ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บทความนี้เกี่ยวข้องกับ
ศาสนาคริสต์

Symbol สถานีย่อย

Red Cross of Christianity.png

ประวัติศาสนาคริสต์

พระเจ้า
ตรีเอกภาพ :
พระบิดา (พระยาห์เวห์) • พระบุตร (พระเยซู) • พระวิญญาณบริสุทธิ์
ความเชื่อ
พระเยซูคริสต์ :
การประสูติการรับบัพติศมาการถูกทดลองอาหารค่ำมื้อสุดท้ายการตรึงที่กางเขนการคืนพระชนม์การเสด็จขึ้นสู่สวรรค์การมาครั้งที่สองการพิพากษาครั้งสุดท้าย

เทววิทยาการตกในบาปความรอดหลักข้อเชื่อของอัครทูตพระบัญญัติสิบประการ

คัมภีร์
คัมภีร์ไบเบิล :
ภาคพันธสัญญาเดิมภาคพันธสัญญาใหม่พระวรสาร
ประวัติ
ยุคแรกสภาสังคายนาสากลมหาศาสนเภทสงครามครูเสดการปฏิรูปศาสนา
อัครทูต
สิบสองอัครทูต :
ซีโมนเปโตรอันดรูว์ยากอบบุตรเศเบดียอห์นฟีลิปบารโธโลมิวโธมัสมัทธิวยากอบบุตรอัลเฟอัสยูดาซีโมนเศโลเทยูดาส
อัครทูต :
มัทธีอัสเปาโลบารนาบัสยากอบ
นิกาย
ตะวันตก :
โรมันคาทอลิกโปรเตสแตนต์ (ลูเทอแรนเพรสไบทีเรียนเมทอดิสต์แบปทิสต์แองกลิคันแอดเวนทิสต์)
ตะวันออก :
ออเรียนทัลออร์ทอดอกซ์อีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์
อตรีเอกภาพนิยม :
พยานพระยะโฮวามอรมอน
พิธีกรรม
พิธีบัพติศมาพิธีมหาสนิทศักดิ์สิทธิ์
สังคมศาสนาคริสต์
ศาสนสถานปฏิทินวันสำคัญ (สะบาโตอีสเตอร์คริสต์มาส) • บุคคลนักบุญศิลปะสัญลักษณ์ธง
ดูเพิ่มเติม
อภิธานศัพท์ศาสนาคริสต์
Category ดูหมวดหมู่

ศาสนาคริสต์ในประเทศไทย (อังกฤษ: Christianity in Thailand) จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) ประเทศไทยมีคริสต์ศาสนิกชนอยู่ 409,110 คน คิดเป็น 0.7% ของประชากรทั้งหมด 54,081,057 คน (อายุ 13 ปีขึ้นไป)[1][2] โดยแบ่งเป็น นิกายโรมันคาทอลิกประมาณ 240,000 คน นิกายโปรเตสแตนต์ประมาณ 168,000 คน และนิกายอื่นๆอีกประมาณ 500 คน

การเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกในประเทศไทย[แก้]

ดูบทความหลักที่: โรมันคาทอลิกในประเทศไทย

ศาสนาคริสต์เข้ามาในประเทศไทยยุคเดียวกับการล่าอาณานิคมของลัทธิจักรวรรดินิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โปรตุเกส สเปน และเนเธอร์แลนด์ ที่กำลังบุกเบิกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งนอกจากกลุ่มที่มีจุดประสงค์ทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว ยังมีบางกลุ่มที่มีจุดประสงค์เพื่อเผยแพร่ศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะนิกายโรมันคาทอลิกเข้ามาเผยแพร่ บางประเทศบางสมัยปิดกั้นการเผยแพร่ บางประเทศบางสมัยเปิดเสรีแต่ผู้คนยังไม่นิยมเข้ารีต ขณะที่บางประเทศผู้คนส่วนใหญ่ยอมรับนับถือศาสนาคริสต์ พร้อมกับการครอบงำทางการเมืองและเศรษฐกิจแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ มาเก๊า ฯลฯ

