กุส ฮิดดิงค์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กุส ฮิดดิงค์
Guus Hiddink 13112009.jpg
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม กุส ฮิดดิงค์
วันเกิด 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 (65 ปี)
สถานที่เกิด Flag of the Netherlands วิช, เนเธอร์แลนด์
ตำแหน่ง กองกลาง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน ตุรกี (ผู้จัดการทีม)
สโมสรเยาวชน
1959 เอสซี วิช
สโมสรอาชีพ*
ปี สโมสร ลงเล่น (ประตู)
1967–1970
1970–1972
1972–1976
1976
1977
1978–1981
1981–1982
เดอ กราฟชาป
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน
เดอ กราฟชาป
วอชิงตัน ดิปโพลแมตส์
ซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์
เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น
เดอ กราฟชาป
102 (47)
30 (1)
181 (20)
13 (7)
15 (0)
104 (2)
25 (0)
บริหารทีม
1982-1984
1984-1987
1987-1990
1990-1991
1991-1994
1994-1998
1998-1999
2000
2000-2002
2002-2006
2006
2010
2009
2010-2011
เดอ กราฟชาป
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน (ผู้จัดการทีมแทน)
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน
เฟเนร์บาห์เช
บาเลนเซีย
เนเธอร์แลนด์
รีล มาดริด
รีล เบติส
เกาหลีใต้
พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน
ออสเตรเลีย
รัสเซีย
เชลซี
ตุรกี

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร
นับเฉพาะลงเล่นในประเทศ

กุส ฮิดดิงค์ (ดัตช์: Guus Hiddink) ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเนเธอร์แลนด์และเป็นอดีตนักฟุตบอลด้วย

ฮิดดิงค์เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 ที่เมืองวิช ประเทศเนเธอร์แลนด์ เริ่มต้นอาชีพในวงการฟุตบอลด้วยวัย 23 ปี ในตำแหน่งกองกลาง กับ เดอ กราฟชาป ก่อนย้ายไปร่วมทีม พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน สโมสรใหญ่ในลีกฮอลแลนด์ ในปี ค.ศ. 1970 ก่อนจะกลับสังกัดเก่าในปีถัดมา เนื่องจากไม่สามารถหาตำแหน่งตัวจริงได้

หลังจากนั้นยังเคยเดินทางไปเตะในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 2 ปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 กับ วอชิงตัน ดิโพลแมตส์ และ ซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ ก่อนจะกลับบ้านเกิดมาเล่นอีก 3 ปีกับ เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น และย้ายกลับมา เดอ กราฟชาป ก่อนที่จะยุติการค้าแข้งไปในปี ค.ศ. 1982

ฮิดดิงค์ เริ่มต้นการเป็นผู้จัดการทีมกับ เดอ กราฟชาป ในปีเดียวกับที่เลิกเล่น ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการของ พีเอสวีฯ ในปี ค.ศ. 1984 และสืบทอดตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจาก ฮันส์ เครย์ ในอีก 2 ปีให้หลัง

ฮิดดิงค์ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ พีเอสวีฯ โดยที่เขาสามารถนำทีมคว้าแชมป์ลีกดัตช์ 4 ปีซ้อนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 รวมทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์พาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ทั้งยูโรเปียน คัพ, ลีกดัตช์ และฟุตบอลถ้วยในประเทศในปี ค.ศ. 1988 ด้วย และได้เป็นดับเบิลแชมป์ในปีถัดมาอีกด้วย

ในปี ค.ศ. 1990 ฮิดดิงค์ ตัดสินใจไปหาความท้าทายใหม่ด้วยการเข้าคุมทีม เฟเนร์บาห์เช ในตุรกี ก่อนที่จะย้ายไปสเปนในปีถัดมา และคุมทีม บาเลนเซีย เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นจึงผันตัวไปรับงานในระดับทีมชาติ

ในปี ค.ศ. 1995 ฮิดดิงค์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และนำพาทีมผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกยูโร 1996 ก่อนที่จะพ่ายแพ้ต่อ ฝรั่งเศส ในการดวลลูกจุดโทษตัดสินอย่างน่าเสียดาย

