การรถไฟแห่งประเทศไทย
| การรถไฟแห่งประเทศไทย | |
|---|---|
| State Railway of Thailand | |
![]() |
|
| แผนที่เส้นทางรถไฟในประเทศไทย | |
| สำนัก | |
| 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพ 10330 | |
| ภาพรวม | |
| วันก่อตั้ง | 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2494 |
| งบประมาณ | 14,148 ล้านบาท (พ.ศ. 2555)[1] |
| ผู้บริหาร | ยุทธนา ทัพเจริญ, ผู้ว่าการ |
| ต้นสังกัด | กระทรวงคมนาคม |
| เว็บไซต์ | |
| http://www.railway.co.th/ | |
การรถไฟแห่งประเทศไทย (ชื่อย่อ: รฟท.; อังกฤษ: State Railway of Thailand ; SRT) เป็นรัฐวิสาหกิจในกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่ดูแลกิจการด้านรถไฟของประเทศไทย
รฟท. เป็นรัฐวิสาหกิจของไทยที่มีผลการดำเนินงานขาดทุนมากที่สุด คือ 7,584 ล้านบาท[2]
เนื้อหา |
[แก้] ประวัติ
วันที่ 26 มีนาคม เป็น วันสถาปนากิจการรถไฟ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพ็ชรอัครโยธิน ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมรถไฟหลวงพระองค์แรก
เนื่องมาจากนโยบายขยายอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส แผ่มาครอบคลุมบริเวณเหลมอินโดจีน พระองค์ท่านทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคมนาคม โดยเส้นทางรถไฟ เพราะการใช้แต่ทางเกวียนและแม่น้ำลำคลองเป็นพื้นนั้น ไม่เพียงพอแก่การบำรุงรักษาพระราชอาณาเขต ราษฎรที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงมีจิตใจโน้มเอียงไปทางประเทศใกล้เคียง สมควรที่จะสร้างทางรถไฟขึ้นในประเทศเพื่อติดต่อกับมณฑลชายแดนก่อนอื่น ทั้งนี้เพื่อสะดวกแก่การปกครอง ตรวจตราป้องกันการรุกรานเป็นการเปิดภูมิประเทศให้ประชาชนพลเมืองเข้าบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่า ให้เป็นประโยชน์ทางเศรษกิจของประเทศ และจะเป็นเส้นทางขนส่งผู้โดยสารและสินค้าไปมาถึงกันได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2430 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ เซอร์แอนดรู คลาก และบริษัทปันชาร์ด แมกทักการ์ด โลเธอร์ ดำเนินการสำรวจเพื่อ สร้างทางรถไฟจาก กรุงเทพฯ - เชียงใหม่ และมีทางแยกตั้งแต่เมืองสระบุรี - เมืองนครราชสีมาสายหนึ่ง จากเมืองอุตรดิตถ์ - ตำบลท่าเดื่อริมฝั่งแม่น้ำโขงสายหนึ่ง และจากเมืองเชียงใหม่ไปยังเชียงราย เชียงแสนหลวงอีกสายหนึ่ง โดยทำการสำรวจให้แล้วเสร็จเป็นตอน ๆ รวม 8 ตอน ในราคาค่าจ้างโดยเฉลี่ยไม่เกินไมล์ละ 100 ปอนด์ ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2430
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระราชทานพระบรมราชานุมัติให้กระทรวงโยธาธิการว่าจ้าง มิสเตอร์ จี. มูเร แคมป์เบลล์ สร้างทางรถไฟหลวงจากกรุงเทพ ถึงนครราชสีมา เป็นสายแรก เป็นทางขนาดกว้าง 1.435 เมตร และได้เสด็จพระราชดำเนินประกอบพระราชพิธีกระทำพระฤกษ์ เริ่มการ สร้างทางรถไฟ ณ บริเวณย่านสถานีกรุงเทพ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2434 ซึ่งปัจจุบัน การรถไฟฯ ได้สร้างอนุสรณ์ปฐมฤกษ์รถไฟหลวงเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกเหตุการณ์สำคัญในอดีต และเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ
