ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล
กำกับโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ
นำแสดงโดย สุธาสินี พุทธินันทน์
สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว
โกวิทย์ วัฒนกุล
รัดเกล้า อามระดิษ
เขมรัชต์ สุนทรนนท์
เลอวิทย์ สังข์สิทธิ์
กฤษณะ ประจงการ
พีรชยา พิณเมืองงาม
ฉาย 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล (อังกฤษ: Behind the Painting The Musical) เป็นละครเวที จาก นวนิยายเรื่อง ข้างหลังภาพ บทประพันธ์ อมตะของ ศรีบูรพา ที่ถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ และในรูปแบบภาพยนตร์มาแล้วถึงสองครั้ง[1] และในครั้งนี้ถูกถ่ายทอดออกมา ในรูปแบบละครเพลง โดยค่าย เอ็กแซ็กท์ & ซีเนริโอ อำนวยการสร้างโดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ เปิดการแสดง ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ทั้งสิ้น 49 รอบการแสดง โดยเนื้อเรื่องเป็นเรื่องราวของความรักต่างวัย ต่างสถานะ นำแสดงโดย สุธาสินี พุทธินันทน์ และ สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว[2]

เนื้อเรื่องได้รับการดัดแปลงเป็นละครบรอดเวย์ภาษาอังกฤษในชื่อว่า "Behind the Painting" โดยริชาร์ด มาลท์บี จูเนียร์ [3][4] ดนตรีประกอบโดยเดวิด ไชร์ และสราวุธ เลิศปัญญานุช [4] นำแสดงโดย เซียร์รา บ็อกเกสส์ และสุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว [3]

เนื้อเรื่อง[แก้]

หม่อมราชวงศ์กีรติดำรงความเป็นสาวอยู่จนเข้าขีดความสาวทึมทึก ก็ยังไม่พบรักหรือชายที่สมควรแก่ความรักของเธอมาสู่ขอในขณะที่อายุย่างเข้าปีที่ 35 จึงมีข้าราชการชั้นพระยาอายุ 50 ปี ซึ่งเป็นพ่อหม้ายมีลูกติด 2 คนมาสู่ขอ ด้วยความหมดหวังที่จะได้พบชายที่ดีกว่านั้น และนิสัยนักศิลปะของเธอทำให้มีความต้องการจะรู้จักความเป็นไปของโลกให้กว้างกว่าที่ได้พบเห็นอยู่ในวงแคบเป็นเวลาถึง 35 ปี หม่อมราชวงศ์กีรติจึงได้ยอมแต่งงานกับเจ้าคุณผู้นั้น และแล้วก็ได้พบเห็นโลกภายนอกบ้านของเธอสมความปรารถนา เจ้าคุณสามี ( พระยาอธิการบดี ) พาเธอไปเที่ยวญี่ปุ่น ณ ที่นั้นเอง หม่อมราชวงศ์กีรติก็ได้พบกับนพพร นิสิตหนุ่มอายุ 22 ปี แห่งมหาวิทยาลัยริคเคียว ซึ่งเป็นบุตรชายของเพื่อนสามี และซึ่งสามีของเธอขอร้องให้ช่วยจัดหาบ้านพักและนำเที่ยวด้วยเป็นครั้งแรก

หม่อมราชวงศ์กีรติยังสาวและสวยสดชื่นอยู่ เช่นเดียวกับสุภาพสตรีสมัยใหม่ที่รู้จักบำรุงรักษาความงามแลวัยไว้ได้ ด้วยเหตุนี้ เธอจึงเป็นที่สะดุดตาสะดุดใจของนพพร เด็กหนุ่มผู้ห่างการสมาคมกับสุภาพสตรีไทยถึง 3 ปีเศษแล้วอย่างมากมาย และโดยที่ได้ติดต่อกันอยู่ตลอดเวลาที่หม่อมราชวงศ์กีรติกับสามีพักอยู่ที่ประเทศนั้นจึงทำให้นพพรกับหม่อมราชวงศ์กีรติคุ้นกันจนถึงขีดสนิทสนม ประกอบกับได้อยู่ด้วยกันท่ามกลางภูมิภาพอันสวยงามของประเทศญี่ปุ่น และความงามความเปล่งปลั่งของหม่อมราชวงศ์กีรติเป็นสื่อชักจูงใจด้วยในที่สุดนพพรเด็กหนุ่มผู้ไม่เดียงสาในเรื่องรัก ก็เกิดความรักในหม่อมราชวงศ์กีรติขึ้น