ฮิดดิงค์นำทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 1998 รอบสุดท้ายที่ฝรั่งเศส และเอาชนะ อาร์เจนตินา ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยลูกยิงสุดสวยของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ แต่ต้องตกรอบเมื่อเป็นต้องดวลลูกจุดโทษอีกครั้งในการพบกับ บราซิล ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งในครั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ได้อันดับ 4

หลังจบศึกครั้งนี้ ฮิดดิงค์ตัดสินใจย้ายกลับไปคุมทีมในสเปนอีกครั้งกับ รีล มาดริด โดยแทนที่ จุ๊ปป์ ไฮย์นเกส โดยนำทีมคว้าแชมป์สโมสรโลก แต่ก็ถูกปลดในเดือนกุมภาพันธ์ 1999 หลังจากทำผลงานย่ำแย่ และถูก รีล เบติส ปลดออกในปีถัดมาอีกด้วย

ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2001 ฮิดดิงค์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมชาติเกาหลีใต้ และนำทีมทะลุถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2002 โดยการเอาชนะทีมชั้นนำจากยุโรปทั้ง โปรตุเกส, สเปน และ อิตาลี ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมจากเอเชียในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเลยทีเดียว ซึ่งในศึกครั้งนี้ เกาหลีใต้ได้อันดับ 4

จากนั้น ฮิดดิงค์ ก็กลับมาคุมทีม พีเอสวีฯอีกครั้ง และนำทีมคว้าแชมป์ลีกในประเทศ 3 สมัยรวดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 รวมทั้งแชมป์ดัตช์ คัพ ในปี ค.ศ. 2005 และพาทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2005 ก่อนแพ้ต่อ เอซี มิลาน ด้วยกฎประตูทีมเยือน

หลังจากนั้นฮิดดิงค์ก็รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลีย ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2005 ขณะที่ยังคุม พีเอสวีฯ ควบคู่กันไปด้วย และนำทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนีได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแพ้ต่อ อิตาลี ซึ่งได้แชมป์ไปด้วยประตู 0-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ฮิดดิงค์ ตัดสินใจลาออกจากทั้ง 2 ตำแหน่ง หลังจากพบศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพื่อเข้าคุมทีมชาติรัสเซีย และนำทีมผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายศึกยูโร 2008 โดยมีผลงานเด่นคือการเขี่ย อังกฤษ ตกรอบคัดเลือก

ซึ่งในศึกครั้งนี้ รัสเซียแพ้ต่อสเปนด้วยประตู 1-4 ในนัดเปิดสนาม แต่ฮิดดิงค์ก็นำทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศอย่างพลิกความคาดหมาย แล้วก็ต้องมาแพ้ต่อสเปนอีกครั้งด้วยประตู 0-3 ก่อนที่สเปนจะได้แชมป์ไปในที่สุด

ในปีถัดมา ฮิดดิงค์ ได้เป็นผู้จัดการทีม เชลซี เป็นระยะเวลาสั้น ๆ 4 เดือน หลังการปลด หลุยซ์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ออกจากตำแหน่ง และนำพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ โดยเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในรอบชิงชนะเลิศ และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก

ฮิดดิงค์ประสบความล้มเหลวไม่สามารถนำทีมชาติรัสเซีย เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ได้ หลังแพ้ สโลวีเนีย ด้วยกฎประตูทีมเยือนในการเล่นเพลย์ออฟ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจไม่ต่อสัญญาคุมทีมซึ่งจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2010

ล่าสุด ฮิดดิงค์เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติตุรกี โดยจะเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2010 ด้วยการเซ็นสัญญา 4 ปี

ทั้งนี้ กุส ฮิดดิงค์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการทีมที่คุมทีมประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง โดยเฉพาะผลงานในการแข่งขันฟุตบอลโลก กับ เนเธอร์แลนด์ และ เกาหลีใต้

Commons

[แก้] อ้างอิง

เครื่องมือส่วนตัว

สิ่งที่แตกต่าง
การกระทำ
ป้ายบอกทาง
มีส่วนร่วม
พิมพ์/ส่งออก
เครื่องมือ
ภาษาอื่น