ต่อมา ในสมัยรัฐบาลที่มีจอมพลป. พิบูลสงครามเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เลขที่ 40 หมวด ก ฉบับพิเศษ ลงในวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2494[3] และให้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม ปีเดียวกัน ดังนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย จึงถูกจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภค สังกัดกระทรวงคมนาคม และให้มีการโอนกิจการ ทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ หน้าที่ต่างๆ รวมไปถึงข้าราชการ ลูกจ้าง และสายงานทั้งหมด ของกรมรถไฟหลวง ไปอยู่ในการดำเนินงานของ การรถไฟแห่งประเทศไทย ในช่วงเวลาต่อมา
[แก้] หน่วยงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยในภูมิภาค
การรถไฟแห่งประเทศไทยมีหน่วยการเดินรถไฟกระจายอยู่ทั้ง 4 ภูมิภาคของแต่ละภาคโดยมีทั้งสิ้น 3 เขตลากเลื่อน
- กองลากเลื่อนเขตอุตรดิตถ์ (ภาคเหนือ)
- กองลากเลื่อนเขตนครราชสีมา (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ)
- กองลากเลื่อนเขตหาดใหญ่ (ภาคใต้)
[แก้] เส้นทางเดินรถ
| ชุมทางและสถานีหลักของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ยกเว้น สายแม่กลอง) | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
|
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
ปัจจุบันการรถไฟฯ มีระยะทางที่เปิดการเดินรถแล้ว รวมทั้งสิ้น 4,346 กิโลเมตร โดยเป็นทางคู่ช่วง กรุงเทพ - รังสิต ระยะทาง 31 กิโลเมตร และเป็นทางสามช่วง รังสิต - ชุมทางบ้านภาชี ระยะทาง 59 กิโลเมตร โดยมีเส้นทาง ดังนี้
- ทางรถไฟสายเหนือ ถึง สถานีรถไฟเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และ สถานีรถไฟ สวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ระยะทาง 751 กิโลเมตร
- ทางรถไฟสายใต้ เริ่มต้นจากสถานีกรุงเทพ ถึง ( สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหงโกลก ) จังหวัดนราธิวาส ระยะทาง 1,159 กิโลเมตร และ สถานีรถไฟปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ระยะทาง 974 กิโลเมตร ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับทางรถไฟของ ประเทศมาเลเซีย ไปถึงยัง ประเทศสิงคโปร์ และ สถานีรถไฟกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ระยะทาง 850 กิโลเมตร และ สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ระยะทาง 816 กิโลเมตร
- ทางรถไฟสายตะวันออก ถึง จังหวัดสระแก้ว ( สถานีรถไฟอรัญประเทศ อำเภออรัญประเทศ ) ระยะทาง 255 กิโลเมตร และ จังหวัดระยอง ที่ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุต สถานีรถไฟมาบตาพุด ระยะทาง 200 กิโลเมตร
- ทางรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือ ถึง (สถานีรถไฟอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ) จังหวัดอุบลราชธานี ระยะทาง 575 กิโลเมตร และ จังหวัดหนองคาย และต่อจากหนองคายไปยัง สถานีรถไฟท่านาแล้ง (สปป.ลาว) ระยะทาง 627.5 กิโลเมตร
- ทางรถไฟสายตะวันตก จาก สถานีธนบุรี ถึง ( อำเภอไทรโยค สถานีรถไฟน้ำตก ) จังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 194 กิโลเมตร และถึง สถานีรถไฟสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ระยะทาง 157 กิโลเมตร
