องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางมาจาก ขสมก.)
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
BMTA Logo.png
ข้อมูลทั่วไป
สถานที่ตั้ง กรุงเทพมหานคร
ประเภทของบริการ รถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง
จำนวนเส้นทาง 108 เส้นทาง
ปริมาณการให้บริการ 3 ล้านคนต่อวัน
ผู้อำนวยการ นายโอภาส เพชรมุณี
ว่าที่ พันตรี ฉัตรแก้ว โพธิ์ทองนาค
สำนักงานใหญ่ 131 ถนนเทียมร่วมมิตร เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
การให้บริการ
เริ่มต้นให้บริการครั้งแรก 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519
เจ้าของ กระทรวงคมนาคม
จำนวนรถที่ให้บริการ 3,509 คัน

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ชื่อย่อ: ขสมก อังกฤษ: Bangkok Mass Transit Authority - BMTA) เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงคมนาคม จัดตั้งขึ้นโดย พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พุทธศักราช 2519 (ประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม) มีหน้าที่จัดบริการรถโดยสารประจำทาง เพื่อรับส่งประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร รวม 108 เส้นทาง มีจำนวนรถทั้งสิ้น 3,509 คัน (กันยายน พ.ศ. 2554) แบ่งเป็นรถธรรมดา 1,659 คัน รถปรับอากาศ 1,850 คัน และมีรถของบริษัทเอกชน ที่ร่วมวิ่งบริการ ทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ จำนวน 4,016 คัน, รถมินิบัส จำนวน 844 คัน, รถเมล์เล็กในซอย จำนวน 2,312 คัน, รถตู้โดยสารปรับอากาศ จำนวน 5,315 คัน และรถตู้ใช้ก๊าซธรรมชาติ จำนวน 213 คัน รวมทั้งสิ้น 16,209 คัน 445 เส้นทาง[1]

ขสมก. เป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนมากเป็นลำดับที่ 2 รองจากการรถไฟแห่งประเทศไทย คือมีผลขาดทุน 4,990 ล้านบาท[2]

เนื้อหา

[แก้] ประวัติ

ภาพรถประจำทางปรับอากาศ แสดงสัญลักษณ์ของ ขสมก ในระยะแรก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับตราสัญลักษณ์ของระบบขนส่งมวลชนในประเทศอังกฤษ จึงต้องเปลี่ยนใหม่ในเวลาต่อมา

ความเป็นมาของกิจการรถเมล์ในกรุงเทพมหานคร ตามประวัติกล่าวว่า รถโดยสารประจำทาง ในสมัยก่อนเรียกว่า รถเมล์ เข้าใจว่า คงเรียกชื่อตามเรือเมล์ รถเมล์ที่มีครั้งแรกนั้น ใช้กำลังม้าลากจูง ไม่ต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิง ให้เป็นภาระเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการเช่นในปัจจุบัน โดยมีพระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) เป็นผู้ริเริ่มกิจการรถเมล์ เมื่อราวปี พ.ศ. 2450 วิ่งระหว่างสะพานยศเส (สะพานกษัตริย์ศึกในปัจจุบัน) ถึงประตูน้ำสระปทุม แต่เนื่องจากใช้ม้าลาก จึงไม่รวดเร็วทันใจ และไม่สามารถให้ความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้เพียงพอ ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 พระยาภักดีนรเศรษฐ จึงได้ปรับปรุงกิจการใหม่ รวมทั้งเปลี่ยนแปลงวิธีการเดินรถ โดยนำรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ด มาวิ่งแทนรถม้าลาก และขยายเส้นทางให้ไกลขึ้น จากประตูน้ำสระปทุม ถึงบางลำพู (ประตูใหม่ตลาดยอด)

รถยนต์ที่ใช้เป็นรถโดยสารประจำทางครั้งแรก มี 3 ล้อ ขนาดประมาณ 1 ใน 3 ของรถโดยสารประจำทางในปัจจุบัน มีที่นั่ง 2 แถว ทาสีขาว มีรูปกากบาทสีแดงอยู่ตอนกลางรถ นั่งได้ประมาณ 10 คน ชาวพระนครสมัยนั้นเรียกว่า อ้ายโกร่ง เพราะจะมีเสียงดังโกร่งกร่าง เมื่อวิ่งไปตามท้องถนน ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง จึงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย การเดินรถเมล์ก็ขยายตัวอย่างกว้างขวางออกไปทั่วกรุงเทพฯ ในนามของ บริษัท นายเลิศ จำกัด (บริษัทรถเมล์ขาว) การประกอบกิจการเดินรถเมล์เริ่มขยายตัวขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 150 ปี พุทธศักราช 2475 พร้อมทั้งจัดสร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้า เพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างฝั่งพระนคร และธนบุรี ไวเป็นอนุสรณ์ของงานสมโภชครั้งนี้

