คนไททิ้งแผ่นดิน (ภาพยนตร์)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
คนไททิ้งแผ่นดิน
Edge of the Empire [1]
กำกับ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก
อำนวยการสร้าง จาฤก กัลย์จาฤก
เขียน อริยา จินตพานิชการ
นำแสดง ธันญ์ ธนากร
อานัส ฬาพานิช
ซาร่า เล็กจ์
ลลิสา สนธิรอด
ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง
คหบดี กัลย์จาฤก
นิรัตติศัย กัลย์จาฤก
ยืนยง โอภากุล
อธิวัฒน์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
ดนตรีประกอบ พงษ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
เพลงนำภาพยนตร์
คนไททิ้งแผ่นดิน
โดย ยืนยง โอภากุล
ผีเสื้อและสายน้ำ่
โดย กันตะ กัลย์จาฤก
จำหน่าย/เผยแพร่ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์
ฉาย 28 เมษายน พ.ศ. 2553
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ไทย
งบประมาณ ประมาณ 120 ล้านบาท [2]
ข้อมูลจากสยามโซน

คนไททิ้งแผ่นดิน เป็น ภาพยนตร์ไทยอิงประวัติศาสตร์ ที่สร้างจากวรรณกรรมของ สัญญา ผลประสิทธิ์ เจ้าของรางวัลวรรณกรรมจากมูลนิธิ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ (ประเทศไทย) เมื่อ พ.ศ. 2516 โดยเป็นเรื่องราวจากต้นกำเนิดของกลุ่ม “คนไท” ที่ต้องพลัดถิ่นทิ้งบ้านเมือง เพื่อต่อสู้กับการรุกรานของกลุ่มชนฮาน และแสดงถึงความสมานสามัคคีแห่งประวัติศาสตร์ชนชาติไทย กำกับภาพยนตร์โดย นิรัตติศัย กัลย์จาฤก เข้าฉายวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2553 จัดจำหน่ายโดย กันตนา

ภาพยนตร์ทำรายได้ 2.8 ล้านบาท[3]

เนื้อเรื่อง[แก้]

นักแสดง[แก้]


ความเดิม[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นลำดับที่ 5 ของ กันตนาโมชั่นพิคเจอร์ ไม่นับงานสร้างแอนิเมชั่นเรื่อง ก้านกล้วย โดยใช้เวลาเตรียมตัวสร้างนานถึง 7 ปี และกำหนดเปิดกล้องต้นปี พ.ศ. 2550 โดยวางตัวผู้แสดงนำคือ ณัฐวุฒิ สกิดใจ และ วรัทยา นิลคูหา โดยมี สหัสชัย ชุมรุม เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ แต่เป็นอันต้องเปลี่ยนแปลงโดยให้ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง กาเหว่าที่บางเพลง มารับหน้าที่แทน และเปลี่ยนตัวผู้แสดงนำเกือบหมด [5]

คำวิจารณ์และความนิยม[แก้]

"คนไททิ้งแผ่นดิน" เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองอย่างหนัก โดยมีแฟนหนังไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นบางตา ซึ่งผู้ชมบางส่วนให้ความเห็นว่า ภาพยนตร์ขาดความน่าเชื่อถือ เพราะมีความคลาดเคลื่อนทางการอ้างอิง การวางตัวรวมทั้งความสามารถของนักแสดง ยังไม่ดีเท่าที่ควร สุดท้ายภาพยนตร์ก็ไม่สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้ จึงหยุดจำนวนรายได้เพียง 2.8 ล้านบาท โดยในช่วงเดียวกัน มีภาพยนตร์ต่างประเทศเรื่อง Iron Man 2 ที่ทำรายได้การเข้าฉายสูงสุดกว่า 100 ล้านบาท ส่วนภาพยนตร์ไทยอิงประวัติศาสตร์ที่เข้าฉายก่อนหน้านั้นคือ บางระจัน 2 ทำรายได้ประมาณ 14 ล้านบาท [6] [7]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

อ้างอิง[แก้]