คมพยาบาท

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คมพยาบาท

ภาพยนตร์คมพยาบาท ปี พ.ศ. 2506
กำกับโดย พันคำ
อำนวยการสร้างโดย สวาท รัตนสาสน์
เขียนโดย บทประพันธ์ :
สุข หฤทัย
นำแสดงโดย เพชรา เชาวราษฎร์
ชนะ ศรีอุบล
พันคำ
อมรา อัศวนนท์
พงษ์ลดา พิมลพรรณ
เมตตา รุ่งรัตน์
ระจิต รันตพิพัฒน์
รุจน์ รณภพ
สิงห์ มิลินทราศรัย
หม่อมชั้น พวงวัน
สมพงษ์ พงษ์มิตร
ชูศรี มีสมมนต์
กำกับภาพโดย อนันต์ อินละออ
ค่าย กฤษณะภาพยนตร์
จัดจำหน่ายโดย วัชรภาพยนตร์
ฉาย 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2506[1]
เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์คาเธ่ย์
ประเทศ ไทย
ภาษา ไทย
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย
คมพยาบาท
ประเภท ละครโทรทัศน์
รูปแบบ ดราม่า - โรแมนติก
ผู้สร้าง บริษัท ดาราวิดีโอ จำกัด
ผู้กำกับ เพ็ญลักษณ์ อุดมสิน
แสดง ภัทรเดช สงวนความดี
ทิสานาฏ ศรศึก
ทัศนียา การสมนุช
ศรุต วิจิตรานนท์
ดารัณ บุญยศักดิ์
ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์
ดวงดาว จารุจินดา
ภาษา ภาษาไทย
การผลิต
สถานที่ ไทย ประเทศไทย
ความยาวตอน 130 นาที/ตอน
การออกอากาศ
เครือข่าย/สถานี สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7
ฉายครั้งแรก 17 เมษายน 2557
ออกอากาศ 17 เมษายน 2557 –
รายการที่เกี่ยวข้อง
รายการก่อนหน้า ข่าวภาคค่ำ ช่วงที่ 2
รายการถัดไป ประเด็นเด็ด 7 สี
เว็บไซต์ทางการ
ละคร ปี พ.ศ. 2544

คมพยาบาท เป็นบทประพันธ์ของสุข หฤทัย (เทพ สุทธิพงศ์) [2] เป็นเรื่องราวเปียและน้อย สองสาวที่ถูกเปลี่ยนตัวในตอนเด็ก เหตุเพราะความอิจฉาริษยาของผู้ใหญ่ ลูกคนจนกลายไปเป็นคนรวย ส่วนลูกคนรวยกลายกลับต้องมาเป็นลูกคนจน เริ่มแรกบทประพันธ์เป็นละครวิทยุ ของ คณะกมลพิศมัย ทาง ท.ท.ท. แสดงโดย สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ และ อารีย์ นักดนตรี [3]

ต่อมาได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2506 [4] กำกับโดย พันคำ นำแสดงโดย เพชรา เชาวราษฎร์, อมรา อัศวนนท์, พันคำ, ชนะ ศรีอุบล, เมตตา รุ่งรัตน์, พงษ์ลดา พิมลพรรณ ระบบ 16 มม. พากย์โดย สมพงษ์ วงศ์รักษ์ไทย เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์คาเธ่ย์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2506

และสร้างเป็นละครโทรทัศน์ 6 ครั้ง[5] ได้แก่ ช่อง 4 (ปี 2512), ช่อง 9 (ปี 2520), ช่อง 7 (ปี 2525-26), ช่อง 5 (ปี 2531), ช่อง 7 (ปี 2544) และช่อง 7 (ปี 2557)

และนอกจากนี้ เรื่องนี้ยังได้นำมาดัดแปลงเป็นละครทางช่อง 5 คือเรื่อง "เลือดหงส์" และ "แก้วล้อมเพชร"

เนื้อเรื่องย่อ[แก้]

อุทัย (พันคำ) หนุ่มสังคมรูปงาม ร่ำรวย ลูกผู้ดีเก่า เป็นหนุ่มเนื้อหอมของกรุงเทพฯ สาวหลายคนล้วนแต่คิดใจอยากจะได้ชื่อเป็นคนสำคัญของเขา อุทัยมีเมียอยู่แล้ว เมียซึ่งเป็นต้นห้องของมารดาเขาเองคือ เย็น (อมรา อัศวนนท์) อุทัยตัดสินใจแต่งงานกับวณี (พงษ์ลดา พิมลพรรณ) ด้วยความสวยอ่อนหวานและความดีของวณี ทำให้อุทัยทั้งรักและเกรงใจ เขาทอดทิ้งและห่างเหินเย็นเหมือนคนไม่รู้จักกัน เย็นสะสมความอาฆาตแค้นชิงชังและพยาบาทไว้มากเพียงใด กระทั่งวณีท้องคลอดลูกสาวเป็นขวัญใจของคนทั้งบ้าน เอื้อยน่ารักน่าชังนักหนา อุทัยนั้นระแวงตลอดเวลาด้วยรู้นิสัยดี

