ขุนบรมราชาธิราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ขุนบรมราชาธิราช หรือ ขุนบรม เป็นพ่อต้นตระกูลของกลุ่มชาติพันธุ์ไทในตำนานของชาวลาวปัจจุบัน

ในตำนาน[แก้]

ตำนานของขุนบรมได้กล่าวว่าผู้คนสมัยโบราณโหดร้ายมาก เทพองค์หนึ่งจึงได้ลงทัณฑ์คนกลุ่มนั้นโดยทำให้โลกน้ำท่วม หลังจากนั้นเทพก็ได้ส่งผู้นำจากสวรรค์ ๓ ท่านพร้อมกับกระบือเป็นพาหนะ ผู้นำสามท่านนี้จะได้เป็นเจ้าแห่งคนกลุ่มใหม่บนโลก ในที่สุดผู้นำสามท่านกับกระบือตัวนั้นก็ได้มาเยียบแผ่นดินโลกในเมืองแถน ต่อมาเมื่อแผ่นดินนั้นกลายเป็นนาสำหรับปลูกข้าว กระบือตัวนั้นก็ตายและมีบวบด้วยกิ่งก้านสาขาออกมาจากรูจมูกของศพ จากตัวบวบไปถึงกิ่งก้านนั้นเผ่ามนุษย์ก็เกิดมา ซึ่งเผ่าที่มีผิวคล้ำออกมาจากบริเวณนั้นด้วยอาวุธแหลม และอีกเผ่าหนึ่งออกมาจากบริเวณเดียวกันด้วยการขุด

เทพต่างๆก็ได้สอนกลุ่มคนไทสร้างบ้านและเก็บเกี่ยวข้าว พวกเขาได้รับการอบรมและคำสอนวิธีการประพฤติตัวและพิธีกรรมต่างๆ จากนั้นกลุ่มชาวไทก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นจึงทำให้ชุมชนต้องการผู้ปกครอง ผู้ที่จะทำให้กลุ่มไทนี้อยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวได้ เทพใหญ่จึงเลยส่งพระโอรสของพระองค์เองมีนามว่าขุนบรมมาบนโลก เพื่อที่จะเป็นผู้นำของกลุ่มไทนี้ ขุนบรมได้ปกครองกลุ่มไทนี้มา ๒๕ ปี โดยสอนพวกเขาการใช้เครื่องมือใหม่ๆ และแนะนำศิลปะใหม่ๆ หลังจาก ๒๕ ปีนี้ ขุนบรมทรงได้แบ่งอาณาจักรไท โดยให้พระโอรสของพระองค์ทั้ง ๗ ท่านครองแต่ละส่วนของอาณาจักร พระโอรสที่มีอายุสูงสุด ขุนลอ ได้ปกครองเมืองชวา(ปัจจุบันนี้คือหลวงพระบาง) และพระโอรสที่เหลือได้ปกครอง เมืองเชียงขวาง เมืองอยุธยา เมืองเชียงใหม่ เมืองสิบสองปันนา เมืองหงสาวดี และอีกเมืองหนึ่งที่ไม่มีใครรู้แน่นอนแต่สันนิษฐานว่าเป็นบริเวณภาคเหนือของประเทศเวียดนามปัจจุบัน.

ในทางวิชาการ[แก้]

นักวิชาการหลายท่านได้นับถือว่านิทานของขุนบรมได้อธิบายการอพยบของกลุ่มชาวไทจากดินแดนจีน(เปรียบเทียบเป็นสวรรค์ในตำนาน)ไปภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(เปรียบเทียบเป็นดินแดนใหม่) ระบบของการแบ่งและขยายอาณาจักรสำหรับพระโอรสทั้ง ๗ ในตำนาน ก็แสดงให้เห็นถึงการบริหารองค์กรหมู่บ้านของชาวไทโบราณ หมู่บ้านเหล่านั้นเรียกว่า "เมือง"

ราชวงศ์ขุนบรมมหาราชา[แก้]

ราชวงศ์ขุนบรมมหาราชา กษัตริย์ของอาณาจักรน่านเจ้า(อ้ายลาว)นั้นได้มีพระโอรส ๙ องค์ และ ๗ ใน ๙ นั้นได้ครองเป็นกษัตริย์ของอาณาจักรต่างๆในบริเวณที่เรียกว่า "แหลมทอง" ได้แก่:

  1. ขุนลอ (อ้ายลอ)ปกครองเมืองชวา (ปัจจุบันหลวงพระบาง)
  2. ขุนผาล้าน (ยี่ผาล้าน)ปกครองเมืองสิบสองปันนา
  3. ขุนจุลง (สามจุลง)ปกครองเมืองโกดแท้แผนปม (ปัจจุบันเวียดนาม) จัมปา แปลว่า ช่องบัว โกฐแบบช่องบัว
  4. ขุนคำผง (ไสคำผง) ปกครองเมืองเชียงใหม่
  5. ขุนอิน (งั่วอิน) ปกครองเมืองศรีอยุธยา
  6. ขุนกม (ลกกม) ปกครองเมืองหงสาวดี (อินทรปัต)
  7. ขุนเจือง (เจ็ดเจือง) ปกครองเมืองพวน (เชียงขวาง)

พระเจ้าเม็งรายจากเมืองเชียงใหม่และพระเจ้าอู่ทองจากเมืองศรีอยุธยาได้รับคำนับถือว่าเดิมทีแล้วมาจากราชวงศ์ขุนบรมของลาว.

นักวิชาการ David K. Wyatt เชื่อว่าตำนานของขุนบรมสามารถช่วยให้ความเข้าใจลึกซึ้งประวัติศาสตร์ของชาวไทโบราณในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ ตำนานของขุนบรมหลายรุ่นเกิดขึ้นนานที่สุดเมื่อ พ.ศ. ๑๒๔๑ ในเชียงขวาง และอาณาจักรกลุ่มคนที่พูดกลุ่มภาษาไท ก็มีการสร้างอาณาจักรต่างๆ ในปีหลัง จาก พ.ศ. นั้น ข้อมูลนี้สามารถอธิบายการขยายตัวของกลุ่มชาวไท และสามารถให้เหตุผลที่เป็นตำนานว่าทำไมชาวไทถึงแยกกันอยู่แบบนี้ นักวิเคราะห์ผู้ชำนาญด้านภาษาได้วิเคราะห์ว่าการแบ่งกลุ่มของชาวไทโบราณเกิดขึ้นเมื่อศตวรรษที่ ๗ และ ๑๑ การแบ่งแยกนี้เกิดขึ้นคู่กันกับเส้นภูมิภาคคล้ายกับการแบ่งแยกในตำนานของขุนบรม และกลุ่มไทได้อพยบออกมาจากแผ่นดินที่เคยอาศัยมานานในเวียดนามปัจจุบัน ซึ่งในบริเวณนั้นก็ยังมีคนพูดกลุ่มภาษาไทอยู่ ที่อาจจะแยกตัวออกมาก่อนกลุ่มอืนในประวัติศาสตร์แล้ว.

อ้างอิง[แก้]

ดูเพิ่ม[แก้]