กีตาร์คลาสสิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

กีตาร์คลาสสิก เป็นเครื่องดนตรีประเภทที่ดีดด้วยนิ้วมือ มีพัฒนาการมาก่อนศตวรรษที่15 โดยพัฒนามาจากเครื่องดนตรีที่เรียกว่า วิเวลา(Vihuela)ซึ่งนิยมเล่นกันอย่างแพร่หลายในประเทศสเปน ข้อแตกต่างของกีตาร์คลาสสิกกับกีตาร์ชนิดอื่น คือ ขนาดของคอกีตาร์ หรือ fingerboard ที่มีขนาดที่กว้างกว่ากีตาร์ชนิดอื่น และสายที่ทำด้วยไนล่อน หรือที่เรียกกันว่าสายเอ็น เพราะแต่เดิมใช้สายที่ทำมาจากเอ็นของสัตว์ กีตาร์อีกประเภทหนึ่งที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับกีตาร์คลาสสิก คือ กีตาร์ฟลาเมงโก (Flamenco Guitar)

กีตาร์คลาสสิกนั้นให้เสียงในโทนพริ้วไหว สำหรับผู้ที่มีความชำนาญในการเล่นแล้ว กีตาร์คลาสสิกจะสามารถบันดาลเสียงทุกเสียงที่จะประกอบกันให้เป็นเพลงที่ไพเราะจับใจได้อย่างสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นท่วงทำนอง(MELODY)คอร์ด(CHORD) และเบสส์(BASS) ในการเล่นกีตาร์คลาสสิกนั้นผู้เล่นต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิคมากมายซึ่งในการฝึกหัดนั้นต้องใช้ทั้งเวลา และความพยายามอย่างสูง มันจึงกลายเป็นดาบสองคมไปเลยในบางครั้ง คือ แทนที่จะช่วยให้ท่านได้พบกับความซาบซึ้ง และแตกฉานทางดนตรี มันกลับทำให้ท่านท้อแท้หรือมีอคติกับดนตรี (คลาสสิก) ไปเลยก็ได้ กีตาร์คลาสสิกจึงจัดได้ว่ามีความสมบูรณ์ในตัวมันเองจนมีผู้กล่าวว่าการเล่นกีตาร์คลาสสิกนั้นไม่ต่างอะไรไปกับการเล่นของวงออร์เคสต้าร์ขนาดย่อมๆเลยที่เดี่ยว

ส่วนประกอบ[แก้]

ส่วนประกอบที่สำคัญมีดังนี้

  • ส่วนหัว (HEAD) เป็นไม้มีรูเจาะเป็นช่องยาว 2 ช่องในช่องยาวนี้จะมีแกนสำหรับใส่สายกีตาร์ ส่วนใหญ่เป็นพลาสติก หรือวัสดุจำพวกกระดูกและงาช้าง(ซึ่งจะมีราคาแพง)หรือแม้แต่แกนเหล็ก มีปลายยื่นออกมาด้านหลังเป็นลูกบิด 6 อัน ลูกบิดจะตั้งฉากกับพื้นเมื่อวางกีตาร์ในแนวนอน
  • ส่วนคอ (NECK) กีตาร์คลาสสิกนั้นจะมีคอที่ใหญ่กว่ากีตาร์อื่น ๆ ไม้ส่วนคอจะตรงและมีขนาดเท่ากันตั้งแต่สวนบนสุดถึงล่างสุดของคอ จำนวนเฟร็ต ถ้านับจากจุดต่อลำตัวจะมี 12 เฟร็ต บริเวณฟิงเกอร์บอร์ต (Fingerborad) จะมีจุดบอกตำแหน่งเฟร็ตบริเวณสันคอกีตาร์แทนที่จะอยู่บนฟิงเกอร์บอร์ตเหมือนกีตาร์ทั่วไป
  • ลำตัว (BODY) เป็นส่วนที่ยึดติดกับคอกีตาร์ ตั้งแต่เฟร็ตที่ 12 เข้ามาในกล่องเสียง (SOUND BOX) มีลักษณะ