ต่อมา ฝรั่งเศส เข้ามาได้เมืองขึ้นในอินโดจีน เช่น เวียดนาม กัมพูชา ลาว โดยลักษณะเดียวกับโปรตุเกสและสเปน คือล่าเมืองขึ้นและเผยแพร่ศาสนาพร้อมกัน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จนัก ทำให้อิทธิพลของศาสนาคริสต์ในกลุ่มประเทศนี้มีน้อย อาจเพราะการมุ่งผลทางการเมืองและเศรษฐกิจของผู้ปกครองจักรวรรดินิยมทั้งก่อนหน้าและขณะนั้น ทำให้จุดมุ่งหมายที่ดีงามทางศาสนาถูกผู้คนในประเทศพื้นเมืองตั้งทัศนคติว่ามีเจตนาแอบแฝงเสียส่วนใหญ่ ไม่ว่ามิชชันนารีจะมีเจตนาแอบแฝงจริงหรือไม่ก็ตาม

ขณะที่ประเทศไทยรอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะการเปิดเสรีในการเผยแพร่ศาสนา ทำให้ลดความรุนแรงทางการเมืองลง

ศาสนาคริสต์ที่เผยแพร่ในไทยเป็นครั้งแรกตรงกับสมัยกรุงศรีอยุธยา ตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา ประมาณ พ.ศ. 2127 (ค.ศ. 1584) โดยนิกายแรกที่เข้ามาเผยแพร่คือนิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งมีทั้งคณะดอมินิกัน คณะฟรันซิสกัน และคณะเยสุอิต บาทหลวงส่วนมากมาจากโปรตุเกส

ระยะแรกที่ยังถูกปิดกั้นทางศาสนา มิชชันนารีจึงเน้นการดูแลกลุ่มคนชาติเดียวกัน กระทั่งรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประเทศไทยได้มีสัมพันธภาพอันดีกับฝรั่งเศส ตรงกับรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทำให้มีจำนวนบาทหลวงเข้ามาเผยแพร่ศาสนามากขึ้น และการแสดงบทบาททางสังคมมากขึ้น บ้างก็อยู่จนแก่หรือตลอดชีวิตก็มี ด้านสังคมสงเคราะห์ มีการจัดตั้งโรงพยาบาล ด้านศาสนา มีการตั้งเซมินารีคริสตัง เพื่อผลิตนักบวชพื้นเมือง และมีการโปรดศีลอนุกรมให้นักบวชไทยรุ่นแรก และจัดตั้ง คณะรักกางเขน

เมื่อสิ้นรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแล้ว ศาสนาคริสต์กลับไม่ได้รับความสะดวกในการเผยแพร่ศาสนาเช่นเดิม เพราะถูกจำกัดขอบเขต ถูกห้ามประกาศศาสนา ถูกห้ามเขียนหนังสือศาสนาเป็นภาษาไทย และภาษาบาลี ประกอบกับพม่าเข้ามารุกรานประเทศไทย บาทหลวงถูกย่ำยี โบสถ์ถูกทำลาย มิชชันนารีทั้งหลายรีบหนีออกนอกประเทศ การเผยแพร่ศาสนาคริสต์ยุติในช่วงเสียเอกราชให้พม่า

กระทั่งสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีกอบกู้เอกราชสำเร็จ แม้การเผยแพร่ศาสนาคริสต์เริ่มต้นขึ้นใหม่ แต่เพราะประเทศกำลังอยู่ในภาวะสร้างบ้านเมืองขึ้นใหม่ จึงไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

เมื่อเข้าสู่ราชวงศ์จักรีแล้ว ชาวคริสต์อพยพเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ทรงเปิดเสรีการนับถือศาสนา และทรงประกาศพระราชกฤษฎีกา ให้ทุกคนมีสิทธิในการนับถือศาสนาใดก็ได้

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แม้ว่าสัมพันธภาพระหว่างไทยกับฝรั่งเศสไม่ดีนัก แต่พระองค์ก็ทรงรับรองมิสซังโรมันคาทอลิกเป็นนิติบุคคล

ด้านสังคมสงเคราะห์ในรัชสมัยนี้ พระราชทานเงินทุนในการก่อสร้างโรงเรียน]] เกิดโรงเรียนอัสสัมชัญ ในพ.ศ. 2420 (ค.ศ.1877) ภายหลังเกิดโรงเรียนอีกหลายแห่ง เช่น โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ และโรงเรียนพยาบาลเซนต์หลุยส์

การเผยแพร่ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนต์ในประเทศไทย[แก้]

