กุส ฮิดดิงค์
| ข้อมูลส่วนตัว | ||
|---|---|---|
| ชื่อเต็ม | กุส ฮิดดิงค์ | |
| วันเกิด | 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 (65 ปี) | |
| สถานที่เกิด | ||
| ตำแหน่ง | กองกลาง | |
| ข้อมูลสโมสร | ||
| สโมสรปัจจุบัน | ตุรกี (ผู้จัดการทีม) | |
| สโมสรเยาวชน | ||
| 1959 | เอสซี วิช | |
| สโมสรอาชีพ* | ||
| ปี | สโมสร | ลงเล่น (ประตู) |
| 1967–1970 1970–1972 1972–1976 1976 1977 1978–1981 1981–1982 |
เดอ กราฟชาป พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน เดอ กราฟชาป วอชิงตัน ดิปโพลแมตส์ ซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น เดอ กราฟชาป |
102 (47) 30 (1) 181 (20) 13 (7) 15 (0) 104 (2) 25 (0) |
| บริหารทีม | ||
| 1982-1984 1984-1987 1987-1990 1990-1991 1991-1994 1994-1998 1998-1999 2000 2000-2002 2002-2006 2006 2010 2009 2010-2011 |
เดอ กราฟชาป พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน (ผู้จัดการทีมแทน) พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน เฟเนร์บาห์เช บาเลนเซีย เนเธอร์แลนด์ รีล มาดริด รีล เบติส เกาหลีใต้ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ออสเตรเลีย รัสเซีย เชลซี ตุรกี |
|
|
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมสโมสร |
||
กุส ฮิดดิงค์ (ดัตช์: Guus Hiddink) ผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวเนเธอร์แลนด์และเป็นอดีตนักฟุตบอลด้วย
ฮิดดิงค์เกิดเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1946 ที่เมืองวิช ประเทศเนเธอร์แลนด์ เริ่มต้นอาชีพในวงการฟุตบอลด้วยวัย 23 ปี ในตำแหน่งกองกลาง กับ เดอ กราฟชาป ก่อนย้ายไปร่วมทีม พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน สโมสรใหญ่ในลีกฮอลแลนด์ ในปี ค.ศ. 1970 ก่อนจะกลับสังกัดเก่าในปีถัดมา เนื่องจากไม่สามารถหาตำแหน่งตัวจริงได้
หลังจากนั้นยังเคยเดินทางไปเตะในสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 2 ปีตั้งแต่ปี ค.ศ. 1976 กับ วอชิงตัน ดิโพลแมตส์ และ ซานโฮเซ เอิร์ธเควกส์ ก่อนจะกลับบ้านเกิดมาเล่นอีก 3 ปีกับ เอ็นอีซี ไนจ์เมเก้น และย้ายกลับมา เดอ กราฟชาป ก่อนที่จะยุติการค้าแข้งไปในปี ค.ศ. 1982
ฮิดดิงค์ เริ่มต้นการเป็นผู้จัดการทีมกับ เดอ กราฟชาป ในปีเดียวกับที่เลิกเล่น ก่อนที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้จัดการของ พีเอสวีฯ ในปี ค.ศ. 1984 และสืบทอดตำแหน่งผู้จัดการทีมต่อจาก ฮันส์ เครย์ ในอีก 2 ปีให้หลัง
ฮิดดิงค์ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ พีเอสวีฯ โดยที่เขาสามารถนำทีมคว้าแชมป์ลีกดัตช์ 4 ปีซ้อนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 รวมทั้งยังสร้างประวัติศาสตร์พาทีมคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ทั้งยูโรเปียน คัพ, ลีกดัตช์ และฟุตบอลถ้วยในประเทศในปี ค.ศ. 1988 ด้วย และได้เป็นดับเบิลแชมป์ในปีถัดมาอีกด้วย
ในปี ค.ศ. 1990 ฮิดดิงค์ ตัดสินใจไปหาความท้าทายใหม่ด้วยการเข้าคุมทีม เฟเนร์บาห์เช ในตุรกี ก่อนที่จะย้ายไปสเปนในปีถัดมา และคุมทีม บาเลนเซีย เป็นเวลา 2 ปี หลังจากนั้นจึงผันตัวไปรับงานในระดับทีมชาติ
ในปี ค.ศ. 1995 ฮิดดิงค์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และนำพาทีมผ่านเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกยูโร 1996 ก่อนที่จะพ่ายแพ้ต่อ ฝรั่งเศส ในการดวลลูกจุดโทษตัดสินอย่างน่าเสียดาย