เรียบด้านหน้า มีรูกลมเป็นโพรงเสียงอยู่ต่อจากด้านล่างสุดของคอส่วนล่างของโพรงเสียงจะมีบริดจ์ (Bridge) ที่ยึดสายกีตาร์ไว้กับลำตัวด้านหน้า

ข้อสังเกต กีตาร์คลาสสิกโดยมากจะใช้สายไนลอน สายเบส (4,5,6) จะเป็นสายที่พันด้วยเส้นโลหะเล็ก ๆ เช่น ทองแดง บรอนส์ ฯลฯ

กีตาร์คลาสสิกในประเทศไทย[แก้]

สำหรับประเทศไทยมีอาจารย์หลายท่านที่บรรเลงกีตาร์คลาสสิก และมีผลงานออกมาต่าง ๆ เช่น:-

  • กีตาร์คลาสสิกชุดลาวแพน โดย อ.กีรตินันท์ สดประเสริฐ ใช้ชื่อชุดว่า "ห้วงอารมณ์ 1" มีทั้งหมด 4 ชุด คือ ห้วงอารมณ์ 1-4 ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น "ภวังค์ 1-4"
  • กีตาร์ลายไทย ของ Bangkok Guitar Society เพลงไทยเดิมมาบรรเลงด้วยกีตาร์คลาสสิก โดย อ.กมล อัจฉริยะศาสตร์ เป็นผู้ริเริ่มจัดทำขึ้น
  • Oriental Expression ของ อ.เอกราช เจริญนิตย์
  • กลุ่มคนรัก สนใจ ในกีตาร์คลาสสิก เสนอเนื้อหา สาระ ข่าวสาร กิจกรรม ต่างๆ ของกีตาร์ Classic : ก่อตั้งโดย ปัญญา พันธุ์พงศ์ (เว็บมาสเตอร์ AcousticThai.Net) แฟนเพจ https://www.facebook.com/guitarclassicpage

การทำ Finish บนตัวกีตาร์ Classic[แก้]

การทำ Finish บนตัว หรือ body guitar นั้น สำคัญเช่นกัน วัตถุประสงค์ เพื่อ ป้องกันความชื้น ป้องกันรอยกระทบที่จะมีผลต่อไม้บนตัวกีตาร์ แต่หาก Finish ไม่มีคุณภาพ อาจจะไม่สามารถป้องกันความชื้นที่จะเข้าไปในเนื้อไม้ได้ และ หาก Finish ไม่มีคุณภาพ เช่น หนาเกินไป อาจจะทำให้กีตาร์ไม่สามารถสะท้อนเสียงได้ดี อาจทำให้กีตาร์เสียงไม่กังวาน หรือเสียงอับ เป็นต้น

บนผิวกีตาร์ การทำ Finish จะใช้วิธีการ Shellac Gloss หรือ Lacquer ด้วยการทาเคลือบด้วยมือซ้ำซ้ำไปมานับร้อยร้อยครั้ง เพื่อให้ความหนาบางตามสูตรมาตรฐาน วิธีการทำ Finish แบบนี้ ช่วยให้ไม้หนาสั่นตัวได้ดี ทำให้ได้เสียงที่ชัดใส มีความดังกังวานมากพอสำหรับการแสดง concert จึงไม่แปลกที่ เวลาแสดง concert ศิลปินจะใช้เพียงกีตาร์ตัวเดียวบรรเลง โดยปราศจากการต่อ pickup หรือภาคไฟฟ้า ผู้ฟังจะได้ยินเสียงกีตาร์ ที่แท้จริง

หมายเหต..เทคนิค finish นี้ ใช้กับกีตาร์ระดับ Grand Classic ซึ่งเป็น กีตาร์สายไนล่อน ที่มีราคาระดับสูง เท่านั้น สำหรับกีตาร์ classic ที่มีราคาถูก และระดับกลาง จะใช้เครื่องมือ เครื่องจักร เป็นตัวพ่นเล๊คเกอร์ลงบนตัวกีตาร์ เพื่อความประหยัด และ รวดเร็ว

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]