คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ประเทศไทย) พ.ศ. 2550

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 (28 พฤษภาคม พ.ศ. 2551[1] - ปัจจุบัน) เป็นคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดที่ 3 ของไทย จัดตั้งขึ้นตามความในมาตรา 300 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550

ประวัติ[แก้]

การรัฐประหาร พ.ศ. 2549 คณะรัฐประหารได้มีคำสั่งยุบศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิม และได้มีการตั้งคณะตุลาการรัฐธรรมนูญชุดใหม่ขึ้นมา โดยมีอำนาจตามที่ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ต่อมามีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ซึ่งมาตรา 300 ได้กำหนดให้ คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เป็น ศาลรัฐธรรมนูญ จนกว่าจะมีการแต่งตั้งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ภายหลังจากการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550

ภาพลักษณ์[แก้]

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคณะนี้ มีภาพลักษณ์ต่อสาธารณชนว่าเลือกปฏิบัติ เนื่องจากตุลาการเกือบทั้งคณะ ล้วนเป็นบุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร และคำวินิจฉัยต่างๆที่ออกมา หลายครั้งเป็นคำวินิจฉัยที่ส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อฝ่ายทักษิณ ไม่ว่าจะเป็น การยุบพรรคไทยรักไทย, ปลดนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี, ยุบพรรคพลังประชาชน, ต้องมีสว.ที่มาจากการแต่งตั้ง ในขณะที่ไม่มีคำวินิจฉัยใดๆ ที่ส่งผลเสียต่อพรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ 3 กันยายน พ.ศ. 2551 พลอากาศเอก สิทธิ เศวตศิลา ได้ให้ข้อมูลกับเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ว่ากำลังเตรียมเสนอแผนการณ์ปลดนายสมัคร สุนทรเวช ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเย็นวันเดียวกัน โดยได้กล่าวว่า มีตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนหนึ่งร่วมด้วย

อำนาจ[แก้]

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บัญญัติไว้ ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญผูกพันทุกองค์กร ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทางพฤตินัย จึงเสมอเหมือนตัวรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นอำนาจสูงสุด ทุกองค์กรและหน่วยงานต้องปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่า การที่บุคคลจะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต้องผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุด แต่ใน พ.ศ. 2555 รัฐสภาได้เสนอร่างแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งทั้งหมด และอยู่ในขั้นตอนรอลงพระปรมาภิไธย คณะตุลาการฯ ได้วินิจฉัยให้ตัวศาลรัฐธรรมนูญสามารถรับคำร้องเองโดยไม่ต้องผ่านอัยการ ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันอย่างมากว่าศาลไม่มีอำนาจ และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลาย ๆ คำร้องสำคัญ ศาลก็รับเรื่องเองโดยไม่ผ่านการกลั่นกรองของอัยการสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเป็นคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าการกระทำของศาลฯจะขัดรัฐธรรมนูญเสียเอง ก็ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย[ต้องการอ้างอิง]

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบัน[แก้]

  1. นายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ(รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)
  2. นายจรัญ ภักดีธนากุล (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์)
  3. นายเฉลิมพล เอกอุรุ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์)
  4. นายชัช ชลวร (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา, เคยดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญระหว่าง 28 พ.ค. 2551 - 26 ต.ค. 2554)
  5. นายบุญส่ง กุลบุปผา (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา)
  6. นายสุพจน์ ไข่มุกด์ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขารัฐศาสตร์)
  7. นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด)
  8. นายทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ (ผู้ทรงคุณวุฒิสาขานิติศาสตร์)
  9. นายวรวิทย์ กังศศิเทียม (รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด)

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ[แก้]

กรณีศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2555[แก้]

คดียุบพรรคประชาธิปัตย์[แก้]

การวินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไป 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ[แก้]

วันที่ 21 มีนาคม 2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้เลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรและยังมีเขตเลือกตั้งที่ไม่มีการรับสมัครเลือกตั้ง[2]

กรณีอื้อฉาว[แก้]

กรณีสิ่งบันทึกวีดิทัศน์ศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2553[แก้]

ระหว่างที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณาคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายทะเบียนพรรคการเมืองมีคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคประชาธิปัตย์ อันเป็นฝ่ายรัฐบาลอยู่ในเวลานั้น ปรากฏว่ามีการเผยแพร่สิ่งบันทึกวีดิทัศน์ซึ่งมีเนื้อหาว่ามีการวิ่งเต้นไม่ให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์

เหตุการณ์นี้ เริ่มขึ้นเมื่อพรรคเพื่อไทย ฝ่ายค้าน และแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ("นปช.") กลุ่มทางการเมืองที่ต่อต้านฝ่ายรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้เผยแพร่สิ่งบันทึกวีดิทัศน์อ้างว่าเป็นภาพและเสียงการที่ฝ่ายรัฐบาลชักจูงให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยเหลือในคดีตน เป็นเหตุให้เกิดข้อครหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจำนวนหนึ่งขอถอนตัวจากการทำคดี เพื่อเลี่ยงความไม่เหมาะสม

คลิปวิดีโอดังกล่าว นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ถ่ายและเผยแพร่ โดยแอบซ่อนกล้องไว้ในหนังสือ

คดีทุจริตของตุลาการบุญส่ง[แก้]

พ.ศ. 2556 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้มีมติชี้มูลความผิดบุญส่ง กุลบุปผา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณีที่บุญส่งแต่งตั้งบุตรชายของตนเองเป็นเลขานุการและรับเงินเดือนของรัฐ และได้อนุญาตให้บุตรชายของตนเองลาไปศึกษาต่อต่างประเทศโดยที่ยังรับเงินเดือนประจำอยู่ และไม่มีการแจ้งต่อ เป็นระยะเวลา 1 ปี 6 เดือน ซึ่งไม่มีระเบียบของศาลรัฐธรรมนูญรองรับให้ตุลาการอนุญาตเลขานุการของตนลาศึกษาต่อ และป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องไปยังศาลฯ ให้เรียกเงินจำนวนดังกล่างคืน

ตุลาการ จรัญ ภักดีธนากุล ได้ออกมาตอบโต้ป.ป.ช. ว่าไม่ควรไปเชื่อข้อมูลของป.ป.ช.ให้มาก และกล่าวว่า บุตรชายของบุญส่ง ยังทำงานอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญอยู่

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2551/E/108/1.PDF ประกาศ แต่งตั้งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
  2. เปิด คำวินิจฉัยกลาง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เลือกตั้ง 2 ก.พ. โมฆะ

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]