- ทางรถไฟสายแม่กลอง ช่วง สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ - สถานีรถไฟมหาชัย ระยะทาง 31 กิโลเมตร และช่วง สถานีรถไฟบ้านแหลม - สถานีรถไฟแม่กลอง ระยะทาง 34 กิโลเมตร
และการรถไฟฯ ยังได้เปิดเดินเส้นทางรถไฟฟ้าจำนวน 1 เส้นทาง ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร โดยให้บริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด (SRT Electrified Train Co., Ltd. หรือ SRTET) ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่ก่อตั้งขึ้นโดยได้รับความร่วมมือจาก Deutsche Bahn AG ประเทศเยอรมนี เป็นผู้ดำเนินการในการเดินรถ โดยเส้นทางดังกล่าวคือ รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
นอกจากนั้นยังมีการสร้างทางอีกหลายเส้นทาง อาทิ สถานีรถไฟชุมทางคลองสิบเก้า - สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี - สถานีรถไฟชุมทางแก่งคอย - สถานีรถไฟศรีราชา - สถานีรถไฟแหลมฉบัง - สถานีรถไฟชุมทางเขาชีจรรย์ - สถานีรถไฟมาบตาพุด และโครงการรถไฟฟ้าอีกสองเส้นทางคือ รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน (ศาลายา - หัวหมาก) และรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต - มหาชัย) หรือเรียกรวมๆ ได้ว่า โครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง)
นอกจากนี้ยังมีโครงการปรับปรุงรางที่สำคัญมากๆต่อการพัฒนารางคือ ขยาย รางให้เป็นรางคู่เพื่อให้สามารถทำความเร็วได้มากขึ้นลดเวลาการเดินทาง จุโบกี้สินค้าได้มากขึ้น จุผู้โดยสารได้มาก และประหยัดพลังงานมากขึ้นเนื่องจาก การขนส่ง เที่ยวหนึ่ง สามารถจุคนสินค้าได้มากกว่ารถยนต์ ซึ่งโครงการนี้จะเป็นการพัฒนาปรับปรุงการขนส่งทางรางให้มีประสิทธิภาพและดีขึ้นซึ่งปัจจุบันรางเดี่ยวไม่เหมาะที่จะขนส่งอีกต่อไป ซึ่งรางเดี่ยวจะเสียต้นทุนมาก โครงการที่สำคัญๆ ที่จะสร้าง คือ ชุมทางสระบุรีไป ปากนำโพ 118กม นครปฐมไปหัวหิน 165 กม มาบกะเบา ไป ชุมทางจิระ132 กม และ จิระไปขอนแก่น 185กม ประจวบ คีรีขันธ์ไปชุมพร 167กม โครงการเฟสแรกรวม 767 กม
[แก้] ประเภทขบวนรถไฟ
[แก้] รถโดยสาร
[แก้] รถด่วนพิเศษ
ขบวนรถด่วนพิเศษ (Special Express) เป็นขบวนรถที่จัดเดินระยะทางไกล หยุดสถานีที่สำคัญ ๆ เท่านั้น ปัจจุบันมีชนิดรถให้บริการ ดังนี้
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 1 ปรับอากาศ (บนอ.ป.)
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บนท.ป.)
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศJR-West(บนท.ป.JR-West) (เฉพาะขบวนที่ 13/14)
- รถโบกี้นั่งชั้นที่ 2 (บชท.) (เฉพาะขบวนที่ 37/38)
- รถโบกี้นั่งชั้นที่ 3 (บชส.) (เฉพาะขบวนที่ 37/38)
- รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศไม่มีห้องขับ (กซม.ป.) (ในขบวนที่ 3/4 9/10 11/12 21/22 39/40 41/42 43/44)
- รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศมีห้องขับ (กซข.ป.)
[แก้] รถด่วน
ขบวนรถด่วน (Express) เป็นขบวนรถที่จัดเดินระยะทางไกล หยุดสถานีที่สำคัญ ๆ เท่านั้น แต่มีการให้บริการของชนิดรถพ่วงมากกว่าขบวนรถด่วนพิเศษ แบ่งชนิดรถที่ให้บริการ ดังนี้
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 1 ปรับอากาศ (บนอ.ป.) (ยกเว้นขบวนที่ 51/52)
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บนท.ป.)