ฮิดดิงค์นำทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 1998 รอบสุดท้ายที่ฝรั่งเศส และเอาชนะ อาร์เจนตินา ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ด้วยลูกยิงสุดสวยของ เดนนิส เบิร์กแคมป์ แต่ต้องตกรอบเมื่อเป็นต้องดวลลูกจุดโทษอีกครั้งในการพบกับ บราซิล ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งในครั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ได้อันดับ 4
หลังจบศึกครั้งนี้ ฮิดดิงค์ตัดสินใจย้ายกลับไปคุมทีมในสเปนอีกครั้งกับ รีล มาดริด โดยแทนที่ จุ๊ปป์ ไฮย์นเกส โดยนำทีมคว้าแชมป์สโมสรโลก แต่ก็ถูกปลดในเดือนกุมภาพันธ์ 1999 หลังจากทำผลงานย่ำแย่ และถูก รีล เบติส ปลดออกในปีถัดมาอีกด้วย
ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2001 ฮิดดิงค์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมชาติเกาหลีใต้ และนำทีมทะลุถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2002 โดยการเอาชนะทีมชั้นนำจากยุโรปทั้ง โปรตุเกส, สเปน และ อิตาลี ซึ่งถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมจากเอเชียในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเลยทีเดียว ซึ่งในศึกครั้งนี้ เกาหลีใต้ได้อันดับ 4
จากนั้น ฮิดดิงค์ ก็กลับมาคุมทีม พีเอสวีฯอีกครั้ง และนำทีมคว้าแชมป์ลีกในประเทศ 3 สมัยรวดตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 รวมทั้งแชมป์ดัตช์ คัพ ในปี ค.ศ. 2005 และพาทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2005 ก่อนแพ้ต่อ เอซี มิลาน ด้วยกฎประตูทีมเยือน
หลังจากนั้นฮิดดิงค์ก็รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติออสเตรเลีย ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2005 ขณะที่ยังคุม พีเอสวีฯ ควบคู่กันไปด้วย และนำทีมผ่านเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนีได้สำเร็จ แต่ก็ต้องแพ้ต่อ อิตาลี ซึ่งได้แชมป์ไปด้วยประตู 0-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ฮิดดิงค์ ตัดสินใจลาออกจากทั้ง 2 ตำแหน่ง หลังจากพบศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ เพื่อเข้าคุมทีมชาติรัสเซีย และนำทีมผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายศึกยูโร 2008 โดยมีผลงานเด่นคือการเขี่ย อังกฤษ ตกรอบคัดเลือก
ซึ่งในศึกครั้งนี้ รัสเซียแพ้ต่อสเปนด้วยประตู 1-4 ในนัดเปิดสนาม แต่ฮิดดิงค์ก็นำทีมทะลุเข้าถึงรอบรองชนะเลิศอย่างพลิกความคาดหมาย แล้วก็ต้องมาแพ้ต่อสเปนอีกครั้งด้วยประตู 0-3 ก่อนที่สเปนจะได้แชมป์ไปในที่สุด
ในปีถัดมา ฮิดดิงค์ ได้เป็นผู้จัดการทีม เชลซี เป็นระยะเวลาสั้น ๆ 4 เดือน หลังการปลด หลุยซ์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ออกจากตำแหน่ง และนำพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครองได้สำเร็จ โดยเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ในรอบชิงชนะเลิศ และจบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีก
ฮิดดิงค์ประสบความล้มเหลวไม่สามารถนำทีมชาติรัสเซีย เข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 2010 ได้ หลังแพ้ สโลวีเนีย ด้วยกฎประตูทีมเยือนในการเล่นเพลย์ออฟ ทำให้เจ้าตัวตัดสินใจไม่ต่อสัญญาคุมทีมซึ่งจะหมดลงในวันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2010
ล่าสุด ฮิดดิงค์เข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติตุรกี โดยจะเริ่มงานตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ค.ศ. 2010 ด้วยการเซ็นสัญญา 4 ปี
ทั้งนี้ กุส ฮิดดิงค์ ได้ชื่อว่าเป็นผู้จัดการทีมที่คุมทีมประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง โดยเฉพาะผลงานในการแข่งขันฟุตบอลโลก กับ เนเธอร์แลนด์ และ เกาหลีใต้