กุหลาบหิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กุหลาบหิน
กุหลาบหิน
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อาณาจักร: Plantae
หมวด: Magnoliophyta
ชั้น: Magnoliopsida
วงศ์: Crassulaceae
สกุล: Kalanchoe
สปีชีส์: K. blossfeldiana
ชื่อทวินาม
'

Kalanchoe Blossfeldiana '
L.

กุหลาบหิน เป็นไม้ในสกุลที่ส่วนใหญ่เป็นไม้พุ่ม อวบน้ำและมีอายุอยู่ได้นานหลายปี มีถิ่นกำเนิดในมาดากัสกาแอฟริกาและเอเชีย เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้กระถาง ต้นดั้งเดิมส่วนมากจะมีลักษณะต้นสูงเก้งก้าง ต่อมาได้มีการคัดเลือกพันธุ์ อันเนื่องมาจากการกระจายพันธุ์และการผสมพันธุ์ ทำให้ได้พัธุ์ใหม่ที่มีพุ่มต้นเตี้ยกะทัดรัด

ลักษณะทั่วไป[แก้]

กุหลาบหินหรือกาลังโชเป็นไม้ประดับกระถาง เป็นพืชที่ปลูกง่าย ปลูกทั้งในและนอกอาคาร แต่ปลูกได้ดีเมือ่อยู่ ในกลางแจ้ง เพราะเป็นพืชชอบแดด กุหลาบหินเมีใบค่อนข้างกลมเป็นหยักมนซ้อนๆกันคลายดอกกุหลาบแต่ ไม่อ่อนช้อยจึงได้ชื่อว่ากุหลาบหิน กุหลาบหินเป็นไม้อวบน้ำอายุหลายปีมีพุ่มเตี้ยสูง 30 - 40 เซนติเมตร ใบเดี่ยว สีเขียวกลม ปลายมนขอบใบหยักเป็นมน ออกเวียนสลับซ้อนๆ กัน ออกดอกเป็นช่อ ช่อดอกชูสูงเหนือพุ่มใบ เป็น ดอกย่อยขนาดเล็กๆจำนวนมาก สีแดงอมส้มสด ปัจุปันมีพันธุ์ที่เป็นพุ่มเตี้ยกะทัดรัด ใบขนาดเล็ก และมีดอกสี ต่างๆ เช่น ชมพู ส้ม เหลือง ฯลฯ ออกดอกฤดูกาลเดียว คือ ช่วงเดือนพฤศจิกายน - มีนาคม เป็นพืชที่เลี้ยงง่าย แตกหน่อไว ถ้าขยันแยกหน่อ กุหลาบหินจะเพิ่มจำนวนได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสัน มีบางคนนิยมปลูกกุหลาบหินเป็นไม้มงคล เพื่อถือเคล็ด ว่าปลูกแล้ว จะรำรวยเป็นเศรษฐี อย่าไรก็ตามกุหลาบหินเป็นไม้ประดับที่น่าสนใจที่รูปทรงดูสวยแปลกตาแตก ต่างจากไม้ชนิดอื่น ถึงแม้มีความสามารถในการดูดสารพิษน้อย

การดูแล[แก้]

กุหลาบหินเป็นพืชที่ปลูกที่ปลูกง่ายทนทาน นิยมปลูกไว้กลางแจ้ง เพราะชอบแดดจัด แต่ถ้านำมาปลูกภายในอาคารก็สามารถปลูกได้ แต่ใบจะมีสีเขียวเข้มและ มักจะไม่ออกดอก จึงควรตั้งไว้ในที่มีแสงอย่างเพียงพอหรือแสงแดดส่องถึง ให้น้ำสัปดาห์ 1-2 ครั้ง ก้อเพียงพอ ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก ละลายน้ำรดในช่วงที่กำลังออกดอก

การปลูก[แก้]