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บนท.ป.) (JR-West) (เฉพาะขบวนที่ 67/68)
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.)
- รถโบกี้ชั้นที่ 2 ปรับอากาศ (บชท.ป.) (เฉพาะขบวนที่ 51/52)
- รถโบกี้ชั้นที่ 2 (บชท.)
- รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.ป.)
- รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.) (ยกเว้นขบวนที่ 67/68 69/70)
- รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศมีห้องขับ (กซข.ป.) (เฉพาะขบวนที่ 71/74 เป็นบางครั้ง)
- รถกำลังดีเซลรางปรับอากาศไม่มีห้องขับ (กซม.ป.) (เฉพาะขบวนรถด่วนสายอีสานขบวนที่ 71/74 73/72 77/76 75/78)
- รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.) (เฉพาะขบวนรถด่วนสายอีสานขบวนที่ 71/74 73/72 77/76 75/78)
[แก้] รถเร็ว
ขบวนรถเร็ว (Rapid) เป็นขบวนรถที่จัดเดินระยะทางไกลหยุดมากกว่ารถด่วนพิเศษและรถด่วน รถพ่วงส่วนใหญ่จะเป็นรถนั่งชั้น 3 คิดค่าธรรมเนียมขบวนรถ ตามระยะทาง แบ่งชนิดรถที่ให้บริการ ดังนี้
- รถโบกี้นั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.) (ในรถเร็วขบวน139/140 รถเร็วสายใต้ยกเว้นขบวนที่175/176 177/178 รถเร็วสายเหนือขบวนที่107/108 109 )
- รถปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 (บนท.ป.) (ในรถเร็วสายใต้(ยกเว้นขบวนที่175/176 177/178 และรถเร็ว 107/108 )
- รถโบกี้ชั้นที่ 2 (บชท.)
- รถโบกี้ชั้นที่ 2 และ 3 ติดกัน (บสส.)
- รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.)
- รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.) (เฉพาะขบวน 105/106)
- รถกำลังดีเซลรางไม่มีห้องขับปรับอากาศ (กซม.ป.) (เฉพาะขบวน 105/106)
[แก้] รถธรรมดา
ขบวนรถธรรมดา (Ordinary) เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสาร จากกรุงเทพไปยังจังหวัดสำคัญๆ ในแต่ละภูมิภาค โดยมีระยะทางระหว่าง 151 - 600 กม. หยุดรับส่งทุกป้ายหยุด ที่หยุด และสถานี แบ่งชนิดรถที่ให้บริการ ดังนี้
- รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.)
- รถโบกี้ชั้นที่ 2 และ 3 ติดกัน (บสส.) (บางขบวน)
- รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.) (บางขบวน)
[แก้] รถชานเมือง
ขบวนรถชานเมือง ( Bangkok Commuter) เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รัศมีไม่เกิน 160 กม. เพื่อใช้เดินทางไปทำงาน ศึกษาเล่าเรียน และติดต่อค้าขาย หยุดทุก ๆ สถานี ป้ายหยุดรถ ที่หยุดรถ โดยมีเส้นทางที่ให้บริการ ดังนี้
- สายเหนือ กรุงเทพ - ลพบุรี ระยะทาง 133 กิโลเมตร
- สายตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพ - ชุมทางแก่งคอย ระยะทาง 125 กิโลเมตร
- สายตะวันออก กรุงเทพ - ปราจีนบุรี ระยะทาง 122 กิโลเมตร
- สายใต้ ธนบุรี - ราชบุรี ระยะทาง 101 กิโลเมตร
- สายใต้ กรุงเทพ - สุพรรณบุรี ระยะทาง 158 กิโลเมตร
[แก้] รถท้องถิ่น