ต่อมาในปี พ.ศ. 2476 กิจการรถเมล์เริ่มเป็นปึกแผ่น มีเศรษฐีชาวจีนเล็งเห็นว่า เป็นอาชีพที่มั่นคง และทำรายได้ดีอย่างหนึ่ง จึงได้ก่อตั้ง บริษัท ธนนครขนส่ง จำกัด ขึ้น เพื่อประกอบกิจการเดินรถเมล์ จากตลาดบางลำพู ถึงวงเวียนใหญ่ หลังจากนั้น ได้มีผู้ลงทุนตั้งบริษัทเดินรถเมล์เพิ่มขึ้นถึง 24 แห่ง นอกจากนี้ หน่วยราชการ และรัฐวิสาหกิจ อย่างเทศบาลนครกรุงเทพ, เทศบาลเมืองนนทบุรี, บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (รสพ.) ก็เปิดเดินรถเมล์ด้วย โดยในขณะนั้น มีผู้ประกอบการเดินรถเมล์ในกรุงเทพฯ รวมถึง 28 ราย

หลังจากสงครามมหาเอเชียบูรพาสิ้นสุดลง หน่วยราชการต่างๆ จำหน่ายรถบรรทุกออกมาให้เอกชนเป็นจำนวนมาก โดยส่วนหนึ่งนำมาดัดแปลงเป็นรถ เมล์ ทั้งนี้ บริษัทเอกชนยังเลือกเส้นทางเดินรถเอง ที่ไม่ซ้ำกับเส้นทางที่มีรถรางวิ่งอย่างเสรี จึงก่อให้เกิดระบบแข่งขันทางธุรกิจขึ้น รัฐบาลจึงได้ออก พระราชบัญญัติการขนส่ง พุทธศักราช 2497 มาใช้ควบคุม โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการรถเมล์ ต้องขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่งด้วย

ในระยะหลัง การให้บริการรถเมล์เริ่มเกิดความสับสน มีการเดินรถทับเส้นทางกันบ้าง แก่งแย่งผู้โดยสารกันบ้าง การให้บริการของแต่ละบริษัท ก็ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ปล่อยให้มีการเดินรถอย่างเสรี ทำให้เกิดปัญหาการจราจรคับคั่ง เนื่องจากจำนวนรถในท้องถนน มีมากกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งผลเสียทั้งหมด ล้วนตกอยู่กับผู้ใช้บริการทั้งสิ้น ในขณะที่ผู้ประกอบการก็ประสบปัญหาค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก ปรับตัวสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา แต่ผู้ประกอบการ ไม่สามารถปรับอัตราค่าโดยสารให้เพิ่มขึ้น ในอัตราที่สมดุลกับราคาน้ำมันได้ ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หลายบริษัทเริ่มประสบปัญหาขาดทุน บางบริษัทก็มีฐานะทรุดลง จนไม่สามารถรักษาระดับบริการที่ดีแก่ประชาชนต่อไปได้

ต่อมา ราวเดือนกันยายน พ.ศ. 2518 คณะรัฐมนตรีสมัยที่ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้มีมติให้รวมกิจการเดินรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครเป็นบริษัทเดียว เรียกว่า บริษัท มหานครขนส่ง จำกัด ในรูปรัฐวิสาหกิจ ประเภทบริษัทจำกัด โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น ระหว่างรัฐและเอกชน เป็น 51 ต่อ 49% แต่เกิดปัญหาข้อกฎหมายการจัดตั้ง ในรูปแบบของการประกอบกิจการขนส่ง

ดังนั้น ในสมัยรัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช จึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเป็นองค์การของรัฐ ให้ชื่อว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2519 โดยควบรวมกิจการรถโดยสารประจำทางทั้งหมด จากบริษัท มหานครขนส่ง จำกัด มาขึ้นอยู่กับองค์การฯ ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ประเภทกิจการสาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงคมนาคม มีภารกิจ และขอบเขตความรับผิดชอบ ในการจัดบริการรถโดยสารประจำทาง รับ-ส่งผู้โดยสารในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัดคือ นนทบุรี, ปทุมธานี, สมุทรปราการ, สมุทรสงคราม และนครปฐม โดยมีผู้ใช้บริการประมาณ 3 ล้านคนต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีหน้าที่ประกอบการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ หรือต่อเนื่องกับการประกอบการขนส่งบุคคล

และเนื่องจากการเดินรถโดยสารประจำทาง เป็นสาธารณูปโภคชนิดหนึ่ง ที่รัฐจัดเป็นบริการแก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และปานกลางเป็นหลัก การดำเนินงานจึงมุ่งสนองนโยบายรัฐบาล ในการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีรายได้น้อย โดยไม่หวังผลกำไร การจัดเก็บค่าโดยสาร จึงอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าต้นทุนจริง ตามที่รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดนโยบาย การให้บริการของ ขสมก มุ่งหมายให้ประชาชนได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินรถของผู้โดยสารเป็นหลัก[3]