ความรักอันบริสุทธิ์และร้อนแรงของผู้ที่เพิ่งมีความรักเป็นครั้งแรกนี้ดูเหมือนจะทำให้หม่อมราชวงศ์กีรตินักศิลปะซึ่งไม่เคยได้พบความรักเลยรู้สึกลำบากใจ ที่จะข่มใจไว้อยู่มากเหมือนหัน แต่หม่อมราชวงศ์กีรติมีอายุมากแล้ว และทั้งได้รับการอบรมศึกษาในทางดีงามในชีวิตเบื้องต้นมาแล้ว ก็ข่มใจไว้อย่างดี จนนพพรไม่สามารถจะทราบได้ว่า หม่อมราชวงศ์กีรติรักตนหรือไม่ ครั้นแล้วทั้งสองก็จากกัน เมื่อกำหนดการเที่ยวญี่ปุ่นของพระยาอธิการบดียุติลง ความรักของนพพรคงรบเร้าจิตใจให้กระสับกระส่ายจนถึงขีดสุด เมื่อตอนที่จากกันไปใหม่ๆครั้นแล้วก็ค่อยๆอ่อนลงตามธรรมชาติของคนที่มีภาระที่จะต้องใส่ใจมากกว่าความรู้สึกนี้ จนในที่สุดเมื่อสองปีล่วงไปแล้ว นพพรก็รู้สึกในกีรติอย่างมิตรคนหนึ่งเท่านั้น

6 ปีล่วงไป นพพรสำเร็จการศึกษาและฝึกหัดงานที่ญี่ปุ่นพอสมควรแก่การแล้วก็กลับสยาม ในขณะนี้หม่อมราชวงศ์กีรติเป็นหม้ายแล้ว และบำเพ็ญชีวิตอยู่อย่างสงบเสงี่ยม เขาทั้งสองคนได้พบกันอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการพบที่นพพรรู้สึกเหมือนพบพี่สาวที่ดีคนหนึ่งเท่านั้น เวลา 6 ปีในญี่ปุ่นได้เปลี่ยนจิตใจของนพพรเด็กหนุ่มผู้อ่อนแก่ความรักให้เป็นชายหนุ่มญี่ปุ่นที่ไม่ใคร่จะคิดถึงใครจะคิดถึงอะไรนอกจากงานและการตั้งตัวเท่านั้น ครั้นแล้วนพพรก็แต่งงานกับคู่หมั้นที่บิดาหาไว้ไห้เมื่อครั้งยังศึกษาอยู่ในญี่ปุ่น เมื่อแต่งงานแล้วได้สองเดือน นพพรได้ทราบว่าหม่อมราชวงศ์กีรติได้เจ็บหนักด้วยโรควัณโรค และอยากพบเขา จนแพทย์และพยาบาลรู้สึกว่าควรจะมาตามเขาให้ไปพบ เพื่อให้คนไข้ได้สงบจิตใจในวาระสุดท้าย นพพรก็ไปเยี่ยมและหม่อมราชวงศ์กีรติก็ให้ภาพเขียนที่ระลึกถึงสถานที่ให้กำเนิดความรักแก่เขาทั้งสอง ซึ่งเป็นภาพวาดโดยฝีมือของเธอเอง พร้อมด้วยคำตัดพ้อบางประโยคเป็นที่สะกิดใจนพพรให้ระลึกถึงความหลังและหวนคิดเสียดายอาลัยคนรักคนแรกของตน ครั้นแล้วหม่อมราชวงศ์กีรติสตรีผู้อาภัพในเรื่องรักก็ถึงแก่กรรมใน 7 วันต่อมา และเรื่องก็จบลงเพียงเท่านี้

นักแสดง[แก้]