ดินที่ใช้ปลูกต้องโปร่งระบายน้ำได้ดี ทั้งนี้เพราะกุหลาบหินไม่ชอบดินแฉะกุหลาบหินไม่พิถีพิถันเรื่องดินปลูกมากนัก โดยเฉพาะประเทศไทยอาจเป็นเพราะว่ากุหลาบหินมีช่วงการเจริญเติบโตจนดอกบานนานกว่าไม้ดอกชนิดอื่นๆ กุหลาบหินปลูกได้ในดิน เกือบทุกชนิด แต่ปลูกได้ดีในดินร่วนปนทรายส่วนผสมของดินใช้ดินร่วน 2 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ขยายพันธุ์โดยการปักชำยอดและปักชำใบ

การขยายพันธุ์[แก้]

1.โดยการเพาะเมล็ด ดังได้กล่าวมาแล้วว่าเมล็ดกุหลาบหินมีขนาดเล็กมากเล็กกว่าเมล็ดกล็อกซิเนียและอัฟริกันไวโอเล็ต จนเกือบจะกล่าวได้ว่าเล็กที่สุดในบรรดาไม้ดอกทั้งหลาย เมล็ดหนัก 1 ออนซ์ มีถึง 1,000,000-2,500,000 เมล็ด (บีโกเนียมี 2,000,000 แล้วแต่พันธุ์) ดังนั้นการเพาะจึงต้องทำด้วยความระมัดระวังและพิถีพิถันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งวัสดุที่ใช้จะต้องสะอาดและมีขนาดเล็ก (Fine) เก็บความชื้นได้พอเหมาะพอดีไม่แฉะเกินไป เพราะถ้าแฉะเกินไปจะทำให้เมล็ดเน่าก่อนงอก ในต่างประเทศใช้พีทและเวอร์มิคูไลต์ เบอร์ 4 อัตราส่วน 1:1 การเพาะควรใช้วิธีหว่านลงบนวัสดุเพาะโดยไม่ต้องกลบ เมล็ดจะสอดแทรกเข้าไปในช่องว่างของวัสดุที่ใช้เพาะเองได้ แต่เนื่องจากเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่ายเลี้ยงง่าย จึงงอกได้เร็วและง่ายกว่าไม้ดอกอื่นๆ ตามตำราบอกว่าเมล็ดจะงอกภายใน 10 วันและอุณหภูมิที่ใช้เพาะจะต้องสูงกว่า 70 F ผู้เขียนเคยมีประสบการณ์ในการเพาะเมล็ดไม้ดอกมาหลายสิบชนิด ส่วนมากเมล็ดจะงอกได้เร็วกว่ากำหนดไว้ทั้งสิ้น ทั้งนี้เพราะเรามีอุณหภูมิสูงกว่า 70 F อากาศร้อนกว่าจึงทำให้เมล็ดงอกเร็วกว่ากำหนดเสมอ ดังนั้นคาดว่ากุหลาบหินจะงอกภายใน 5-7 วันเท่านั้น

2.การปักชำ ทำได้ทั้งยอดและใบแต่ดังได้กล่าวมาแล้วว่าในต่างประเทศได้มีการคัดพันธุ์และผสมพันธุ์จนได้พันธุ์ใหม่ที่มีลักษณะดีเด่นมากมายพร้อมกับ มีการจดทะเบียนสงวนลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อย ตามกฎหมายแล้วสงวนลิขสิทธิ์ในการทำกิ่งปักชำจำหน่ายเฉพาะผู้ทีมีใบอนุญาตเท่านั้น โดยผู้ปลูกจะต้องซื้อกิ่งปักชำจากผู้ผลิต แต่ถ้าต้องการจะทำกิ่งปักชำเอง โดยซื้อต้นแม่พันธุ์มาทำสต็อค จะต้องขออณุญาตอย่างเป็นทางการและขอค่าธรรมเนียมเป็นรายกิ่งให้กับผู้ทรงสิทธิ์นั้นด้วย จะขยายพันธุ์เองโดยพลการย่อมไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมายมีโทษอย่างแรง การปักชำยอดทำได้ง่ายและสะดวกมาก เพียงแต่ตัดส่วนยอดให้มีความยาวประมาณ 1-3 นิ้ว ริดใบล่างออกบ้าง นำไปปักชำในทรายผสมถ่านแกลบอัตราส่วน 1:1 จะออกจากรากภายใน 2 สัปดาห์และย้ายปลูกได้เลย การปักชำใบทำได้ง่ายสะดวกมากแม้ว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะงอกเป็นต้นใหม่ คือ หลังจากปักชำแล้วจะออกรากที่โคนก้านใบภายใน 2 สัปดาห์แล้ะจะออกต้นใหม่ในเวลาประมาณ 2 เดือน