[แก้] ตราสัญลักษณ์

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ใช้ตราสัญลักษณ์มาแล้วสองรูปแบบ กล่าวคือ นับแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท มหานครขนส่ง จำกัด ในปี 2518 องค์การฯ ใช้ตราสัญลักษณ์ เป็นภาพวงกลมที่มีเส้นรอบวงเป็นสีแดงขอบหนา มีป้ายรูปหกเหลี่ยมสีน้ำเงินเข้มคาดทับ ตามแนวขวางในส่วนกลางของวงกลม บนป้ายมีอักษรสีขาว เป็นชื่อย่อของบริษัท มหานครขนส่ง จำกัด คือ "มหานครขนส่ง" เมื่อเปลี่ยนรูปแบบองค์กร เป็นองค์การฯ ก็ใช้ชื่อเต็ม คือ "องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ" ซึ่งใช้มาจนถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2535 จึงเปลี่ยนไปใช้ตราสัญลักษณ์ใหม่ ซึ่งเริ่มปรากฏบนรถโดยสารบางส่วน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2535 เป็นภาพวงรีสีเขียว ปลายทั้งสองวางตามแนวบนขวาไปล่างซ้าย มีอักษรย่อขององค์การฯ คือ "ขสมก" สีน้ำเงิน ลักษณะเอนไปทางขวา คาดทับตามแนวขวางในส่วนกลางของวงรี หลังจากนั้น องค์การฯ ก็เร่งทยอยเปลี่ยนตราสัญลักษณ์ที่แสดงบนรถโดยสาร จนราวต้นปี พ.ศ. 2536 จึงดำเนินการแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ และใช้ตราสัญลักษณ์รูปแบบดังกล่าวมาจนถึงปัจจุบัน[4]

[แก้] เส้นทางที่ให้บริการ

ในปัจจุบัน เส้นทางเดินรถโดยสารประจำทาง ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ดำเนินการในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง ได้แก่จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร โดยแบ่งออกเป็น เขตการเดินรถต่างๆ จำนวน 8 เขต

[แก้] อัตราค่าโดยสาร

การจัดเก็บอัตราค่าโดยสารของ ขสมก นั้น มีการจัดเก็บอยู่ 2 แบบ โดยอัตราค่าโดยสารที่ใช้ คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางเป็นผู้กำหนดขึ้น นอกจากนี้ ยังมีค่าธรรมเนียมในการบริการพิเศษ เช่น รถที่ใช้ทางพิเศษ หรือ รถบริการตลอดคืน[1]

[แก้] การจัดเก็บค่าโดยสารแบบอัตราเดียวตลอดสาย

การจัดเก็บค่าโดยสารแบบอัตราเดียวตลอดสายนี้ จะใช้สำหรับรถโดยสารประจำทางธรรมดา และรถโดยสารประจำทางปรับอากาศขนาดเล็ก ของรถร่วมบริการ ตามตารางดังต่อไปนี้

ประเภทรถ รถ ขสมก. รถเอกชนร่วมบริการ ค่าโดยสาร หมายเหตุ
มินิบัส ไม่มีให้บริการ Minibus203.jpg 6.50 บาท
ครีม-แดง Mitsu80.jpg 7 บาท รถ ขสมก. เก็บค่าโดยสาร 6.50 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554
ขาว-น้ำเงิน Hino40G.jpg Bus nor b;ue 28&8.jpg 8 บาท รถ ขสมก. เก็บค่าโดยสาร 7.50 บาทตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554
ชมพู ไม่มีให้บริการ 8 บาท
แอร์มินิบัสสีเหลือง ไม่มีให้บริการ 12 บาท สาย 5,14,17,18,28,30,40,42,52,56,68,74,77,82,97 และ 203 เก็บค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย

[แก้] การจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง

ตารางค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) สายที่ 80 เที่ยวไปสนามหลวง

การจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง จะใช้สำหรับการโดยสารรถประจำทางปรับอากาศทุกประเภท โดยที่จะไม่มีค่าธรรมเนียมอื่นๆ เพิ่มเติม ตามประเภทของรถดังตารางต่อไปนี้

ประเภทรถ รถ ขสมก. รถเอกชนร่วมบริการ ค่าโดยสาร หมายเหตุ
ครีม-น้ำเงิน Hino4.jpg Air blue 28.jpg 11-19 บาท *1สาย 542 เก็บค่าโดยสาร 10 บาทตลอดสาย

*2รถ ขสมก. เก็บค่าโดยสาร 10-18 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554

แอร์มินิบัสสีเหลือง ไม่มีให้บริการ Sunlong 27.jpg 12-24 บาท
ขาว-เขียว-แดง(รถพ่วง) Benz9.jpg ไม่มีให้บริการ 11-19 บาท
รถใช้ก๊าซธรรมชาติ Benz O405 CNG.jpg 12-24 บาท 1สาย 64 เก็บค่าโดยสาร 12 บาทตลอดสาย

2สาย 503 เก็บค่าโดยสาร 10-18 บาท

3ในเส้นทางของเอกชนบางเส้นทาง เก็บค่าโดยสาร 11-19 บาท

4รถ ขสมก. เก็บค่าโดยสาร 11-23 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554

ยูโรวันและยูโรทู Isuzu56.jpg 12-24 บาท *1รถ ขสมก. เก็บค่าโดยสาร 11-23 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2554
  • รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง สายที่ 134 - จัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง ตามอัตราสำหรับรถโดยสารหมวด 3 และ 4 สำหรับการโดยสารในเขตจังหวัดนนทบุรี โดยนับตั้งแต่สะพานพระนั่งเกล้าจนถึงหมู่บ้านบัวทองเคหะ
  • รถโดยสารประจำทางสีครีม-แดง สายที่ 145 - จัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง ตามอัตราสำหรับรถโดยสารหมวด 3 และ 4 สำหรับการโดยสารในเขตจังหวัดสมุทรปราการ