นักแสดงหลัก
นักแสดง บทบาท
รัดเกล้า อามระดิษ นวล
โกวิท วัฒนกุล ท่านเจ้าคุณอธิการบดี
พีรชยา พิณเมืองงาม ปรีดิ์
เขมรัชต์ สุนทรนนท์ พาที
เลอวิทย์ สังข์สิทธิ์ เสรี
กฤษณะ ประจงการ สมบูรณ์
สุธาสินี พุทธินันทน์ หม่อมราชวงศ์กีรติ
สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว นพพร

นักแสดงแทน[แก้]

  • รัดเกล้า อามระดิษ เป็น คุณหญิงกีรติ
  • เลอวิทย์ สังข์สิทธิ์ เป็น นพพร
  • เขมรัชต์ สุนทรนนท์ เป็น นพพร
  • สุกานดา บุญธรรมมิก เป็น นวล
  • ภคชนก์ โวอ่อนศรี เป็น สมบูรณ์ และ ท่านทูต
  • เทพธนะ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา เป็น เจ้าคุณอธิการ
  • นรินทร์ ภูวนเจริญ เป็น พาที
  • ปฐมกฤษณ์ สุดสระ เป็น เสรี
  • กุศลิน โควหกุล เป็น ปรีดิ์
  • สุปรียา พุทธน เป็น ปรีดิ์

งานสร้างละครเวที[แก้]

การตีความบทประพันธ์[แก้]

ข้างหลังภาพ วรรณกรรมคลาสสิก ของ ศรีบูรพา ซึ่งในครั้งนี้ถูกนำกลับมาสร้างอีกครั้ง ในรูปแบบที่ฉีกไปจากเดิม นั่นคือการวางบทประพันธ์ลงในรูปแบบของละครเวที บทประพันธ์ข้างหลังภาพนั้นมีความหมายมากมายซ่อนอยู่ ซึ่งผู้สร้าง ถกลเกียรติ วีรวรรณ ได้กล่าวไว้ว่า

สิ่งสำคัญที่ทำให้นวนิยายเรื่องนี้มีความคลาสสิก เพราะผมเชื่อว่าคนอ่านแต่ละคนมีการตีความที่แตกต่างกันออกไป ร้อยคนอ่านก็ตีความร้อยอย่าง ผู้หญิงก็มองในมุมผู้หญิง ผู้ชายอ่านก็มองในมุมผู้ชาย แต่ละคนมีความหมายของคำว่า ข้างหลังภาพ ที่แตกต่างกัน[5]
ถ้าอ่าน ข้างหลังภาพ คุณสามารถตีความได้มากมาย สำหรับผมได้เห็น ภายใน ตัวละครนั้นจริงๆ ว่ามันพรั่งพรูมากๆ แต่ด้วยภาพลักษณ์ในสังคมทำให้พวกเค้าไม่สามารถแสดงออกมา เพราะฉะนั้น ความเป็น มิวสิคัล จะเอื้อให้สามารถบอกเล่าอารมณ์ของตัวละครที่กดแน่นอยู่ข้างในผ่านบทเพลง ตรงนี้เป็นจุดเด่นของละครเวทีเรื่องนี้ เพราะจะเป็นข้างหลังภาพที่คุณรู้สึกได้ และความสง่างามของตัวละครยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นข้างหลังภาพ ในแบบที่คุณไม่เคยเห็น แต่คุณอาจจะเคยแอบรู้สึกแต่ไม่กล้าเอ่ยออกมา[5]

ทีมงาน[แก้]

  • ประพันธ์ดนตรี โดย สราวุธ เลิศปัญญานุช
  • ประพันธ์คำร้อง โดย วิเชียร ตันติพิมลพันธ์
  • บทละคร โดย ศุภกร เหรียญสุวรรณ , พิมพ์มาดา พัฒนอลงกรณ์ , พรินทรา ชูโต
  • กำกับดนตรี โดย สราวุธ เลิศปัญญานุช
  • กำกับลีลา โดย สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา
  • กำกับศิลป์ โดย ศศวัต บุษยพันธ์
  • ออกแบบเครื่องแต่งกาย โดย ศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์, พิสิฐ จงนรังสิน, อุดมเวทย์ คงภักดี, บันฑิต จันทะวัน
  • กำกับแสง โดย ปรากรม์ กาญจนศรีสุขกุล
  • ดูแลการร้อง สุกานดา บุญยธรรมิก, ธานี พูลสุวรรณ
  • กำกับเสียง โดย ประพล สุขสันต์สมภพ
  • ดำเนินการผลิต อัจฉรา ชูสกุล
  • ควบคุมการผลิต สุธาสินี บุศราพันธ์, ฤดีภัญ แสงชูโต
  • อำนวยการสร้างและกำกับการแสดง โดย ถกลเกียรติ วีรวรรณ