ขบวนรถท้องถิ่น (Rural Commuter) เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารระหว่างจังหวัด หยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ รถพ่วงจะเป็นรถโดยสารนั่งชั้น 3 ตลอดทั้งขบวน แบ่งชนิดรถที่ให้บริการ ดังนี้
- รถโบกี้ชั้นที่ 3 (บชส.) (เฉพาะขบวนรถท้องถิ่นสายใต้)
- รถกำลังดีเซลรางมีห้องขับ (กซข.) (เฉพาะขบวนรถท้องถิ่นสายเหนือ / สายอีสาน)
- ขบวนรถที่จัดให้บริการ
สายเหนือ (ใช้รถดีเซลราง THN/NKF ทำการ)
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 401/402 ลพบุรี - พิษณุโลก - ลพบุรี
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 403/410 พิษณุโลก - ศิลาอาสน์ - พิษณุโลก
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 407/408 นครสวรรค์ - เชียงใหม่ - นครสวรรค์
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 409 อยุธยา - ลพบุรี (เดินเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์)
สายอีสาน (ใช้รถดีเซลราง RH/RHN ทำการ)
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 415/418 นครราชสีมา - หนองคาย - นครราชสีมา
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 417/416 นครราชสีมา - อุดรธานี - นครราชสีมา
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 419/420 นครราชสีมา - อุบลราชธานี - ลำชี
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 421/422 นครราชสีมา - อุบลราชธานี - ลำชี
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 423/424 ลำชี - สำโรงทาบ - นครราชสีมา
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 425/426 ลำชี - อุบลราชธานี - นครราชสีมา
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 429/430 นครราชสีมา - ชุมทางบัวใหญ่ - นครราชสีมา
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 431/432 ชุมทางแก่งคอย - ขอนแก่น - ชุมทางแก่งคอย
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 433/434 ชุมทางแก่งคอย - ชุมทางบัวใหญ่ - ชุมทางแก่งคอย
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 437/438 ชุมทางแก่งคอย - ลำนารายณ์ - ชุมทางแก่งคอย
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 439/440 ชุมทางแก่งคอย - ชุมทางบัวใหญ่ - ชุมทางแก่งคอย
สายใต้ (ใช้รถจักร+รถโบกี้ชั้น 3)
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 445/446 ชุมพร - ชุมทางหาดใหญ่ - ชุมพร
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 447/448 สุราษฏร์ธานี - สุไหงโกลก - สุราษฏร์ธานี
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 451/454 นครศรีธรรมราช - สุไหงโกลก - ยะลา
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 453/452 ยะลา - สุไหงโกลก - นครศรีธรรมราช
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 455/456 นครศรีธรรมราช - ยะลา - นครศรีธรรมราช
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 457/458 นครศรีธรรมราช - พัทลุง - นครศรีธรรมราช