[แก้] ค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการให้บริการพิเศษ สำหรับรถโดยสารธรรมดาไว้ดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมรถโดยสารที่ใช้ทางพิเศษ - จัดเก็บเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรถโดยสารบริการตลอดคืน - จัดเก็บเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 1.50 บาท
  • ค่าธรรมเนียมรถโดยสารเข้าสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ บรมราชชนนี - จัดเก็บเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 2 บาท

คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ได้กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมในการให้บริการพิเศษ สำหรับรถโดยสารปรับอากาศไว้ดังนี้

  • ค่าธรรมเนียมรถโดยสารเข้าสถานีรถโดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ - จัดเก็บเพิ่มจากค่าโดยสารปกติ 10 บาท

[แก้] เงื่อนไขการยกเว้นหรือลดหย่อนค่าโดยสารรถโดยสารประจำทาง

[แก้] ผู้ได้รับการยกเว้นค่าโดยสาร

  • ผู้ตรวจการขนส่ง
  • พระภิกษุ สามเณร
  • บุรุษไปรษณีย์ในเครื่องแบบ (ขณะปฏิบัติหน้าที่)
  • ผู้ถือบัตรประจำตัวพนักงานองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
  • ผู้ถือบัตรหรือเหรียญตราของทางราชการ ที่ระบุไว้ว่ามีสิทธิยกเว้นค่าโดยสารประจำทาง

[แก้] ผู้ได้รับการลดหย่อนค่าโดยสารครึ่งราคา

ผู้โดยสารที่ใช้บริการรถเมล์(ธรรมดา) ของ ขสมก. มีสิทธิได้รับการลดหย่อนค่าโดยสารได้ในอัตราพิเศษ ซึ่งเป็นอัตราที่หักจากค่าใช้จ่ายหมายถึงราคาต้นทุนเช่น ระยะทางต่ำสุดจาก 11 บาทเหลือ 8บาทเป็นต้น และสำหรับบุคคลดังต่อไปนี้

  • คนตาบอด ที่มีหนังสือรับรองของสมาคมคนตาบอด
  • ทหาร ตำรวจ ในเครื่องแบบ
  • ผู้ถือบัตรหรือเหรียญตราของทางราชการที่มีระเบียบระบุไว้ว่า มีสิทธิได้รับการลดหย่อนค่าโดยสารรถประจำทางครึ่งราคาเสียค่าโดยสารครึ่งราคา ดังนี้
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวเหรียญชัยสมรภูมิ และทายาท
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวเหรียญงานพระราชสงครามในทวีปยุโรป
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวเหรียญราชการชายแดน
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวเหรียญพิทักษ์เสรีชน
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวทหารผ่านศึกนอกประจำการชั้นที่ 1 2 3 และ 4
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึก บัตรชั้นที่ 1
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติราชการสนาม กรณีไปทำการรบในงานพระราชสงครามในทวีปยุโรป กรณีพิพาทกับอินโดจีน กรณีสงครามมหาเอเชียบูรพา กรณีสงครามเกาหลี และกรณีสงครามเวียดนาม
    • ผู้ถือบัตรประจำตัวครอบครัวทหารผ่านศึกนอกประจำการ บัตรชั้นที่ 1
  • ผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 แสดงบัตรประจำตัวประชาชน เมื่อมาใช้บริการรถโดยสารประจำทาง ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และรถของผู้ประกอบการ ที่เดินรถร่วมกับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
  • ผู้พิการที่ถือบัตรหรือสมุดคนพิการ

[แก้] ราคาบัตรเดือนสำหรับนักเรียน นิสิต นักศึกษา

  • นักเรียนในเครื่องแบบ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ลงมา ให้เสียค่าโดยสาร 1 ใน 3 ของค่าโดยสารปกติ โดยให้ซื้อบัตรเดือนในอัตราค่าโดยสารเที่ยวเดียว คูณด้วย 44 สำหรับการโดยสารที่ไม่รวมวันเสาร์และวันอาทิตย์ หรือคูณด้วย 52 สำหรับการโดยสารที่ไม่รวมวันอาทิตย์ ไป 1 เที่ยวต่อวัน เศษของเดือนให้คำนวณตามส่วน
  • นักเรียนในเครื่องแบบ ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ขึ้นไป นิสิต นักศึกษา ในเครื่องแบบ หรือแสดงบัตร โดยใช้บัตรเดือนให้เสียค่าโดยสาร 2 ใน 3 และให้ใช้หลักเกณฑ์เกี่ยวกับบัตรเดือนตามข้อ 1

[แก้] ค่าโดยสารครึ่งราคารวมค่าธรรมเนียมรถปรับอากาศธรรมดา (ครีม - น้ำเงิน / รถเมล์พ่วงสีขาว / รถเมล์ขาวใข้ก๊าซธรรมชาติ)

ค่าโดยสารรวม ค่าธรรมเนียม(บาท) ค่าโดยสารครึ่งราคา รวมค่าธรรมเนียม(บาท)
10 บาท 7 บาท
12 บาท 8 บาท
14 บาท 10 บาท
16 บาท 11 บาท
18 บาท 13 บาท

[แก้] ค่าโดยสารครึ่งราคารวมค่าธรรมเนียมรถปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม)

ค่าโดยสารรวม ค่าธรรมเนียม(บาท) ค่าโดยสารครึ่งราคา รวมค่าธรรมเนียม(บาท)
11 บาท 8 บาท
13 บาท 9 บาท
15 บาท 11 บาท
17 บาท 12 บาท
19 บาท 13 บาท
21 บาท 14 บาท
23 บาท 16 บาท

