รับจำต้องแข็งอยู่กับที่เกือบตลอดทั้งเรื่อง ในปีถัดมาคริสเตน ได้รับบทเป็น มายา จากเรื่อง The Fierce People กำกับโดย กริฟฟิน ดันน์ หลังจากภาพยนตร์เรื่องนี้ คริสเตนได้รับบทนำเป็น เจสส์ โซโลมอน ในภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรมชาติเรื่อง The Massenger ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จด้านการเงิน แต่ทว่ากลับได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบที่แย่มากจากเหล่านักวิจารณ์

ในปี 2007 คริสเตนปรากฏตัวในบทวัยรุ่น ลูซี่ ฮาร์ดวิคค์ ใน In The Land of Women ภาพยนตร์โรแมนติกดรามา รับบทนำโดย เม็ก ไรอัน และนักแสดงจาก The O.C. อดัม บรอดี้ ตัวภาพยนตร์ และการแสดงของสจ๊วตเองได้รับคำวิจารณ์ที่ผสมผสานกันทั้งบวกและลบ ในปีเดียวกันนั้นเอง คริสเตนรับบทในภาพยนตร์ดัดแปลงที่ได้รับคำวิจารณ์ที่ดีมากของ ชอนน์ เพนน์ เรื่อง Into The Wild จากการถ่ายทอดตัวละครอย่างเทรซี่ นักร้องวัยรุ่นผู้ตกหลุมรักนักผจญภัยหนุ่มอย่างคริสโตเฟอร์ แมกคานดเลส สจ๊วตได้รับคำวิจารณ์ทั่วไปในด้านดี เว็บไซต์ Salon.com พิจารณาผลงานของคริสเตนว่า "เป็นการแสดงที่หนักแน่น และเข้าถึงไว" และ Chicago Tribune เขียนว่าการแสดงของคริสเตนทำได้ "อย่างน่ารื่นเริงดี และร่างตัวละครได้สมจริง" แต่ในขณะเดียวกัน เดนนิส ฮาร์วีย์ นักวิจารณ์จากนิตยสาร Variety Magazine กลับแสดงข้อคิดเห็นด้วยความสงสัยว่า "ไม่รู้ว่าว่าสจ๊วตจงใจสื่อให้ฮิปปี้สาวอย่างเทรซี่นั้นดูจืดชืด ไร้รสชาติ หรือว่ามันออกมาเป็นอย่างนั้นเอง" หลังจากภาพยนตร์เรื่อง Into The Wild สจ๊วตปรากฏตัวสั้นๆในภาพยนตร์เรื่อง Jumper และยังปรากฏตัวในเรื่อง What Just Happen ซึ่งออกฉายในเดือนตุลาคม ปี 2008 คริสเตนยังร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่อง The Cake Eater และ The Yellow Handkerchief ภาพยนตร์อิสระทั้งสองเรื่องนี้ได้ฉายที่เทศกาลหนังเท่านั้น

ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2007 บริษัทหนัง Submit Entertainment ประกาศว่า คริสเตน สจ๊วต จะรับบทเป็น อิซาเบลล่า'เบลล่า'สวอน ในภาพยนตร์เรื่อง Twilight(ชื่อภาษาไทย: แวมไพร์ ทไวไลท์ )จากบทประพันธ์ขายดีที่สุดของ สเตฟานี่ เมเยอร์ นิยายในชื่อเดียวกันเกี่ยวกับเรื่องราวความรักระหว่างแวมไพร์

อ้างอิง[แก้]

  1. Kristen Stewart Biography - Yahoo! Movies
  2. According to the State of California. California Birth Index, 1905-1995. Center for Health Statistics, California Department of Health Services, Sacramento, California. At Ancestry.com
  3. 3.0 3.1 3.2 Kristen Stewart Interview, The Messengers - MoviesOnline
  4. Kristen Stewart - AskMen.com
  5. Larry Carroll (2008-11-21). "EXCLUSIVE: 'Twilight' Stars Kristen Stewart & Nikki Reed To Reunite, Play Men In Prison Film 'K-11'". MTV. สืบค้นเมื่อ 2008-11-28. 
  6. Jules Mann-Stewart
  7. Kristen Stewart Biography (1990-)
  8. Interview from Portrait Magazine
  9. Interview from Teen Vogue Magazine