- ขบวนรถท้องถิ่นที่ 463/464 พัทลุง - สุไหงโกลก - พัทลุง
[แก้] รถรวม
ขบวนรถรวม เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการแก่ผู้โดยสารระหว่างจังหวัด หยุดทุกสถานีและป้ายหยุดรถ และมีรถสินค้าพ่วงในขบวนด้วย เพื่อรับ -ส่งสินค้า ปัจจุบันมีการเดินรถในเส้นทางสายใต้ จำนวน 2 ขบวน คือ
- ขบวนรถรวมที่ 485/486 ชุมทางหนองปลาดุก-น้ำตก-ชุมทางหนองปลาดุก
- ขบวนรถรวมที่ 489/490 สุราษฏร์ธานี-คีรีรัฐนิคม-สุราษฏร์ธานี
[แก้] รถนำเที่ยว
ขบวนรถนำเที่ยว (Excursion) เป็นขบวนรถที่จัดเดินเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดราชการ จะหยุดรับ-ส่งผู้โดยสารเฉพาะสถานีที่มีแหล่งท่องเที่ยวเท่านั้น
- ชนิดรถให้บริการ
ตามรายการที่ผู้โดยสารสั่งจองตั๋ว
- ขบวนรถที่จัดให้บริการ
- พิเศษท่องเที่ยว กรุงเทพ - น้ำตก
- พิเศษท่องเที่ยว กรุงเทพ - สวนสนประดิพัทธ์
- พิเศษท่องเที่ยว กรุงเทพ - เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์
- พิเศษท่องเที่ยว วงเวียนใหญ่ - มหาชัย และ บ้านแหลม - แม่กลอง
[แก้] รถสินค้า
ขบวนรถสินค้า คือขบวนรถไฟที่ประกอบด้วยรถสินค้าเท่านั้น ให้บริการด้านการขนส่งสินค้า "ประเภทเหมาคัน" ทั้งภายในประเทศ และเพื่อส่งออกประเทศมาเลเซีย ที่สถานีปลายทางสุไหงโก-ลก และสถานีปาดังเบซาร์ ซึ่งเป็นสถานีรถไฟชายแดน
- ขบวนรถสินค้าปูนซีเมนต์
- ขบวนรถสินค้าผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงสำเร็จรูป
- ขบวนรถสินค้าน้ำมันดิบ
- ขบวนรถสินค้าแก๊สปิโตรเลียมเหลว
- ขบวนรถตู้คอนเทนเนอร์
- ขบวนรถสินค้าทั่วไป
[แก้] รถไฟฟ้า
รถไฟฟ้า (Electrified Train) คือขบวนรถไฟที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน โดยใช้การจ่ายไฟฟ้าโดยสายส่งเหนือหัวซึ่งแปลงไฟฟ้ามาจากไฟฟ้ากระแสตรงของการไฟฟ้านครหลวงอีกที โดยจะวิ่งบนรางมาตรฐานขนาด 1.435 เมตร สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถไฟประเภทนี้จะสามารถขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบกับระบบอาณัติสัญญาณ เพื่อให้ตัวระบบคอมพิวเตอร์ที่รถไฟฟ้าทำงาน ทำให้หน้าที่ของพนักงานขับรถมีเพียงอย่างเดียวคือ เปิด-ปิด ประตู แต่ในกรณีที่ระบบอาณัติสัญญาณขัดข้อง พนักงานขับรถก็ต้องทำการขับรถไฟด้วยตนเอง รถไฟประเภทนี้จะไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อเพลิง เพราะใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด จึงสามารถให้บริการได้ดีกว่า แต่ยกเว้นในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วกรุงเทพนั้น รถไฟจะปรับไปใช้ระบบไฟฟ้าสำรองในตัว และตัดการทำงานที่ไม่จำเป็น เพื่อทำการส่งผู้โดยสารให้เร็วที่สุด รถไฟประเภทนี้ให้บริการในโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด
- Siemens Desiro UK Class 360/2 Airport Express มีทั้งหมด 4 ขบวน ใช้วิ่ง 3 ขบวน สำรอง 1 ขบวน โดย 1 ขบวนจะมี 4 โบกี้ แบ่งเป็นตู้สำหรับขนสัมภาระ 1 โบกี้ และตู้โดยสาร 3 โบกี้ รวมทั้งหมด 16 ตู้