[แก้] รถโดยสารที่ให้บริการในปัจจุบัน

[แก้] รถโดยสารประจำทางธรรมดา สีครีม-แดง

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ จำนวนที่นั่ง ภาพประกอบ
HINO AK176 2534 1, 2, 3, 4, 5 499 + 4*
(ตัดบัญชี 4 คัน)
ข-40xxx 34 Hino40.jpg
Isuzu MT111QB 2535 1, 6, 7, 8 540 + 2*
(ตัดบัญชี 4 คัน)
ข-50XXX 34 Isuzu MT111QB.jpg
Mitsubishi Fuso RP118 2534 2, 4, 8 510 + 3*
(ตัดบัญชี 3 คัน)
ข-80XXX 34 Mitsu80.jpg

หมายเหตุ + ตัวเลข* หมายถึงจำนวนรถสำรองวิ่ง (รถสแปร์) ในรุ่นนั้นๆ


[แก้] รถโดยสารประจำทางธรรมดา สีขาว-เขียว

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ จำนวนที่นั่ง ภาพประกอบ
HINO AK176 2534 5 41 5-40XXX 34 Hino40G.jpg

[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีครีม-น้ำเงิน

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ จำนวนที่นั่ง ภาพประกอบ
Isuzu CQA650 A/T 2538 1, 7, 8 100 ข-30XX 46 ISUZU BMTA CQA650AT.jpg
HINO HU3KKSKL 2538 2 80 + 1* 2-40XX 50 Hino4.jpg
Mercedes-Benz OF1617 2534 1, 2, 3, 5, 6, 8 *3 200 *2 ข-6XXX 50 Benz6.jpg

หมายเหตุ + ตัวเลข* หมายถึงจำนวนรถสำรองวิ่ง (รถสแปร์) ในรุ่นนั้นๆ *2 เดิมมี 800 คัน ซึ่ง 500 คันแรก ปลดระวาง วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ที่เหลือส่วนใหญ่ประมาณ 200 คัน ถูกสั่งตัดจอดยังไม่มีกำหนด เมื่อต้นปี 2554 *3 ปัจจุบันเหลือเขตการเดินรถที่ 5, 6 เท่านั้นที่ออกให้บริการ


[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีขาว-เขียว-แดง (รถพ่วงปรับอากาศ)

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ จำนวนที่นั่ง ภาพประกอบ
Mercedes-Benz O405G 2538 3 52
(ตัดบัญชี 1 คัน)
* ปัจจุบันไม่ออกให้บริการ
3-90XX 60 Benz9.jpg

[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีขาว-เขียว-น้ำเงิน (ใช้ก๊าซธรรมชาติ)

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ จำนวนที่นั่ง ภาพประกอบ
Mercedes-Benz O405 CNG 2536 1 38
(ตัดบัญชี 4 คัน)
* ปัจจุบันไม่ออกให้บริการ
1-10XX 46 Benz O405 CNG.jpg
MAN 16.230 HOCL/R - CNG[5] 2536 1 45 1-20xx 41 (1-2018 มี 44 ที่นั่ง) ManBMTA.jpg
SUNLONG SLK6111 UE6NA CNG 2554 1 40 (รถเช่ามาจากเอกชน) 1-900XX 38 Example.jpg
KINGLONG XMQ6106CNG 2554 5 80 (รถเช่ามาจากเอกชน) 5-900XX 31 140kinglong.jpg
TATA Marcopolo 2555 1, 5 2 (รถทดลองวิ่ง) (ไม่มี) Tata-bus.jpg

[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีส้ม (ยูโรทู)

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ จำนวนที่นั่ง ภาพประกอบ
HINO RU1JSSL 2541 1, 2, 3, 4 200 + 2*
(ตัดบัญชี 2 คัน)
ข-44XXX 35 Hino44.jpg
HINO RU1JSSL 2545 1, 3, 4 125 + 1* ข-45XXX 35 Hino45.jpg
Isuzu LV223S 2541 1, 6, 7, 8 200 + 1* ข-55XXX 35 Isuzu55.jpg
Isuzu LV423R 2545 1, 6, 7, 8 125 ข-56XXX 35 Isuzu56.jpg
Mercedes-Benz OH1829/63 2541 1, 2, 3, 5, 397 + 3*
(ตัดบัญชี 5 คัน)
ข-66XXX 35 Benz66.jpg
DAEWOO BH115 2545 1, 5, 8 250 + 1*
(ตัดบัญชี 1 คัน)
ข-67XXX 35 Daewoo67.jpg

หมายเหตุ + ตัวเลข* หมายถึงจำนวนรถสำรองวิ่ง (รถสแปร์) ในรุ่นนั้นๆ

[แก้] หมายเลขข้างรถโดยสาร

รถโดยสารของ ขสมก ทุกคันจะมีหมายเลขข้างรถติดอยู่ โดยจะมีอยู่ 4 แห่ง สำหรับรถโดยสารปรับอากาศ และ 5 แห่ง สำหรับรถโดยสารธรรมดา