ดูบทความหลักที่: โปรเตสแตนต์ในประเทศไทย

คณะเผยแพร่ของนิกายโปรเตสแตนต์กลุ่มแรกที่เข้ามาประเทศไทยตามหลักฐานที่ปรากฏคือศิษยาภิบาล 2 ท่าน ศาสนาจารย์ คาร์ล ออกัสตัส เฟรดเดอริค กุตสลาฟ เอ็ม.ดี (Rev. Karl Fredrich Augustus Gutzlaff) ชาวเยอรมัน จาก สมาคมเนเธอร์แลนด์มิชชันนารี (Netherlands Missionary Society) และศาสนาจารย์ จาคอบทอมลิน (Rev. Jacob Tomlin) ชาวอังกฤษ จาก สมาคมลอนดอนมิชชันนารี (London Missionary Society) มาถึงประเทศไทยเมื่อ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2371 (ค.ศ. 1828) ทั้งสองท่านช่วยกันเผยแพร่ศาสนาด้วยความเข้มแข็ง

ต่อมาจึงมีศาสนาจารย์จาก คณะอเมริกันบอร์ด (The American Board of Commissioners for Foreign Missions หรือ A. B. C. F. M) เข้ามา

ในบรรดานักเผยแพร่ศาสนานั้น ผู้เริ่มต้นสัมพันธภาพที่ดีและยาวนานที่สุดระหว่างคนไทยกับศาสนาคริสต์คือ ศาสนาจารย์แดน บีช บรัดเลย์ (Rev. Dan Beach Bradley, M. D.) หรือ หมอบรัดเลย์ (คนไทยมักเรียกว่า หมอปลัดเล) ซึ่งเป็นมิชชันนารีคณะเพรสไบทีเรียนในคณะอเมริกันบอร์ด เข้ามากรุงเทพฯ (ขณะนั้นเรียกว่า บางกอก) พร้อมภรรยา เมื่อ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2378 (ค.ศ. 1835)

ตลอดเวลาที่ท่านอยู่ในประเทศไทยได้สร้างคุณประโยชน์มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางการแพทย์และการพิมพ์ ทั้งรักษาผู้ป่วยไข้ทรพิษและอหิวาตกโรค นำการผ่าตัดเข้ามาครั้งแรก การทดลองปลูกฝีดาษในประเทศไทย ริเริ่มการสร้างโรงพิมพ์ เริ่มจากจัดพิมพ์ใบประกาศห้ามฝิ่น และจัดพิมพ์หนังสือ "บางกอกกาลันเดอร์" ซึ่งเป็นจดหมายเหตุรายวัน [3] กล่าวได้ว่า ความเชื่อมั่นของชาวไทยต่อการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ เกิดจากคณะสมาคมอเมริกันมิชชันนารีนำความเจริญเข้ามาควบคู่ไปกับการเผยแพร่ศาสนา

มิชชันนารีที่สำคัญอีก 2 กลุ่มได้แก่ คณะอเมริกันแบ็พติสมิชชัน (The American Baptist Mission) เป็นผู้ก่อตั้งโบสถ์โปรเตสแตนต์แห่งแรกในกรุงเทพฯ เมื่อประมาณกลางปี พ.ศ. 2380 (ค.ศ. 1837) และจัดพิมพ์หนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมทั้งออก หนังสือพิมพ์ "สยามสมัย" [4]

และคณะอเมริกันเพรสไบทีเรียนบอร์ด (The American Presbyterian Board) เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่นำความเจริญสู่ประเทศไทย เช่น ดร. เฮ้าส์ (Samuel R. House) นำการใช้อีเทอร์เป็นยาสลบครั้งแรกในประเทศไทย ขณะที่ ศาสนาจารย์แมตตูนและภรรยา (Rev. and Mrs. Stephen Mattoon) ริเริ่มเปิดโรงเรียนแบบเช้าไปเย็นกลับ ซึ่งต่อมาได้รวมกับโรงเรียนประจำของมิชชัน และพัฒนาต่อมาเป็นโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยในปัจจุบัน [5]

องค์กรคริสตจักร[แก้]

ปัจจุบันประเทศไทย มีองค์กรคริสตจักรที่กรมการศาสนารับรองอยู่ 5 องค์กร[6] คือ

นอกจากนี้ยังมี

สถิติคริสศาสนิกชนและคริสตจักรในประเทศไทย[แก้]