จนกระทั่งเอื้อยอายุได้ 6 เดือน โชคก็เข้าข้างเย็น เย็นใช้ความเจ้าเล่ห์ ขโมยเอื้อยไปจนได้ ทุกคนในบ้านมีแต่ความทุกข์ทรมานใจ เหตุการณ์ผ่านไป 18 ปี เย็นกลับมากรุงเทพฯอีกครั้งพร้อมเด็กสาว 2 คน ซึ่งเย็นบอกว่าเป็นหลาน จรรยาหรือเปีย (เมตตา รุ่งรัตน์) สวยปราดเปรียว ซน แต่โมโหร้าย ชอบโกหก ส่วนมารยาทหรือน้อย (เพชรา เชาวราษฏร์) เรียบร้อย อ่อนหวาน วันหนึ่งเย็นบอกเปียว่าเปียนั้นไม่ใช่หลานของตน แต่เป็นลูกของเศรษฐีที่เธอขโมยมา เปียเล่าความหลังให้เด็กทั้งสองฟัง เปียดีใจจนออกหน้า ขณะที่น้อยรู้สึกน้อยอกน้อยใจและอดสงสัยไม่ได้ว่า เย็นปฏิบัติต่อเธอซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหลานคนเดียวอย่างอยุติธรรมเสมอมา

เปียร่ำร้องจะไปหาพ่อแม่ที่แท้จริง แต่เย็นประวิงเวลาไว้ โดยอ้างว่าส่งจดหมายไปแล้ว และรอคำตอบอยู่แล้ว และบอกว่าจะพาจรรยามาหาอีก 2 วันข้างหน้า แต่จรรยาหรือเปียเก่งกว่านั้น เธอแอบตามเย็นมาจนพบกับอุทัยและวณีจนได้ อุทัยกับวณีพอรู้ว่าเย็นมีหลานสาวอีกคนที่โตมาคู่กับจรรยา จึงขอร้องให้เย็นพามาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความไม่พอใจอย่างมากของจรรยา จรรยาเคยจุดไฟเผาบ้านนมแส (หม่อมชั้น พวงวัน) เพราะนมแสรู้ว่าเธอแอบฆ่าลูกแมวของน้อยและไปบอกอุทัยทำให้เธอถูกดุ ความผิดปกติทางจิตใจของจรรยามีมากขึ้นทุกที เธอพยายามทำให้อุทัยกับวณีเข้าใจผิดกันเสมอ ด้วยการมาบอกวณีว่าอุทัยกับวณีเข้าใจผิดกันเสมอด้วย

รจนา (ระจิต รัตนพิพัฒน์) พยาบาลสาวที่มาอยู่เป็นเพื่อนเปีย เข้ากันได้ดีกับเปียในบางครั้ง โดยเฉพาะเรื่องของประวิทย์ (รุจน์ รณภพ) หลานห่างๆ ของวณี ที่จรรยาติดใจมากชอบยั่ว หลอกให้ประวิทย์พาไปดูหนัง จากนิสัยของเปียและคำบอกเล่าของเย็นที่ว่าน้อยเป็นลูกของนายโมก (สิงห์ มิลินทราศรัย) กับลำยอง ซึ่งคุณหญิงจำได้ว่ามีโจรชื่อเสือโมกที่สุพรรณในช่วงเวลาที่เย็นพาเอื้อยไป อุทัยกับคุณหญิงเริ่มสงสัยว่าเย็นวางแผนซ้อนกลเรื่องของเปีย โดยที่น้อยน่าจะเป็นลูกสาวของเขากับวณีมากกว่า

วันหนึ่ง เลอสรร (ชนะ ศรีอุบล) ลูกเลี้ยงอีกคนของวณีเดินทางกลับจากต่างประเทศ เปียเห่อเลอสรรมาก ตามติดตลอดเวลา ขณะเดียวกันเลอสรรกลับค่อยๆ ให้ความสนใจกับน้อยมากกว่า จนเปียรู้สึกได้ เปียโกรธมากถึงพยายามฆ่าน้อย แต่ประวิทย์มาช่วยไว้ทัน จรรยานั้นห่วงเลอสรรมาก แต่เลอสรรกลับสนใจน้อยมากขึ้นทุกๆวัน จนจรรยาคลั่ง วณีต้องขอร้องให้เลอสรรทำดีกับเธอ ทว่าจรรยาก็ดูจะรู้ทันว่าเขาเสแสร้ง จรรยาออกอุบายชวนทุกคนไปเที่ยวเรือ เมื่อได้โอกาสเธอผลักน้อยตกน้ำในขณะที่ไม่มีใครเห็น เย็นเป็นผู้เอะอะว่าน้อยหายไป เรือจึงวกกลับไปหาอีกครั้ง เลอสรรกระโดดลงไปช่วยน้อยอย่างลำบากเพราะเกิดพายุขึ้นพอดี