  • รถโดยสารปรับอากาศ
  1. กันชนหน้า
  2. กระจกรถด้านซ้าย
  3. กระจกรถด้านขวา
  4. กระจกรถด้านหลัง
  • รถโดยสารธรรมดา
  1. กันชนหน้า
  2. ตัวถังรถด้านซ้าย
  3. ตัวถังรถด้านขวา
  4. กระจกรถด้านหลัง
  5. กันชนหลัง

[แก้] ความหมายของหมายเลขข้างรถ

  • รูปแบบที่ 1 (แบบ 4 หลัก) : ข-AXXX
    • “ข” คือเขตการเดินรถที่รถสังกัดอยู่
    • “A” คือรุ่นของรถ (ดูรายละเอียดที่หัวข้อ รถโดยสารที่ให้บริการในปัจจุบัน)
    • “XXX” คือ ลำดับที่ของรถ
    • เช่น 7-3077 มีความหมายว่า รถโดยสารคันดังกล่าว สังกัดอยู่เขตการเดินรถที่ 7 เป็นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีครีม-น้ำเงิน ยี่ห้อ Isuzu รุ่น CQA650 A/T คันที่ 77
  • รูปแบบที่ 2 (แบบ 5 หลัก) : ข-AAXXX
    • “ข” คือ เขตการเดินรถที่รถสังกัดอยู่
    • “AA” คือ รุ่นของรถ (ดูรายละเอียดที่หัวข้อ รถโดยสารที่ให้บริการในปัจจุบัน)
    • “XXX” คือ ลำดับที่ของรถ
    • เช่น 2-66397 มีความหมายว่า รถโดยสารคันดังกล่าว สังกัดอยู่เขตการเดินรถที่ 2 เป็นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสีส้ม (ยูโรทู) ยี่ห้อ Mercedes-Benz รุ่น OH1829/63 คันที่ 397

[แก้] บริการสถานีวิทยุบนรถประจำทาง (บัสซาวนด์)

ในอดีต โครงการบัสซาวนด์ ดำเนินงานโดย บริษัท อาร์เอ็นที เอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับสัมปทานในการติดลำโพงบนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก และกระจายเสียงจากคลื่นความถี่ระบบเอฟเอ็ม 88.0 เมกะเฮิรตซ์ พีค เอฟเอ็ม (ชื่อขณะนั้น) ที่ดำเนินการโดย บริษัท เอไทม์ มีเดีย จำกัด ในเครือแกรมมี่ โดยได้รับสัมปทานจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย แต่ประสบปัญหาขาดทุน บริษัท เอไทม์ มีเดีย จำกัด จึงถอนตัวไป และในเวลาต่อมา จึงเปลี่ยนคลื่นความถี่ออกอากาศ มาเป็นระบบเอฟเอ็ม 103.5 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นที่ บริษัท คลิก วีอาร์วัน จำกัด รับสัมปทานมาจาก สถานีวิทยุกระจายเสียง ของสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 และดำเนินการมาถึงปัจจุบัน ต่อมาทาง Click Radio ได้ทำการเจรจาขอเวลาเพิ่มจากกองทัพบก โดยงดถ่ายทอดสดรายการภาคบังคับได้แก่ รายการสยามานุสติ(06.45-07.00 น.) และรายการใต้ร่มธงไทย(18.00-19.00 น.) ทำให้มีเวลาออกอากาศเพิ่มเติมอีก 1.15 ชั่วโมง ซึ่งในระยะ 1-2 ปีแรกมีเกมลุ้นโชคจากเลขหน้าตั๋วของรถเมล์ ขสมก. อีกด้วย แต่ในปัจจุบัน ยกเลิกโครงการไปแล้ว

[แก้] รถโดยสารที่ให้บริการในอดีต

[แก้] รถโดยสารประจำทางธรรมดา สีครีม-น้ำเงิน

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ ภาพประกอบ หมายเหตุ
HINO BX320 2520-2535 1, 2, 4 ,10 1,000 ข-1001 ถึง ข-2000 เป็นรถที่ ขสมก. ซื้อ
ISUZU TX192[6] 2520-2535 1, 5, 8, 9 500 ข-2001 ถึง ข-2500 เป็นรถที่ ขสมก. ซื้อ
Mercedes Benz OF1611[7] 2520-2535 3, 5, 6 800 ข-3001 ถึง ข-3800 เป็นรถที่ ขสมก. ซื้อ
VOLVO Alisa B55-10 MK II[8] 2521 - 1 - เป็นรถเมล์สองชั้นที่บริษัท วอลโว่ ให้ ขสมก. ทดลองวิ่ง มีความยาว 9.9 เมตร สองเพลา
HINO BX321[9] 2523-2540 1, 2, 3, 4 ,10 500 ข-10101 ถึง ข-10600 เป็นรถที่ ขสมก. เช่า เพื่อเพิ่มเติมจากรถเก่าที่มีอยู่ เรียกว่า "ฮีโน่จัมโบ้" เพราะรถมีตัวถังใหญ่กว่ารถรุ่นเก่า
ISUZU JCR600YZNN 2523-2540 1, 5, 8, 9 500 ข-20101 ถึง ข-20600 เป็นรถที่ ขสมก. เช่า เพื่อเพิ่มเติมจากรถเก่าที่มีอยู่ เรียกว่า "อีซูซุจัมโบ้" เพราะรถมีตัวถังใหญ่กว่ารถรุ่นเก่า
Mercedes Benz OF1417 2523-2535 5, 6 200 ข-30101 ถึง ข-30300 เป็นรถที่ ขสมก. เช่า เพื่อเพิ่มเติมจากรถเก่าที่มีอยู่ เรียกว่า "เบนซ์จัมโบ้" เพราะรถมีตัวถังใหญ่กว่ารถรุ่นเก่า
LEYLAND Olympian B45[10] 2530 1 1 - เป็นรถเมล์สองชั้นที่บริษัทเลย์แลนด์ ให้ ขสมก. ทดลองวิ่ง 6 เดือน มีความยาว 10.3 เมตร สูง 4.5 เมตร สองเพลา วิ่งให้บริการในสาย 29 และ 95 รายได้จากค่าโดยสารหลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนการก่อสร้างสวนหลวง ร.9[11]