แง่มุมสะท้อนสังคม[แก้]

ปัจจุบัน สังคมเป็นตัวกำหนดให้ทุกคนต้องมีภาพออกมาภาพหนึ่งเสมอ แล้วผู้คนก็พร้อมที่จะตัดสินและยึดติดกับภาพนั้นๆอย่างง่ายๆ โดยบางครั้งก็ไม่ได้รู้ว่าข้างหลังของภาพนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร[5] เหมือนภาพวาดที่คุณหญิงกีรติ มอบให้ นพพร ก่อนสิ้นใจ ที่ปรีดิ์คู่หมั้นของ นพพร มองปราดเดียวก็รู้ว่าภาพนั้นไม่สวย แต่นพพรกลับมองว่าสวย เพราะภาพนั้นเป็นภาพวาดน้ำตกมิตาเกะในญี่ปุ่นที่เขาเกิดความรักต่อคุณหญิงกีรติที่นั่น ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่เราได้รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของภาพนั้น อาจจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันจากการมองเพียงข้างหน้าภาพเพียงอย่างเดียว ตัวละครของปรีดิ์จึงเปรียบเสมือนคนโดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันที่มักจะมองเพียงหน้าภาพและตัดสินว่าคนอื่นๆเป็นอย่างไร

ความหมายแฝงของข้างหลังภาพ[แก้]

การเมืองเป็นประเด็นทางสังคม ที่ ผู้เขียน ศรีบูรพา ได้แทรกเข้าไป เพื่อให้ผู้อ่านได้มองเห็นบรรยากาศของสังคมในช่วงรอยต่อผ่านการต่อสู้ และสำหรับในรูปแบบของละครเวที ก็ยังได้มีการสอดแทรกประเด็นทางการเมืองลงไปเล็กน้อยด้วย

บทเพลง[แก้]

องก์ 1
  • ภาพแห่งชีวิต - บ้านนพพร พ.ศ. 2483 - นพพร
  • ความลับ - บ้านคุณหญิงกีรติ พ.ศ. 2476 - กีรติ
  • นะท์ซึ - กรุงโตเกียว - หมู่มวล, พาที, เสรี, สมบูรณ์, นพพร
  • ชุดน้ำเงินลายจุด - สถานีรถไฟ - นพพร, กีรติ
  • เธอสวย - ทำเนียบสยามในโตเกียว - นักร้อง, นพพร, พาที, เสรี, สมบูรณ์
  • คำชมของเธอ - ทำเนียบสยามในโตเกียว - กีรติ, นพพร
  • ความสุขที่แท้จริง - หน้าบ้านและภายในบ้านพักเจ้าคุณและคุณหญิง - นวล, กีรติ
  • ท่องแดนตะวัน - บนรถไฟ, โตเกียว, และเมืองรอบๆ โตเกียว - หมู่มวล, นพพร, กีรติ
  • รักแท้มีอยู่จริง - บึงน้ำในสวนสาธารณะ - เด็กญี่ปุ่น, นพพร, กีรติ
  • คำถาม - บึงน้ำในสวนสาธารณะ - นพพร, กีรติ
  • ความสุขที่แท้จริง (Reprise) - หน้าบ้านพักเจ้าคุณและคุณหญิง - นวล, นพพร
  • พูดชัดๆ - ถนนในโตเกียว - สมบูรณ์, เสรี, พาที, นพพร
  • จดหมาย - บ้านปรีดิ์ในบางกอก - ปรีดิ์
  • รุ่มร้อน - ภายในและภายนอกห้องบอลรูมโรงแรมในโตเกียว - นพพร, กีรติ
  • ภาพแห่งความหลัง - ภายในและภายนอกห้องบอลรูมโรงแรมในโตเกียว - นพพร
  • ความลับ - มิตาเกะ - กีรติ
  • หากฉันมีความรัก - มิตาเกะ - นพพร, กีรติ
  • ฉันแทบใจจะขาด - ท่าเรือโกเบ - หมู่มวล, นพพร, กีรติ
องก์ 2
  • ฝันร้าย - ญี่ปุ่น - บรรเลง
  • คำว่ารัก - ญี่ปุ่นและสยาม พ.ศ. 2476-2482 - นพพร, กีรติ
  • ไม่มีเคยมีคำว่าสาย - บ้านเจ้าคุณ - เจ้าคุณ
  • ระบายความฝัน - บ้านเจ้าคุณ - กีรติ
  • เริ่มชีวิตใหม่ - ท่าเรือ - หมู่มวล
  • เคยรัก - บ้านคุณหญิงกีรติ - นพพร
  • อยากพูดให้เธอรู้ - บ้านคุณหญิงกีรติ - กีรติ, นพพร, ปรีดิ์, หมู่มวล
  • สร้างภาพเราให้ดูดี - ร้านอาหาร - พาที, เสรี, สมบูรณ์, หมู่มวล
  • ภาพวันนั้น - บ้านนพพร พ.ศ. 2483 - นพพร, นวล
  • สายเสียแล้ว - บ้านคุณหญิงกีรติ - กีรติ, นพพร
  • ภาพแห่งชีวิต (Reprise) - บ้านนพพร - นพพร