ที่กรุงเทพฯ เย็นลากตัวเปียมาจัดการชำระโทษเปียกลัวมาก เพราะเย็นขู่ว่าจะบอกความจริงทุกอย่างกับอุทัยและวณี เปียยิ่งคลั่งแค้นน้อยมากขึ้นแต่เก็บไว้ภายใต้ท่าทีที่นิ่งเฉย เปียเงียบขรึมจนทุกคนเริ่มไม่สบายใจ วันหนึ่งเปียรู้ว่าเย็นป่วย เธอไปบอกวณี วณีรีบให้คนไปซื้อซุปมาเยี่ยมเย็น แต่ก่อนที่วณีจะนำซุปไปให้เย็น เปียแอบมาโรยยาพิษใส่ลงไปเสียก่อน แต่เลอสรรเห็นเข้าพอดี วณีถือซุปไปเยี่ยมเย็นที่เรือนพัก เย็นตักซุปกินอย่างอร่อยก่อนที่จะล้มตัวลงครวญครางด้วยพิษของยา เย็นเข้าใจว่าวณีวางยา แต่ว่าอุทัยกับเลอสรรมาถึงเรือนเย็นทันเวลาที่จะบอกว่าเปียเป็นคนทำ อุทัยพยายามจะพาเย็นไปโรงพยาบาล แต่เย็นอาการหนักเสียแล้ว ก่อนตายเย็นยอมบอกความจริงว่าลูกของอุทัยกับวณีก็คือน้อยนั่นเอง

เลอสรรพยายามเรียกเปียซึ่งขังตัวเองอยู่ในห้องตั้งแต่หนีมาจากเรือนเย็น อุทัยตามมาช่วยเรียกอีกคน แต่เปียยังคงเงียบ อุทัยกับเลอสรรตัดสนใจพังประตูทว่าเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน เมื่อทุกคนเข้าไปก็พบว่าเปียยิงตัวตายแล้ว เธอยอมรับความพ่ายแพ้ และความผิดหวังไม่ได้นั่นเอง เมื่อเหตุการณ์ร้ายผ่านไป น้อยก็ได้พบความสุขตามฐานะที่ควรจะเป็น เลอสรรหมั้นกับน้อย และแต่งงานกันในที่สุด

การสร้าง[แก้]

นักแสดงนำ[แก้]

นักแสดงนำภาพยนตร์และละครคมพยาบาทในปีต่างๆ มีนักแสดงนำดังต่อไปนี้

รูปแบบการนำเสนอ เลอสรร น้อย อีเปีย อุทัย วณี เนื้อเย็น
ภาพยนตร์
พ.ศ. 2506
ชนะ ศรีอุบล เพชรา เชาวราษฎร์ เมตตา รุ่งรัตน์ พันคำ พงษ์ลดา พิมลพรรณ อมรา อัศวนนท์
ละครโทรทัศน์
พ.ศ. 2512
รุจน์ รณภพ ฉันทนา ธาราจันทร์ ศิริพร วงศ์สวัสดิ์ กำธร สุวรรณปิยะศิริ อารีย์ นักดนตรี สุพรรณ บูรณะพิมพ์
ละครโทรทัศน์
พ.ศ. 2520
ธานินทร์ อินทรเทพ ยุวธิดา สุรัสวดี พัชรา กุญชร ณ อยุธยา อดุลย์ ดุลยรัตน์ นันทวัน เมฆใหญ่ อรสา อิศรางกูร ณ อยุธยา
ภาพยนตร์โทรทัศน์ (พากย์เสียง)
พ.ศ. 2525-26
เมธี บันเทิง กมลวรรณ ขวัญศิริ เกษริน พูนลาภ ปริญญา สุขอารมณ์ อรดี อิงคุทานนท์ ศศิวรรณ นันทิยารักษ์
ละครโทรทัศน์
พ.ศ. 2531
ชัยรัตน์ จิตรธรรม ชไมพร จตุรภุช นฤมล ศิลปี นพพล โกมารชุน เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์ นาถยา แดงบุหงา
ละครโทรทัศน์
พ.ศ. 2544
วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ จีรนันท์ มะโนแจ่ม พัชราภา ไชยเชื้อ อัศวิน รัตนประชา กาญจนา จินดาวัฒน์ สุภาภรณ์ คำนวณศิลป์
ละครโทรทัศน์
พ.ศ. 2557
ภัทรเดช สงวนความดี ทิสานาฏ ศรศึก ทัศนียา การสมนุช ศรุต วิจิตรานนท์ ดารัณ บุญยศักดิ์ ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/426/7426/images/first/poster11.jpg
  2. สุข หฤทัย. คมพยาบาท. นนทบุรี : สำนักพิมพ์พลอยจันทร์, 2555. 968 หน้า. ISBN 6169078432
  3. อารีย์ นักดนตรี ,โลกมายาของอารีย์ ,กายมารุต,2546 ISBN:974-91018-4-7 หน้า 301
  4. คมพยาบาท (2506) ที่เว็บไซต์ ThaiFilmDb
  5. http://yayka.wordpress.com/lakorn-list/ค-ควาย/
  6. คมพยาบาท มูลนิธิหนังไทย
  7. http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=yayka&date=04-03-2010&group=2&gblog=3
  8. http://thailandlakorn.com/คมพยาบาท/