[แก้] รถโดยสารประจำทางธรรมดา สีครีม-แดง

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ ภาพประกอบ หมายเหตุ
HINO AK192 2531-2542 1, 2, 4 ,10 250 ข-4001 ถึง ข-4250 เป็นรถที่ ขสมก. เช่า มีเครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ ประตูอัตโนมัติ และพัดลมระบายอากาศ
ISUZU MT111L 2531-2542 1, 5, 8, 9 250 ข-5001 ถึง ข-5250 ISUZU red MT111L.jpg เป็นรถที่ ขสมก. เช่า มีเครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ ประตูอัตโนมัติ และพัดลมระบายอากาศ
DAEWOO BF120DS 2531-2542 2, 3 ,4 , 5 ,6 400 ข-70101 ถึง ข-70500 เป็นรถที่ ขสมก. เช่า มีเครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ ประตูอัตโนมัติ และพัดลมระบายอากาศ
DAEWOO BF120S 2534-2542 5 ,6 450 ข-70501 ถึง ข-70950 250px เป็นรถที่ ขสมก. เช่า ประตูอยู่กลางรถ

[แก้] รถโดยสารประจำทางธรรมดา สีขาว-เขียว

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ ภาพประกอบ หมายเหตุ
Mercedes-Benz OH360i 2540 - 1 ตุลาคม 2554 5, 6 80 ข-30301 ถึง ข-30380 PICZ 019.jpg *1มี 32 ที่นั่ง

*2เคยใช้ Fare Box 2 ครั้ง ในปี 2540 ตอนเข้าประจำการ และในปี 2547 ทดลองใช้ในสาย 7 คลองขวาง - หัวลำโพง

*3เป็นรถเช่าจากเอกชน แต่ ขสมก. ซ่อมเอง

*4เคยให้บริการสาย 7 7ก 15 37 42 68 73 75 76 79 84 84ก 105 111 117 137 140 141 147 165 172 193 ป.25ค.(179)

[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีครีม-น้ำเงิน

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ ภาพประกอบ หมายเหตุ
VOLVO B57-60[12] 2520 - 2525


2530-2534

11 200 11-101 ถึง 11-300 *1ในช่วงแรกมีประตูหน้าและประตูกลาง แต่ใช้ประตูหน้าเพียงบานเดียว
*2งดให้บริการระหว่างปี 2526-2529 ออกมาให้บริการอีกครั้งในปี 2530
*3เมื่อนำออกมาวิ่งอีกครั้ง รถคันที่สามารถนำออกมาให้บริการ ได้ดัดแปลงตัวถังเหลือประตูกลางเพียงบานเดียว
VOLVO B57-60[13] 2523 - 2534 11 40 81-3001 ถึง 81-3040 VOLVO B57 Phase2.jpg
HINO RF720[14] 2523 - 2528 11 180 82-4001 ถึง 82-4180 เป็นรถที่ ขสมก. ให้บริษัท เอส.เค.ทัวร์แอนด์เซอร์วิส จำกัด วิ่งในวันที่ 22 กรกฎาคม 2528 ในสาย ปอ.4 ปอ.6 ปอ.7 ปอ.8 และ ปอ.29[15]
ISUZU BU35KL[16] 2523 - 2538 11 180 83-5001 ถึง 83-5180 -
MAN - 2530 ปอ.11 1 - เป็นรถทดลองใช้ก๊าซ NGV
Mercedes Benz - 2530 - 2534 11 100 11-6001 ถึง 11-6100 250px -
Mercedes Benz OF1617 2534 - ปัจจุบัน 11 800 ข-6101 ถึง ข-6900 Benz6.jpg ปลดระวางบางส่วน 500 คันในปี 2544 และจอดอย่างไม่มีกำหนดเมื่อต้นปี 2554 จำนวน 200 คันเศษ
Mercedes Benz 1114 2540-2547 4, 5 30 ข-9501 ถึง ข-9530 เคยใช้เครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ 10 บาทตลอดสาย และเคยให้บริการในสาย 1 4 37 42 47 75 76 ปอ.26(162)

[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ รถพ่วง

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ ภาพประกอบ หมายเหตุ
VOLVO B10M 2535 1 1 - เป็นรถที่บริษัทวอลโว่ นำมาให้ ขสมก. ทดลองวิ่งในสาย ปอ.3 หรือ 503 ในปัจจุบัน
IKARUS 283 2538-2551 2 50 2-8001 ถึง 2-8050 -

[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีขาว-เขียว-น้ำเงิน (ใช้ก๊าซธรรมชาติ)