ข้อมูลการจัดแสดง[แก้]

รอบพิเศษ[แก้]

  • รอบปฐมทัศน์ วันที่ 18 สิงหาคม 2551 เวลา 19.00 น.[6]
  • รอบสื่อมวลชน วันที่ 19 สิงหาคม 2551 เวลา 19.00 น.[7]
  • รอบกาล่าไนท์ วันที่ 21 สิงหาคม 2551 เวลา 19.00 น.[8]
  • รอบกาล่าไนท์ โดยแคมเปญ “แบรนด์...รังนกแท้ วันที่ 22 สิงหาคม 2551 เวลา 19.00 น. [9]

รอบเปิดขายบัตร[แก้]

ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล จัดแสดงตั้งแต่ 21 สิงหาคม - 28 กันยายน 2551 และ 17 - 26 ตุลาคม พ.ศ 2551 ณ เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ ศูนย์การค้าเอสพลานาด โดยเปิดการแสดงทั้งหมดเป็นจำนวนทั้งสิ้น 49 รอบการแสดงด้วยกัน[10] และมีการเปิดรอบการแสดงทั้งรอบที่มีซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น

ข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล รอบที่ 1

เปิดการแสดงตั้งแต่ 21 สิงหาคม-14 กันยายน 2551 ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ศูนย์การค้าดิเอสพลานาด รวมทั้งหมด 27 รอบการแสดง

เพิ่มข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล รอบที่ 2

เปิดการแสดงตั้งแต่ 17 กันยายน-28 กันยายน 2551 ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ศูนย์การค้าดิเอสพลานาด รวมทั้งหมด 14 รอบการแสดง

เพิ่มข้างหลังภาพ เดอะมิวสิคัล รอบที่ 3

เปิดการแสดงตั้งแต่ 17 ตุลาคม-26 ตุลาคม 2551 ณ เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์ ศูนย์การค้าดิเอสพลานาด รวมทั้งหมด 8 รอบการแสดง[11]

รอบบรรยายภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น[แก้]

  • รอบวัน พุธ , ศุกร์ , อาทิตย์ รอบ 19.30 น. มีบรรยาย ภาษาอังกฤษ [11]
  • รอบวันพฤหัสบดี รอบ 14.00 น. มีบรรยายภาษาญี่ปุ่น[11]

ราคาบัตร[แก้]

  • บัตรราคา 500, 1000, 1500, 2000, 2500, 3000 บาท [11]
  • เฉพาะรอบวันพฤหัส 14.00 น. (บรรยายภาษาญี่ปุ่น) บัตรราคา 500 , 800 , 1300 , 1800 , 2300 , 2800 บาท[11]

รางวัล[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]