- Siemens Desiro UK Class 360/2 City Line มีทั้งหมด 5 ขบวน ใช้วิ่ง 4 ขบวน สำรอง 1 ขบวน โดย 1 ขบวนจะมี 3 โบกี้ เป็นตู้โดยสารทั้งหมด รวมทั้งหมด 15 ตู้
การสำรองรถไฟฟ้าในที่นี้กล่าวคือ เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่รถไฟฟ้าไม่สามารถวิ่งได้ตามปกติ จะมีการส่งรถสำรองจากศูนย์ซ่อมบำรุงออกไปยังจุดที่เกิดปัญหา เพื่อรับผู้โดยสารไปส่งยังสถานีปลายทาง
[แก้] สถานีรถไฟ
-
ดูบทความหลักที่ สถานีรถไฟ
[แก้] สถานีทั่วไป และ สถานีชุมทาง
สถานีทั่วไป เป็นสถานที่แห่งใดแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดรับส่งผู้โดยสาร และ/หรือสินค้า และเป็นสถานที่ซึ่งมีนายสถานีประจำอยู่และอนุญาตให้รถไฟเดินไปมาตามระเบียบการเดินรถ เช่น สถานีรถไฟคลองมะพลับ สถานีรถไฟแม่ตานน้อย ในเส้นทางสายเหนือ สถานีรถไฟแผ่นดินทอง สถานีบ้านแสลงพัน ในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ สถานีรถไฟบ้านดงบัง สถานีรถไฟองครักษ์ ในเส้นทางสายตะวันออก และสถานีรถไฟบูกิ๊ต สถานีรถไฟแสงแดด ในเส้นทางสายใต้
สถานีชุมทาง เป็นสถานีที่ทางรถไฟสายหลัก และสายแยก แยกออกจากกัน ทั้งนี้ สถานีชุมทางก็มีคุณสมบัติเหมือนกันกับสถานีทั่วไปเช่นกัน กล่าวคือ เป็นสถานที่รับส่งผู้โดยสาร และ/หรือสินค้า และเป็นสถานที่ซึ่งมีนายสถานีประจำอยู่และอนุญาตให้รถไฟเดินไปมาตามระเบียบการเดินรถ ปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย มีสถานีชุมทางทั้งหมด 16 สถานี คือ
- สถานีรถไฟชุมทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
- สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- สถานีรถไฟชุมทางบ้านดารา จังหวัดอุตรดิตถ์
- สถานีรถไฟชุมทางแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
- สถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ จังหวัดนครราชสีมา
- สถานีรถไฟชุมทางบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา
- สถานีรถไฟชุมทางฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
- สถานีรถไฟชุมทางคลองสิบเก้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
- สถานีรถไฟชุมทางศรีราชา จังหวัดชลบุรี
- สถานีรถไฟชุมทางเขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี
- สถานีรถไฟชุมทางตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
- สถานีรถไฟชุมทางหนองปลาดุก จังหวัดราชบุรี
- สถานีรถไฟชุมทางบ้านทุ่งโพธิ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
- สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช
- สถานีรถไฟชุมทางเขาชุมทอง จังหวัดนครศรีธรรมราช
- สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
อนึ่งทั้งสถานีทั่วไปและสถานีชุมทางนั้น จัดให้อยู่ในประเภทเดียวกันคือ ประเภท สถานีรถไฟ โดยแบ่งชั้นสถานีเป็น 5 ระดับ ตามปริมาณรายได้จากการโดยสาร จำนวนประชากรในชุมชน และความสำคัญในการเดินรถไฟ (เช่น เป็นที่ตั้งของแขวงเดินรถ เป็นต้น) ดังนี้