การรดน้ำให้ปุ๋ย[แก้]

เนื่องจากกุหลาบหินเป็นไม้อวบ จึงสามารถทนแล้งได้ดีมาก โดยเฉพาะในช่วงกลางวันสั้น ในระหว่างเดือนพฤษจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นระยะที่เกิดตาดอกและออกดอก และมีความต้องการน้ำน้อยกว่าช่วงเวลากลางวัน ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตทางต้น(Vegetative growth) ของกุหลาบหิน ดังนั้นการปลูกกุหลาบหินเป็นไม้กระถาง นอกจากจะใช้เครื่องปลูกที่มีลักษณะโปร่งและมีการระบายน้ำได้ดีแล้วยังต้องระมัดระวังเรื่องการรดน้ำด้วย ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวันควรรดตามความจำเป็น อาจจะรดวันเว้นวันหรือเว้นสองวัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดกระถางและกระถางพลาสติกหรือดินเผา ซึ่งผู้ปลูกจะสังเกตหรือตรวจสอบความชื้นได้ การรดน้ำแต่ละครั้งจะต้องไม่เว้นช่วงนานจนเครื่องปลูกแห้งสนิท และควรรดน้ำให้มากพอที่จะมีส่วนเกินไหลซึมออกทางรูก้นกระถาง ทั้งเพื่อป้องกันการสะสมของเกลือ การรดน้ำกุหลาบหินมากเกินไปจะเกิดปัญหารากและยอดเน่า

พันธุ์ที่ใช้ปลูก[แก้]

สีแดง ได้แก่ Ramona และ Tetra Vulcan สีชมพู ได้แก่ Adagio และ Largo สีเหลือง ได้แก่ Yellow Tom Thum และ Morning Sun สีส้ม ได้แก่ Exotica Nugget, Pixie และ Rhumba บรรดาสีต่างๆเหล่านี้ พันธุ์ดอกสีแดงคือ Ramona และ Tetra Vulcan ดูเหมือนจะอยู่ในความนิยมมากที่สุด ทั้งนี้เพราะสีดอกสวยสดใสสะดุดตา ช่อดอกดก ดอกมีขนาดใหญ่ พุ่มต้นกะทัดรัด แต่เป็นพันธุ์หนัก ปัจจุบันนี้มีการผสมพันธุ์ใหม่ๆมาหลายพันธุ์โดยเฉพาะนาย Claud Hope ได้พันธุ์ในชุด "Aztac kalanchoe" ซึ่งรู้จักแพร่หลายในต่างประเทศขณะนี้ มีลักษณะพิเศษคือออกดอกเร็วกว่า อาจใช้เวลาเพียง 1-4 สัปดาห์ ในช่วงวันสั้น ทั้งนี้แล้วแต่พันธุ์มีหลายสีหลายพันธุ์ เช่น Princess และ Conquistador เป็นต้น

รวมภาพ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

http://www.maipradabonline.com/weekly/kulabhin.htm

หนังสือ ไม้ประดับดูดสารพิษ

ไม้ดอกกระถาง โดย สมเพียร เกษมทรัพย์