แผนภูมิแสดงการนับถือศาสนาของประชาชนไทย สำรวจข้อมูล 14 ก.พ. 2015
แผนภูมิแสดงจำนวนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายต่างๆ สำรวจข้อมูล 14 ก.พ. 2015

คริสศาสนิกชนในประเทศไทย มีจำนวนสมาชิกทั้งหมด 777,821 คน คิดเป็น 1.2139% ของประชากร 64,076,033 คน [ข้อมูล 14 ก.พ. 58]
ซึ่งสำรวจโดยองค์กรของศาสนาคริสต์ในนิกายต่าง ๆ โดยรายงานผลคริสศาสนิกชนในประเทศไทย ดังนี้

มีจำนวนสมาชิกร่วมกัน 407,685 คน[7] คิดเป็นร้อยละ 0.64 ของประชากร
- เขตภาคเหนือ จำนวนคริสเตียน 227,348 คน
- เขตภาคกลาง จำนวนคริสเตียน 85,453 คน
- เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวนคริสเตียน 39,745 คน
- เขตภาคตะวันตก จำนวนคริสเตียน 23,806 คน
- เขตภาคใต้ จำนวนคริสเตียน 19,751 คน
- เขตภาคตะวันออก จำนวนคริสเตียน 11,582 คน

มีคริสตจักรนิกายโปรเตสแตนต์ทั้งหมด 5,053 แห่ง[8]
- สหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย 2,406 คริสตจักร (48%)
- สภาคริสตรจักรในประเทศไทย 1,702 คริสตจักร (34%)
- คริสตจักรอิสระ 792 คริสตจักร (15%)
- สหคริสตจักรแบ๊บติสต์ในประเทศไทย 153 คริสตจักร (3%)

มีจำนวนสมาชิกร่วมกัน 369,636 คน[9] คิดเป็นร้อยละ 0.5769 ของประชากร
- เขตมิสซังกรุงเทพฯ จำนวนคริสตัง 118,442 คน
- เขตมิสซังราชบุรี จำนวนคริสตัง 15,719 คน
- เขตมิสซังจันทบุรี จำนวนคริสตัง 43,228 คน
- เขตมิสซังเชียงใหม่ จำนวนคริสตัง 63,273 คน
- เขตมิสซังนครสวรรค์ จำนวนคริสตัง 16,463 คน
- เขตมิสซังสุราษฎร์ธานี จำนวนคริสตัง 7,783 คน
- เขตมิสซังท่าแร่-หนองแสง จำนวนคริสตัง 54,510 คน
- เขตมิสซังอุบลราชธานี จำนวนคริสตัง 25,905 คน
- เขตมิสซังนครราชสีมา จำนวนคริสตัง 6,205 คน
- เขตมิสซังอุดรธานี จำนวนคริสตัง 18,111 คน

มีโบสถ์คาทอลิกทั้งหมด 501 แห่ง

มีจำนวนสมาชิกร่วมกัน 500 คน[10] คิดเป็นร้อยละ 0.0008 ของประชากร
มีคริสตจักรนิกายอีสเทิร์นออร์ทอดอกซ์ทั้งหมด 5 แห่ง

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมศัพท์ศาสนาสากล อังกฤษ-ไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน, ราชบัณฑิตยสถาน, 2548, หน้า 134
  2. สำนักงานสถิติสังคม , สรุปผลที่สำคัญ การสำรวจสภาวะทางสังคมและวัฒนธรรม พ.ศ. 2554 , สำนักงานสถิติแห่งชาติ , หน้า 10
  3. McFarland. 1928: 10-26
  4. McFarland. 1928: 27-34
  5. McFarland. 1928: 35-50
  6. กรมการศาสนา, รายงานการศาสนา ประจำปี ๒๕๔๓, กรมการศาสนา, 2543, หน้า 55-64
  7. มูลนิธิอีสตาร์, ข้อมูลวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
  8. มูลนิธิอีสตาร์, ข้อมูลวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
  9. ปฏิทินคาทอลิก: Catholic Calendar 2558/2015, สื่อมวลชนคาทอลิกประเทศไทย, ข้อมูลวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
  10. [1] มูลนิธิชาวคริสต์ศาสนิกชนออร์ทอดอกซ์ในประเทศไทย, บาทหลวงดนัย (ดาเนียล) วรรณะ

ดูเพิ่ม[แก้]