- สถานีชั้นพิเศษ ได้แก่ สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) สถานีรถไฟบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง สถานีรถไฟแม่น้ำและสถานีรถไฟท่าเรือแหลมฉบัง
- สถานีชั้น 1 เช่น สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ สถานีรถไฟนครศรีธรรมราช สถานีรถไฟเชียงใหม่ สถานีรถไฟอุตรดิตถ์ สถานีรถไฟศิลาอาสน์ สถานีรถไฟพิษณุโลก สถานีรถไฟยะลา สถานีรถไฟสุไหงโก-ลก สถานีรถไฟชุมทางทุ่งสง สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี สถานีรถไฟชุมทางแก่งคอย สถานีรถไฟนครราชสีมา สถานีรถไฟขอนแก่น สถานีรถไฟอุบลราชธานี สถานีรถไฟนครสวรรค์ สถานีรถไฟชุมพร สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี สถานีรถไฟราชบุรี สถานีรถไฟปราจีนบุรี สถานีรถไฟชุมทางบางซื่อและสถานีรถไฟอยุธยา สถานีรถไฟบางสะพานใหญ่
- สถานีชั้น 2 เช่น สถานีรถไฟชุมทางบัวใหญ่ สถานีรถไฟกบินทร์บุรี สถานีรถไฟบ้านโป่ง สถานีรถไฟตะพานหิน สถานีรถไฟหลังสวน สถานีรถไฟหัวหิน สถานีรถไฟศาลายา สถานีรถไฟชุมทางถนนจิระสถานีรถไฟปะทิว
- สถานีชั้น 3 เช่น สถานีรถไฟหัวตะเข้ สถานีรถไฟขุนตาน สถานีรถไฟพิชัย สถานีรถไฟชุมทางบ้านดารา สถานีรถไฟชุมทางเขาชุมทอง ฯลฯ
- สถานีชั้น 4 เช่น สถานีรถไฟกะโดนค้อ สถานีรถไฟวังโพ สถานีรถไฟตาเซะ สถานีรถไฟไม้แก่น สถานีรถไฟบ้านใหม่ ฯลฯ
[แก้] ป้ายหยุดรถไฟ
เป็นสถานที่ที่ซึ่งขบวนรถหยุดเพื่อรับส่งผู้โดยสาร แต่ไม่มีการขนส่งสินค้าขึ้นลง รวมไปถึงป้ายหยุดรถไฟจะไม่มีนายสถานีอยู่ประจำ ป้ายบอกชื่อทำดวยเหล็ก เป็นตั้งแต่ก่อสร้าง ตัวอย่างเช่น ป้ายหยุดรถไฟอุรุพงษ์ ป้ายหยุดรถไฟพญาไท ในเส้นทางสายตะวันออก ป้ายหยุดรถไฟนิคมรถไฟ กม.11 ป้ายหยุดรถไฟนวนคร ในเส้นทางสายเหนือ ป้ายหยุดรถไฟบ้านหนองกันงาในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ และป้ายหยุดรถไฟจรัญสนิทวงศ์ ป้ายหยุดรถไฟสะพานจุฬาลงกรณ์ ในเส้นทางสายใต้
[แก้] ที่หยุดรถไฟ
เป็นสถานีที่ซึ่งขบวนรถหยุดเพื่อรับส่งผู้โดยสาร และขนส่งสินค้าขึ้นลง แต่ไม่มีนายสถานีอยู่ประจำ ป้ายทำด้วยปูน อาจเป็นที่หยุดรถตั้งแต่ก่อสร้างหรือสถานีที่ ถูกลดระดับ เช่น ที่หยุดรถไฟบ้านแต้ ที่หยุดรถไฟบ้านไร่ ในเส้นทางสายตะวันออกเฉียงเหนือ ที่หยุดรถไฟปากแพรก ที่หยุดรถไฟเขาหลุง ในเส้นทางสายใต้ ที่หยุดรถไฟผาคอ ที่หยุดรถไฟแม่พวก ในทางรถไฟสายเหนือ และ ที่หยุดรถไฟไทย ชายแดนไทย-กัมพูชา ในทางรถไฟสายตะวันออก เป็นต้น
[แก้] สถานีรถไฟเฉพาะกิจ
สถานีรถไฟเฉพาะกิจ คือสถานีที่ตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ เช่น เป็นสถานีขนส่งสินค้าอย่างเดียวไม่รับผู้โดยสาร (บางแห่งรับผู้โดยสารร่วมด้วย) นอกจากนี้ อาจจะเป็นสถานีสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ เช่น สถานีรถไฟหลวงสวนจิตรลดา
[แก้] อ้างอิง
[แก้] แหล่งข้อมูลอื่น
- เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ
- เว็บไซต์การรถไฟแห่งประเทศไทย
- แผนที่แสดงเส้นทางการเดินรถไฟในปัจจุบัน
|
|||||||||||||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||