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ ภาพประกอบ หมายเหตุ
DONGFENG HANGZHOU DHZ6111CF(CNG)[17] 2549 - 2550 1 1 - DHZ6111CF(CNG).jpg เป็นรถเมล์ใช้ก๊าซ NGV ที่บริษัท ดองแฟง หางโจวมอเตอร์ไทยแลนด์ จำกัด ให้ ขสมก. ทดลองวิ่งในสาย 522 เครื่องยนต์ 4 สูบ รหัส YC6G260N-3T 258 แรงม้า อัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ย 2.47 กม./กก.[18][19]


ปัจจุบัน วิ่งสาย 542 วงกลมตลิ่งชัน - อนุสาวรีย์ชัยฯ

ISUZU LV486R 2550 - 2551 1 1 - ISUZU BMTA LV486R.JPG เป็นรถเมล์ใช้ก๊าซ NGV ที่บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ให้ ขสมก. ทดลองวิ่งในสาย 129 522

[แก้] รถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สีเขียวอ่อน (รถเอทานอล)

ยี่ห้อ รุ่น ปีที่เข้าประจำการ เขตการเดินรถที่ให้บริการ จำนวนรถที่ให้บริการ หมายเลขข้างรถ จำนวนที่นั่ง ภาพประกอบ หมายเหตุ
Scania K270UB 2554 5 1 - 34 K270UB.JPG เป็นรถทดลองวิ่งในสาย 21 วิ่งระหว่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี - จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

[แก้] อ้างอิง

  1. ^ 1.0 1.1 การบริการ จากเว็บไซต์ ขสมก
  2. ^ ข้อมูลสำคัญของรัฐวิสาหกิจไทย (State Enterprise Key Indicators : SEKI)
  3. ^ ประวัติ ขสมก จากเว็บไซต์องค์การฯ
  4. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ JoKubPom ในกระทู้ อยากทราบเกี่ยวกับโลโก้ ขสมก จากเว็บบอร์ดบางกอกบัสคลับ
  5. ^ รายงานการศึกษาเรื่อง โครงการจัดซื้อรถเมล์ก๊าซ NGV 82 คันรายงานการศึกษาเรื่อง โครงการจัดซื้อรถเมล์ก๊าซ NGV 82 คัน จากเว็บบอร์ดรถเมล์ไทย.คอม
  6. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ noom4100 ในกระทู้เจำกันได้ไหมว่ารถเมล์แต่ละสายเคยเปลี่ยนรถมาแล้วกี่รุ่นบ้าง จากเว็บบอร์ดไทยทรานสปอร์ตโฟโต้ดอตเน็ต]
  7. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ noom4100 ในกระทู้เจำกันได้ไหมว่ารถเมล์แต่ละสายเคยเปลี่ยนรถมาแล้วกี่รุ่นบ้าง จากเว็บบอร์ดไทยทรานสปอร์ตโฟโต้ดอตเน็ต]
  8. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ Phong ในกระทู้เปิดกรุภาพเก่า : Old City Buses in Thailand แสดงแบบคำตอบเดียว จากเว็บบอร์ดรถเมล์ไทย.คอม
  9. ^ รถโดยสารปลดระวางของกองทัพเรือรถโดยสารปลดระวางของกองทัพเรือ จากไฟล์ PDFกองทัพเรือ
  10. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ Bank_DEH261 ในกระทู้เอกสารเก่าเกี่ยวกับรถเมล์ คอลัมน์ สารพันสรรหา ตอน ออมนิบัส 2 ชั้น ชั้นละ 2 ล้าน จากเว็บบอร์ดรถเมล์ไทย.คอม
  11. ^ อ้างอิงเนื้อหาในเอกสารเก่าเกี่ยวกับรถเมล์ คอลัมน์ สารพันสรรหา ตอน ออมนิบัส 2 ชั้น ชั้นละ 2 ล้าน จากเว็บบอร์ดรถเมล์ไทย.คอม
  12. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ Phong ในกระทู้Volvo B57-60 จากเว็บบอร์ดรถเมล์ไทย.คอม
  13. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ Phong ในกระทู้Volvo B57-60 จากเว็บบอร์ดรถเมล์ไทย.คอม
  14. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ black_express ในกระทู้ย้อนอดีต : รถเมล์เมืองกรุง ปี 2509 จากเว็บบอร์ดรถไฟไทนดอตคอม
  15. ^ รายงานประจำปี 2528 , องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, 2529, หน้า 3
  16. ^ ข้อมูลจากผู้ใช้ black_express ในกระทู้ย้อนอดีต : รถเมล์เมืองกรุง ปี 2509 จากเว็บบอร์ดรถไฟไทนดอตคอม
  17. ^ เปรียบเทียบรถติดตั้งเชื้อเพลิง NGVDRIVEN Test Drive Directory จากไฟล์ PDFENERGY REFORM
  18. ^ อ้างอิงข้อมูลจากDRIVEN Test Drive Directory จากไฟล์ PDFENERGY REFORM
  19. ^ อ้างอิงข้อมุลจากNEW NGV BMTA OF Dongfeng Hongzhou (รถใหม่ขสมก. เอ็นจีวี) จากเว็บบอร์ดไทยทรานสปอร์ตโฟโต้ดอตเน็ต

[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น